นัดคุยพรรคร่วมรัฐบาล
พปชร.ใต้ฮือทวงเก้าอี้
สส.ลงชื่อสกัดคนนอก
เฉลิมชัยย่องถกอนุทิน
‘บิ๊กตู่’ ยังไม่ฟันธง ปรับใหญ่หรือแค่ 3 เก้าอี้ โยนพปชร.หารือพรรคร่วม ก่อนเสนอชื่อให้นายกฯตัดสินใจ ‘บิ๊กป้อม’ โบ้ยกลับ ให้นายกฯ เลือกเอง ย้ำโควตารัฐมนตรียึดของเดิมตอนตั้งรัฐบาล ‘นฤมล’เขินข่าวจ่อขยับนั่งรมว.ศึกษาฯ บอกยังไม่มีใครทาบทาม ส.ส.พปชร.แห่ลงชื่อส่งหนังสือถึงนายกฯค้านดึงคนนอกร่วมครม. พร้อมสกัดมุ้งต่างๆ วิ่งเต้นขอเก้าอี้ กลุ่มด้ามขวานพลังประชารัฐ ชู 13 ส.ส.ในมือทวง 1 ตำแหน่ง ปชป.ขึงขังไม่ให้ยึดเก้าอี้ ‘ถาวร’ ‘ประวิตร’ เคลียร์ใจ ‘อนุทิน’ ปม 6 ส.ส. ดาวฤกษ์โหวตซักฟอกสวนมติพรรค ยันไม่มีอะไรคาใจแล้ว ถกรธน.วันที่สองฉลุย
‘บิ๊กตู่’คิดปรับครม.ใหญ่หรือไม่
หลังศาลอาญาชั้นต้น ตัดสินคดีคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2556-2557 มีผลให้รัฐมนตรี 3 คน ถูกพิพากษาจำคุกและหลุดจากตำแหน่ง ทันที เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) 2 คนคือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรมว.ศึกษาธิการ และพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) 1 คนคือ นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม ทำให้ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า วันนี้ทราบดีอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับครม. 3 ตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งวันนี้ ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะเสนอ ผู้รักษาการกระทรวงต่างๆ ในตำแหน่งที่ว่าง โดยจะนำเข้าครม.ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกันว่าจะทำอย่างไรกับตำแหน่งที่ขาดหายนี้ โดยแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอขึ้นมา เพื่อให้นายกฯ ตัดสินใจ อีกครั้งว่าจะเอาใครที่ไหนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องการเมือง วันนี้เอาขั้นตอนไปก่อน เพราะไม่ใช่ทำได้เลยวันนี้พรุ่งนี้ ยืนยันว่า ตนจะพิจารณาด้วยตนเองอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปรับเพียง 3 เก้าอี้หรือดูภาพรวมทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังคิดอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยน แปลงโควตาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่พูดถึงตรงนี้ เมื่อถามว่าดูเหมือน 3 พรรคใหญ่ในรัฐบาลกำลังมีปัญหากัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่ามองให้มีปัญหา ที่ผ่านมาก็มีปัญหาทุกรัฐบาล แต่ปัญหาการเมืองคุยกันให้รู้เรื่อง
สั่งพปชร.เร่งถกพรรครัฐบาล
ต่อข้อถามว่าได้วางไทม์ไลน์ให้พรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อมาถึงเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนรู้อยู่แล้ว ตนก็ให้ทุกคนไปหารือ โดยพรรคพลังประชารัฐไปหารือพรรคร่วมรัฐบาล แสวงหาความร่วมมือกัน ไปคุยกันด้วยหลักการและเหตุผล จากนั้นได้ข้อสรุปเป็นอย่างไรก็เสนอมาให้ตนคัดเลือกตามสัดส่วนที่มีอยู่ ส่วนการปรับครม.จะเสร็จภายใน เดือนมี.ค.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องเร็วเพราะการปฏิบัติงานต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยตรง ดังนั้น จะทำให้ดีและเร็วที่สุด ยืนยันว่าการปรับครม. ไม่มีแรงกดดัน ใครจะกดดัน ทุกอย่างอยู่ที่ตน
ส่วนการประเมินงานรัฐมนตรีแต่ละคนนั้น มีการประเมินอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่ตก ทุกคนก็มีผลงานดีๆ ส่วนอะไรบกพร่องก็แก้ไขได้และปรับให้เหมาะสม ต้องดูว่าถ้าปรับตรงนี้แล้วจะกระทบตรงอื่นหรือไม่ หรือปรับให้เหมาะสมขึ้นอีกได้หรือไม่ จะดูอีกขั้นหนึ่ง ขณะนี้ดูตำแหน่งที่ว่าง และเมื่อเสนอมา ตนจะดูใหม่ว่าเสนอมาเช่นนี้จะสลับตรงอื่นอีกหรือไม่ก็ต้องว่ากันอีกที ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีใครบ้างที่สอบตก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยอารมณ์ดีว่า “เธอนั่นแหละสอบตก”
‘บิ๊กป้อม’โยนนายกฯเลือกเอง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้พบและไม่ได้คุยกับ นายกฯเรื่องปรับครม. แต่ต้องปรับ ขึ้นอยู่กับนายกฯพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเก้าอี้ของนายณัฏฐพล และนายพุทธิพงษ์ ยังเป็นโควตาของ กปปส.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามเสียงดังว่า ของกปปส.ที่ไหน ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งสองคนเขาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็แล้วแต่นายกฯ พิจารณา เมื่อถามว่าจะปรับสลับเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่สื่อ จะไปสลับกันเอาเอง
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการเสนอชื่อบุคคลเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างว่า ไม่ต้องห่วง เป็นเรื่องของนายกฯ ให้นายกฯ เลือกเอา ตน ให้สิทธิ์นายกฯ เพราะเป็นคนทำงาน ส่วนกลุ่ม 3 รัฐมนตรีช่วย หรือ 3 ช.มีโอกาสขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ ตนจะไม่เสนอใครทั้งนั้น และยืนยันว่าโควตาพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลง เป็นไปตามที่คุยกันตั้งแต่ตั้งรัฐบาล
‘สมศักดิ์’ปัดรมช.วิ่งฝุ่นตลบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่มีพล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินลงมาส่งพล.อ.ประวิตรขึ้นรถยนต์ จากนั้นได้ขึ้นไปร่วมรับประทานอาหารกับนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มสามมิตร ใช้เวลา 30 นาที
นายสุชาติกล่าวถึงกระแสข่าวอาจโยกย้ายตำแหน่งรัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ ว่า ไม่ทราบรายละเอียด ขึ้นอยู่กับนายกฯ ตนอยู่ที่กระทรวงเดิมดีอยู่แล้ว และยังไม่ทราบว่า จะได้รับผลกระทบหรือไม่ ให้รอการพิจารณาจากนายกฯ แกนนำพรรคพลังประชารัฐยัง ไม่ได้พูดคุยกันในประเด็นนี้ เพราะต้องหารือกับพล.อ.ประวิตรก่อน
ด้านนายสมศักดิ์ตอบข้อถามถึงกลุ่มสามมิตรจะขอเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ว่า ไม่มี และส่วนตัวไม่ประสงค์จะไปตรงไหน เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาภายในพรรค เชื่อด้วยว่าไม่มีใครวิ่งเต้นเพื่อขึ้นเป็นรัฐมนตรี ส่วนที่มีรมช.บางคนอยากขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการนั้น ตนไม่ได้ข่าวเรื่องนี้ ขอให้ฟังหัวหน้าพรรค ที่จะชี้ให้เห็นว่าไม่มีปัญหา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีกลุ่ม ข่าวก็เป็นเรื่องของข่าว แต่ยืนยันพรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะลงตัว
ล่าชื่อค้านคนนอกร่วมครม.
เวลา 18.30 น. ที่ตึกมติชน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน กล่าวถึงข่าว จะนั่งรมว.ศึกษาธิการว่า ยังไม่มีใครทาบทาม ตนทำงาน 6 เดือนในตำแหน่งรมช.แรงงาน ยังสนุก และยังมีอะไรทำอีกมาก แต่หากมีคำสั่ง ให้ไปนั่งกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงอื่นก็ต้องคุยก่อนว่า ผู้ใหญ่คาดหวังอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 25 ก.พ. ที่รัฐสภา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้ล่ารายชื่อส.ส. เพื่อแสดงจุดยืนในการปรับครม.ว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำคนนอกมาเป็นรัฐมนตรี โดยทำเป็นหนังสือกราบเรียนถึงนายกฯ ผ่านหัวหน้าพรรค มีเนื้อหาว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ลงรายชื่อท้ายหนังสือนี้ ประสงค์ขอมอบอำนาจให้หัวหน้าพรรค คัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง หากหัวหน้าพรรคได้เลือกบุคคลใดให้เป็นรัฐมนตรี ให้ถือเป็นเด็ดขาดและให้ถือว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ลงลายมือชื่อนั้นได้เห็นชอบด้วยทุกประการ ซึ่งจนถึงเวลา 18.00 น. มีส.ส.ลงชื่อไปแล้วกว่า 80 คน จากทั้งหมด 119 คน
หนังสือดังกล่าว ยังต้องการป้องกันปัญหาการวิ่งเต้นของมุ้งต่างๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังเริ่มมีความเคลื่อนไหวจากหลายมุ้ง ที่พยายามต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรี โดยให้มอบอำนาจพล.อ.ประวิตร เป็นผู้พิจารณา บุคคลที่เหมาะสมของพรรคอย่างเด็ดขาด
ก๊วนด้ามขวานใต้เรียกร้อง1เก้าอี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีกระแสข่าว เตรียมปรับครม. ส่งผลให้มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ หรือกลุ่มสมาชิกด้ามขวานใต้ เพื่อเรียกร้องความ ชอบธรรมให้กับส.ส.ใต้ทั้ง 13 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ มีส.ส.ภาคใต้ 13 คน ควรมีตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ขับเคลื่อนงาน จะเป็นรัฐมนตรีช่วยหรือรัฐมนตรีว่าการก็ได้ ที่จริงควรมีตั้งแต่ตั้งรัฐบาล แต่ขณะนั้น ส.ส.ภาคใต้ เป็นส.ส.ใหม่หมด การทำงานอาจจะยังไม่ประสานกัน แต่ตอนนี้ทำงานมาแล้ว 2 ปี ถึงไม่มีรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งจากคำพิพากษา หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ควรปรับครม.
ปชป.ขึงขังต้องยึดโควตาเดิม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจทุกคน ที่ถูกดำเนินคดี พรรคได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายดูแลสมาชิกพรรคที่ถูกดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ต้องเร่งขอประกันตัวให้ทุกคนออกมาต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ต้องทำให้ทุกคนได้รับอิสรภาพก่อน
ขณะนี้นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณปรับครม. ยืนยันว่าไม่กังวลหลังมีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคขอโควตารัฐมนตรีเพิ่ม ซึ่งตามหลักการควรจัดสรรโควตารัฐมนตรีเท่าเดิม เหมือนตอนที่ขอร่วมรัฐบาล แต่หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ตอบล่วงหน้าไม่ได้ เพราะนายกฯ จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องสัดส่วนของแต่ละพรรค และตนไม่ได้อยู่ในฐานะ จะตัดสินใจได้ ยกเว้นในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า การปรับครม. ขณะนี้โควตายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากข้อตกลงเดิมที่เคยเจรจากัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนับจำนวนเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์กล่าวว่า ต้องมาดูกันว่ามากกว่าอย่างไร และใช้ตัวเลขอะไรมาเป็นฐานคำนวณ ต่อข้อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยึดเก้าอี้คืน ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้บอกว่ายังไม่มีปัญหา แต่ต้องดูว่าเดิมคุยกันไว้อย่างไร ฐานเสียงเดิมเป็นอย่างไร ขณะนี้ควรยึดคำพูดเดิมที่เคยตกลงกันไว้ เพราะถ้าจะปรับเปลี่ยนโควตากันใหม่ ต้องดูเหตุผล รับได้หรือไม่ ส่วนช่วงนี้ควรปรับเพียงเก้าอี้ที่ว่าง หรือปรับให้ครอบคลุมใหม่ทั้งหมดนั้น ต้องแล้วแต่นายกฯ อำนาจปรับครม.อยู่ที่นายกฯ คนเดียว

ถกปรับครม. – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดหารือกันเรื่องปรับครม. ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 25 ก.พ.
‘เฉลิมชัย’รุดเจรจา‘อนุทิน’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้มาเยี่ยมเยียนและพบปะพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางกระแสปรับครม.ในเร็วๆ นี้
ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับครม.ครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะได้โควตารัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณา ต้องสอบถามความชัดเจนจากหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรค ตนทำได้เพียงแสดงความเสียใจกับผู้ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก จากกรณีชุมนุมทางการเมือง เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเป็นไปตามสัดส่วนส.ส.ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ ในรัฐบาลต้องไปพูดคุยกัน
‘วิษณุ’แจงปมส.ส.ถูกจำคุก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัด เมื่อศาลพิพากษาให้จำคุก ไม่ว่าจะถึงที่สุดหรือไม่ แต่รัฐธรรมนูญให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงอย่างชัดเจน ส่วนคนที่เป็นส.ส.ก็อีกเรื่องหนึ่ง โดยปกติหากศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ให้จำคุกก็จะยังไม่พ้น แต่จะมีเหตุอื่นเข้ามา เช่น ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ ก็จะพ้นจากความเป็นส.ส.
ส่วนบุคคลที่ศาลไม่ได้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง และการจำคุกยังไม่ถึงที่สุด ก็ยังไม่พ้นจากส.ส. แต่มีเหตุอื่นแทรกเข้ามาอีกว่า หากถูกจำคุกโดยมีหมายของศาล ก็จะพ้นด้วย แต่ไม่ทราบว่าใครเข้าข่ายบ้าง ดังนั้น ส.ส. ที่ถูกคุมขังเมื่อคืน ต้องพิจารณาว่าถูกคุมขังโดยหมายศาลหรือควบคุมตัวโดยธรรมดา หาก ส.ส.ที่ถูกคุมขังอ้างการคุ้มกันขึ้นมา ก็ต้องปล่อยตัวไป
สำาหรับส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็เลื่อนขึ้นมาตามลำดับ ด้านส.ส.เขต ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สงสัย ก็จะเหมือนกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะเลือกตั้งเขตจะต้องออกเป็นพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กรณีของนายเทพไท ถือเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลง จำเป็นต้องรีบแต่งตั้งใหม่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีรมช.อยู่ 2 คน ซึ่งครม.เคยมีมติไปแล้วว่าหากรัฐมนตรีว่าการไม่อยู่ ให้รัฐมนตรีช่วย รักษาการตามลำดับ กรณีนี้คือคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ขึ้นมารักษาการ ส่วนรมว.ดีอีเอส ครม.เคยมีมติเมื่อกระทรวงนี้ไม่มีรัฐมนตรีช่วย ก็ให้รมว.ศึกษาธิการรักษาการแทนเป็นอันดับแรก และรมว.วัฒนธรรมรักษาการเป็นอันดับสอง ซึ่งกรณีนี้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม จะเป็นผู้รักษาการ จนกว่าจะประชุม ครม.แล้ว นายกฯสั่งการเป็นอย่างอื่นได้
‘ชวน’ชี้ 5 ส.ส.หมดสมาชิกภาพ
เมื่อเวลา 07.50 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ ว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ส.ส.และไม่ให้ประกันตัว ประกอบด้วย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ พรรคพลัง ประชารัฐ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.เขต 6 สงขลา นายชุมพล จุลใส ส.ส.เขต 1 ชุมพร นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อไม่ได้ประกันตัว สมาชิกภาพ ส.ส.ก็ต้องหมดไป ขั้นตอนหลังจากนี้อยู่ที่กกต. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายชวนกล่าวว่า ตนได้รับหนังสือจากผบ.ตร.แล้ว ที่ขอตัวส.ส.ไปสอบสวน 2 คน หนึ่งในนั้นคือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไปดำเนินคดีกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งช่วงนี้ใกล้ปิดสมัยประชุม จึงบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมไม่ทัน แต่เมื่อปิดสมัยประชุมแล้ว ส.ส.จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตำรวจเรียกไปสอบสวนได้โดยไม่ต้อง ขออนุญาตสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.อีก 1 รายคือ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยตำรวจ สน.มักกะสัน ทำหนังสือขอข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาปิดสมัยประชุม และรายละเอียดการอภิปรายเรื่อง เรือดำน้ำ เพราะกองทัพเรือแจ้งความหมิ่นประมาทไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร และนายชุมพล ทางกกต.ต้องจัดให้มี การเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 45 วัน คาดว่าในสัปดาห์หน้าทางสำนักงาน กกต.จะนำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกกต.ให้ได้ รับทราบอย่างเป็นทางการ พร้อมจะต้องพิจารณา ด้วยว่าต้องสั่งวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นส.ส. ด้วยหรือไม่ หรือถือตามผลคำพิพากษาของศาลที่ถือว่าพ้นสภาพโดยอัตโนมัติ
พท.จี้ปรับ‘จุรินทร์’พ้นครม.
ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ เมื่อ วันที่ 16-20 ก.พ. ตนได้รับเรื่องขอความเป็นธรรมจาก นายสุทธินันท์ จิยะอมรเดช อดีตผอ.สำนักธุรกิจ องค์การคลังสินค้า (อคส.) ปัจจุบันโดนนายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผอ.อคส. สั่งย้ายไปเป็นนักบริหาร 9 และโดนตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 2 ข้อหา คือ 1.นำเอกสารราชการของอคส.ออกไปภายนอก เพื่อนำไปประกอบการแจ้งความและยื่นหนังสือต่อหน่วยงานภายนอก โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผอ.อคส.
2.นำข้อความสนทนากับผอ.อคส. ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ไปเผยแพร่ จนปรากฏเป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตนขอยืนยันว่าไม่รู้จักนายสุทธินันท์ และไม่เคยได้รับข้อมูลหรือเอกสารใดๆ ทราบแต่ว่านายสุทธินันท์เคยมาร้องทุกข์ กล่าวโทษกับตำรวจและกมธ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สภาผู้แทนราษฎร และที่สำนักงานป.ป.ง.
เชื่อว่านายสุทธินันท์ไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกกลั่นแกล้ง ดังนั้น การที่นายจุรินทร์และนายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธานคณะกรรมการอคส. ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน อาจกระทบกับพยานและหลักฐานไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง หากพล.อ.ประยุทธ์ยังปกป้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้ โดยยังปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งอีก ตนคงต้องดำเนินการต่อไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง
‘ประวิตร’เคลียร์ใจ‘เสี่ยหนู’แล้ว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส.ส.พรรคภูมิใจไทยวอล์กเอาต์ในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.พ.หลังส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เสนอเลื่อนร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม มาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ว่า เป็นเรื่องของเขา ตนจะไปรู้ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเป็นเกมของพรรคภูมิใจไทย เพื่อตอบโต้และเอาคืนกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ งดออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เอาคืนอย่างไร ตนทำอะไรผิด ที่จะเอาคืน ส่วนเรื่องการไม่โหวตของลูกพรรค ก็เป็นเรื่องของลูกพรรค
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องประสานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย ตนคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยดี ไม่มีอะไร บรรยากาศการทำงานของพรรคร่วมยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรคาใจ เพราะเป็นเรื่องของลูกพรรค
‘เสี่ยแฮงค์’แถลงขอโทษ
เวลา 15.30 น.ที่รัฐสภา นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นพรรคพลังประชารัฐต้องขอโทษนายศักดิ์สยามและสมาชิก ของพรรคภูมิใจไทยทุกคนจากใจ ซึ่งก่อนการอภิปรายได้จัดสัมมนาและประชุมพรรค ก่อนจะมีการลงมติแล้ว โดยในที่ประชุมได้มีการถามว่ามีใครคิดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ในการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 10 คน แต่ไม่มีใครแสดงตัว สมาชิกทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่มีข้อสงสัยใดๆ อีก เพราะรัฐมนตรีทุกคนชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านได้อย่างละเอียด และจะไม่มีการ ลงมติเป็นอย่างอื่น ถือเป็นฉันทามติที่จะลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 10 ท่าน
เมื่อมีการฝ่าฝืนฉันทามติ แล้วมีการออกมาพูดว่าเราทำถูกนั้น หมายความว่าคนส่วนใหญ่ทำผิดอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นแบบนี้เราจะอยู่กันได้อย่างไร ตนหวังว่าพรรคภูมิใจไทยคงจะเข้าใจพรรคพลังประชารัฐว่าไม่สามารถควบคุม สมาชิกพรรคบางคนที่ทำโดยพลการ ไม่มีการปรึกษาหารือ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวัง ส่วนบทลงโทษที่จะมีต่อ ส.ส.ที่ไม่ทำตามมติพรรคนั้น ตอนนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก่อนว่าจะมีบทลงโทษอย่างไร กำลังตรวจสอบ กันอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเคลียร์ใจกับพรรคภูมิใจไทยโดยการยกตำแหน่งรัฐมนตรีให้เพิ่มหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
‘ชาดา’ลั่นภท.เป็นลูกมีพ่อแม่
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การวอล์กเอาต์ เป็นปัญหาจากหลายเรื่อง โดยเฉพาะอยากให้ได้เร่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และต้องการแสดงความรู้สึกจากผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าเป็นลูกมีพ่อมีแม่ พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ปล่อยเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกัน สิ่งที่เขาทำกับเรา เราไม่พอใจอยู่แล้ว เพราะหัวหน้าใคร เลขาฯ ใครใครก็รัก
“พรรคภูมิใจไทยให้ครบทั้ง 61 เสียง แม้เลขาฯ เราจะโดน แต่เรายังโหวตให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ คนเห็นต่างเป็นเรื่องหนึ่ง มารยาทเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถามว่าเรารู้สึกหรือไม่ เรารู้สึกกันทั้งพรรค ส่วนหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในพรรคต้องไปเคลียร์กัน” นายชาดากล่าว
ถกแก้ไขรธน.วันที่สอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 เป็นการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ในวันแรกเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ประชุมพิจารณาและลงมติเห็นชอบ ได้เพียง 2 มาตรา คือมาตรา 3 ว่าด้วยการแก้ไข มาตรา 256 เรื่องการแก้ไขรัฐธรมนูญ โดยให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 และมาตรา 4 วิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่กมธ.เสนอให้มี 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ก.พ. มีการประชุม ต่อเป็นวันที่สอง โดยพิจารณามาตรา 4 ต่อเนื่อง เรื่องลักษณะต้องห้ามของ ส.ส.ร. ตามมาตรา 256/3 ที่กมธ.เสียงข้างมาก ห้ามพระภิกษุสงฆ์ลงสมัครเป็นส.ส.ร. ซึ่งที่ประชุม ลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.เสียงข้างมากเสนอ
จากนั้นเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 256/5 ที่กมธ.เสียงข้างมาก กำหนดให้ใช้เขตจังหวัด เป็นเขตเลือกตั้งส.ส.ร. และใช้เกณฑ์จำนวนราษฎรในพื้นที่ เป็นตัวกำหนดจำนวนส.ส.ร. แต่ละจังหวัด แต่ที่ประชุมลงมติให้ใช้รูปแบบตามที่กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอคือ ให้ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เหมือนกับ การเลือกตั้งส.ส.
เสนอแตะหมวด1-2ได้
ต่อมาเวลา 14.45 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 256/10 เกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ร. และหลักเกณฑ์ว่าด้วยกรณี ส.ส.ร.ว่างลง ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.เสียงข้างมากเสนอให้กกต.จัดการเลือกตั้งส.ส.ร.แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายใน 45 วัน เว้นแต่จะเหลือเวลาไม่ถึง 90 วันในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องเลือกตั้ง
ส่วนมาตรา 256/13 ที่กมธ.เสียงข้างมาก ให้ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จภายใน 240 วัน และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 จะกระทำมิได้ ซึ่งมีส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายให้ สามารถแตะต้องหมวด 1 และ 2 ได้ ขณะที่ส.ว.หลายคนพยายามอภิปรายกดดันให้กมธ.เสียงข้างมากเพิ่มเติมข้อความ ห้ามส.ส.ร.แตะต้อง 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจเข้าไปอยู่ในวรรคห้า ของมาตรา 256/13
ในที่สุดสมาชิกลงมติเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก 349 เสียง ไม่เห็นด้วย 200 เสียง งดออกเสียง 58 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง ซึ่งเท่ากับไม่มีการเติมข้อความในวรรคห้า เกี่ยวกับเรื่องพระราชอำนาจเข้าไปในมาตรา 256/13
ต่อมาเวลา 19.45 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 256/16 เรื่องการลงประชามติ และลงมติเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก คือ ให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านต่อเมื่อมีผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 521 ไม่เห็นด้วย 42 งดออกเสียง 17 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ทวงสัญญา – เครือข่ายแรงงานเพื่อประชาชน ชุมนุมหน้าทำเนียบ ทวงถามสวัสดิการต่างๆ ที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ, ยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่, ลดภาษีบุคคลธรรมดา, เบี้ยยังชีพ ฯลฯ ก่อนยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น. เมื่อวันที่ 25 ก.พ.
เอาผิด‘เฟซฯกวิ้น’หมิ่นสถาบัน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายแรงงานเพื่อประชาชนรวมตัวชุมนุมยื่นหนังสือเรียกร้องเรื่องสวัสดิการ ที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 20,000 ต่อเดือน สำหรับวุฒิปริญญาตรี และ 18,000 บาทต่อเดือนสำหรับอาชีวะ เด็กจบใหม่ยกเว้นภาษี 5 ปี ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10 เปอร์เซ็นต์ ระบบขนส่งมวลชน เบี้ยยังชีพต่างๆ โดยนำรถกระบะมาเป็นเวที มีแกนนำสลับขึ้นปราศรัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ปอท.) ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรม พร้อมฝ่ายกฎหมายกรมราชทัณฑ์ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเฟซบุ๊กเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำนักศึกษาและราษฎร โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม มีข้อความหมิ่นสถาบัน
ขณะที่เฟซบุ๊กสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รายงานว่ามหาเถรสมาคมมีมติให้ดำเนินคดี สามเณรสหรัฐ หรือโฟล์ค สุขคำหล้า แนวร่วมราษฎรศาลายาเพื่อประชาธิปไตย เคยร่วมชุมนุมและปราศรัยระหว่างการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากมีพฤติการณ์หมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาต มาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช