ปล่อยขรก.ชี้นำ
ไล่คนใจแผ่นดิน

‘พีมูฟ’แถลงฉะ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ‘เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า’ หลังลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ปัญหาที่ทำกินชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย แต่กลับเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธการต้นน้ำเพชร’ ผลักดันคนจากพื้นที่ใจแผ่นดินป่าแก่งกระจาน ชี้ขาดความรู้ความเข้าใจ-ข้อมูลที่รอบด้านในการตัดสินใจแก้ปัญหาประชาชน เป็นเพียงเครื่องมือให้ราชการกำกับชี้นำ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.หรือพีมูฟ) แถลงการณ์กรณีแก้ปัญหาชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เรื่องขอตำหนิ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ซอยรามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยระบุว่า ตามที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงนามบันทึกข้อตกลง เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดินระหว่างตัวแทนรัฐบาล, ทส., พีมูฟ, ภาคี #SAVEบางกลอย และชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เห็นชอบร่วมกัน

โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดิน โดยมีข้อเสนอเร่งด่วน 3 ข้อ ดังนี้ 1.ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบางกลอยทั้งหมด 2.หยุดการสกัดการขนส่งเสบียง รวมถึงการตั้งจุดสกัดเดิม และที่จุดเพิ่มเติมขึ้นมาทั้งหมด 3.ยุติคดีของสมาชิก ภาคี #saveบางกลอย ทั้งหมด 10 คน กรณีการยื่นหนังสือต่อ รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 ก.พ.

โดยมีข้อตกลงกับทส. ประกอบการทำงานร่วมกันสามารถนำไปสู่การหาแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของพี่น้องกะเหรี่ยง บ้านบางกลอย 6 ข้อ ดังนี้ 1.ให้ชาวบ้านที่ประสงค์กลับไปทำไร่หมุนเวียน และดำรงวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิม อยู่ที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน สามารถกลับขึ้นไปอยู่อาศัย ทำกิน และดำเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิมของบรรพบุรุษได้ โดยการรับรองสิทธิ์ในการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม

2.ยุติการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตั้งจุดตรวจและลาดตระเวน ในหมู่บ้านบางกลอยล่าง รวมทั้งยุติการข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับชาวบ้าน 36 ครอบครัวที่กลับไปอยู่อาศัยและทำกินอยู่ที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน 3.ยุติการขัดขวางการขนส่งข้าว อาหาร และสิ่งของจำเป็นไปให้กับชาวบ้านบางกลอย 4.ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วย แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการพื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะมาตรการด้านการยุติการจับกุม ดำเนินคดี และการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมในรูปแบบไร่หมุนเวียน

5.ในกรณีที่ชาวบ้านครอบครัวใดประสงค์จะอยู่ที่บ้านบางกลอยล่าง ให้รัฐดำเนินการจัดสรรที่ดิน ทั้งที่ดินอยู่อาศัยและทำกินให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพื่อให้สามารถดำเนินวิถีชีวิตได้อย่างมั่นคง และ 6.รัฐจะต้องยุติการดำเนินการสนธิกำลังกันของเจ้าหน้าที่รัฐได้ตั้งจุดสกัด เดินลาดตระเวนและตรวจค้นสร้างแรงกดดัน และความหวาดกลัวให้แก่ชาวบ้านบางกลอย และมีมาตรการในการคุ้มครองสวัสดิภาพ

หลังจากนั้น นายวราวุธได้ปฏิบัติการ “ยุทธการต้นน้ำเพชร” โดยการสนธิกำลังหลายหน่วยงาน และการผลักดันคนจากพื้นที่ใจแผ่นดินลงมา ตามที่เป็นข่าวผ่านสื่อต่างๆ นั้น ขปส.จึงขอตำหนิรมว.ทส.ที่กลายเป็น คนเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ทั้งที่ตัวเองได้ตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อศึกษาหาทางออกต่อการแก้ปัญหา กรณีบางกลอยขึ้น พร้อมให้ลงพื้นที่ในการศึกษาการแก้ปัญหาอยู่ แต่ปฏิบัติการกดดันขนย้ายชาวบ้านลงจากใจแผ่นดิน พร้อมกับคณะทำงานกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ด้วย

ดังนั้นขปส.ขอตำหนิ การปฏิบัติงานของรัฐมนตรีดังนี้ 1.รัฐมนตรีไม่สามารถบริหาร กำกับ บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพย์ให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรีได้ 2.รัฐมนตรีไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคำสั่ง และนโยบายการแก้ปัญหาประชาชนได้อีก ต่อไป เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ยังไม่เชื่อฟังคำสั่งรัฐมนตรี 3.รัฐมนตรีขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดข้อมูลที่รอบด้านในการตัดสินใจแก้ปัญหาประชาชน รับฟังเพียงหน่วยราชการที่ไม่ฟังเสียงประชาชน รัฐมนตรีจึงเป็นเพียงเครื่องมือให้ราชการกำกับ ชี้นำ ให้ดำเนินการเท่านั้น

จึงขอย้ำถึงความสิ้นหวังต่อรัฐมนตรีที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ไร้จุดยืนในบทบาทในการเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ในการกำกับและบริหารงานกระทรวง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาประชาชน อย่างเป็นธรรม

ติง‘รมต.’ – ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ตั้งโต๊ะแถลงที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กทม. ตำหนินายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เรื่องแก้ปัญหาชาวบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน เมื่อวันที่ 4 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน