ยัน3ป.ไม่มีรับเงินสวย
นพ.ชลน่านชำแหละยิบ
‘ป้อม’ลุกตอบครั้งแรก
พปชร.-ภท.ป่วนวิโรจน์
ซักฟอกยกสอง ฝ่ายค้านถล่ม ค่าโง่เหมืองอัครา จัดซื้อวัคซีนล่าช้า ‘จิราพร’ เปิดเอกสารลับ อัด ‘บิ๊กตู่’ ประเคน ทรัพยากรชาติ แลกความผิดของตัวเอง ก้าวไกลจี้เปิดสัญญาแอสตราเซเนกา พปชร.-ภท.แท็กทีมประท้วง ‘หมอชลน่าน’ แฉแรงงานเถื่อน-ส่วย-กาสิโน โยงบิ๊ก ป. ‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ แจงวุ่น ยันวัคซีนมาตามนัด ย้ำในฐานะนายกฯ พร้อมรับผิดชอบปมเหมืองทอง ชี้เรือดำน้ำคุ้มค่า โต้ลั่น 3 ป.ไม่มีรับเงิน ท้าไปเจอกันในศาล ‘บิ๊กป้อม’ ลุกแจงครั้งแรก ปมแรงงานเถื่อน สุชาติปัดจ่ายเงินขนม็อบ ชนม็อบ แต่ยอมรับรู้จักกัน ‘สุทิน’ โต้ข่าวส.ส.เพื่อไทยจ่อย้ายพรรค เตือน ‘บิ๊กตู่’ ระวังโดนหลอกกินกล้วย ‘ยิ่งลักษณ์’โชว์ฉีดวัคซีนที่ดูไบ
‘บิ๊กตู่’ปูดฝ่ายค้านจ่อซบ
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่สอง ยังคงคึกคัก โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 09.25 น. ด้วยสีหน้าปกติ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกที่ผ่านมาว่า โอเค ก็เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา ส่วนที่มีหลายฝ่ายชมว่านายกฯ ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น เตรียมพร้อมทำการบ้าน มาดีนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครับๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังจบการอภิปรายในวันแรก ถึงกรณีระบุ ในการตอบการอภิปรายว่าคนข้างๆ พรรค เพื่อไทย จะขอมาซบอยู่ด้วยนั้นหมายถึงใครว่า ก็เขาพูดๆ กัน เมื่อถามย้ำว่ามีการส่งสัญญาณ จะมาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ เหมือนกัน แต่เขาพูดๆ กัน การเมืองก็เป็นเช่นนี้
สุทินเย้ย‘ตู่’ถูกหลอกกินกล้วย
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะมีคนย้ายไปอยู่ด้วยว่า นายกฯบอกว่าเป็นคน ข้างกายนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงว่า นายกฯ เป็นการเมืองมากขึ้น ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็น ถ้าพูดเรื่องนี้ข่าวจะไปในทางนั้น ซึ่งน่าสนใจกว่า และอีกทาง มีลูกน้องจะไปหลอกเอากล้วยของนายกฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็มี อยู่เรื่อย ถ้าผู้ใหญ่ตามไม่ทันลูกน้อง ก็จะมี หวีหนึ่งสองสามตามมา ตนตรวจสอบแล้ว คนที่อยู่ข้างนายจุลพันธ์ คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. ถ้าจะเอาเขาอยู่ด้วย ต้องให้เป็นหัวหน้าพรรค เขาถึงจะไป จึงเป็นไปไม่ได้ และคนข้างกายคนอื่นก็เป็นภรรยาของเขา ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะไปแล้วจะเดือดร้อน เพราะสามีเขาอยู่ที่นี่ ดังนั้น มองได้ว่า นายกฯถูกลูกน้องหลอกเอากล้วยและเบี่ยงประเด็น
พิจารณ์แฉกห.จัดซื้อไม่โปร่งใส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันแรกเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคฝ่ายค้านสลับกันอภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ปัญหาบ่อนการพนัน บ้านพักหลวง โดยเวลา 23.00 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงความล้มเหลว บกพร่องของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหม ทำให้ประเทศสูญงบฯจำนวนมาก ทั้งการจัดการกับกองทัพพาณิชย์ ที่เกี่ยวกับกับสวัสดิการและการใช้ที่ราชพัสดุ เพื่อนายทหาร ไม่ใช่ชั้นประทวน
รวมถึงการอภิปรายแฉการกินส่วนต่างในการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพ ตั้งแต่กางเกงในยันเรือดำน้ำที่จัดซื้อแพงเกินจริง แพงกว่าซื้อในช้อปปี้ โครงการทำเหมืองหินที่จ.ชลบุรี เอื้อนายทุน รวมถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำที่ตั้ง ข้อสงสัย พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนในเงินทอน ทั้งหมดเป็นเหตุให้พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหลือความชอบธรรมในการเป็นนายกฯและรมว.กลาโหมได้อีก (อ่านรายละเอียดน.3)
ต่อมาเวลา 00.25 น.นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในเวลา 09.00 น. โดยในการประชุมวันแรกใช้เวลาทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง

ป้อมแจง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้เป็นครั้งแรก หลังถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่สอง ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.
จิราพรฉะใช้ม.44ทำปท.เสียหาย
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่สอง น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พท. อภิปรายคนแรก ว่า ความเสียหายของแผ่นดิน เกิดจากน้ำมือและการตัดสินใจที่ผิดพลาด ของพล.อ.ประยุทธ์ จุดเริ่มต้นมาจากการรัฐประหารปี 2557 ทำให้ประเทศได้ผู้นำที่ลุแก่อำนาจ คดีเหมืองทองอัครา พล.อ.ประยุทธ์ หรือหัวหน้าคสช.ขณะนั้น ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งระงับกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ต้องยุติกิจการ เป็นเหตุให้บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ตัดสินใจฟ้องไทย และมีการประเมินว่า คดีนี้ไทยอาจจะแพ้และต้องชดใช้ค่าเสียหายกว่า 750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 22,500 ล้านบาท และการที่นำหลักฐานมาแสดง ไม่ใช่เพื่อปกป้องบริษัทคิงส์เกต แต่ต้องการให้เห็นถึงความชอบธรรมการใช้อำนาจที่ไร้จิตสำนึกความรับผิดชอบร้ายแรงต่อประเทศ และนำมา สู่การฟ้องร้อง และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ นำผลประโยชน์ของชาติ หรือทรัพยากรของชาติไปแลกกับต่างชาติ เพื่อให้ตนเองพ้นจากความผิด
เปิดเอกสารลับแฉ‘บิ๊กตู่’
น.ส.จิราพรกล่าวว่า เดือนก.ย. 2563 มีกระแสข่าวรัฐบาลจะให้บริษัทอัคราฯ ได้รับอนุญาตให้นำผงทองคำและเงินออกมาจำหน่าย รวมถึงได้อาชญาบัตรพิเศษในการสำรวจแร่ทองคำเพิ่มอีก 44 แปลง และพล.อ.ประยุทธ์ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาแก้ข่าวว่า เป็นคำขอเดิมของบริษัทอัคราฯ ในปี 2546 เมื่อไทยมีพ.ร.บ.เหมืองแร่ฉบับใหม่ จึงดำเนินการ ตามขั้นตอนปกติ ทั้งนี้ ในข้อมูลเอกสารที่ตนมี ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่การดำเนินการปกติ แต่เป็นประโยชน์ที่ไทยให้บริษัทคิงส์เกตฯ เพื่อให้ถอนฟ้อง
ทั้งนี้ ในการประชุมครม. เดือนมิ.ย.2563 มีมติปรากฏในเอกสารลับที่สุดของรายงานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่าง ไทยกับบริษัทคิงส์เกตฯ โดยในหนังสือเขียนไว้ว่า หากตกลงกันได้ บริษัทคิงส์เกตฯ ต้องถอนคดีจากอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเอกสารนี้ ชี้ชัดว่าพล.อ.ประยุทธ์ รับทราบรู้เห็นเป็นใจว่า ไทยแพ้คดีและมอบให้หน่วยงานเจรจาเพื่อยอมความ มอบนโยบายให้เอาทรัพยากรของประเทศประเคนให้ เพื่อให้เขายอมถอน อย่างไรก็ตาม หากจะสู้คดี มีที่ไหนจะต้องยอมความ ซึ่งสิ่งที่ดำเนินการย้อนแย้งกับที่ได้สั่งการไปแล้วว่า สิ้นปี 2559 จะไม่มีการทำเหมืองแร่อีกต่อไป และต้องไม่มีเหมืองทองอีกต่อไป
ไทยจ่อเสียค่าโง่เหมืองอัครา
“ถ้าไทยต้องแพ้คดีและจ่ายค่าโง่ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จดจำไว้ในมโนสำนึกว่า กำลังทำลายอนาคตของลูกหลานและคนไทย เพียงเพราะการลุแก่อำนาจ จะเป็นบทเรียนราคาแพงและเจ็บปวดของประเทศ ท่านปัดความรับผิดชอบครั้งนี้ไม่ได้ ต้องตอบให้ได้ว่าจะสู้คดี ให้ถึงที่สุดแบบไปตายเอาดาบหน้า หรือจะยอม เอาทรัพยากรของประเทศประเคนให้ต่างชาติ เพื่อแลกกับการถอนฟ้อง ถ้าเดินหน้าต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้วแพ้ อยากถามว่าจะเอาเงินส่วนใด ไปจ่าย จะเอางบแผ่นดินหรือเงินส่วนตัว และถ้าเลือกใช้วิธีเจรจาต่อรอง เอาผลประโยชน์ ของประเทศ ไปยกให้บริษัทเอกชน พท.จะจับตา ประเด็นนี้ เพราะแนวโน้มไทยมีโอกาสแพ้คดี 100 เปอร์เซ็นต์” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพรกล่าวว่า บทสรุปของคดีนี้ ประเทศไทยต้องจ่ายค่าโง่อย่างไม่มีทางเลือกหรือหลีกเลี่ยง ต้องเอาเงินมหาศาลไปแลก เพื่อคนคนเดียว เอาความผิดออกจากตัวเองและโยนภาระบาปให้ประเทศและประชาชนต้องรับผิดชอบแทน เป็นใบเสร็จความเสียหายชิ้นสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ คดีเหมืองทอง อัครา พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มต้นด้วยตัวเอง ออกคำสั่งทำลายประเทศจนย่อยยับ สร้างตราบาปให้ประเทศ กำลังทำลายโอกาสประเทศชาติและประชาชนอย่างไม่มีชิ้นดี
‘ตู่’ลั่นไม่ได้แก้ปัญหาด้วยอำนาจ
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้อยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการ สิ่งสำคัญที่อาจกระทบต่อการพิจารณาคดีคือ เอาเรื่องที่อยู่ในชั้นศาลเอาออกมาพูดภายนอก และฝ่ายค้านนำมาอภิปราย ก็เป็นการคาดการณ์เอาเอง นำตัวเลขจากข้อมูลหรือคำให้การแต่ละฝ่ายที่ไม่เป็นทางการ ยังไม่ได้ข้อยุติซึ่งเป็นอันตราย ซึ่งคำสั่ง ตามมาตรา 44 ไม่ใช่ไปปิดเหมือง แต่เป็นการต่อสัมปทานอาชญาบัตร เรื่องนี้รับผิดชอบในฐานะนายกฯ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยอำนาจด้วยคำสั่ง มีการหารือปรึกษาทั้งฝ่ายกฎหมาย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ทุกอย่าง เรียบร้อยโดยเร็ว โดยเฉพาะสุขภาพประชาชน มันต้องมีคนเดือดร้อน แต่ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องจำเป็นในบางอย่าง หลายอย่าง เกิดก่อนหน้า ทำไมรัฐบาลนี้ต้องมาแก้ ทำไมไม่แก้ให้เสร็จ ทำไมมาถึงตอนนี้
โยงแบกรับโกงจำนำข้าว-บ้านเอื้อ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เรามีภาระต้องจ่ายในเรื่องผลการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว โครงการนี้ได้ชดเชยไปแล้ว 7.05 แสนล้านบาท วันนี้เหลือหนี้จำนำข้าว อยู่ที่ปี 63 ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย อีก 800 ล้านบาท และยังต้องตั้งงบชดเชยแบบไม่ได้อะไรเลย ปีละ 20,000 ล้านบาท และต้องตั้งไปอีก 12 ปี ตนก็เสียดาย นอกจากนี้ยังมีภาระหนี้จากโครงการบ้านเอื้ออาทร ทิ้งหนี้ให้กับการเคหะกว่า 20,000 ล้านบาท
ย้ำจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนที่วิจารณ์ว่าทำไมรัฐบาลยังเอาเงินไปซื้ออาวุธนั้น การมีเรือดำน้ำ เป็นการสร้างความมั่นใจว่าไทยมีศักยภาพปกป้องอธิปไตย ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2563 เราทราบว่ามีเรือรบจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาค้นหาผู้อพยพชาวโรฮิงยาในน่านน้ำทะเล อันดามัน ซึ่งเข้ามาทางใต้น้ำโดยไม่เกรงใจไทย การมีเรือดำน้ำจะสะท้อนอานุภาพของกองทัพเรือ เมื่อเทียบผลประโยชน์ทางทะเลของไทย 24 ล้านล้านบาท กับราคาเรือดำน้ำ จะเห็นว่าเราลงทุนในเรื่องเรือดำน้ำ คิดเป็น 0.093 เปอร์เซ็นต์ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและตอบสนองยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
เตือนม็อบอย่าใช้ความรุนแรง
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีความรุนแรงเกิดขึ้น ในสังคมจำนวนมาก ถ้าเราปล่อยให้มีการยุแหย่ ชินกับการใช้ความรุนแรง การใช้กำลัง หรือการต่อต้านกฎหมาย แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร วันนี้ทุกคนทำงานกันเต็มที่ มีวิธี ที่เหมาะสมในการบังคับใช้กฎหมาย ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ขอให้ทุกคนอยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่าทุกคน ต้องไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น มิฉะนั้นถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้นถ้าใครจะชุมนุมก็ทำได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง แต่เราเห็นอยู่ว่าเขา มีความรุนแรงทุกอย่าง ส่วนใครทำนั้น ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน ตนยังคิดเสมอว่าเขาเป็นคนไทย อยู่ร่วมชาติเดียวกัน แต่พวกเขาจะคิดอย่างนั้นหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ แผ่นดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ใครมีเจตนาดีหรือเจตนาไม่ดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านรู้หมด ตนนับถือศาสนาพุทธ จึงเชื่อมั่นเรื่องนี้
วิโรจน์ถล่มจัดซื้อวัคซีนล่าช้า
ต่อมาเวลา 12.20 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การบริหารวัคซีนโควิด-19 ผิดพลาด เป็นข้อหาฉกรรจ์ของพล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ก่อให้เกิดปัญหาปากท้องประชาชน เศรษฐกิจชาติพัง เสียหายเดือนละ 2.5 แสนล้านบาท วันละ 8,300 ล้านบาท หรือชั่วโมง 347 ล้านบาท และการอภิปรายตนจะต้องใส่แมสก์ 2 ชั้น เพราะอาจจะมีหนูตายในสภา หลังมีการพูดว่าโควิดกระจอก
นายวิโรจน์กล่าวว่า นายกฯ เคยพูดว่าไทยจะเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้รับวัคซีน แต่จนถึงขณะนี้ หลายประเทศเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรก กันไปแล้ว ขออย่าอ้างว่าไทยมีผู้ติดเชื้อน้อย จึงไม่ต้องเร่งฉีดวัคซีน ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วจะกล้ามาประเทศไทยที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ได้อย่างไร เมื่อไรจะคืนชีวิตปกติ การทำมาหากินปกติให้กับประชาชน
“กล้ามานั่งหัวโต๊ะศบค.ได้อย่างไร ไปทำหน้าที่ชงกาแฟเถอะ คนอย่างพล.อ.ประยุทธ์ ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ดี บริหารวัคซีน โดยมีวิสัยทัศน์ว่า ถ้าได้ก็ดี ถ้าไม่มีก็ตาย ก่อนเดือนธ.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้กระตือรือร้นเรื่องจัดซื้อวัคซีน เพราะ 17 พ.ย. 2563 เพิ่งมีมติให้สั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้าจาก แอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส สั่งซื้อทั้งที่บริษัท ยังคิดค้นวัคซีนไม่เสร็จ และจะได้วัคซีนในเดือน มิ.ย.2564 และแผนกระจุกวัคซีนทำลายชาติ ก็เกิดขึ้น เมื่อศบค.มีมติให้ซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส กลายเป็น 61 ล้านโดส” นายวิโรจน์กล่าว
ชี้ไทยมีแต่‘หนูดองยา’
นายวิโรจน์ อภิปรายว่า ที่ผ่านมานายอนุทิน มีพฤติกรรมกลับกลอก เชื่อไม่ได้ อยากให้นายอนุทิน ชี้แจงให้ชัดเจนว่ามีแผนฉีดวัคซีนอย่างไรบ้าง และทำไมไทยละเลย ไม่แสดงความจำนงขอรับวัคซีนจากโคแวกซ์ และเลื่อน ตอบหนังสือจากโคแวกซ์หลายครั้ง แต่เลือกที่จะไปเสียเงินซื้อวัคซีน นายอนุทิน อ้างว่าไทยไม่เข้าเกณฑ์จะได้รับวัคซีนจากโคแวกซ์ ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะแคนาดากับจีนซึ่งร่ำรวย ยังเข้าโครงการโคแวกซ์ อย่าอ้างว่าโคแวกซ์แพง เพราะถูกกว่าของซิโนแวคที่ไทยซื้อมา 2 ล้านโดส
“นายอนุทิน โกหกประชาชนทำไม ทำไมต้องไปผูกขาดอยู่ที่แอสตราเซเนกา ผมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าอาการปากเบี้ยวและแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่นายอนุทิน เอามาหลอกลวง ไม่ใช่ผล ข้างเคียงที่พบกับการฉีควัคซีนโควิด-19 และข่าวลือที่เกิดขึ้น เป็นข่าวปลอม เรื่องนี้ นายอนุทิน ก็รู้อยู่แก่ใจ ผมไม่รู้ว่านายอนุทินจะดราม่าสร้างวาทกรรม ไม่ยอมให้คนไทยเป็นหนูทดลองเพราะอะไร เพราะทั่วโลกเขาฉีดไฟเซอร์กันเป็นล้านๆ โดสแล้ว อียูเพิ่งสั่งซื้อเมื่อพ.ย. 2563 จะมาดราม่าก็ตอบมาเลยว่า ซิโนแวค ซื้อมาได้อย่างไร ผมยืนยันเลย ประเทศไทยไม่มีหนูลองยา มันมีแต่หนูดองยา ไม่ยอมหาวัคซีนให้ประชาชน พฤติกรรมของนายอนุทิน คือเอาข่าวปลอมมาสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่อยากฉีดวัคซีน เหตุใดจึงเอาชีวิตคนไทย 60 กว่าล้านคน ไปผูกขาดกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ทั้งที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมาจากแอสตราเซเนกา และบริษัทไม่เคยผลิตวัคซีนอะไรมาก่อน ขนาดทำชุดตรวจสอบโควิด ยังไม่ผ่านการรับรองจากอย.” นายวิโรจน์กล่าว
จี้เปิดสัญญาแอสตราเซเนกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.รัฐบาล ได้ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พปชร. ขอให้ประธานสภา สั่งให้ นายวิโรจน์ ถอนคำพูดเสียดสี ใส่ร้าย นายกฯและนายอนุทิน
จากนั้นนายวิโรจน์ จึงอภิปรายต่อ โดยเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาการจัดซื้อแอสตราเซเนกา จะได้รู้ว่าไทยซื้อแพงกว่าประเทศอื่นหรือไม่ จะทำประชาชนตรวจสอบสมเหตุสมผลหรือไม่ ก่อนหน้านี้ตนขอผู้เกี่ยวข้องและนายอนุทิน ให้เปิดเผยสัญญาแต่ก็ได้รับการปฏิเสธ ซึ่งแตกต่างจากยุโรป ก็เปิดสัญญาให้ประชาชนดูได้ ไม่เห็นว่าแอสตราฯจะยกเลิกสัญญา
ประท้วงวุ่น-ลามถึงพ่อแม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายวิโรจน์ อภิปรายถึงสยามไบโอไซเอนซ์ มีความเกี่ยวข้องกับสถาบัน ทำให้ส.ส.พปชร.จำนวนมาก ลุกขึ้นประท้วง พร้อมขอให้ยุติการอภิปราย โดยนายสิระ เจนจาคะ ระบุว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรืออย่างไร พูดเรื่องสถาบัน ขณะที่น.ส.ปารีณาพาดพิงไปถึงบิดาของนายวิโรจน์ ซึ่งนายชวน ต้องห้ามปราม และสั่งให้ถอนคำพูดดังกล่าว และควบคุมไม่ให้พาดพิงพิงต่อสถาบัน แต่นายวิโรจน์ ชี้แจงว่า การอภิปรายของตนเพื่อปกป้องสถาบันจาก นายกฯ และได้ถอนบางคำพูดที่เกี่ยวข้องสถาบันในที่สุด
‘ตู่’ตอกกลับ-อย่าโยงการเมือง
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ตนมีข้อมูล ไม่ได้เปิดโซเชี่ยลอย่างเดียว แต่เอาข้อมูลทั้งหมดมาบริหารจัดการ ไม่ได้มีอำนาจแล้วสั่งทั้งหมดได้เลย แต่ฟังหมอและกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง พร้อมดูมาตรการ ตลอดจนการให้ได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด ไม่ได้อยากให้ช้า อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าพูดกันแต่ปัญหาขัดแย้งก็จะไม่เกิดอะไรใหม่ ซึ่งตนเป็นห่วงการพูดเรื่องวัคซีน จะทำให้เป็นปัญหา ไม่อยากให้เอาเรื่องนี้มาเป็นปัญหาการเมือง ต้องระมัดระวังและรับผิดชอบกันด้วย ขอให้จำคำพูดตน ถ้าอะไรที่ตกลงไว้แล้วไม่ได้ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ต้องเห็นใจคนทำงาน เพราะการพูดมันง่าย แต่เวลามาทำงานไม่รู้เป็นอย่างไร แต่พูดเร็ว ดูดี ดูเก่ง หากมาทำดูเอง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกวัคซีนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับประเทศ
‘อนุทิน’โต้ลั่นไม่ล่าช้า
ด้านนายอนุทิน ชี้แจงโดยระบุว่า สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ตนได้มาเจอกับบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเป็น ส.ส.ในสภา มากล่าวโกหกให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ท่ามกลางโรคระบาดที่ร้ายแรง แทนที่จะให้กำลังใจ กลับนำข้อมูลทางโซเชี่ยล ไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาเผยแพร่ในสภา บอกว่าตนน่ารังเกียจ แต่เดินเจอกันหน้าห้องน้ำ เข้ามากราบแทบอก และถ้าตนเอาแอลกฮอล์ฉีดตรงที่เนกไท คุณจะรู้สึกอย่างไร
นายอนุทินชี้แจงถึงการจัดซื้อวัคซีน พร้อมยืนยันภายในเดือนก.พ.จะได้วัคซีนล็อตแรก 2 ล้านโดสและจะพยายามฉีดให้เร็วที่สุด ภายในเดือนมี.ค.วัคซีนล็อตที่สองจะมาถึงไทย 8 แสนโดส และเดือนเม.ย. 1 ล้านโดส และปลายเดือนพ.ค.หรือต้นเดือนมิ.ย. วัคซีนที่ผลิตในไทยยี่ห้อแอสตราเซเนกา ไม่ใช่สยามไบโอไซเอนซ์ จะทำการส่งและฉีดให้คนไทยครบถ้วน
ซัดพูดบั่นทอนคนทำงาน
“เราได้บริหารจัดการวางแผนเป็นระบบ ไม่ไปลบหลู่ดูหมิ่น พูดสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจคนทำงาน ไม่ใช้วาจาสามหาว พูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับวาระการอภิปราย กลิ่นหนูตายเน่าพอๆ กับกลิ่นปากเหม็น ไม่ต่างกัน แต่ผมเชื่อว่ายังทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และประเทศ ได้มากกว่า เอาไว้ท่านมีโอกาสเข้ามาก่อน ค่อยมาพิสูจน์กัน ยืนยันว่าวัคซีนที่จะให้คนไทยเหมะสม เข้าถึงง่ายที่สุด ไม่มีวันถูกตัดคิว ไม่มีวันถูกคนอื่นมาแย่ง อะไรที่เรามั่นใจว่าเพียงพอแล้ว สามารถให้บริการประชาชนได้ครบถ้วน และเรายังมีทางเลือกอื่นอีกมาก” นายอนุทินกล่าว

ปูฉีดแล้ว – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมคำบรรยายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนไทย ทุกคนจะได้มีโอกาสฉีดวัคซีนในเร็วๆ นี้
ปูโชว์ฉีดวัคซีน-บ่นคิดถึงคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ส.ส.อภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นการจัดซื้อวัคซีนโควิดล่าช้า ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพขณะฉีดวัคซีนโควิดพร้อมระบุว่า วันนี้ที่ดูไบ ตนมีโอกาสฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม เพื่อป้องกันโรคโควิด รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้จัดสรรวัคซีนจาก 2 บริษัทให้ประชาชนทั้งหมดและผู้อยู่ที่นี่ทุกคน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถือหลักนโยบายให้ความสำคัญอย่างสมดุลต่อการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อและคุณภาพชีวิต และนอกจากฉีดวัคซีนแล้ว ยังต้องหมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากและเพิ่มการเว้นระยะห่างก็มากขึ้นจากเดิม 2 เมตรเป็น 3 เมตร ทำให้เมืองดูไบยังเดินหน้าประกอบธุรกิจการค้า รองรับนักท่องเที่ยวได้ ทำให้ตนอดคิดถึงประชาชนคนไทยไม่ได้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะมีโอกาสฉีดวัคซีนในเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดประเทศให้เกิดธุรกิจการค้าได้โดยเร็ว
ทักษิณย้ำดูไบฉีดให้ทุกคน
ต่อมานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กโดยแชร์โพสต์จากน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมระบุว่า รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีนโยบายฉีดวัคซีนให้ประชาชนและผู้อาศัยทุกคน สำหรับตนได้รับการยกเว้น เพราะป่วยด้วยโรคโควิด-19 ตั้งแต่ส.ค. 2563 ขอให้คนไทย ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดีเช่นกัน ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิดนี้ด้วยกัน
พท.แฉเครือข่ายแรงงานเถื่อน
เวลา 15.40 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายโจมตีความล้มเหลวในการแก้โควิดของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นโรคเอ็นพีดี หรือโรคหลงตัวเอง ซึ่งมีอาการ 17 อย่าง เช่น ไม่ยอมรับความผิดของตนเอง มักโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้ามา มีการจัดระบบเพื่อประมูลส่วยตั้งแต่ปี 57 หรือหลังรัฐประหารเป็นต้นมา โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ และมีการออกพ.ร.ก.เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามา
ขบวนการนี้ บิ๊ก ป. โดย ป.2 ปี 57 วางระบบ เก็บส่วย ป.1 รวบอำนาจและรับส่วยต่อ โดยมี บิ๊ก ป.4 รุ่น 36 พ.ต.อ.รุ่น 42 ดาบ จ. 11/1 ขอเรียกว่าดาบ จ. 120 ล้าน นาย ย. 11/2 นาย จ. 11/3 เจ๊ อ. 11/4 และเสี่ย อ. 11/5 กทม. ร่วมขบวนการ ตนเรียกกลุ่มนี้ว่า ‘กลุ่ม 11’ มีพื้นที่เป้าหมายผ่านเข้ามาที่จ.ตาก มากรุงเทพ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร คาดมีแรงงานเถื่อนเข้ามากว่า 2 ล้านคน หากปูพรมตรวจต้องเจอจำนวนมาก แต่ปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อเพราะกลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์
ส่วยกาสิโน-คอลเซ็นเตอร์
ต่อมาคือกลุ่มส่วยคนจีนทำกาสิโน และคอลเซ็นเตอร์ มี ป.2 วางระบบเก็บส่วย ส่งต่อ ป.1 ที่เป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล พ.ต.อ. ส.5 รุ่น 42 เป็นคนวางระบบส่วยคนแรง คนนี้เป็นสายตรง บิ๊ก ป.รุ่น 36 และมีหมวด ม.12/1 เป็นหัวหน้าทีม มี ด.ต.พ. 12/2 นายป. 12/3 นาย ผ. 12/4 นายบ. 12/5 สท.ท. 12/6 นาง ป. 12/7 และ นายป. 12/8 ร่วมขบวนการ กลุ่มนี้ตนเรียกว่า ‘กลุ่ม 12’ ส่งส่วยขึ้นไปให้ ป.2 และป.1 แต่ละคนต้องปิดหน้า ใส่ตัวย่อเพราะเป็นการกล่าวหา แต่ตน มีหลักฐานทั้งหมด ป.1 ป.2 ป.4 ปฏิเสธได้หรือไม่ หลักฐานมันฟ้อง เวลามีคดี จับกุมคุมขัง คดีเงียบหมด หากไม่มีการรู้เห็นเป็นใจคดีจะเงียบหายได้อย่างไร
แม้จะปิดชื่อไว้แต่ในข้อกล่าวหาตนกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ที่กำกับดูแล และเข้าไปเกี่ยวข้องกระบวนการนี้อย่างชัดเจน ตนไม่ไว้วางใจให้พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ถือเป็นการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตนจะร้องศาลฎีกากับพวกท่านด้วย
ป้อมขอเวลาสอบลอบขนแรงงาน
เวลา 17.26 น. พล.อ.ประวิตร ลุกชี้แจงเป็นครั้งแรก กรณีถูกนพ.ชลน่าน อภิปรายเรื่องแรงงานต่างด้าวและขบวนการหลบหนีเข้าเมืองว่า ตนยังไม่เคยเห็นแผนภูมิข้อมูล ที่มีการนำมาอภิปรายแสดง ต้องขอเวลาไปสอบสวนดูเรื่องขบวนการหลบหนีเข้าเมือง ได้ดำเนินการมาอย่างไร เพราะเป็นเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ต้องขอเวลาก่อน เมื่อได้รายละเอียดเรียบร้อยจะมาชี้แจงให้รับทราบต่อไป ส่วนเรื่องการปฏิญาณตนรับธงชัยเฉลิมพลที่บอกตนไม่ได้กล่าวข้อความเต็มเช่นเดียวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญนั้น เป็นคนละกรณีกัน ข้อความก็แตกต่างกัน เป็นเรื่องของธงชัยเฉลิมพลที่ตนนำทหารไปรับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวล
ตู่ลั่น3ป.ไม่รับเงิน-ขู่เจอกันในศาล
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงยืนยันว่าไม่ได้ลุอำนาจ ใครจะว่า ใครจะด่า ดูถูกหรือเหยียดหยามตนก็นั่งฟังอยู่ตรงนี้ ซึ่งมันไม่ควรก็ทนเพราะเป็นประชาธิปไตย เรื่องโควิด เป็นเรื่องใหม่ เป็นโรคที่ติดจากคนสู่คน ไม่เหมือนโรคก่อนหน้านี้ที่ติดจากสัตว์สู่คน มีการฆ่าไก่ ง่ายกว่าตอนนี้หรือไม่ อันนี้เป็นคน มนุษย์เราฆ่ากันไม่ได้ รัฐบาลไหนทำก็ไม่รู้เหมือนกัน ไก่ก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
“การลักลอบเข้าเมือง มีเรื่องทุจริต ผิดกฎหมาย มีการเรียกรับผลประโยชน์ ยืนยัน 3 ป. ไม่มีรับเงิน เดี๋ยวไปพิสูจน์มา หาประจักษ์ พยานมาแล้วไปสู้กับผมในคดี ในนี้ท่านพูดได้ ไม่เป็นไร ผมก็พูดได้เช่นกัน แต่ก็ต้องรักษากิริยา รู้ว่าท่านต้องการให้ผมโมโห ยากครับๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า ตนรังเกียจคนทำผิดกฎหมาย รังเกียจเงินชั่วๆ ที่ได้มาจากการทำความผิด รังเกียจลูกน้องเลวๆ ที่บอกว่าโรคหลงตัวเองมีอาการ 17 อย่างนั้น สิ่งที่ตนไม่มี คือการทุจริตจนคุ้นชิน พวกตนไม่เคยเป็นอย่างนั้น ท่านพูดให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่จะผิดถูก ไปว่าในกระบวนการยุติธรรม ในสภาอยากให้พูดให้เกียรติกัน ส่วนที่โจมตีการเฝ้าระวังโควิด ตนชี้แจงแล้วแต่ฝ่ายค้าน ก็ยังนำมาตี เอาไว้ท่านเป็นรัฐบาลก็แล้วกัน อวยพรอยากให้เป็น แต่จะได้เป็นหรือไม่ก็ไม่รู้
ก้าวไกลซัดขนม็อบชนม็อบ
เวลา 16.50 น. น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.ก้าวไกล อภิปรายถึงความล้มเหลวของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ทั้งในส่วนการแก้ปัญหาการจ้างงาน และการลดจ่ายสมทบเงินประกันสังคม และการนำเงินไปใช้ 8 หมื่นล้าน ทั้งที่รัฐบาลมีหนี้ค้างจ่ายส่วนนี้ทั้งหนี้เก่าหนี้ใหม่กว่า 1.8 แสนล้านบาท และบกพร่องทำให้แรงงานเถื่อนเข้ามาแพร่เชื้อโควิด
น.ส.วรรณวิภายังกล่าวถึงการชุมนุมหน้าสภา วันที่ 17 พ.ย. 2563 มีข่าวว่านายสุชาติ ขนม็อบเสื้อเหลืองมาชนม็อบ ตกค่ำมีการใช้อาวุธปืนยิง โดยคนที่นำม็อบมาเป็นทั้งทีมงานในสำนักงานส.ส. เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวรัฐมนตรีใช่หรือไม่ อดคิดไม่ได้ว่าที่กระบวนการ ยุติธรรมล่าช้า เพราะเป็นคนของรัฐมนตรี ใช่หรือไม่
‘สุชาติ’ปัดจ่ายเงิน-ยันไม่ได้ขนมา
ต่อมาเวลา 18.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ชี้แจงว่ายอมรับว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ได้ใช้เงินกองทุนประกันสังคม ช่วยเหลือเยียวยา ส่วนข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่นทางการเมืองนั้น ยอมรับว่าบุคคลที่น.ส.วรรณวิภา พูดถึงเป็นคนที่ตนรู้จัก เป็นคนชลบุรีจริง ตนเป็นผู้แทน จ.ชลบุรี 10 กว่าปี รู้จักคนเยอะ สนิทกับคนเยอะมาก แต่ตนไม่ได้เป็นคนสนับสนุนเขา ตนมีเพื่อนอีกหลายคนที่มา ในวันนั้น แต่ไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งของตน ยืนยันตนไม่ได้จ่ายเงินเขา เขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ วันเกิดเรื่อง ตนยังเป็นห่วงว่า คนชลบุรีไปกี่คน ตนยังไม่รู้เลย
โจ้ขู่ฟ้องศาลปมสัมปทานรถไฟฟ้า
ต่อมาเวลา 19.16 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พท. อภิปรายกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สมคบ รู้เห็นเป็นใจ ดำเนินการ ต่อขยายสัมปทานสายสีเขียว ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ หนีพ.ร.บ.ร่วมทุน ขัดมติ ครม.ปี 2561 กระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ผูกขาดตัดตอน เอื้อเจ้าสัวรายเดียว หากนำเรื่องขยายสัมปทานออกไปอีก 40 ปีเข้าครม. พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกระทำขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ที่ผ่านมาท่านต้องเสีย รมว.คลังไปแล้วถึง 2 คนเพราะไม่กล้าเซ็นต่อสัญญา สงสัยว่าเจ้าสัวบีทีเอสมีอะไร ทำไมนายกฯ ถึงเกรงใจ
นายกฯย้อนอย่าจินตนาการเลยเถิด
ต่อมาเวลา 20.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า สัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 30 ปี จะสิ้นสุดปี 2572 ในช่วงส่วนต่อขยาย รฟม.เป็นผู้ก่อสร้าง ต่อมามติครม.ปี 2561 ให้กทม.รับมาดำเนินการแทน รวมถึงภาระหนี้ต่างๆด้วย ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามราคาที่กล่าวอ้างว่า 104 บาท แต่อยู่ระหว่างการหารือ และในคำสั่งคสช. ไม่ได้ระบุหรือบังคับให้ทำสัญญากับเอกชนรายเดิมต่อไป อีก 40 ปี จึงอย่าพูดเกินเลย คิดเลยเถิดว่า จะขึ้นราคา ในส่วนที่บอกว่าตนผิดรัฐธรรมนูญ ตนก็ไม่ใช่ศาล แต่ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็สุดแล้วแต่ศาล