ติดจาก3คนไข้ที่สารคาม
ปทุมฯเพิ่ม15-ยอดพุ่ง400
ศบค.ผ่อนคลายอีก-ปรับสีจว.
หมอเสียชีวิตเซ่นโควิด-19 รายแรก เผยรักษา ผู้ป่วยโควิด 3 รายจากคลัสเตอร์โต๊ะแชร์มหาสารคามจนตัวเองติดเชื้อด้วยก่อนส่งตัวไปรักษาที่ขอนแก่น อาการทรุดก่อนสิ้นใจ สธ.ร่วมอาลัย ยกย่องเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเททำงานเสียสละรักษาคนไทยแม้จะเกษียณแล้ว ส่วนที่มหาสารคามพบติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย สาธารณสุขปทุมธานีพบติดเชื้อเพิ่มอีก 15 ยอดพุ่ง 400 รายแล้ว ส่วน
ที่นครปฐมเจอ 10 ราย ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 150 ราย จากสมุทรสาครมากสุด 88 รายพร้อมผ่อนล็อกอีก ปรับสีจังหวัด กระทรวงต่างประเทศระบุคนไทยในนอร์เวย์ป่วยโควิด20 ราย แต่ยอดต่ำกว่าชาติอื่น
ป่วยโควิดใหม่เพิ่ม 150
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 110.42 ล้านราย เป็นรายใหม่ 3.92 แสนราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 11,344 ราย สะสม 2.44 ล้านราย โดย 10 ประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุด มีการติดเชื้อลดลง เช่นสหรัฐอเมริกา เคยรายงานวันละ 3-4 แสนรายใหม่ แต่วันนี้ลดลงเหลือ 71,000 ราย
สำหรับประเทศไทยวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 150 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 148 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย หายป่วย 249 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ส่งผลให้ผู้ป่วยรวมสะสม 25,111 ราย รักษาหายแล้ว 23,946 ราย เหลือรักษาอยู่ 1,083 ราย และ ผู้เสียชีวิตสะสม 82 ราย ส่วนระลอกใหม่ผู้ติดเชื้อสะสม 20,874 ราย หายสะสม 19,769 ราย เสียชีวิตสะสม 22 ราย
มหาชัยเจออีก 88-กทม.5
ผู้ป่วยรายใหม่มาจาก 1.สมุทรสาคร 88 ราย สะสม 15,754 ราย 2.กทม. 5 ราย สะสม 934 ราย และ 3.จังหวัดอื่นๆ 49 ราย เมื่อแยกตามประเภทผู้ป่วย พบว่า 1.มาจากระบบเฝ้าระวังฯ 38 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 26 ราย ปทุมธานี 3 ราย กทม. 5 ราย มหาสารคาม 1 ราย ตาก 1 ราย นครปฐม 1 ราย และพระนครศรีอยุธยา 1 ราย 2.คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 104 ราย ได้แก่ ปทุมธานี 42 ราย และ สมุทรสาคร 62 ราย และ 3.ต่างประเทศ 8 ราย ได้แก่ แอฟริกาใต้ และบาห์เรน ประเทศละ 2 ราย ปากีสถาน บังกลาเทศ ยูกันดา และไนจีเรีย ประเทศละ 1 ราย
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ผู้ติดเชื้อในอยุธยาเป็นแรงงานพม่าในโรงสีข้าว ป่วยไม่มีอาการ พบการติดเชื้อจากกระบวนการคัดกรองขึ้นทะเบียนแรงงาน และสอบสวนโรคเพิ่มเติมในบ้านพัก สำหรับกราฟแสดงให้เห็นถึงตัวเลขคัดกรองเชิงรุกและระบบเฝ้าระวังฯ ดูลดลงจากที่ผ่านมา จากข้อมูล ศบค.พบว่าคนกลับมาจากแอฟริกาใต้ เป็นหญิงไทยอายุ 2 ขวบ และ 41 ปี อาชีพแม่บ้านติดเชื้อ
ปทุมฯติดเชื้อแล้ว 437-ลาม 9 จว.
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อที่รายงาน ของจ.ปทุมธานีไม่ได้มาจากตลาดพรพัฒน์เพียงแห่งเดียว เนื่องจากมีการตรวจเชิงรุกในตลาดพรพัฒน์ ตลาดสุชาติ ตลาดรังสติ ชุมชนและบ้านพักใกล้เคียง ประมาณ 4 พันราย พบการติดเชื้อ 359 ราย แต่วันนี้ล่าสุดรายงานเพิ่มเป็น 437 ราย ทั้งนี้จะมีการตรวจให้ได้วันละหมื่นราย เพื่อดูว่าการติดเชื้อลดลงหรือไม่ อยู่ในการควบคุมหรือไม่ ซึ่งช่วงแรกมีอัตราการติดเชื้อ 20% แต่เมื่อตรวจเพิ่มขึ้นพบการติดเชื้อลดลงเหลือ 4% หากตรวจจำนวนมากแล้วอัตราติดเชื้อลดลงก็แสดงว่าเราควบคุมได้
อย่างไรก็ตาม จากกรณีปทุมธานีมีการติดเชื้อไปในอีก 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก 7 ราย, กทม. 4 ราย, เพชรบุรี 4 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, สระบุรี 3 ราย, พระนครศรีอยุธยา 2 ราย, อ่างทอง 2 ราย นครราชสีมา 1 ราย, และนนทบุรี 1 ราย ทั้งนี้ ย้ำว่าตลาดมีความสำคัญในการใช้ชีวิต ไม่อยากปิดให้เกิดผลกระทบ จึงขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
ปรับสีคุมโควิด-มหาชัยยังสีแดง
พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจการผ่อนคลายมาตรการในวันนี้ มีข้อเสนอในการปรับลดมาตรการโดยจะปรับระดับสีของพื้นที่ โดย 1.พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) จากเดิม 35 จังหวัดเสนอเพิ่มเป็น 54 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท นครราชสีมา นครสวรรค์ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบูรณ์ สุโขทัย สุราษฎร์ธานี อุทัยธานี กระบี่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง นครพนม ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช น่าน บึงกาฬ ปัตตานี พะเยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี อ่างทอง สระแก้ว จันทบุรี สิงห์บุรี ตราด ปราจีนบุรี และลพบุรี
2.พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 17 จังหวัด ลดลงเหลือ 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระนอง ชลบุรี ระยอง ชุมพร สงขลา ยะลา และนราธิวาส
3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 20 จังหวัดเหลือ 8 จังหวัด ได้แก่ กทม. สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก และราชบุรี 4.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 1 จังหวัด หรือสีแดง คือ สมุทรสาคร
“สถานการณ์แนวโน้มดีขึ้น แม้จะพบการติดเชื้อในหลายจังหวัด แต่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พิจารณาแล้วว่าน่าจะผ่อนคลายพื้นที่ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นแค่ข้อเสนอ โดยจะเสนอ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาวันที่ 22 ก.พ.ต่อไป รวมถึงจะผ่อนคลายมาตรการอะไรบ้างขอให้ติดตามต่อไป” พญ.อภิสมัยกล่าว
สลด‘หมอ’เสียชีวิตโควิดรายแรก
วันเดียวกัน เวลา 07.00 น. เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ คุณวีโร เอ็งเต็กตึ๊ง (มูลนิธิคุณวีโรกุศลสงเคราะห์) โพสต์ข้อความไว้อาลัย นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ ผู้ป่วยโควิด-19 จากระลอกใหม่รายที่ 18 ของจ.มหาสารคาม ซึ่งติดเชื้อหลังจากตรวจผู้ป่วยโควิด-19 คลัสเตอร์กลุ่มงานเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะแชร์ ได้เสียชีวิต
ลูกชายโพสต์ไว้อาลัยพ่อ
ต่อมาเฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อ Natthawarot Hanphanitphan บุตรชายของนพ.ปัญญา กล่าวไว้อาลัยต่อบิดา โดยมีข้อความว่า “คุณพ่อผมเสียแล้วครับช่วงตี 1 กว่าๆ ผมรักป๊านะ ผมรู้สึกมหัศจรรย์ที่ได้อยู่ใกล้ๆ คุณพ่อ ทุกคนรักและเคารพคุณพ่อ ป๊าเป็นคนที่น่าทึ่ง ป๊าคือฮีโร่ของผม ผมโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกป๊า ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอด สอนผมให้เป็น คนดี น้ำตาผมไหลจนได้ ขอให้ป๊าไปสู่สวรรค์นะครับ ทุกๆคนรักป๊านะครับ”
ต่อมาโลกโซเชี่ยลเห็นและเข้ามาแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยกันจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไทม์ไลน์ นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ มีประวัติตรวจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่คลินิก 3 ราย คือวันที่ 13 ม.ค. 64 เวลา 18.00 น. ตรวจผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รายที่ 11 ของจังหวัด ซึ่งมาตรวจรักษาด้วยอาการไข้ วันที่ 14 ม.ค. 64 ตรวจผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รายที่ 9 มาตรวจรักษาด้วยอาการไอ ไม่มีไข้ที่คลินิก และวันที่ 25 ม.ค. มีผู้ป่วยติดเชื้อโรคใหม่รายที่ 2 มาตรวจรักษาด้วยอาการไข้สูงที่คลินิก นพ.ปัญญาจึงส่งคนไข้ไปรักษาต่อที่คลินิกโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่โรงพยาบาลสุทธาเวช ม.มหาสารคาม
ต่อมาวันที่ 28 ม.ค.64 ในช่วงเย็นทราบว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 2 ของจังหวัดมาตรวจรักษาที่คลินิกตน จึงปิดคลินิกและกลับบ้านพักผ่อน ไม่ได้ออกไปไหน แยกห้องนอนและเริ่มเก็บตัว และช่วงเช้าวันที่ 29 ม.ค. เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดครั้งที่ 1 ที่โรงพยาบาลสุทธาเวช ทางโรงพยาบาลแจ้งผลการตรวจไม่พบเชื้อ จึงกลับมาบ้านและพักผ่อนโดยเก็บตัวเองเช่นเดิม ต่อมาวันที่ 31 ม.ค. มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว คล้ายจะเป็นไข้ และในวันที่ 1 ก.พ. ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ครั้งที่ 2 พร้อมกับมีอาการไข้ ผลพบเชื้อโควิด-19 จึงถูกส่งตัวเข้ารับ การรักษาตัวต่อที่หอผู้ป่วยเฉพาะโรค ร.พ. มหาสารคาม โดยอาการขณะนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ดี แพทย์ให้ยาและดูแลอย่างใกล้ชิด
ต่อมาย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ประมาณ 1 สัปดาห์ และเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 18 ก.พ. ถือว่าเป็นแพทย์คนแรกในประเทศที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19
นับเป็นรายที่ 83 ของไทยที่เสียชีวิตจากโควิด
ขรก.แห่อาลัย-เคารพศพ
ส่วนที่มูลนิธิคุณวีโรกุศลสงเคราะห์ (เอ็ง เต็ก ตึ๊ง) ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพนพ.ปัญญา บรรยากาศภายในงานมีญาติและเพื่อนข้าราชการ แพทย์ พยาบาลที่ทราบข่าว ทยอยเดินทางมาร่วมเคารพศพอย่างต่อเนื่อง โดยทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย และวัดอุณหภูมิคัดกรองก่อนเข้าร่วมงาน
จากนั้นจะเคลื่อนย้ายศพไปฌาปนกิจที่วัดกลางโกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
นางจิตตินนุช หาญพาณิชย์พันธุ์ ภรรยาของนพ.ปัญญากล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ถือว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างทำใจ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว อยากจะขอให้ประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพ การ์ดอย่าตก และปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ครอบครัวทราบถึงกระแสการให้กำลังใจแก่สามีแล้ว ตนรู้สึกตื้นตันใจมาก ไม่คิดว่าจะมีพี่น้องชาวจ.มหาสารคามรักและระลึกถึงสามีตนมากขนาดนี้ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
ด้านนายปานปราชญ์ หาญพาณิชย์พันธุ์ บุตรชายนพ.ปัญญากล่าวว่า “พ่อเป็นแพทย์ที่ชอบช่วยเหลือคนไข้ เวลาที่ใครมารักษากับคุณพ่อ ท่านก็จะดูแลคนไข้เต็มที่ทั้งที่ โรงพยาบาลและที่คลินิก แม้อาการติดเชื้อ โควิดจากการตรวจคนไข้ จนนำมาสู่การเสียชีวิตของคุณพ่อ แต่ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและเต็มภาคภูมิของความเป็นแพทย์ จนวาระสุดท้าย ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจคุณพ่อจนถึงวินาทีสุดท้าย ขอบคุณจากใจ จากครอบครัวของนายแพทย์ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์”
นพ.ปัญญา อายุ 66 ปี ตลอดชีวิตการรับราชการ 35 ปี รับราชการที่ร.พ.มหาสารคาม โดยเกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2558 แต่ยังคงให้การรักษาคนไข้ในคลินิกส่วนตัว
เผยอาการทรุดลงเรื่อยๆ ก่อนสิ้นใจ
ด้านนพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และนพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผอ.ร.พ.ศรีนครินทร์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ส่งตัวจากจ.มหาสารคามมารักษาและเสียชีวิต 1 ราย ที่ร.พ.ศรีนครินทร์
นพ.สมชายโชติกล่าวว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ศรีนครินทร์ คือนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ อายุ 66 ปี เสียชีวิต เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายนี้เป็นรายที่ 18 ของจ.มหาสารคามในการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยไทม์ไลน์ระบุว่า วันที่ 13, 19 และ 25 ม.ค. 64 เปิดคลินิกและมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยเสี่ยงสูง ซึ่งมาตรวจที่คลินิกดังกล่าว และวันที่ 28 ม.ค. คุณหมอปัญญาไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ จึงได้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน และในวันที่ 31 ม.ค. มีอาการไข้และปวดเมื่อยตามตัว จึงเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ผลการตรวจพบว่า นอกจากมีไข้แล้ว ยังมีอาการถุงลมโป่งพองร่วมด้วย ประกอบกับเป็นผู้สูงอายุ จึงนอนรักษาตัวที่ร.พ.มหาสารคามตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.พ. และการตรวจร่างกายพบว่ามีปอดอักเสบ มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ แพทย์จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจ พร้อมประสานร.พ. ศรีนครินทร์ เพื่อส่งตัวมารักษาอาการต่อ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. โดยทีมแพทย์พยายามรักษา ทุกวิธี แต่อาการของผู้ป่วยทรุดลงเรื่อยๆ ประกอบกับสภาพร่างกายที่เป็นผู้สูงอายุ จึงทำให้เสียชีวิตเมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้
‘อนุทิน’เสียใจสิ้น‘หมอปัญญา’
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณี นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ เสียชีวิตจาก โควิดว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ นพ.ปัญญาจะไม่ใช่แพทย์ในสังกัดสธ. แต่ก็เป็นแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด ซึ่งไม่ควรเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตนมอบหมายให้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.ลงไปติดตามสอบสวนโรคเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยติดโควิด คือติดเชื้อมาก่อนแล้วไม่ทราบ หรือทราบแต่ไม่อยู่ร.พ. ทั้งที่ต้องอยู่ ต้องสอบสวนอย่างละเอียด จริงๆ ตนอยากลงพื้นที่ไปดูเอง เพราะเป็นเรื่องใหญ่
นายอนุทินกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความรู้สึกแย่ คุณหมอท่านนี้ติดโควิดจากคนที่ไปรักษา ตนกำลังสืบสวนไทม์ไลน์ว่าถ้าคนที่ไปรักษาเป็นโควิด แต่เขายังไม่รู้ตัวว่าเป็นโควิดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขารู้ว่าเป็นโควิด แล้วไปรักษา ถือว่าเรื่องใหญ่ ต้องสอบสวนกันระนาวเลย เพราะปกติคนที่ติดเชื้อแล้วจะไปไหนไม่ได้ ถ้าเขารู้ว่าเป็นโควิดจะต้องถูกกักตัวทันที และจะต้องถูกนำไปรักษาที่โรงพยาบาล ตนยังคิดว่าตอนที่ผู้ป่วยคนนี้เป็นไข้และไปหาหมอ คงยังไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโควิด และคุณหมอที่เสียชีวิตก็คงคิดว่าใส่หน้ากากอนามัยแล้ว แต่เวลาที่รักษาคนไข้ทราบว่าใช้เวลานาน
“ผมสงสารมาก เพราะหมอท่านนี้ถือเป็นรายแรกที่ติดเชื้อและเสียชีวิต และเป็นแพทย์ด้วย ยอมรับว่าผมจิตตกเหมือนกัน ทราบว่าคุณหมอดูว่าติดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่เชื้อค่อยๆ เข้าไปทำลายระบบต่างๆ ถึงแม้จะถึงมือหมอแล้วก็ตาม และบังเอิญคุณหมอท่านนี้ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงพอดี อายุ 66 ปี และทราบว่ามีโรคประจำตัว ซึ่งเชื้อลุกลามไปที่ปอดด้วย กรณีนี้ถือเป็นความเสียสละ ผมถึงบอกว่าคนอภิปรายหมอ อยากให้ดูกรณีแบบนี้ เพราะหมอบางคนเกษียณไปแล้วก็ยังรักษาคนไข้จนตัวเองเสียชีวิต ฟังแล้วเราก็รู้สึกแย่ ผมจะเดินทางไปคารวะท่านด้วย” นายอนุทินกล่าว
สธ.ชี้เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนพ.ปัญญา ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หลังจากให้การรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่คลินิกส่วนตัว จำนวน 3 ราย โดยแพทย์ท่านนี้เคยรับราชการเป็นแพทย์อายุรกรรมประจำ ร.พ.มหาสารคาม เป็นแพทย์ที่ดี เป็นที่รักใคร่ เคารพนับถือของประชาชน ภายหลังเกษียณอายุราชการยังคงให้การดูแลรักษาประชาชน และทำงานช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการสูญเสียบุคลาการแพทย์ที่มีความตั้งใจทำงานสร้างประโยชน์ให้กับสังคมมาโดยตลอด ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนเมื่อป่วยขอให้ป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงที่ชุมชน ที่สำคัญเมื่อไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลขอให้แจ้งความเสี่ยงของตนเอง อย่าปกปิด ให้ข้อมูลเป็นจริงแก่แพทย์ผู้รักษาและบุคลากรทางการแพทย์ทราบด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก
ด้านนพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า ประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ควบคุมโรคได้ ตอนนี้มี 58 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อเลยมากว่า 7 วัน โดยจำนวนนี้ 14 จังหวัดไม่มีการติดเชื้อในระลอกใหม่มาก่อน สำหรับกรณีมหาสารคามยังพบผู้ป่วย 1 ราย สัมผัสกับผู้ติดเชื้อจากวงเลี้ยงแชร์ เป็นภรรยาที่ติดจากสามีที่ไปร่วมโต๊ะแชร์ ตอนนี้ติดเชื้อรวม 20 คน
“สำหรับกรณีนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ อายุ 66 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์รายแรกของไทยที่เสียชีวิตจากเชื้อโควิด 19 ถือเป็นผู้เสียสละ เนื่องจากท่านมีโรคประจำตัวหนัก มีโรคประจำตัวมะเร็งต่อมลูกหมากกระจายไปปอด ก็ยังรักษาผู้ป่วยใกล้ชิดดูแลอย่างดีต่อเนื่อง โดยรักษาผู้ป่วย 2 แห่ง คือคลินิกโรคไต และคลินิกปัญญา พบผู้ติดเชื้ออาการไม่มากจากคลัสเตอร์วงโต๊ะแชร์มาตรวจรักษา แต่ไม่ทราบว่าติดโควิดมาก่อน ในช่วงวันที่ 13 ม.ค. 14 ม.ค. และ 25 ม.ค. เมื่อทราบว่าผู้ป่วยติดเชื้อ ก็ไม่ไปทำงาน พยายามไม่พบผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้สัมผัสใกล้ชิด ไปตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 29 ม.ค. ไม่พบเชื้อ ต่อมามีอาการไข้ปวด ครั่นเนื้อครั่นตัว วันที่ 31 ม.ค.ตรวจซ้ำ วันที่ 1 ก.พ.เข้ารับรักษา วันที่ 2 ก.พ. อาการไม่ค่อยดีและแย่ลง ใส่ท่อช่วยหายใจ ปอดอักเสบ ต่อมาอาการแย่ลงและเสียชีวิต เวลา 01.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงหลังตัดยอดแล้ว ตัวเลขเสียชีวิตจึงจะรายงานในวันที่ 19 ก.พ.”
มหาสารคามป่วยโควิดอีก 1
ด้านนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 63 ปี เป็นผู้ป่วยรายที่ 20 ของการระบาดระลอกใหม่ มีความเชื่อมโยงติดเชื้อจากสามี ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 12 ของ จ.ขอนแก่น ขณะนี้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว โดยทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ค้นหากลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 13 ราย และตรวจเพาะเชื้อแล้ว
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามโพสต์เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตอำเภอเมืองมหาสารคามเข้ารับการคัดกรองความเสี่ยงโควิด-19 ที่ศาลาวัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม ในวันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.00-12.00 น. หากเดินทางไปสถานที่ดังต่อไปนี้ 1.ร้านชัยอะไหล่ยนต์ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ช่วงวันที่ 4-15 ก.พ. 2.ร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อป สี่แยกโรงเรียนผดุงนารี ช่วงวันที่ 24 ม.ค. – 10 ก.พ. และ 3.วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม ช่วงวันที่ 12-13 ก.พ. ส่วนผู้ที่อยู่นอกเขตอำเภอเมืองมหาสารคามให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน
ขณะนี้ จ.มหาสารคามพบผู้ป่วยยืนยันของการระบาดระลอกใหม่สะสม 20 ราย
ผู้ว่าฯย้ำงานย่าโมงดจัดทุกพื้นที่
วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจ.นครราชสีมาว่า หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย ที่ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา จากการเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ จะต้องมีการยกระดับในการควบคุมดูแล เนื่องจากทั้ง 2 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และผู้ป่วยที่เป็นพ่อที่ติดเชื้อหลังจากเดินทางมาจากจ.ปทุมธานีไปร่วมงานศพ และพบปะญาติพี่น้องชาวบ้านจำนวนมาก รวมทั้งให้สอบสวนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในงานศพด้วยหรือไม่ พร้อมสั่งการให้สาธารณสุขเข้าไปตรวจหาเชื้อเชิงรุกกับประชาชน ทั้ง 2 หมู่บ้านเป็นระยะ เพื่อควบคุมโรค และไม่ให้เข้าออกหมู่บ้านโดยเด็ดขาด คาดว่าจากสถานการณ์น่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ราย
“สำหรับมาตรการป้องกันโรคได้กำชับให้ทั้ง 32 อำเภอเข้มงวดในการป้องกันโรค โดยเฉพาะการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าว สุรนารี ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 มี.ค.นี้ ทางจังหวัดสั่งให้งดการจัดทุกพื้นที่ คงไว้เพียงพิธีรำบวงสรวงเท่านั้น และจะต้องมีผู้รำไม่เกิน 600 คนต่อรอบรำ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้นอีกครั้ง”

หนีกลับไทย – ทหารจับกุม 13 คนไทยทำงานในบ่อนกาสิโน จ.เมียวดี ประเทศ เมียนมา ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก นำไปตรวจคัดกรอง และกักตัวตามมาตรการควบคุมโรคโควิด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.
จับ13คนไทยหนีกลับจากเมียนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่มว.ข่าวกรองทางสัญญาณที่ 1 ชุดซักถามกกล.นเรศวร ทหารชุดฉก.ร.4 ตรวจสอบป่าอ้อยในหมู่บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 13 ปีเป็นคนไทยทั้งหมด หลบซ่อนอยู่ในบริเวณไร่อ้อย ช่วงเวลา 11.00 น.วันที่ 17 ก.พ. ซึ่งหลบหนีจากประเทศเมียนมาเข้ามาประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
โดยข้ามแม่น้ำเมย เข้ามาชายแดนไทย เป็นชาย 11 คน และหญิง 2 คน ขณะจับกุมพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ทราบชื่อนางไข่เล ไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ทะเบียน 1กง 720 ตาก เข้ามาในบริเวณดังกล่าว นำรายละเอียดบุคคลสัญชาติไทยมาให้
จากการสอบถามทั้งหมดให้การว่า พวกตนทำงานในบ่อนกาสิโนแห่งหนึ่งในจ.เมียวดี ของพม่าและลักลอบข้ามแม่น้ำเมยมาจากฝั่งประเทศเมียนมา เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 17 ก.พ. โดยหลบซ่อนอยู่ในบริเวณป่าอ้อย เพื่อรอรถจักรยานยนต์มารับไปส่งยังพื้นที่บ้านวังตะเคียนใต้ และมีหญิงไทย 2 คนซึ่งลักลอบข้ามแดนมา พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบิน และเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 13.30 น.
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำบุคคลสัญชาติไทย 13 คนไปตรวจวัดอุณหภูมิ และควบคุมตัวไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.แม่สอด และกักตัวที่โรงแรมภูอินน์ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด เพื่อรอดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนหญิงไทย 2 คนซึ่งเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตม.จ.ตาก ประสานตม.สนามบินดอนเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กทม.ติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เจ้าของร้านหมูกระทะติดเชื้อ
เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจ เชิงรุกโควิด-19 จากร.พ.แม่สอด และทีมสอบสวนโรคติดต่อจากสาธารณสุขอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่เข้าไปในเขตแนวตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา ที่หมู่บ้านแม่กุหลวง หมู่ที่ 1 ต.แม่กุ อ.แม่สอด หลังมีรายงานว่าตรวจพบหญิงไทย อายุ 40 ปี ประกอบอาชีพเปิดร้านหมูกระทะในหมู่บ้านแม่กุหลวงติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ทราบว่าติดมาจากแหล่งใดที่แน่นอน เบื้องต้นพบว่าสาวรายนี้มีอาการป่วยต้องสงสัย จึงขอเข้าตรวจโควิด-19 ที่ร.พ.แม่สอด ผลการตรวจพบติดเชื้อ ขณะนี้ถูกส่งตัวไปรักษาที่ร.พ.แม่สอด ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเป็นหมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดนต่างตกใจ พร้อมตั้งจุดตรวจคัดกรองบุคคลเข้าออกในหมู่บ้านอย่างเข้มงวด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมาทีมแพทย์ชุดตรวจเชิงรุกจากร.พ.แม่สอดลงพื้นที่ไปที่ร้านหมูกระทะซึ่งเป็นร้านหมูกระทะแห่งเดียวในหมู่บ้าน โดยนำตัวกลุ่มเสี่ยงทั้งที่ทำงานในร้านหมูกระทะกลุ่มญาติผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดสัมผัสสูงและสัมผัสต่ำกว่า 50 ราย ทั้งคนไทยและแรงงานเมียนมาไปตรวจหาเชื้อ
นอกจากนี้ฝ่ายปกครองอ.แม่สอดนำตัวกลุ่มเสี่ยงสัมผัสไปกักตัวที่พื้นที่กักตัวของรัฐเขตอ.แม่สอด พร้อมสั่งปิดร้านหมูกระทะที่ตรวจพบเจ้าของร้านติดเชื้ออย่างไม่มีกำหนด พร้อมระดมพ่นยาฆ่าเชื้อภายในร้านหมูกระทะและบ้านพักของผู้ป่วยและบ้านพักกลุ่มเครือญาติของผู้ป่วยในหมู่บ้านแม่กุหลวง
ขณะที่ทีมสอบสวนโรคร.พ.แม่สอดเร่งสอบสวนหาไทม์ไลน์ของผู้ป่วยโควิดเจ้าของร้านหมูกระทะรายนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว
ไทยในนอร์เวย์ติดโควิด20คน
วันเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทยกระจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ว่า มีคนไทยในนอร์เวย์ติดเชื้อโควิดประมาณ 15-20 คน และไม่มีผู้ใดมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต
นายธานีกล่าวต่อว่า รายงานข่าวของสถานีวิทยุ NPK P2 ของนอร์เวย์นำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในนอร์เวย์ โดยระบุว่า ชุมชนไทยมีอัตราการติดเชื้อต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มชาวต่างชาติอื่นๆ ในนอร์เวย์ รวมทั้งยังมีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่ากลุ่มชาวนอร์เวย์โดยทั่วไปอีกด้วย

โควิดคร่า – นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ แพทย์เจ้าของคลินิกใน จ.มหาสารคาม เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยติดเชื้อจากคนไข้กลุ่มโต๊ะแชร์ที่มารักษา นับเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่เสียชีวิตจาก โควิด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.