ผู้ปกครองป่วย
ปิดสตรีวิทยา2

ศาลสั่งจำคุก ‘ดีเจมะตูม’ 2 เดือน และปรับอีก 2 หมื่น คดีปาร์ตี้วันเกิดเสี่ยงโควิด หลังเข้าพบตร.อัยการยื่นฟ้องทันทีคดีละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าตัวสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่น โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ให้คุมความประพฤติ ต้องรายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง และห้ามมั่วสุม ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 130 ราย ส่วนที่ปทุมธานีเจอติดเชื้ออีก 26 ยอดพุ่ง 426 คนแล้ว พร้อมขยายปิดโรงเรียน 13 แห่งในเขตเทศบาลรังสิต ขณะที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 สั่งปิด 19-25 ก.พ. หลังพบผู้ปกครองนักเรียนติดเชื้อ ด้านชาวบ้านมหาสารคาม บุคลากรทางการแพทย์แห่อาลัย‘หมอปัญญา’ที่เสียชีวิตจากโควิด ‘บิ๊กตู่’ ร่วมอาลัยพร้อมส่งกระเช้าผลไม้มอบให้ครอบครัวหมอปัญญา

ไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 130

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 110.82 ล้านราย เป็นรายใหม่ 3.97 แสนราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 11,491 ราย สะสม 2.45 ล้านราย อัตราเสียชีวิต 2.2% หลายประเทศมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อลดลง นอกจากการกระจายวัคซีน ยังมีมาตรการออกมาอย่างเข้มข้นและบังคับใช้กันทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ฉีดแล้ว 186 ล้านโดส การจะบอกว่าตัวเลขลดลงเป็นผลจากวัคซีนอาจเร็วเกินไปที่จะสรุปเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าต้องรอให้ฉีดครบ 2 โดสและมากเพียงพอ ซึ่งสหรัฐฉีดครบ 2 ครั้ง อยู่ที่ 16 ล้านคน

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 130 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 116 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย หายป่วย 124 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยรวมสะสม 25,241 ราย รักษาหายแล้ว 24,070 ราย เหลือรักษาอยู่ 1,088 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 83 ราย ส่วนระลอกใหม่ผู้ติดเชื้อสะสม 21,004 ราย หายสะสม 19,893 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย อัตราเสียชีวิต 0.11% โดยผู้เสียชีวิต คือนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ อดีตแพทย์เกษียณ ร.พ.มหาสารคาม มีโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แม้เกษียณก็ยังเปิดคลินิกดูแลผู้ป่วย ถือเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลประชาชน ซึ่งท่านติดเชื้อสืบเนื่องจากการดูแลผู้ติดเชื้อรายที่ 2, 9, 11 ของมหาสารคามจากคลัสเตอร์โต๊ะแชร์ ระหว่างวันที่ 13-28 ม.ค.64 หลังจากนั้นวันที่ 29 ม.ค. ได้รับข่าวว่าผู้ป่วยติดเชื้อ จึงไปตรวจครั้งแรก ยังไม่พบเชื้อ วันที่ 31 ม.ค.เริ่มมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว คล้ายมีไข้ วันถัดมามีไข้ วันที่ 2 ก.พ. ตรวจครั้งที่ 2 ผลเป็นบวก รับการรักษาที่ร.พ.มหาสารคาม วันที่ 7 ก.พ. มีอาการปอดอักเสบ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตวันที่ 18 ก.พ.

“กรณีนพ.ปัญญาไม่ใช่บุคลากรสาธารณสุขรายแรกที่ติดเชื้อ ซึ่งตั้งแต่ 15 ธ.ค. 2563-18 ก.พ. 2564 มีการติดเชื้อ 36 ราย แต่นพ.ปัญญาเป็นรายแรกที่เสียชีวิต โดยทั้งหมด 36 รายติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน 6 ราย ซึ่งไม่เฉพาะแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ผู้ช่วยพยาบาล ทุกวิชาชีพ กระจายทั่วทุกภาค และบุคลากรเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำจำนวนมาก ทำให้ต้องกักตัวสูญเสียคนทำงาน โยกบุคลากรมาทำงาน เรามีแพทย์ 3.5 หมื่นราย ต้องดูแลประชากรไทย 1,800 กว่าคน บางพื้นที่ต้องดูแลมากถึง 4-8 พันคน หากท่านสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ไปพื้นที่เสี่ยง อาศัยในชุมชนที่ประกาศการติดเชื้อ แต่ไปร.พ. คลินิก ต้องแจ้งให้ทราบเพื่อให้เกิดการระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียบุคลากร นำมาสู่ข้อเสนอคณะกรรมการเฉพาะกิจ หนึ่งในมาตรการที่นำเสนอศบค.ชุดใหญ่คือการกระจายวัคซีน สิ่งสำคัญ คือต้องกระจายวัคซีนเพื่อปกป้องระบบสาธารณสุขของประเทศ วัคซีนล็อตแรกๆ ต้องแจกจ่ายบุคลากรสาธารณสุข เพื่อดูแลรักษาให้มีชีวิตช่วยประชากรไทยต่อเนื่องได้” พญ.อภิสมัยกล่าว

‘มหาชัย’ติดเชื้ออีก 71

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่มาจาก 1.สมุทรสาคร 71 ราย สะสม 15,825 ราย 2.กทม. 7 ราย สะสม 941 ราย และ 3.จังหวัดอื่นๆ 38 ราย สะสม 3,333 ราย เมื่อแยกตามประเภทผู้ป่วย พบว่า 1.มาจากระบบเฝ้าระวังฯ 61 ราย ได้แก่สมุทรสาคร 35 ราย ปทุมธานี 10 ราย กทม. 7 ราย นครปฐม 3 ราย พระนครศรีอยุธยา 4 ราย และนนทบุรี 2 ราย 2.คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 55 ราย ได้แก่นครปฐม 7 ราย ปทุมธานี 12 ราย และ สมุทรสาคร 36 ราย และ 3.ต่างประเทศ 14 ราย ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเดนมาร์ก ประเทศละ 3 ราย เยอรมนี พม่า ประเทศ 2 ราย สหรัฐอเมริกา อิตาลี คูเวต และแคเมอรูน ประเทศละ 1 ราย หลายรายพบการติดเชื้อวันที่ 10-13 ของการกักตัวจึงต้องใช้ 4 วันในการกักตัว

พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า หลังจากมีการติดเชื้อของตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานี ได้มีการสอบสวนติดตามควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้กระจายไป 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก กทม. เพชรบุรี สมุทรปราการ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา อ่างทอง และนนทบุรี รวมแล้วเป็น 10 จังหวัดที่มีการ กระจายเชื้อที่ตั้งต้นจากปทุมธานี ส่วนชัยภูมิกับนครปฐมไม่มีรายงานติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่มีผู้ติดเชื้อเดินทางไปในจังหวัดนั้น แต่กรมควบคุมโรคประสานไปยังทั้ง 2 จังหวัดแล้ว มีการเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดและยังไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มใน 2 จังหวัดนี้

ตรวจเชิงรุกตลาดปทุมฯเจอเพิ่ม 5

“ส่วนการตรวจเชิงรุกตลาดพรพัฒน์ ตลาดสุชาติ ตลาดรังสิต และชุมชน โดยตรวจแล้ว 5,743 ราย เจอติดเชื้อ 355 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และมีการตรวจตลาดและชุมชนใกล้เคียงอีก 1,781 ราย ได้แก่ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดคลองสี่เมืองใหม่ และตลาดชาญนคร พบติดเชื้ออีก 5 ราย โดยตลาดสี่มุมเมืองพบ 4 ราย และตลาดไทย 1 ราย ส่วนอีกสองแห่งยังไม่พบเชื้อ โดยรวมตรวจแล้ว 7,417 ราย โดยจะตรวจต่อให้ได้ 1 หมื่นรายเป็นอย่างน้อย”

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบของกรมควบคุมโรคพบว่า ปัจจัยทำให้แพร่เชื้อ คือ 1.อากาศปิด นอกจากลักษณะแบบฝาชีครอบเป็นโดมเตี้ยแล้ว มีการตรวจการไหลเวียนของอากาศหรือค่าแอร์โฟลว์ พบว่าเป็น 0 คือไม่เกิดการระบายอากาศที่เพียงพอ ทำให้แพร่กระจายเชื้อง่าย และ 2.คน คือ ผู้ค้า ลูกจ้างชาวไทยและเพื่อนบ้าน มีการเดินทางไปมาหลายตลาด อาจแพร่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง กำลังเฝ้าระวังติดตาม คนติดเชื้อไม่ใช่คนไปจับจ่ายใช้สอยหรือคนในชุมชน เนื่องจากมีการสวมหน้ากาก ใช้เวลาสั้นๆ แต่คนขายคนงานอยู่ในตลาดนานๆ อาจรับประทานอาหารร่วมกันในตลาด มีความเป็นไปได้ คนหนึ่งติดเชื้อแพร่ไปคนอื่นโดยง่าย

“ทางสาธารณสุขลงพื้นที่แล้วพยายามสอบสวนโรคทำความเข้าใจการติดเชื้อ กรมอนามัยจะเสนอแผนมาตรการพัฒนามาตรฐานตลาด เพื่อรองรับโควิดที่จะอยู่กับเราไปอีกระยะ รวมถึงโรคระบาดติดต่ออื่นในอนาคต โดยจะทบทวนมาตรการพัฒนาตลาดให้มีสิ่งแวดล้อมสะอาดปลอดภัย อย่างฝาชีครอบทรงเตี้ย อาจต้องจัดการทำให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น ทั้งปรับโครงสร้างตลาด หรือจัดเครื่องระบายอากาศ การดูแลความสะอาดและความหนาแน่น เช่น ไม่ให้เกิดน้ำขัง ทำความสะอาดพื้น แผงขาย การห้อยระโยงระยาง ความใกล้ชิดของแต่ละแผง สธ.กำลังดูในรายละเอียดและจะขอความร่วมมือพื้นที่เทศบาล ท้องถิ่นดำเนินการ รวมถึงการตรวจสุขภาพ การขึ้นทะเบียนผู้ค้าผู้ขาย ไม่ใช่เพื่อลงโทษจับผิด แต่ให้รัฐบาลท้องถิ่นดูแลผู้ค้าได้รับการตรวจสุขภาพให้ปลอดภัย เมื่อสุขอนามัยที่ดีก็นำเสนอสินค้าที่ปลอดภัยแก่ ผู้ใช้สอยในตลาดได้” พญ.อภิสมัยกล่าว

วันเดียวกันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 71 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก 36 ราย เป็นคนไทย 1 ราย และ คนต่างชาติ 35 ราย พบจากตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาล 35 ราย เป็นคนไทย 21 ราย และคนต่างชาติ 14 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดมี 15,985 ราย จำแนกเป็นจากการค้นหาเชิงรุกทั้งคนไทย และคนต่างชาติรวม 13,413 ราย และจากการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลทั้งคนไทย และคนต่างชาติ รวม 2,572 ราย

ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ณ ปัจจุบัน 348 ราย เป็นคนไทยที่อยู่ในระหว่างการรักษา 222 ราย ต่างชาติ 126 ราย และผู้ที่อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีกรวม 219 ราย เป็นคนต่างชาติทั้งหมด ด้านผู้ที่รักษาหายจากโรงพยาบาลกับผู้ที่เฝ้าสังเกตอาการ จนครบกำหนดแล้วไม่พบเชื้อสามารถกลับบ้านได้รวมทั้งหมด 15,411ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 7 ราย เป็นคนไทย 6 ราย และต่างชาติ 1 ราย

ชาวบ้านแห่อาลัยหมอเหยื่อโควิด

จากกรณีนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ อายุ 66 ปี ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 18 ของจ.มหาสารคามในการระบาดระลอกใหม่ เสียชีวิตลงเป็นรายที่ 83 ของประเทศ โดยพบว่าเคยรักษาผู้ป่วยโควิดคลัสเตอร์โต๊ะแชร์ จนทำให้ติดเชื้อโควิดจากผู้ป่วย และล้มป่วยในเวลาต่อมา ก่อนเข้ารับการรักษาที่ร.พ. ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ท่ามกลางความเศร้าโศกและอาลัยของญาติมิตร เพื่อนร่วมงานและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศนั้น

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณคลินิกปัญญาการแพทย์ ถ.ศรีราชวงศ์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ของนพ.ปัญญา มีประชาชนที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของนพ.ปัญญา ต่างนำดอกไม้สีขาวมาวางที่บริเวณหน้าคลินิก เพื่อแสดงความเสียใจ และระลึกถึงคุณงามความดีของคุณหมอที่มีต่อคนไข้ โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาวางดอกไม้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับนพ.ปัญญา เป็นอดีตหัวหน้างานอายุรกรรม ร.พ.มหาสารคาม หลังเกษียณอายุราชการ จึงมาประจำที่คลินิกของตนเอง

ขณะที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เชิญชวนบุคคลากรทางการแพทย์สวมชุดขาวหรือชุดดำไว้อาลัยหมอปัญญา

ปิดวัดดังคัดกรองโควิด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีประชาชนกว่า 200 คนเดินทางมาเข้ารับการประเมินคัดกรองความเสี่ยง โควิด-19 รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป หลังจากจ.มหาสารคาม พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 20 เข้ามาทำบุญ โดยมีผู้ร่วมทำบุญจำนวนมาก สำนักงานสาธารณสุขจ.มหาสารคาม จึงดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ให้ประชาชนในเขตอ.เมืองมหาสารคามที่เดินทางไปยังวัดป่าวังน้ำเย็น ระหว่างวันที่ 12-13 ก.พ. ที่ร้านชัยอะไหล่ยนต์ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ช่วงวันที่ 4-15 ก.พ. และร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อป สี่แยกโรงเรียนผดุงนารี ช่วงวันที่ 24 ม.ค. -10 ก.พ. เข้ารับการประเมินคัดกรองความเสี่ยงโควิด-19 ในวันนี้

โดยหลังรับการตรวจแล้วทุกคนจะต้องสังเกตตัวเองเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที

โควิดสารคาม – จนท.เข้าตรวจ 200 ชาวบ้านและพระวัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม หลังมีผู้ติดโควิดไปทำบุญที่วัด ส่วนรูปเล็ก ชาวบ้านวางดอกไม้ไว้อาลัยนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ ที่เสียชีวิตจากโควิดที่หน้าคลินิก เมื่อวันที่ 19 ก.พ

‘บิ๊กตู่‘ร่วมอาลัย‘หมอปัญญา’

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจและฝากความห่วงใยถึงครอบครัวนพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ โดยมอบหมายนายเกียรติศักดิ์ ตรง ศิริ ผู้ว่าฯมหาสารคามเป็นผู้แทนนำกระเช้าผลไม้ของนายกรัฐมนตรี ไปมอบให้กับครอบครัวคุณหมอปัญญา ณ คลินิก “ปัญญาการแพทย์” ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ทั้งนี้นายปานปราชญ์ หาญพาณิชย์พันธุ์ บุตรชายของนพ.ปัญญา ได้กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ฝากความห่วงใยมายังครอบครัว

ผู้ปกครองป่วย-ปิด‘สตรีวิทยา2’

ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ออกประกาศปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ ฉบับที่ 4 โดยระบุว่า ทางโรงเรียนได้รับรายงานจากผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 1 คน ได้รับการตรวจและพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข กำลังดำเนินการสอบสวนโรค ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดติดเชื้อโควิด-19 และความห่วงใยสุขภาพของนักเรียน ครู บุคลากรของโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง ทางโรงเรียนสตรีวิทยา 2 จึงปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-25 ก.พ. 2564 โดยระหว่างนี้ให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์

ส่วนโรงเรียนสันติสุขวิทยา แขวงและเขตลาดพร้าว ออกประกาศปิดเรียนกรณีพิเศษ เฉพาะนักเรียนที่มีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันที่อยู่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ตั้งแต่วันที่ 19-25 ก.พ.64 โดยโรงเรียนพิจารณาจัดให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ (Zoom)

ปทุมฯติดเชื้ออีก 26-ปิดโรงเรียน

วันเดียวกัน นายสมชาย สีวะรมย์ ปลัดเทศบาลนครรังสิต ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครรังสิต ออกประกาศขยายเวลาปิดสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครรังสิต จำนวน 13 แห่ง เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ โดยขยายเวลาปิดออกไปอีกช่วงวันจันทร์ที่ 22-25 ก.พ.2564 และให้มาเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 1 มี.ค. 2564 โดยระหว่างปิดสถานศึกษาให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ และให้ผู้ปกครองและนักเรียนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐอย่างเคร่งครัด

สำหรับสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครรังสิตทั้ง 13 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนนครรังสิต สิริเวชชะพันธ์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ, โรงเรียนนครรังสิต รัตนโกสินทร์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ,โรงเรียนนครรังสิต เทพธัญญะอุปถัมภ์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ,โรงเรียนนครรังสิต เปรมปรีดิ์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ,โรงเรียนเพียรปัญญา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ สินสมุทร, ศูนย์พัฒนาเด็กเด็กฯ เอื้ออาทรรังสิต, โรงเรียนดวงกมล และ โรงเรียนมัธยมนครรังสิต

วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี รายงานยอดผู้ป่วยรายใหม่ของจังหวัดปทุมธานีว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 26 คน เป็นคนไทย 17 ราย และต่างด้าว 9 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสม 426 คน

เร่งปรับปรุง‘ตลาดกลางกุ้ง’

เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร กำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงตลาดในทุกด้านพร้อมกัน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 – 4 วันน่าจะแล้วเสร็จ และวันอาทิตย์นี้จะส่งแผนการดำเนินงานให้จ.สมุทรสาคร เพื่อส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงมาตรวจสอบเบื้องต้นได้ก่อน

นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ รองนายเเพทย์สาธารณสุขจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า หลังมีการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ตลาดกลางกุ้ง ที่ผ่านมาทางจ.สมุทรสาครออกมาตรการต่างๆ เพื่อการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 กระทั่งขณะนี้พื้นที่ตลาดกลางกุ้งสามารถควบคุมได้แล้วนั้น ขั้นตอนต่อมาคือการที่จะทำอย่างไรให้ตลาดกลางกุ้งเกิดความปลอดภัย ไม่เกิดการระบาดซ้ำ และกลับมาค้าขายได้เหมือนเดิม จึงต้องออกประกาศให้ตลาดกลางกุ้งได้ดำเนินการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ทั้งพื้นที่ขายของและส่วนของที่พักอาศัย ตลอดจนมาตรการ รวมถึงกระบวนการคัดกรอง แล้วเสนอให้คณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณาในขั้นตอนอนุญาตต่อไป

ด้านนายมานะ เปาทุย สาธารณสุขอำเภอเมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้เจ้าของแพ ผู้ดูแลและผู้พักอาศัยในตลาดกลางกุ้งเร่งดำเนินการปรับปรุงในทุกๆส่วนอย่างเร็วที่สุด มีการรื้อถอนสิ่งต่อเติมที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารออกไป เพื่อให้เกิดความสะอาดจนเกือบแล้วเสร็จ ส่วนในที่พักอาศัยก็ทาสีใหม่ แล้วจะวางระเบียบกติกาภายในของหอพักในการปฏิบัติตนให้ถูกหลักสุขาภิบาล คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 3-4 วัน และวันอาทิตย์นี้จะยื่นเอกสารแสดงความพร้อมเบื้องต้นให้คณะกรรมการจังหวัดพิจารณาเพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบก่อน อันจะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม หรือเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุญาตว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้หรือไม่ ส่วนวันที่ 1 มี.ค. 2564 จะเปิดดำเนินการได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณา แต่เชื่อว่าทางตลาดกลางกุ้งจะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลาเดิม

ขอโทษ – ดีเจมะตูมเข้ารับทราบข้อหาจัดปาร์ตี้วันเกิดจนแพร่โรคโควิด ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ ก่อนเจ้าหน้าที่ส่งฟ้องศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท แต่โทษจำให้ รอลงอาญา เมื่อวันที่ 19 ก.พ.

‘ดีเจมะตูม’พบตร.คดีปาร์ตี้โควิด

เมื่อเวลา 12.50 น. ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ นายเตชินท์ พลอยเพชร หรือดีเจมะตูม เดินทางด้วยรถตู้ยี่ห้อโฟล์ก สีดำ เข้าพบพ.ต.ท.อดิศร แก้วโหมดตาด พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังจัดงานฉลองวันเกิดที่ร้านอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี เขตสาทร จนเป็นเหตุให้มีผู้ร่วมงานดังกล่าวติดเชื้อ โควิด-19 ทั้งหมด 24 คน

ทั้งนี้ มีผู้จัดการส่วนตัวของนายเตชินท์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยรายละเอียดของคดีก่อน เมื่อนายเตชินท์เดินทางมาถึงก็เดินขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนทันที

ต่อมาเวลา 13.30 น. ดีเจมะตูมเดินทางลงมาจากห้องสอบสวน โดยใช้เวลาสอบสวนประมาณ 30 นาที

ดีเจมะตูมให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่หนักที่สุด ตนต้องขอโทษสังคมอีกครั้ง ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ต้องขอโทษที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากความประมาทของตน ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต อนาคตต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติให้มากกว่านี้ ขอโทษตำรวจที่ใช้เวลาร่วมเดือนในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และขอโทษสื่อมวลชนที่ต้องตามสอบถามอาการมาตลอด และตนยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ สำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัส ตอนนี้ตนกักตัวครบกำหนด และผลการตรวจออกมาเป็นลบ 2 ครั้ง สามารถออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคม

ด้านทนายความกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอัตราโทษปรับเป็นเงินตั้งแต่ 40,000-200,000 บาท จากนี้ตำรวจจะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนการกระทำของดีเจมะตูมนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ซึ่งสังคมก็ได้ตัดสินไปแล้ว ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไปงานวันเกิดด้วยนั้น ตำรวจก็จะเรียกเข้ามาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

พ.ต.ท.อดิศร รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า ดีเจมะตูมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนอย่างดี โดยยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะนำตัวส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

อัยการยื่นฟ้องทันที

วันเดียวกันที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องด้วยวาจา นายเตชินท์ พลอยเพชร หรือดีเจมะตูม อายุ 31 ปี ในฐานความผิดพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 4, 5, 7, 9, 18, 19 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาญาจักร ประกาศเรื่องการให้ข้อกำหนด ประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2563, ข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2563 ข้อ 1 และข้อ 3

โดยอัยการยื่นฟ้องด้วยวาจาสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 9 ม.ค.64 เวลากลางคืน ถึง 10 ม.ค. 64 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน ซึ่งอยู่ในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรและประกาศดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่ จำเลย กับนายพรศักดิ์ อัจฉริยะประดิษฐ์, นายจารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์, นายกิตติ์ธเนศ บุญยชัยธนรัตน์, น.ส.ชุติมา สินวิโรจน์, นายกษิภัท ถิระวรรณธร กับน.ส.จิราภรณ์ มหาวัตรและพวกอีก 27 คน ซึ่งหลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันกินเลี้ยงฉลองวันเกิดของจำเลย ที่บริเวณห้องพัก โรงแรมบันยันทรี ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. อันเป็นการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมากถึง 34 คน ในห้องพักซึ่งเป็นห้องที่ปิดมิดชิด ทั้งยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้การควบคุมสติลดลง จนไม่มีการรักษาระยะห่างระหว่างกัน และไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย อันเป็นการร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดในเขตพื้นที่ที่ได้มีการประกาศกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 19 ก.พ. จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ

อย่างไรก็ตาม จำเลยกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำ แต่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกันและควบคุมมิให้โรคระบาดแพร่ออกไปในวงกว้าง ซึ่งหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของจำเลยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้น 9 คน รวมทั้งตัวจำเลยด้วย แต่คณะผู้สอบสวนโรค สำนักอนามัย ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ติดเชื้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นความลับตามกฎหมาย จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยสถานหนักเพื่อให้เข็ดหลาบ

ในชั้นสอบสวนจำเลยให้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ศาลจำคุก 2 เดือน-ปรับ 2 หมื่น

ก่อนเริ่มพิจารณา ศาลได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความ จำเลยไม่มีและไม่ต้องการทนายความ จึงอ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและได้ดำเนินกระบวนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยอธิบายสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ตลอดจนแนวทางทางในการบรรเทาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย (ถ้ามี) ให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลย โดยจำเลยต้องมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้งในกำหนด 1 ปี และห้ามมิให้จำเลยร่วมชุมนุมหรือทำกิจกรรม หรือมั่วสุมในสถานที่แออัดในลักษณะเช่นเดียวกับการ กระทำความผิดในคดีนี้ ภายในกำหนด 3 เดือน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน