ตั้งเวทีฉะเดือด
ตร.จัดรถฉีดน้ำ

กลุ่มม็อบเฟสต์ฮือประชิดสภา ตั้งเวทีสลับกันขึ้นอภิปรายโจมตี-ขับไล่ รัฐบาล เรียกร้องส.ส.โหวตคว่ำบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ด้านรุ้ง-ไมค์ประกาศนัดชุมนุมอภิปรายนอกสภาด้วย ด้านตำรวจตรึงกำลังเข้มโดยรอบ ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามเข้า จัดชุดอีโอดี พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงเตรียมไว้ ด้านแม่เพนกวินรุดร่วมเดินเท้าเข้ากรุงกับกลุ่มดาวดิน ทีมแพทย์อาสาแจ้งจับแล้วตำรวจตื้บ-จับคุมขัง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่บช.น. พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้วิทยุสั่งการด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ. มอบหมายหน้าที่ให้บช.น. ดูแลการชุมนุมสาธารณะ บริเวณพื้นที่พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เขตพระราชฐานชั้นใน และบริเวณต่อเนื่อง มอบหมายให้พล.ต.ต.เมธี รักษ์พันธุ์ ผบก.น.6 เป็นผบ.พื้นที่ รับผิดชอบตั้งแต่ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง ถึงแนวผ่านพิภพลีลา แนวถนนราชินี มีพ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รองผบก.น.6 เป็น ผู้ช่วยผบ.พื้นที่ พ.ต.อ.จามร ทองวรรณ ผกก.สน.พระราชวัง เป็นผู้ช่วยผบ.พื้นที่ รับผิดชอบเขตพื้นที่สน.พระราชวัง พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม เป็นผู้ช่วยผบ.พื้นที่ รับผิดชอบเขตพื้นที่สน.ชนะสงคราม

ส่วนพื้นที่มอบหมายให้ข้าราชการตำรวจดูแลการชุมนุมสาธารณะ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงสะพานผ่านพิภพลีลา มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 เป็นผบ.พื้นที่ โดยมีพ.ต.อ.พงศ์จักร จักษุรักษ์ รองผบก.น.1 ผู้ช่วยผบ.พื้นที่ เฉพาะ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม เป็นผู้ช่วยผบ.พื้นที่ รับผิดชอบเขตพื้นที่สน.ชนะสงคราม พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้ช่วยผบ.พื้นที่ รับผิดชอบเขตพื้นที่สน.สำราญราษฎร์

ส่วนพื้นที่เขตพระราชฐานชั้นใน และพื้นที่โดยรอบ มอบหมายให้ พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. เป็นผบ.พื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม รองผบก.น.7 ผู้ช่วยผบ.พื้นที่รับผิดชอบ ถ.สามเสน ถ.ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินนอก พ.ต.อ. สุพล ค้ำชู รองผบก.น.7 ผู้ช่วยผบ.พื้นที่รับผิดชอบ ถ.นครสวรรค์ ถ.หลานหลวง ถ.พิษณุโลก สะพานชมัยมรุเชฐ แยกวัดเบญจฯ พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ คอง ผบก.น.4 ผู้ช่วยผบ.พื้นที่ ถ.ศรีอยุธยา ถ.ราชวิถี ถ.สวรรคโลก ถ.พระราม 5 พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช รองผบก.น.3 ผู้ช่วยผบ.พื้นที่ ถ.พิชัย ถ.นครราชสีมา ถ.สามเสน ถ.ราชวิถี พ.ต.อ.จตุพร พลภักดี ผกก.สน.ดุสิต เป็นผู้ช่วยผบ.เหตุการณ์ รับผิดชอบพื้นที่สน.ดุสิต

นอกจากนี้ มีรายงานระบุด้วยว่า พล.ต.ต. สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. ได้มีวิทยุในราชการสั่งการเตรียมตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 12 กองร้อย ดูแลพื้นที่ 6 กองร้อยและผลัดเปลี่ยน 6 กองร้อย เข้ารายงาน ตัวกับผู้บังคับบัญชาตามจุดต่างๆ คือ สน.ยานนาวา, วัดแก้วฟ้า, ศูนย์สร้างสุขทุกวัย เกียกกาย โดยเป็นกำลังจากภาคใต้และให้จัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี จำนวน 1 ชุด เข้ารายงานตัวที่ศูนย์ราชการเกียกกาย เวลา 09.00 น. และให้ บก.อคฝ. จัดรถฉีดน้ำจำนวน 6 คัน รถสำรองน้ำจำนวน 4 คัน พร้อมพลขับและเจ้าหน้าที่ประจำรถ เข้ารายงานตัวที่รัฐสภา เวลา 09.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมการชุมนุมกลุ่มราษฎรในนาม “Mob Fest” ได้นัดรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา เวลา 17.00 น.

รายงานข่าวเปิดเผยว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบรัฐสภา จะเน้นการพูดคุย และขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมเป็นหลัก โดยขอให้แกนนำผู้ชุมนุม ควบคุมการ์ด และผู้ร่วมชุมนุม อย่าให้เกิดการยั่วยุ และขว้างปาสิ่งของมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณแยก เกียกกาย และโดยรอบสภาผู้แทนราษฎร ถ.สามเสน เขตดุสิต หลังจากกลุ่มคณะราษฎร 2563 นำโดย นายภาณุพงศ์ จาดนอก และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จะเข้ามาจัดกิจกรรม ต่อต้านรัฐบาลและสนับสนุนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการออกเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กกลาโหม และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 12 กองร้อย พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 6 คัน รถเติมน้ำ 4 คัน มาจอดประจำการภายในซอยถนนทหาร หน้าวัดแก้วฟ้าฯ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ระบุว่า ได้เตรียมความพร้อมดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรโดยจัดกำลัง 69 กองร้อย เพื่อสับเปลี่ยนรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม

ด้านแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้โพสต์ขอเชิญราษฎรผู้รักในประชาธิปไตยทุกท่านร่วมงาน “อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา” ที่หน้ารัฐสภาใหม่ เกียกกาย ในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป โดยระบุให้มาแสดงพลังของประชาชน เพื่อเป็นการตอกย้ำข้อเรียกร้องข้อที่ 1 ของเรา “ประยุทธ์ จันทร์โอชาและองคาพยพต้องออกไป!!!”

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา กล่าวถึงกลุ่มม็อบเฟสต์และกลุ่มนักเรียนเลวนัดชุมนุมที่รัฐสภา เวลา 17.00 น. เพื่อติดตามการอภิปรายการชี้แจงของนายกฯและรัฐมนตรีว่า คนมาสภาเยอะ คงไม่มีมาตรการอะไรเป็นพิเศษ จากที่ผ่านมาถ้าม็อบมาจำนวนนี้และเจตนาที่เขามาก็คงไม่มีอะไร น่ากังวล เมื่อถามย้ำถึงความพร้อมของสภา นพ.สุกิจกล่าวว่า ก็เหมือนกับทุกครั้ง และ วันนี้ทางตำรวจ สน.บางโพ ดูแลเรื่องนี้อยู่

เดินทะลุฟ้า – ไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วยกลุ่มราษฎร และพีเพิลโก เดินเท้าทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน จากจ.นครราชสีมามุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นวันที่สี่ โดยขบวนถึงทางต่างระดับ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กลุ่มราษฎร พร้อมด้วยแนวร่วมกลุ่มพีเพิลโก (PEOPLE GO) รวมกลุ่มภายใต้ชื่อกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” เดินเท้าจากลานอนุสรณ์วีรชนคนโคราช ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ.ไปที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เพื่อขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร 4 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปกักขัง และเรียกร้อง 3 ข้อ โดยมีกำหนดจะเดินทางเป็นระยะทางกว่า 247 กิโลเมตรนั้น

เวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นการเดินวันที่สี่ ติดต่อกัน ขบวน “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” ได้เดินทางตามถนนมิตรภาพ มาถึงบริเวณทางต่างระดับ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รวมระยะทางจากจุดเริ่มต้นประมาณ 60 กิโลเมตรแล้ว และได้แวะพักภายในปั๊ม ปตท.สาขาตำบลลาดบัวขาว โดยจะแวะพักประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปบนถนนมิตรภาพ ซึ่งคาดว่าช่วงบ่ายนี้จะถึงบริเวณริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว และจะแวะพักข้างทางอีกครั้ง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” เปิดเผยว่า จากการเดินเท้ามา 4 วันทุกคนยังมีกำลังใจที่เข้มแข็งพร้อมที่จะสู้ต่อไปไม่ถอย ส่วนกรณีที่ศาลอาญา ยกคำร้องขอปล่อยตัว 4 แกนนำราษฎร ตนเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าศาลจะต้องตัดสินออกมาเช่นนี้ เหมือนมีการรับคำสั่งล็อกเป้าไว้ก่อนแล้ว ทุกวันนี้ก็ไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่อีกแล้ว ถึงทุกคนก็จะเดินหน้าต่อสู้ ต่อระบบอยุติธรรมเหล่านี้ให้ถึงที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่าในวันที่ 20 ก.พ.แม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์หรือเพนกวินจะไปร่วมกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” ด้วย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สน.ชนะสงคราม นิว ปุรพล ทีมพยาบาลอาสาและกี้ จิตรกร ผู้ที่ถูกควบคุมตัวจากเหตุสลายการชุมนุม ม็อบ 13 กุมภา “นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจราษฎร” บริเวณหน้าอาคารศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน และบังคับขืนใจพาตัวผู้ที่ถูกควบคุมไปยังบก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี พร้อมทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ที่ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย และกระทำการที่ผิดต่อกฎหมายอาญา โดยนำคลิปวิดีโอ รวมถึงคำให้การพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานด้วย เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา หลังกลุ่มราษฎร และกลุ่มม็อบเฟสต์นัดชุมนุม เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกรัฐสภา ผู้สื่อข่าว และ จนท.คฝ. ยืนควบคุมสถานการณ์ด้านหน้าประตูทางเข้ารัฐสภา

ต่อมา พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผบก.น.1 เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบเฟสต์ ได้แจ้งการชุมนุมไว้ โดยระบุว่ามาให้กำลังใจพรรคฝ่ายค้าน ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. โดยตร.จัดพื้นที่ให้บริเวณหน้า บ.บุญรอด เลยไปถึงแยกเขียวไข่กา ส่วนบริเวณหน้ารัฐสภานั้น เป็นพื้นที่ควบคุม และห้ามมีการชุมนุม

เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณแยกเกียกกาย และโดยรอบสภาผู้แทนราษฎร ถ.สามเสน เขตดุสิต หลังจากกลุ่มคณะราษฎร 2563 จะเข้ามาจัดกิจกรรม โดย กลุ่มม็อบเฟสต์ (Mob Fest) ได้นัดหมายชุมนุม MOB FEST #2 ตอน “7 ปีแห่งความล้มเหลว” คู่ขนานการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่หน้ารัฐสภา ในเวลา 17.00 น. นั้น ก่อนถึงเวลานัดหมาย ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยรอบรัฐสภา พร้อมเครื่องป้องกันตัวโล่กระบอง กว่า 500 นาย กระจายอยู่โดยรอบรัฐสภา

จุดแรกเป็นแยกเกียกกาย หัวถนนทหาร มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 20 นาย ยืนหลังรั้วเหล็ก ที่ล้อมรถฉีดน้ำมีรถฉีดน้ำควบคุมฝูงชน จำนวน 3 คัน รถเครื่องขยายเสียง 2 คัน รถบรรทุกน้ำ 6 คันจอดเรียงอยู่

จุดที่สอง เลยจากแยกเกียกกายมา 100 เมตร ฝั่งถนนสามเสน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นพร้อมวางลวดหนามหีบเพลง บนถนนฝั่งขาเข้า 2 ช่องการจราจร จุดที่สามบริเวณหน้ารัฐสภา เจ้าหน้าที่ได้ขยับรถฉีดน้ำควบคุมฝูงชน 1 คัน พร้อมรถน้ำ 1 คัน มายังหน้ารัฐสภา และมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จำนวน 300 นาย คอยดูแลความปลอดภัย

แจ้งจับตร. – ‘นิว’ ปุรพล และ ‘กี้’ จิตรกร ทีมพยาบาลอาสา แจ้งความดำเนินคดีตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ทำร้ายร่างกายและจับตัวไปขังที่ตชด.ภาค 1 ในเหตุสลายการชุมนุมหน้าศาลฎีกา วันที่ 13 ก.พ. ที่สน.ชนะสงคราม เมื่อวันที่ 19 ก.พ.

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่ มีรถเครื่องขายเสียง พร้อมรถเวที และกลุ่มการ์ดทยอยเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 17.10 น.ที่หน้าอาคารรัฐภา แยกเกียกกาย เจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังตำรวจ คฝ.ไว้จำนวน 69 กองร้อย เพื่อความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน และสลับสับเปลี่ยนกำลังตามจุดต่างๆ โดยตั้งแนวสลับรั้วแผงเหล็ก กันสื่อมวลชนและกลุ่มผู้ชุมนุมให้อยู่ในพื้นที่ควบคุม

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่าผบช.น.เน้นให้รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เป็นหลัก แบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.การดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุมหรือใกล้เคียง 2.ดูแล ผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย โดยมีการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ และ 3.ดูแลเรื่องการจราจรให้กับประชาชนที่สัญจรในพื้นที่นี้ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นการมาชุมนุมในขณะนี้เป็นความผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้เรายังไม่ได้บังคับใช้กฎหมาย รอดูสถานการณ์ไปก่อน

รองผบช.น.กล่าวต่อว่าอยากเน้นย้ำ ผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้ท่านได้ทำผิดกฎหมายไปแล้ว ในการชุมนุมที่ผ่านมาผู้ชุมนุมได้มีการทำผิดกฎหมายในหลายมาตรา ถ้าผู้ชุมนุมมาชุมนุมเพียงอย่างเดียว โดยที่ได้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนก็ผิดแค่ พ.ร.ก.การชุมนุมแค่อย่างเดียว วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังควบคุมฝูงชนไว้ 69 กองร้อย สำหรับ สับเปลี่ยนกำลังกระจายตามจุดต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานในขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอยู่นั้น บรรยากาศโดยรอบอาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย พบว่ามีการเตรียมตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 69 กองร้อย รวมถึงรถฉีดน้ำแรงดันสูง 6 คัน เพื่อเตรียมการรับมือกับการชุมนุม

ส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการจัดกิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาโดยประชาชน 7 ปีแห่งความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ ตั้งแต่ปัญหาสืบทอดอำนาจ ทุจริต เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เพศ ความเหลื่อมล้ำ ฯลฯ ย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลประยุทธ์ต้องลาออกเท่านั้น โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีการตั้งเวทีโดยใช้รถ 10 ล้อเป็นเวที ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามรัฐภาปิดการจราจรบนถนนสามเสนฝั่งขาเข้า 2 เลน เริ่มตั้งแต่หน้ารัฐสภาไปจนถึงแยกเขียวไข่กา โดยให้มีการสัญจรผ่านได้ในฝั่งถนนสามเสนขาออก

บริเวณพื้นที่การชุมนุมมีการตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ถ่ายทอดสดการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมได้รับชม สลับการปราศรัยบนเวทีอย่างดุเดือด

เวลา 16.30 น. กลุ่ม MobFest นัดชุมนุมหน้ารัฐสภา จัดกิจกรรม “MOB FEST#2” ตอน “7 ปีแห่งความล้มเหลว” เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคู่ขนานกับสภา เพื่อแสดงพลังไม่ไว้วางใจ และขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีนักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วม

แกนนำได้นำรถเครื่องขยายเสียงขวางถนน หน้าสัปปายะสภาสถาน ปิดการจราจรบนถนนสามเสนขาเข้า ฝั่งตรงข้ามบริษัท สามเสนบริวเวอรี่ จำกัด 2 ช่องจราจร ห่างจากหน้าทางเข้ารัฐสภากว่า 100 เมตร พร้อมคัดกรองคนไม่ให้นำอาวุธเข้าพื้นที่ชุมนุม และตรวจอุณหภูมิผู้มาร่วมชุมนุมตามมาตรการป้องกันโรค โดยมี ส.ส.พรรค ก้าวไกล ทั้ง นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ร่วมสังเกตการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มปิดการจราจรบริเวณแยกเกียกกาย-แยกบางกระบือ

เวลา 17.30 น. บรรยากาศคึกคัก มวลชนทยอยเข้าร่วมมากขึ้น บางคนนำหม้อ กระทะ กะละมัง มาเคาะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ บนเวทีปราศรัยมีการนำรูปนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมาติดประจาน และวางพวงหรีดสาปแช่ง โดยมีนายสิรภพ อัตโตหิ กลุ่มเสรีเทยพลัส และนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือมิน แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว ร่วมปราศรัย

เมื่อเวลา 19.00 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มม็อบเฟสต์ บริเวณถนนสามเสน เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีชายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดเทียบด้านข้างเวทีปราศรัยที่กำลังอภิปรายนอกสภา ผู้ชุมนุมจึงเข้าไปสอบถามและเกิดการกระชากหมวกกันน็อกคนขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งผู้ชุมนุมระบุว่าอาจเป็นมือที่สามที่เข้ามาในพื้นที่ การ์ดที่ดูแลจึงขอถ่ายรูปคนขับขี่และทะเบียนรถไว้ และให้ขี่รถออกไปนอกพื้นที่ชุมนุมไป

ต่อมาชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์คันเดิม ขี่รถวนกลับเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมอีก การ์ดจึงให้หยุดรถพร้อมตรวจค้นภายในรถ พบขวดสุราใต้เบาะรถจักรยานยนต์

หนึ่งในการ์ดที่ดูแลการชุมนุมระบุว่า ชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาวนเวียนในที่ชุมนุม คาดว่าอาจจะเมาสุรา และเกรงว่าจะเป็นที่สามที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้

ด้านตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จึงเข้ามาระงับเหตุ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะ ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

เวลา 19.20 น. กรณีกลุ่ม MobFest นำโดย นายสิรภพ อัตโตหิ และนายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ นัดหมายทำกิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา มีการทำกิจกรรม สลับการปราศรัยของแกนนำอย่างต่อเนื่อง โดยหลังเวทีซึ่งใช้รถเครื่องขยายเสียง มีการขึงจอโปรเจ็กเตอร์เพื่อถ่ายทอดสดการอภิปรายฯ นอกสภา

บริเวณฟุตปาธมีการจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ เสื้อ หมวก ผ้าพันคอ ตุ๊กตาเป็ด หม้อ เป็นต้น และมีการแสดงดนตรีของศิลปินเสื้อแดง และวงสามัญชน มวลชนบางส่วนนั่งฟังการปราศรัย บ้างจับกลุ่มพูดคุย

สำหรับด้านหน้ารัฐสภา ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนสลับกำลังรักษาพื้นที่ตรวจสอบยานพาหนะ บริเวณแยกเกียกกายเจ้าหน้าที่ยังคงตั้งแนวเฝ้าระวัง ทั้งด้านถนนสามเสน และถนนทหาร หน้ากรมอุตสาหกรรมทหาร

เวลา 19.40 น. กลุ่ม Mob Fest โดยน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และน.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ ขึ้นเวทีปราศรัย ก่อนที่นาย นิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ นักกิจกรรมและอดีตคณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวโจมตีรัฐบาลที่อุ้มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ สร้างคะแนนนิยมจากโครงการของรัฐ การเหลื่อมล้ำของการศึกษา แรงงานนอกระบบ คนพิการ

ต่อมาเวลา 19.50 น. นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้าการ์ด wevo เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมปราศรัยของกลุ่มม็อบเฟสต์ ริมถนนสามเสน ใกล้กับรัฐสภา ก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับแกนนำที่จัดกิจกรรมเรื่องความปลอดภัย

นายปิยรัฐกล่าวว่า พบว่าเจ้าหน้าที่ได้เปิดถนนสามเสนให้รถผ่านฝั่งเดียว คือมุ่งหน้าแยกเกียกกาย แต่เห็นว่ามีรถกระบะขับเข้ามาและเปิดกระจก เกรงว่าอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ มีมือที่สามเข้ามาก่อเหตุ จึงจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปิดถนนทั้งช่องสองทาง

จากนั้นนายปิยรัฐได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงการทำงานของตำรวจไทยที่ไม่อยู่ข้างประชาชน ไปรับฟังคำสั่งของคนที่มาทำร้ายประชาชน ก่อนจะโจมตีการทำงานและ เส้นทางการเติบโตตามสายงานตำรวจอย่างรวดเร็วของผบช.ก.คนปัจจุบัน

“ผมสงสารตำรวจชั้นผู้น้อย ที่ต้องมาฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ให้มาทำร้ายประชาชนที่ไม่มีอาวุธ ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย มีอย่างที่ไหนเอาตำรวจมาเป็นหมื่นคนมากรุงเทพฯ ต้องห่างลูกห่างเมีย เข้ามาในกทม. เงินภาษีประชาชนที่จะต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยง ค่ากิน ค่าอยู่ ให้ตำรวจที่มาทำงาน เป็นเงินจำนวนเท่าไรมากมายจริงๆ” นายปิยรัฐกล่าว

เวลา 21.00 น. กลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมได้ประชุมร่วมกับพ.ต.อ.อรรถวิทย์ เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัย หลังจากปิดถนนสามเสน ตั้งแต่แยกเกียกกาย ถึงแยกบางกระบือ โดยกำหนดพื้นที่เซฟโซน เป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุม ระยะห่างกันประมาณ 50 เมตร แล้วใช้แผงเหล็กกั้นเป็นแนวทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่มวลชนบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับ

เวลา 21.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นก็มีการเปิดเส้นทางจราจรปกติ

นอกสภา – กลุ่ม ‘ม็อบเฟสต์’ ชุมนุมตั้งเวทีปราศรัย ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา’ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ท่ามกลางตำรวจควบคุมฝูงชนและรถฉีดน้ำแรงดันสูงตรึงกำลังหลายกองร้อยหน้ารัฐสภา เกียกกาย เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน