โวใช้ยุทธศาสตร์คนละครึ่ง
โพลระบุชาวบ้านสุดเอือม
นักการเมืองแย่งเก้าอี้รมต.
ชู‘ชัชชาติ-จักรทิพย์’คุมกทม.

พปชร.เฮลั่น ‘อาญาสิทธิ์’ เฉือนชนะ ‘พงศ์สินธุ์’ น้องเทพไทจากปชป. คว้าชัยเลือกซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ‘องอาจ’ เผย ‘จุรินทร์’ จ่อนัดถกกรรมการบริหารเฟ้นคนนั่งรมต.แทน ‘ถาวร’ ยันไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส.โควตาภาคใต้ ซูเปอร์โพลเผยชาวบ้านเสื่อมศรัทธานักการเมืองแย่งเก้าอี้รมต. นิด้าโพลระบุคนกรุงเชียร์ ‘ชัชชาติ-จักรทิพย์’ เป็นผู้ว่าฯกทม. ‘ชูศักดิ์’ แกะ 5 ด่านอุปสรรคใหญ่แก้รธน.ฉบับประชาชน ซัดพวกปู้ยี่ปู้ยำคอยขัดขวาง เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ

ใช้สิทธิ – คุณยายดับ พัฒนภูมิ อายุ 93 ปี ให้ลูกหลานช่วยพามาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 โรงเรียนวัดทางพูน หมู่ 2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

เลือกตั้งส.ส.นครศรีฯคึกคัก

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งแต่ละหน่วยผู้มีสิทธิไปลงคะแนนกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่โรงเรียนวัดทางพูน หมู่ 2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ 5 และ 6 มีคนเฒ่าคนแก่ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียงที่บรรดาบุตรหลานได้หอบหิ้วออกมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เวลา 07.30 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการจัดหน่วยเลือกตั้งหน่วยแรก ที่โรงจอดรถขุน อินทร์คาร์ปาร์ค หมู่ที่ 7 หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เทศบาลตำบลนาสาร อ.พระพรหม และสังเกตการณ์การเปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ หมู่ที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 องค์การบริหารส่วนตำบลนาพรุ อ.พระพรหม โดยมีนายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับ จากนั้นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่ อ.พระพรหม อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ชะอวด และอ.จุฬาภรณ์

นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนทั้งทีมกกต.และจังหวัดทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินการด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะ คืนหมาหอน จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินสถานการณ์การนับคะแนน นายอิทธิพรกล่าวว่า การนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยที่ผ่านมาจะเสร็จภายในชั่วโมง เพราะแต่ละหน่วยมีการกำหนดรองรับผู้มาใช้สิทธิไม่เกิน 600 คน ฉะนั้นหน้าหน่วยก็นับเสร็จไม่เกิน 19.00 น. แล้วไปนับรวมหน่วย ขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะต้องตรวจสอบทั้ง 262 หน่วย ซึ่งนับเสร็จน่าจะอยู่ที่ 22.00-23.00 น. และครั้งนี้ถ้าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับปี 2562 จะเป็นที่น่ายินดี

พปชร.เฮ!เฉือนชนะปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ได้แก่ หมายเลข 1 นายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ พรรคกล้า, หมายเลข 2 ว่าที่ร.ต.อภิรัฐ รัตนพันธุ์ พรรคเสรีรวมไทย (สร.), หมายเลข 3 นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), หมายเลข 4 นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งประเมินว่าเป็นการชิงดำระหว่างผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์

เวลา 19.05 น. ที่สนามบินนครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนมัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงความยินดีกับนายอาญาสิทธิ์ ภายหลังชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เพิ่มจำนวนส.ส.จ.นครศรีธรรมราช ของพรรคพลังประชารัฐเป็น 4 คน และให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคได้ฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้ตัวแทนของพรรค ทำงานพัฒนาประเทศ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ปลื้มยุทธศาสตร์คนละครึ่ง

ด้านนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ประสานงานการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อ.ชะอวด อ.พระพรหม อ.จุฬาภรณ์ และอ.เฉลิมพระเกียรติ ที่มอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรค โดยยุทธศาสตร์คนละครึ่ง ที่ใช้ในการหาเสียงครั้งนี้ทำให้พรรคมีตัวแทนทั้ง 4 เขต จาก 8 เขตของจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะทำหน้าที่ประสานทำงานร่วมกันเพื่อนำนโยบายจากรัฐบาลมาช่วยเหลือและพัฒนาพื้นที่

