ซักฟอก-ส่งศาลรธน.ฟัน
‘ณัฏฐพล’เคลียร์ใจสส.
ฝ่ายค้านลั่นจัดหนัก อภิปราย ‘บิ๊กตู่’ คนแรกลากยาวข้ามวัน เผยมีทีเด็ดทุกวัน วาง 48 ส.ส. ชำแหละ แฉศธ.ใช้เงินหลวงจ่ายเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน ‘บิ๊กป๊อก-จุรินทร์’ ร่วมวงติวรับมือซักฟอกวันที่สอง แกนนำรัฐบาลมั่นใจ รมต.ชี้แจงได้ทุกประเด็นเสียงพรรคร่วมเป็นเอกภาพ เย้ยฝ่ายค้านไม่น่ามีเซอร์ไพรส์ ‘วิรัช’ไม่หวั่นมีม็อบชุมนุมหน้าสภา ณัฏฐพลปิดห้องเคลียร์ใจส.ส.พลังประชารัฐ เชื่อไร้ปัญหาโหวตซักฟอก ยันปมส่งชิง ผู้ว่าฯกทม. ไม่สร้างรอยร้าวในพรรค ‘ไพบูลย์’ นำทีมองครักษ์พิทักษ์สถาบัน ขู่ระวังซ้ำไทยรักษาชาติ ‘จุรินทร์’ อุบไต๋ข้อมูลถุงมือยาง หวั่นหลุดถึงฝ่ายค้าน เชื่อเลือกตั้งซ่อมไม่กระทบผลโหวต ‘ทักษิณ’ หนุนแก้รธน. ให้เป็นของประชาชน ชี้ถ้ารธน.ดี ทำเศรษฐกิจดีแน่
ติวเข้มรมต.วันที่สองเงียบเหงา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เชิญรัฐมนตรี ที่มีรายชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แกนนำและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ร่วมสัมมนา “สามัคคีรวมใจ พรรคร่วมรัฐบาล” หัวข้อญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่สอง โดยเชิญรัฐมนตรี ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เข้าร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเช้า เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีแกนนำและส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคร่วมรัฐบาล เข้าร่วมบางตา อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และเลขาธิการ พปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ นายจุรินทร์ พร้อมทีมงาน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองประธานวิปรัฐบาล นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา และรองประธานวิปรัฐบาล โดยนายจุรินทร์ ใช้เวลาชี้แจงข้อมูล 1 ชั่วโมงครึ่ง และเดินทางกลับทันที
ปชป.ยันพรรคร่วมเป็นเอกภาพ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีอาจมีพรรคเล็กไม่ลงมติให้กับรัฐมนตรีบางคนว่า ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเป็นเอกภาพ ไม่แบ่งพรรคใหญ่พรรคเล็ก รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกพรรค และทุกพรรคก็มาร่วมหารือพร้อมสนับสนุนรัฐบาล ไม่มีอะไรน่ากังวล และเชื่อว่าการลงมติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเสียงโหวตของรัฐมนตรีทั้ง 10 คนจะต้องเท่ากันหรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ได้คุยกัน เพราะเป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ทั้งนี้ อยู่ที่การอภิปรายและการชี้แจง ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุด ที่ผ่านมาตนชี้แจงมาตลอดว่าหากไม่มีทุจริตก็ไม่ต้องกังวล การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น กระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลของระบบรัฐสภาปกติ มั่นใจว่าจะชี้แจงได้ทุกประเด็น
เชื่อเลือกตั้งซ่อมไม่กระทบโหวต
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ต้องมีการแข่งขัน ปชป.พูดกันชัดเจนแล้วว่าจะตีกรอบการหาเสียง โดยมุ่งเน้นผลงานและความเป็นพรรคที่เป็นสถาบัน ชี้ให้เห็นว่าผู้สมัครของปชป.มีศักยภาพ เป็นผู้แทนราษฎรที่ดีได้อย่างไร
ส่วนจะมีผลต่อการลงมติไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพราะมีข่าวว่าทีมผู้สมัครจากปชป.จะยื่นยุบพปชร. กรณีใส่ร้ายป้ายสี นายจุรินทร์กล่าวว่า พวกเราแยกแยะออก การลงสมัครรับเลือกตั้งเรามีหน้าที่ขอการสนับสนุนจากประชาชน และในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราต้องทำหน้าที่ตรงนั้น ทุกอย่างต้องแยกแยะออกจากกัน ซึ่งแนวทางปชป.เป็นแบบนี้
นิพนธ์คาดฝ่ายค้านถล่มนิคมจะนะ
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ที่ประชุมรับฟังสิ่งที่ตนเตรียมไว้ชี้แจง คาดว่าประเด็นที่ถูกอภิปรายน่าจะเป็นเรื่องเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำหนดไว้ตามกฎหมายปี 2553 มั่นใจว่าจะอธิบายทุกประเด็นได้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ที่มีชื่อเป็นหนึ่งที่พรรคก้าวไกลจะยื่นให้ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบในทางอาญาหลังการอภิปราย นายนิพนธ์กล่าวว่า ยินดีที่จะอธิบายและเชื่อว่าจะชี้แจงทุกได้เรื่อง และไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ไปเอื้อให้กับบุคคลใด ส่วนกรณีที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ไม่อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ สมัยเป็นนายกอบจ.สงขลา อาจถูกนำมาอภิปรายด้วยนั้น นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้ชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว มีพยานหลักฐาน ซึ่งทำตามคำสั่งของ ผู้ว่าฯ และคดีนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล คดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่ได้จ่ายเงินสักบาท
วิปรัฐบาลห่วงข้อมูลสส.ก้าวไกล
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ กล่าวถึงภาพรวมงานสัมมนาว่า วิปรัฐบาลพยายามเก็บข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งมีตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาเก็บข้อมูลทุกอย่าง เพื่อส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป ในส่วนของรัฐมนตรีไม่มีความกังวลใดๆ ตนเชื่อว่าไม่น่ามีอะไร เพราะหากมีข้อมูล อภิปรายแค่ 10 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องขออภิปรายถึง 42 ชั่วโมง
เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลไม่กังวลกับข้อมูลของพรรคเพื่อไทย (พท.) แต่กังวลข้อมูลของพรรคก้าวไกลมากกว่าจริงหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีดาวรุ่งเยอะ และเก็บข้อมูลไปมาก ซึ่งเราไม่รู้ทิศทาง และจังหวะในการ อภิปรายของส.ส.พรรคก้าวไกล โดยเฉพาะการมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มมากขึ้น เช่น การไลฟ์สด และระบบดิจิตอล ซึ่งแตกต่างกับในอดีตที่โชว์แผ่นชาร์ต ดังนั้น ข้อมูลหลักฐาน ที่ใช้ประกอบการอภิปราย จะต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่งคอยติดตามตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดที่เข้ามาเป็นตัวประกอบการอภิปราย ถ้าเริ่มต้นไม่เกี่ยวข้องกับใคร และไม่กระทบสถาบันก็ปล่อยไป แต่ถ้านำเสนอ และเกิดปัญหาเราก็จะประท้วงทันทีให้อยู่ใน ข้อบังคับ
ไม่หวั่นม็อบชุมนุมหน้าสภา
เมื่อถามว่าพรรคเล็กจะไม่โหวตสนับสนุนรัฐบาล วิปรัฐบาลจะคุมเสียงได้หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ได้สอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพปชร. ยืนยันว่าพรรคเล็กไม่ได้มีปัญหา และได้สอบถามพรรคเล็กทุกพรรค ก็ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าแสดงว่าได้พูดคุยกับกับพรรคเล็กแล้วใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ก็คุยทุกวัน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่กลุ่มราษฎรประกาศขีดเส้นตาย 7 วันและนัดชุมนุมอีกครั้งวันที่ 20 ก.พ. ซึ่งอาจไปชุมนุมหน้ารัฐสภา นายวิรัชกล่าวว่า เป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการจะต้องดูแล ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวผ่านมาเยอะแล้ว จึงรู้สึกเฉยๆ ไม่ตื่นเต้น
ตั้นเคลียร์ใจสส.-ยันเข้าใจกันดี
ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทุกฝ่ายของพรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเข้าใจกันในข้อมูลต่างๆ ซึ่งเรื่องต่างๆ ที่ปรากฏตามข่าว รัฐบาลมั่นใจชี้แจงได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ต้องเก็งข้อสอบกัน เป็นเรื่องของแต่ละกระทรวง และเป็นหน้าที่รัฐมนตรีต้องตอบ
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องการลงมติของส.ส. พปชร.หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่าวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังรับประทานอาหารเย็นได้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง มีการเคลียร์เรื่องที่ไม่เข้าใจกันหลายเรื่อง บางเรื่องก็เข้าใจผิด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ และตอนนี้เข้าใจกันด้วยดี อย่างไรก็ตามยังไม่ได้เคลียร์กันเรื่องตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เพราะไม่เกี่ยวกับการบริหารของรัฐบาล และเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นปัญหาทำให้พรรคเกิดรอยร้าว
มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่าเคลียร์ใจกันแล้วผลโหวตรัฐมนตรีทุกคนควรได้เท่ากันใช่หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า วันนี้ส.ส.ทุกคนในรัฐบาลมีความเข้าใจถึงความเป็นปึกแผ่น และความจำเป็นต้องขับเคลื่อนรัฐบาลต่อไป รวมถึงเข้าใจบริบทของสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ตนคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนที่พรรคเล็กอาจจะไม่โหวตให้รัฐมนตรีบางคนนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. มีตัวแทนพรรคเล็กมาร่วมสัมมนา จึงเชื่อว่ามีการประสานกันอย่างต่อเนื่องระหว่างพรรคใหญ่ในรัฐบาลกับพรรคเล็ก
ลั่นรมต.ได้คะแนนเท่ากันหมด
ต่อมาเวลา 14.15 น. นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และเลขาธิการ พปชร. กล่าวถึงการสัมมนาตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนน่าเป็นกังวล นับว่าเป็นผลสำเร็จดียิ่งในการชี้แจงทำความเข้าใจ เชื่อว่ารัฐมนตรีจะตอบข้อสอบได้ทุกข้อ ผู้เข้าร่วมสัมมนาพอใจที่จะยกมืออย่างเต็มใจให้ผู้ถูกอภิปราย แม้แต่นายกฯก็ส่งข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายมาให้ตน ซึ่งไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล ทุกคนมั่นใจว่าจะชี้แจงได้ทุกประเด็น
เมื่อถามว่าคะแนนรัฐมนตรีทุกคนน่าจะเท่ากันใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เท่ากันทุกคน ไม่มีปัญหา จากทุกพรรค และจากสมาชิกพปชร.ทุกคน ยืนยันว่าการลงคะแนนจะเป็นไปในทางเดียวกัน เพราะการสัมมนาแสดงให้เห็นว่าเราได้ทำความเข้าใจชี้แจงกันก่อน ให้ปราศจากข้อสงสัยในความกังวลที่จะยกมือโหวต และยืนยันว่า พรรคเล็กก็ไม่มีปัญหา ให้ความร่วมมืออย่างดีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวล
ยันไม่มีสัญญาณปรับครม.
เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าพรรคก้าวไกลจะอุบข้อมูลการอภิปรายไว้หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ตนอยู่การเมืองมานาน ไม่เคยมีการอุบข้อมูลได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้ามีข้อมูลหรือสิ่งใดในมือคงสร้างกระแสสู่สาธารณชนก่อนหน้านี้แล้ว เราจึงมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรมากมายที่เราต้องวิตก จึงเชื่อว่าจะไม่มีเซอร์ไพรส์จากพรรคฝ่ายก้าวไกล เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเซอร์ไพรส์ มีแต่การสร้างกระแส และข้อสอบไม่จำเป็นต้องรั่ว มีแต่เก็งข้อสอบว่าจะแม่นหรือไม่แม่น
เมื่อถามว่าผลของการอภิปรายครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับครม.หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่เป็นประเด็นในการปรับครม.ในอนาคต และการสัมมนาครั้งนี้รัฐมนตรีทุกคนก็ได้ตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดี และขอย้ำว่าสัญญาณเรื่องการปรับครม.ก็ไม่มีแน่นอน
ตั้งทีมองครักษ์เฝ้าการอภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการสัมมนาของวิปรัฐบาล ตลอด 2 วัน รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่างยืนยันกับที่ประชุมว่ามีข้อมูล สามารถชี้แจงได้ ขณะเดียวกันที่ประชุมประเมินว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะเน้นเป็นพิเศษคือ เรื่องที่ส่งผลกระทบกับสังคม อย่างสาธารณสุข การศึกษา และเรื่องที่เกี่ยวกับชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 ถือว่าน่ากังวลมากที่สุด ส่วนเรื่องสถาบัน จะรอดูฝ่ายค้านว่าจะอธิบายอย่างไร และถ้าดึงดันจะพูด ก็คงไปต่อไม่ได้เพราะจะถูกประท้วงอย่างหนัก
โดยวันที่ 15 ก.พ. ที่รัฐสภา วิปรัฐบาลจะมีการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่ แบ่งกลุ่มรับมืออภิปราย โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน เบื้องต้นเตรียมไว้ 6 คน ได้แก่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. และส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลอีก 3 คน ซึ่งทันทีที่พูดถึงสถาบันจะลุกขึ้นประท้วงทันที นอกจากนี้จะมอบหมายให้มี ส.ส.ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มองครักษ์ เข้าผลัดเวรยามตลอดในช่วงอภิปราย

‘ป๊อก’ก็มา – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมสัมมนาซักซ้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ซึ่งพรรคพลังประชารัฐจัดขึ้นที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ถนนสุขุมวิท กทม. เมื่อวันที่ 14 ก.พ.
‘บิ๊กป๊อก-อู๊ดด้า’มั่นใจชี้แจงได้
ขณะที่ประเด็นของกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะถูกอภิปรายเรื่องสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยที่ประชุมได้สอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ ว่า เหตุใดจึงไม่ทำให้เสร็จตั้งแต่สมัย คสช. ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีกฎหมายหลายตัว ส่วนที่กระทรวงคมนาคมคัดค้านการขยายสัมปทานให้เอกชนรายเดิมนั้น เป็นความเห็นต่างทางกฎหมาย ไม่ได้มีปัญหากัน ส่วนเรื่องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ไม่กังวล เพราะยังไม่ได้ดำเนินการ
ในส่วนรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ โดยเฉพาะนายจุรินทร์ ที่ประชุมพยายามถามเรื่องการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายว่ามีรายละเอียดอย่างไร นายจุรินทร์ระบุว่าเตรียมข้อมูลเอาไว้แล้ว สามารถชี้แจงได้ แต่ขอไปตอบในสภา ไม่ขอให้รายละเอียดตรงนี้ เพราะกลัวข้อมูลจะหลุดถึง ฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสัมมนาเสร็จสิ้นเมื่อค่ำวันที่ 13 ก.พ. ในช่วงรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพปชร.ร่วมอยู่ด้วยนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้เคลียร์ใจกับส.ส.ในพรรค ถึงกรณีที่ส.ส.ของพรรคไม่พอใจที่นายณัฏฐพล ไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ เกี่ยวกับงานในกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการอธิบายเหตุผลจนเข้าใจกัน ส่วนการลงมตินั้น คะแนนเสียงรัฐมนตรีจะได้ในจำนวนเท่าๆ กันหรือใกล้เคียงกัน ไม่เหลื่อมกันมาก
ขู่ยื่นยุบพรรค-พาดพิงสถาบัน
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงญัตติที่เสนอให้ที่สภาลงมติส่งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่มีการโยงถึงสถาบันให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ญัตติดังกล่าวถูกบรรจุเป็นญัตติด่วนแล้ว แต่ยอมรับว่าไม่ทันสมัยประชุมนี้ เนื่องจากสัปดาห์หน้าพิจารณาญัตติเดียว คือญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่หากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นพูดเสนอญัตติ โดยอ่านประโยคที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ตนจะลุกขึ้นประท้วง และอภิปรายให้หยุด หากยังพาดพิงก็จะมีการประท้วง แต่หากไม่พูดถึง หรือข้ามไปก็ไม่มีปัญหา หวังว่าฝ่ายค้านจะใช้ความระวัง ทั้งนี้การประท้วงจะเป็นเพียงจุดแรก แต่ถ้าฝ่ายค้านยังยืนยันจะพูดถึงเรื่องนี้ก็จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ฝ่ายค้านนึกถึงอุทาหรณ์การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไว้ด้วย เพราะตนเป็นคนยื่นยุบทษช.กับมือ ที่สำคัญ การจะส่งเรื่องนี้ไปศาลรัฐธรรมนูญมีหลายทาง ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพียงญัตติที่ตนยื่นต่อศาลเท่านั้น
“ผมก็เป็นห่วง เพราะนายสมพงษ์ มีสถานะเป็นหัวหน้าพรรค และเรื่องนี้เป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค ดังนั้น หากดำเนินการในฐานะของพรรค การยุบทษช. น่าจะเป็นอุทาหรณ์อย่างดี กรณีนี้ผมก็ท้วงแล้วว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบทษช. ดังนั้น ผู้นำฝ่ายค้านรวมถึง ผู้อภิปรายนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ทุกอย่างก็ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ” นายไพบูลย์กล่าว
‘นิกร’ลั่นชทพ.พร้อมช่วยชี้แจง
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีของ ชทพ.พร้อมให้กำลังใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายและหากมีเรื่องเกี่ยวพันกับงานที่พรรครับผิดชอบก็จะช่วยชี้แจง ส่วนการลงมติ เสียงของชทพ.จะเป็นเอกภาพในทิศทางเดียวกัน
นายนิกรกล่าวถึงที่ประชุมรัฐสภามีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญว่าสภามีอำนาจตั้ง ส.ส.ร. เพื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ว่า ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้รัฐธรรมนูญ รัฐสภา เชื่อว่าในวันที่ 24-25 ก.พ.ได้ลงมติในวาระ 2 และเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จ ไม่ได้เชื่อเพราะพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือกำลังนอกสภา แต่เชื่อ ด้วยตัวรัฐธรรมนูญเอง มันเป็นทางออกทางเดียว ไม่ว่าใครจะมาปิดกั้นทางออกไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพาตัวเขาเองผ่านไปได้
พท.ชี้‘บิ๊กตู่’โดนลากยาววันครึ่ง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา และเลขาธิการ พท. ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันที่ 16-19 ก.พ.ว่า เบื้องต้นเราจะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นคนๆ ไป แต่ตัวนายกฯ เกี่ยวโยงกับรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปรายได้ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในวันแรกจะเริ่มที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้อ่านญัตติ จากนั้นจะขยายความญัตติ ก่อนที่ผู้อภิปรายมคนที่ 3 และ 4 จะขึ้นอภิปรายต่อ ซึ่งคนแรกที่จะถูกอภิปรายคือ นายกฯ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รัฐมนตรีคนไหนทำอะไรผิดพลาดเท่ากับนายกฯปล่อยปละละเลย นอกจากนี้ ยังมีกรณีนายกฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย โดยฝ่ายค้านจะใช้เวลาอภิปรายตัวนายกฯ คนเดียวประมาณวันครึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจบเลย เพราะถ้าอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นแล้วเรื่องเกี่ยวข้องกับนายกฯ ก็สามารถพาดพิงถึงนายกฯ ได้อีก
นายประเสริฐกล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาล เปิดโรงแรมซ้อมการอภิปรายนั้น แสดงว่า 1.รัฐบาลมีความไม่พร้อม และ 2.มีความวิตกกังวล เพราะไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนที่เปิดโรงเแรมซ้อมการอภิปรายถึง 2 วัน พร้อมกับเปิดวอร์รูมที่กระทรวงไปด้วย
โวซักฟอกมีข้อมูลเด็ดทุกวัน
ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะรองหัวหน้าพท. พร้อมด้วยนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี แถลงถึงกรณีการบุกจับหลงจู๊สมชาย และการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายยุทธพงศ์กล่าวว่า เบื้องหลังที่เพิ่งมาจับหลงจู๊สมชาย มาจากประเด็นการเมืองที่พล.อ.ประยุทธ์กลัวเรื่องจะถึงตัว เพราะนายกฯ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งาติ (ตร.) แต่กลับปล่อยให้มีบ่อน วันนี้กลัวถูกแฉเรื่องบ่อนพนัน เพราะรู้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะแฉเรื่องบ่อนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เลยให้ตำรวจไปจับ แต่จับแล้วไม่เห็นได้อะไร นี่คือเกมการเมือง
นายยุทธพงศ์กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า คนที่จะพูดคนแรกคือนายสมพงษ์ จากนั้นหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายสลับกันตามลำดับ ซึ่งครั้งนี้จะไม่เหมือนการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะส.ส.สามารถลุกขึ้นอภิปรายได้หลายครั้ง ไม่ใช่อภิปรายจบในครั้งเดียว และทุกคนอภิปรายเกี่ยวพันถึง นายกฯ ได้ตลอด เพราะรับผิดชอบหลายอย่างเช่น เป็นผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ปัญหาบ่อนการพนัน ความมั่นคง การปล่อยปละละเลยให้แรงงานเถื่อนเข้าประเทศ หรือการเอื้อประโยชน์ผูกขาดตัดตอน ไม่ให้มีการแข่งขันกรณีต่อสัญญาสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี ทุกอย่างจะอภิปรายโยงถึงพล.อ.ประยุทธ์ได้หมด มั่นใจว่างานนี้ไม่มีข้อสอบรั่วแน่นอน เด็ดทุกวัน มันทุกวันอย่างแน่นอน
ส่งศาลรธน.ฟันซ้ำ
นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอให้นักเรียนเลว ครูชุดดำเตรียมฟังการอภิปรายให้ดี เพราะมีข้อมูลว่า ครูผู้หญิงซึ่งสอนภาษาจีนแมนดาริน ที่โรงเรียนนานาชาติ rugby school Thailand ตั้งอยู่เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่สามีกลับมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการเดือนละ 50,000 บาท พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฉ้อฉล ทุจริต ไร้สำนึก ไร้คุณธรรมหรือไม่ ขอให้ติดตามการอภิปรายว่าโรงเรียนนี้เป็นของใคร เหตุใดจึงต้องมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการ
นายยุทธพงศ์กล่าวถึงการชะลอขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ว่า พล.อ. ประยุทธ์โพสต์ในเฟซบุ๊กขอบคุณ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่เลื่อนเก็บค่าโดยสารรถ ไฟฟ้า 104 บาท ตนชี้ให้เห็นว่านายกฯ สร้างภาพ ไม่จริงใจ เรื่องรถไฟฟ้าจะไปขอบคุณ ผู้ว่าฯกทม. กับรมว.มหาดไทย ได้อย่างไร การที่นายกฯ โพสต์เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าตรงกับ ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่บอกว่าไร้ภูมิปัญญา ไร้คุณธรรม ไร้สำนึก และความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม เรื่องรถไฟฟ้าสาย สีเขียว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหนักแน่ เพราะมีเรื่องผิดปกติความไม่ชอบมาพากลเยอะ เรื่องนี้จะพาพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะหากไม่ออกมาตรา 44 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเป็นเจ้าของรถไฟฟ้า ประชาชนก็ไม่เดือดร้อนแบบนี้ ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียม 38 ขุนพล ไว้ซักฟอกรัฐบาล แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 15 คน พรรคก้าวไกล 13 คน พรรคประชาชาติ เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย เศรษฐกิจใหม่ และพรรคไทย ศรีวิไลย์ อย่างละ 1 คน
ทักษิณชี้รธน.ดี-ทำเศรษฐกิจดี
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ลิโด้ คอนเนคท์ สยาม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวในงานแคร์ ทอล์ก “คนไทยไร้จน:ฝันเฟื่องหรือเรื่องจริง” ผ่านวิดีโอคลิป ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนโชคดีได้มาทำหน้าที่นายกฯ ตอนมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งตนถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีมาก รัฐธรรมนูญ 2540 ได้คำนึงถึงภาวะผู้นำของนายกฯ ถ้านายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำ ถูกต่อรองทางการเมืองตลอด ก็ทำงานยาก รัฐธรรมนูญบางคนคิดว่ามันเป็นแค่กฎหมาย เป็นโครงสร้างของการบริหารประเทศบ้าง มันมากกว่านั้น รัฐธรรมนูญหมายถึงเศรษฐกิจ
นายทักษิณระบุว่า รัฐธรรมนูญที่มีกระบวนการทำให้หลักนิติธรรมถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรมนั้น จะทำให้ทุกประเทศมีความเชื่อถือและเคารพเรา แต่ถ้าหลักนิติธรรมของเราไม่เป็นสากล เขาไม่เคารพเรา ไม่เชื่อถือ เขาไม่เอาเงินมาหรือมาลงทุนในไทย อย่าไปคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นแค่กฎหมายเพื่อให้อำนาจในการปกครองเท่านั้น อันนั้นมันเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐบาล ไม่ใช่รัฐ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเพื่อรัฐ หรือเพื่อประเทศและคนไทยทั้งประเทศนั้น ต้องมีหลักการของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ถึงจะทำให้คนเชื่อถือประเทศ เมื่อเชื่อถือเศรษฐกิจก็จะดี ไปนั่งไล่ดู รัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยมากเท่าไร เศรษฐกิจช่วงนั้นจะดีเท่านั้น รัฐธรรมนูญที่ประชาธิปไตยแย่เท่าไร เศรษฐกิจมันจะแย่เท่านั้น
ลั่นต้องแก้ให้เป็นประชาธิปไตย
“นอกเหนือจากคุณภาพในการบริหารการจัดการแล้ว ตัวรัฐธรรมนูญจะเป็นกุญแจสำคัญ การทุจริตคอร์รัปชั่นก็เหมือนกัน รัฐธรรมนูญเป็นตัวบอกหมด ฉะนั้น เราต้องเอาจริงเอาจังกับรัฐธรรมนูญ เราต้องเอารัฐธรรมนูญที่ดี อย่างรัฐธรรมนูญที่เถียงกันในสภา ว่ารัฐบาลนี้ ปฏิญาณตนไม่ครบ เพราะไม่มุ่งที่จะยึดและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งความจริง ผมก็อดพูดในใจไม่ได้ว่า อย่าไปปกป้องเลยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่มีประชาธิปไตย ปกป้องทำไม เปลี่ยนใหม่ดีกว่า เปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ดีกว่า ให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน เป็นประชาธิปไตย มีหลักนิติธรรมเป็นสากลเพื่อเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพื่อสังคมที่ดีขึ้น เพื่อคนไทยทุกคน จะได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน รัฐธรรมนูญมีความหมาย ฝากคิดด้วย” นายทักษิณกล่าว

โหมโรง – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงความบกพร่องการบริหารงานของรัฐบาลทั้งกรณีบ่อน, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจและนำพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 14 ก.พ.