ต่อมาพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชน เขต 3 นครศรีธรรมราช ที่ไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐเป็นตัวแทนประชาชน เข้ามาเป็นส.ส. ในนามของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะทำหน้าที่พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบ เกิดความรักความสามัคคีและทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี พวกเราครอบครัวพลังประชารัฐจะร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 21.20 น. ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการครบทั้ง 262 หน่วย นายอาญาสิทธิ์ ได้ 48,720 คะแนน นายพงศ์สินธุ์ 44,620 คะแนน นายสราวุฒิ 6,222 คะแนน ว่าที่ร.ต.อภิรัฐ 2,305 คะแนน

ปชป.ยังไม่นัดเคาะคนนั่งรมต.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของพรรคว่า ขณะนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ยังไม่ได้นัดประชุมกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากแกนนำพรรคส่วนใหญ่และส.ส.ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการประชุมกก.บห.ในเร็วๆ นี้ จากนั้นถึงจะนัดประชุมกก.บห.ร่วมกับส.ส. เพื่อพิจารณาเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อไป

“ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคแทนนายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม ไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส. ในโควตาพื้นที่ภาคใต้ ขึ้นอยู่กับกก.บห.และส.ส.พิจารณาเห็นว่าใครเป็นผู้มีความเหมาะสม”นายองอาจกล่าว

โวคนขอชิงผู้ว่าฯ กทม.อื้อ

นายองอาจกล่าวถึงการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.) ว่า เมื่อดูจากไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ คาดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.จะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนต.ค. ในส่วนของการจัดทำนโยบายบริหาร กทม. พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้ประชาชนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ จากนั้นจะรวบรวมความคิดเห็นและวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ส่วนการสรรหาผู้สมัคร ส.ก. ได้พิจารณาผู้สมัครซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมที่ยังอยู่กับพรรคประมาณ 20 คน จากนั้นจะมีการสรรหาผู้สมัครเพิ่มเติมอีก 30 คน โดยขณะนี้ พรรคได้พิจารณาผู้สมัครไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ พร้อมทำงานรับใช้ประชาชน

ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ขณะนี้มีทั้งในส่วนที่พรรคไปทาบทามผู้ที่มีความเหมาะสม และมีทั้งผู้ที่สนใจมาเสนอตัวเพื่อขอลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค รวมทั้งหมดประมาณ 3-4 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาสรรหา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามข้อบังคับพรรค เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพรรคประชาธิปัตย์จะประกาศตัวผู้สมัครฯ ต่อไป ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถของผู้สมัครของพรรค ที่จะสอดคล้องกับยุคสมัยของกทม. ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เผยคนกรุงเชียร์‘ชัชชาติ-จักรทิพย์’

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 1” สำรวจระหว่างวันที่ 2-3 มี.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ

จากการถามถึงที่มาของผู้ว่าฯ กทม. ที่ประชาชนอยากได้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.00 ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม. อิสระ ร้อยละ 17.11 ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม. ที่สังกัดพรรคการ เมือง ร้อยละ 14.30 ระบุว่า อย่างไรก็ได้ และร้อยละ 2.59 ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม. ที่สังกัดกลุ่มการเมือง

ด้านปัญหาที่ประชาชนอยากให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ เร่งแก้ไขมากที่สุด พบว่า ร้อยละ 66.01 ระบุว่า ปัญหาการจราจร ร้อยละ 35.29 ปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง ร้อยละ 33.84 ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละออง น้ำเสีย ร้อยละ 31.18 ระบุว่า ปัญหา น้ำท่วม ร้อยละ 24.18 ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ

เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 29.96 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 22.43 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 15.51 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อันดับ 4 ร้อยละ 7.68 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 4.49 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

อันดับ 6 ร้อยละ 4.26 น.ส.รสนา โตสิ ตระกูล และผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 7 ร้อยละ 3.35 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 8 ร้อยละ 3.27 ผู้สมัครจากพรรค พลังประชารัฐ อันดับ 9 ร้อยละ 2.66 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.75 นายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 0.23 ระบุว่า เฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไปลงคะแนนไม่เลือกใคร (โหวตโน)

เสื่อมศรัทธานักการเมืองแย่งเก้าอี้

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่น นายกฯ ปรับ ครม. ใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,597 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.

ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.3 ระบุ คนไทยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ต่างกันที่อุดมการณ์และแนวทางวิธีถึงเป้าหมาย ร้อยละ 97.2 ระบุ เชื่อมั่นต่อกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง มีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ติดหล่ม วิกฤตซ้ำซาก และร้อยละ 95.2 ระบุ การพาคนลงถนน นำสู่ความขัดแย้ง ความแตกแยกของคนในชาติ

ที่น่าเป็นห่วงคือ ร้อยละ 96.4 เสียความเชื่อมั่น ศรัทธาเสื่อมเมื่อเห็นพรรคการเมืองที่เคลื่อนไหวแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี ร้อยละ 3.6 ที่ไม่เสียความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 ระบุ ควรให้อิสระ ไม่กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับครม. ร้อยละ 2.1 ระบุไม่ควร

ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 63.7 ยังคงเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หลังปรับครม. พาประเทศพ้นวิกฤต ร้อยละ 20.9 ระบุกลางๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 15.4 ระบุไม่ เชื่อมั่น

นายนพดลกล่าวว่า ถึงเวลาหรือยังที่ฝ่ายการเมืองและกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ยึดเป้าหมายเดียวกันคือ ทำประเทศหลุดจากการติดหล่มซ้ำซากพ้นวิกฤตชาติต่างๆ ไปให้ได้ ด้วยการสนับสนุนเสนอแนะ แต่ไม่กดดันผู้นำประเทศให้คัดเลือกคนดี คนเก่ง คนกล้า ไปขับเคลื่อนประเทศพ้นวิกฤตชาติ

ไม่เห็นด้วยทั้งชุมนุม-รบ.ตอบโต้

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “จุดกึ่งกลางระหว่างการชุมนุมกับรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่าง 1,147 คน สำรวจระหว่างวันที่ 1-5 มี.ค. พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 70.04 ติดตามข่าวการชุมนุมทางโทรทัศน์มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 55.33 เฟซบุ๊ก การไลฟ์สด

เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุม ณ วันนี้ พบว่า เห็นด้วย 27.63% ค่อนข้างเห็นด้วย 25.20% ค่อนข้างไม่เห็นด้วย 23.98% และไม่เห็นด้วย 23.19% และเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อการชุมนุม ณ วันนี้ พบว่า ไม่เห็นด้วย 39.49% ค่อนข้างไม่เห็นด้วย 28.60% ค่อนข้างเห็นด้วย 23.63% และเห็นด้วย 8.28%

น.ส.พรพรรณ บัวทอง นักวิจัยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลที่ออกมาตอบโต้เช่นกัน การควบคุมสถานการณ์ที่เน้นการจับกุม การสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และการฉีดน้ำแรงดันสูง หลายฝ่ายมองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรง ไม่ว่าสถานการณ์การชุมนุมและท่าทีของรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางเช่นไร สุดท้ายแล้วก็ควรเร่งหาทางออกที่เป็นจุดกึ่งกลางสำหรับเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว

‘แรมโบ้’วอนฝ่ายค้านเบาๆ-ม็อบยุติ

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวผ่านพอดแคสต์ให้ประชาชน รักและสามัคคี ไม่แตกแยก เคารพกฎหมาย ป้องความขัดแย้งว่า เห็นด้วย ยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังประสบกับปัญหาโควิด-19 จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน

ขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านที่แม้ว่าจะไม่อยากช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แต่ขอให้เบาๆ ในการแถลงข่าวที่มีแต่จะตำหนินายกฯเพียงอย่างเดียว และ ยังทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในตัวนายกฯและรัฐบาลในข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ที่ไม่เป็นความจริง ยิ่งจะทำให้ประชาชนสับสนเกิดความแตกแยกความสามัคคีได้

ขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุม ควรยุติการชุมนุมเสีย เพราะที่ผ่านมาได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ทำมาหากินเป็นอย่างมาก การชุมนุมก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สงบ ล่าสุดยังมีการชุมนุมมีการเผาขยะริมรั้วศาลอาญา ใช้สีสเปรย์พ่นบนถนน ทุบรถตำรวจ และไล่ตีตำรวจ ไม่ใช่ม็อบที่ชุมนุมสงบสันติ ตามที่บางคนกล่าวอ้าง มีแต่จะสร้างความรุนแรง ไม่ยึดหลักกฎหมายบ้านเมือง

“เรื่องแบบนี้ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเผาบ้านตัวเองหนักขึ้นไปอีก ควรมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะประเทศนี้ แผ่นดินนี้ เป็นของพวกเราทุกคนมิใช่หรือ จะมาทำลายย่ำยีประเทศเสมือนหนึ่งทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเองให้เสียย่อยยับไปเพื่ออะไร ไม่มีฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะ มีแต่ความพ่ายแพ้เสียหายคือประเทศชาติประชาชนของพวกเรา ต้องมารับชะตากรรมมิใช่หรือ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่สุด” นายสุภรณ์กล่าว

‘สิระ’เตือนอยู่ในคุกไม่สนุก

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ว่า คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจัดการกับพวกก่อกวน สร้างความวุ่นวายโดยไม่มีเหตุผล ให้เด็ดขาดสักที คงจะปล่อยให้คนเพียงไม่กี่คนทำความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนมากไม่ได้ ขอฝากไปยังผู้ที่ทำหน้าที่พิจารณาการประกันตัวด้วย หากยังปล่อยแบบนี้ คนในสังคมจะได้รับผลกระทบจากการกระทำชั่วๆ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อสังคม

พฤติกรรมการบุกชิงตัวผู้ถูกควบคุมตัวระหว่างทาง ซึ่งมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ และรถควบคุมผู้ต้องหาถูกทุบทำลายได้รับความเสียหายอีก การกระทำที่ไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมืองเช่นนี้อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทุกวันนี้ม็อบกลุ่มนี้ไม่มีราคาแล้ว คนในสังคมเขาเอือมระอา เขาต้องการให้รัฐจัดการให้จบๆ ไปเสียที คนที่ทำชั่วๆ อยู่ตอนนี้ ต้องหันกลับไปดูด้วยว่า บรรดาส.ส.แกนนำ ที่เคยออกหน้าร่วมชุมนุมกับคุณ หายไปไหนกันหมด ใช้สมองที่มีอยู่อันน้อยนิด คิด ไตร่ตรองด้วยว่า ทำอะไรอยู่ ต้องการอะไร

“ผมขอเตือนว่า การอยู่ในคุกมันไม่ใช่เรื่องสนุก ฉะนั้นหยุดพฤติกรรมคึกคะนอง ท้าทายกฎหมายเสียที เพราะพวกคุณไม่สามารถเอาชนะกฎหมายได้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ถ้าอยู่ในประเทศนี้แล้วมันอึดอัดใจมากก็หนีไปอยู่ประเทศอื่นเพราะคนส่วนมากอยู่กันด้วยความสงบสุข และคงโล่งใจที่คนแบบนี้หายไปจากสังคมได้เสียที” นายสิระกล่าว

‘ชินวรณ์’คาดกรอบแก้รธน.คงเดิม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรม ราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) (ฉบับที่…) พ.ศ… รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ เป็นขั้นตอน ที่ครม.จะเสนอขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ซึ่งเห็นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าเป็นวันที่ 17-19 มี.ค. คาดว่าน่าจะเป็นตามกรอบระยะเวลาเดิม แต่ต้องรอก่อนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกอย่างไร แต่เชื่อว่าตามกระบวนการต่างๆ ต้องเตรียมการตามขั้นตอนไว้

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าให้สามารถดำเนินการต่อได้ จะต้องมีการนำเข้าพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 3 ลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หากเห็นชอบก็ต้องดำเนินการต่อในขั้นตอนทำประชามติและประกาศทำกฎหมาย แต่หากไม่เห็นชอบก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดว่าหากรัฐธรรมนูญตกไป ครม.ต้องเป็นผู้เสนอเข้ามาใหม่ หรือต้องมีส.ส. 1 ใน 5 หรือสมาชิกรัฐสภา คือส.ส. ส.ว. 1 ใน 5 เป็นผู้เสนอเข้ามา หรือประชาชน 30,000 คนเข้าชื่อเสนอเข้ามา จึงจะสามารถเริ่มต้นกระบวนการใหม่ได้ ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อรัฐบาลเป็นอย่างไร หรือพรรคการเมืองแต่ละพรรคเป็นอย่างไรต้องดูว่ากระบวนการในการที่จะไม่เห็นชอบ เกิดจากเหตุผลใดก่อน

ฝ่ายค้านประชุมกำหนดท่าที

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนสำรองของพรรคร่วมฝ่ายค้านหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ หรือ ส.ว.คว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ว่า วันที่ 8 มี.ค. จะประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดท่าทีในเรื่องนี้ร่วมกันว่าจะเอาอย่างไรกันต่อ เพราะตอนที่ยื่นเรายื่นด้วยกันก็อยากถามความเห็นให้รอบด้าน สำหรับประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นเรื่องที่เราต้องรอดูท่าทีอย่างเดียว เนื่องจากเหนือการควบคุมของเราไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามความเห็นต่อกรณีการ ปรับครม. นายประเสริฐกล่าวว่า ขอให้มองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักไม่อยากให้เอาเรื่องในทางการเมืองมาเป็นตัวกำหนดบุคคลที่จะเข้าไปนั่งในตำแหน่งนั้นๆ สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ควรตั้งคนให้เหมาะกับงาน และไม่ควรจำกัดเฉพาะคนใน เพราะครั้งนี้มีรัฐมนตรีในกระทรวงใหญ่หลายกระทรวงที่ต้องแต่งตั้งใหม่ แต่ถ้าท่านมองแล้วว่าท่านไปไม่ไหวหรือหาคนที่เหมาะสมมานั่งในตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ก็ควรคืนอำนาจให้กับประชาชนเสียโดยการยุบสภา หรือลาออกไป

‘ชูศักดิ์’แกะ 5 ด่านอุปสรรคใหญ่

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะสำเร็จได้ จะต้องฝ่าฟันอีก 5 ด่านสำคัญ ด่านแรกสุดคือศาลรัฐธรรมนูญที่นัดอ่านคำวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 มี.ค. ด่านที่สอง คือที่ประชุมรัฐสภาจะต้องลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 จะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรืออย่างน้อย 84 เสียง

ด่านที่สาม คือต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชน โดยต้องทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และกฎหมายประชามติยังมีเงื่อนไขสำคัญว่านอกจากผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว คะแนนเห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ อีกด้วย

ด่านที่สี่ คือหลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านประชามติและประกาศใช้ ต้องมีการเลือกตั้งสภาร่างรับธรรมนูญ ( ส.ส.ร.) 200 คนโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในลักษณะเดียวกับเลือกตั้ง ส.ส. มีส.ส.ร. ได้เขตละคน เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จะไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรืออิทธิพลในท้องถิ่น รวมถึงการโยงใยกับการเมืองในระดับชาติ

ด่านที่ห้า คือเมื่อ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ จะต้องให้ประชาชนเห็นชอบ โดยต้องทำประชามติอีกครั้งในเงื่อนไขเดียวกับด่านที่สาม หากผ่านประชามติจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ซัดพวกปู้ยี่ปู้ยำ-หวังสืบอำนาจ

นายชูศักดิ์กล่าวว่า สำหรับด่านที่สำคัญที่สุดจะอยู่ในสองด่านแรก หากผ่านด่านนี้ไปได้จึงจะมี ส.ส.ร.ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน มีบทบัญญัติที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายใดๆ ทำได้สองวิธี คือ แก้ไขรายมาตราบางประเด็นเรียกว่าแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..) พ.ศ….. หรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกกฎหมายเก่าแล้วตราขึ้นมาใหม่ ข้อห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีเพียงข้อห้ามตามมาตรา 255 คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ดังนั้น ข้ออ้างทั้งหมดตนเห็นว่าเป็นเพียงความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. แบบรัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ ซึ่งถ้าทบทวนตั้งแต่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เนื้อหา โดยเฉพาะการได้มาซึ่งองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ครม. รัฐสภา องค์กรอิสระทั้งหลาย อาจถือได้ว่ากระบวน การที่ทำอยู่นี้เป็นการร่วมมือ คบคิดกันปู้ยี่ปู้ยำประเทศ เพียงเพื่อคงอำนาจและสืบทอดอำนาจของพวกตัวเองไว้เท่านั้น

‘เจ๊หน่อย’ชวนจับตาใกล้ชิด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าปล่อยให้การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการสืบทอดอำนาจที่สมคบคิดกันโดยพรรคพลังประชารัฐ พวก ส.ว. และองค์กรอิสระ เป้าหมายของทุกภาคส่วนคือการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ เป็นทางออกให้กับวิกฤตการเมืองของประเทศที่เรากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ จึงจำเป็นที่ทุกขั้นตอนต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ไม่เช่นนั้นรัฐธรรมนูญที่ได้มาจะเป็นชนวนก่อความขัดแย้งต่อไปข้างหน้า

การมี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 200 คน เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็น ทว่าขณะนี้ กลไกที่จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมากที่สุด มีแนวโน้มถูกทำลาย และแทนที่ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจ ต้องระวังว่า ท้ายที่สุด การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะไม่ให้ มี ส.ส.ร. แต่ให้อำนาจรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญ แปลว่า เสียงข้างมากในรัฐสภาคือ พวกส.ว. 250 คน กับพรรคพลัง ประชารัฐ จะเป็นผู้กำหนดเกมแก้รัฐธรรม นูญได้ทั้งหมด

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันจับตากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิดและส่งเสียงเมื่อเห็นความบิดพลิ้ว อย่าปล่อยให้การเขียน “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการสืบทอดอำนาจที่สมคบคิดกันโดยแต่เพียงพรรคพลังประชารัฐ พวก ส.ว. และองค์กรอิสระ โดยที่ประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมแต่อย่างใด

ผู้ชนะ – ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชูมือนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ แสดงความยินดีที่ชนะการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช หลังทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน