2รอบก่อน-หลังยกร่าง
‘ชวน’มึน-แต่ยันไม่โมฆะ
สะพัด-พปชร.แก้โผอีก
ให้ ‘ตรีนุช’นั่งคุมศึกษาฯ
หนูป้องตู่ฉีดสเปรย์สื่อ

ศาลรธน.ชี้เป็นอำนาจรัฐสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่มีเงื่อนไขต้อง ทำประชามติทั้งก่อนและหลัง ‘ชวน’ มึน ต่างฝ่ายตีความไปคนละทาง ขอดูคำวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อน ชี้วาระ 2 ยังไม่โมฆะ ‘ไพบูลย์-ส.ว.’ ประสานเสียง ชี้ร่างแก้ไขถือว่าตกไปแล้ว นักกฎหมายเตือนอย่าตีความเลอะเทอะ ยันไม่ใช่การล้มกระดาน สภายังเดินหน้าโหวตวาระ 3 ได้ แต่หากโหวตคว่ำต้องเริ่มต้นใหม่ ‘อนุทิน’ ป้องนายกฯ ฉีดแอลกอฮอล์ใส่ นักข่าว แค่หยอก ‘ธรรมนัส’ ปัดโยกคุมแรงงาน หึ่งอีก พปชร.แก้โผ โยก ‘ตรีนุช’ คุมศึกษาฯ ‘ชัยวุฒิ’ รมว.ดิจิทัลฯ ทหารโยธา ทบ.ลุยซ่อมหลังคาตึกไทยฯ งบ 6 ล้าน

อนุทินป้องตู่-ฉีดแอลกอฮอล์ใส่สื่อ

วันที่ 11 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข กล่าวกรณีสื่อต่างประเทศวิจารณ์ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กรณีฉีดสเปย์แอลกอฮอล์ใส่บริเวณใบหน้าผู้สื่อข่าวว่า ผู้สื่อข่าวก็โหดร้าย เห็นอยู่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ หยอกและตอนนั้นก็ยังเห็นยิ้มกันอยู่ อย่างนี้อีกหน่อยก็ระวังกันหมด เมื่อถามว่าที่วิจารณ์หมายถึงผู้สื่อข่าวต่างประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเราไม่เสนอข่าวก็คงไม่เป็นอย่างนั้น คิดว่าเจตนาของนายกฯแค่เอ็นดูและหยอกเล่น เวลานายกฯ ท่าทีแข็งก็ไปว่าเขา เรื่องแค่นี้ไม่ควรขยายไปใหญ่โต เมื่อถามว่าแต่ในต่างประเทศคิดว่าแอลกอฮอล์เป็นสารอันตรายไม่ควรนำมาฉีดใส่หน้ากัน นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า นี่บ้านเรา

เมื่อถามว่าในบ้านเราถือว่าแอลกอฮอล์ไม่ใช่สารพิษใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า “ถามแบบนี้ถามเพื่อประโยชน์อะไร ผมก็ไม่ตอบหรอกถามแบบนี้ คนเรามันก็แหย่กันได้ นี่เป็นแอลกอฮอล์สเปรย์ เราฉีดแล้ว มาจับหน้าจับมือเพื่อให้เกิดความสะอาด จะได้ไม่มีเชื้อ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นสารพิษที่มีอันตรายจนเกินไป และไม่ควรนำมาให้เป็นประเด็น และเรื่องนี้นายกฯก็ทราบแล้ว “จากนี้อย่าว่าแต่ นายกฯเลย ผมก็ไม่กล้าเล่นกับสื่อแล้ว และจะทำให้ความสัมพันธ์ไม่ดี ซีเรียส อยู่บนความเครียด เวลาเจอกันต้องระวังว่าวันนี้ทำอะไรผิดหรือเปล่า ลงมาเจอสื่อจะใส่หน้ากากทันหรือเปล่า เป็นอย่างนี้ก็เหนื่อย ถ้าไม่ใส่สูทมาจะโดนด่าอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้”

ย้ำคุยปชป.ลงตัว-แลก รมช.

ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน กล่าวถึงข่าวการสลับกระทรวง ในการปรับครม.ครั้งนี้ว่า ต้องรอพรรคยื่นมาก่อน ส่วนจะโยกย้ายหรือสลับตำแหน่งกันหรือไม่ อยู่ที่การพูดคุยเจรจา แต่คุยในหลักการแล้วคล้ายกับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อถามว่าสรุปแล้วจะสลับกระทรวงกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าบอกไปก่อนก็ไม่มัน

เมื่อถามว่าเลขาฯปชป. ระบุยังอยู่ที่เดิมไม่มีการสลับ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็คุยกันแล้ว เลขาฯภท.กับเลขาฯปชป.คุยกันแล้ว ในหลักการไม่มีปัญหา รวมถึงตนก็คุยกับหัวหน้าปชป.คร่าวๆ หลักการก็ไม่มีปัญหา การสลับตำแหน่งจะทำให้การทำงานในกระทรวงทำได้เต็มที่ คิดว่าคนของใครคนนั้นก็มาดูแล เพราะถ้าเกิดแยกกันอยู่อีกฝั่ง อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ความรับผิดชอบของใครก็ไปดูแลกัน คนที่ได้ประโยชน์จากการทำงานได้เต็มที่ไม่ใช่รัฐมนตรีแต่คือประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่น่าจะทำได้ แต่คนที่ตัดสินใจคือ นายกฯ เราก็เสนอไป

ปัด‘วีรศักดิ์’พ้นรมช.พาณิชย์

เมื่อถามว่าภท.ส่งรายชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้ส่ง ซองจดหมายอยู่ในสูท ส่วนที่มีข่าวว่า ภท.อาจเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรค โดยมีชื่อนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ในซองจดหมาย เมื่อถามว่าชื่อนายบุญลือ อยู่ในซองจดหมายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จำไม่ได้ เรื่องพวกนี้เราไม่ได้แต่งตั้งเอง มีผู้ใหญ่แต่งตั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา เมื่อถามว่า ถ้ามีชื่อนายบุญลือ จะเปลี่ยนกับใคร นายอนุทิน กล่าวว่า ให้มันจบสิ้นก่อน เมื่อถามว่าตามข่าวจะเปลี่ยนกับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่จริง ภท.ส่งไปกี่ รายชื่อ ทำไมต้องบอก

หลังบ้านยันรมว.ท่องเที่ยวหนึบ

นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษานายอนุทิน ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้ามาทำงานเป็นวันแรก โดยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำทำเนียบ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกระแส วิจารณ์ถึงความชอบธรรมเนื่องจากถูก ป.ป.ช.ชี้มูลแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จว่า กรณีถูกป.ป.ช.ตัดสิทธิ์ 5 ปี หมดไปแล้ว นับตั้งแต่ปี 2556 คำตัดสินเลยเวลาไปแล้ว

พร้อมยืนยันถึงการปรับครม.ว่า ในฐานะหลังบ้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เท่าที่ทราบ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีปรับครม.ครั้งนี้

พปชร.สลับชื่อ‘ชัยวุฒิ-ตรีนุช’

ส่วนความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งส่ง 2 รายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรี คือนายชัยวุฒิ ธนาคมา นุสรณ์ รองเลขาฯพรรค และน.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว จากที่ก่อนหน้านี้คาดว่า นายชัยวุฒิจะไปนั่งรมว.ศึกษาธิการ ล่าสุดมีแนวโน้มถูกเสนอไปดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลฯ และเดิม น.ส.ตรีนุช มีข่าวจะไปนั่งเป็นรมว.วัฒนธรรม โดยสลับให้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ไปเป็น รมว.ดิจิทัลฯนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่น.ส.ตรีนุชจะไปนั่งรมว.ศึกษาธิการ ท่ามกลางการสนับสนุนของ 3 ป ที่ล้วนมีสัมพันธ์อันดีกับคนตระกูล เทียนทอง โดยรู้จักกับนางขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว มารดาน.ส.ตรีนุช มาตั้งแต่รับราชการทหารที่ จ.ปราจีนบุรี และครอบครัวของน.ส.ตรีนุช ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ อีกด้วย

‘ธรรมนัส’ยันไม่ไปแรงงาน

ที่กระทรวงเกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กก.บห.พปชร. กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ยังไม่รู้ว่าใครจะไปนั่งตำแหน่งไหน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จะพิจารณาเลือกใครให้นั่งเก้าอี้ไหน ฝากถึงนักการเมืองที่วิ่งเต้นเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งนี้ว่า อย่าคิดมักใหญ่ใฝ่สูง ให้ตั้งใจทำงาน และเวลาทำงานควรคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรให้ประชาชน

เมื่อถามว่าจะไปเป็นรมว.แรงงาน เตรียมตัวพร้อมหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น กระทรวงแรงงานไม่ใช่ทางของตน เพราะตนมาจากดินอยู่กับเกษตรกร ประชาชน หากให้ไปกระทรวงแรงงานคงไม่ไปแน่นอน ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 4 เก้าอี้ จาก 4 พรรค เชื่อว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกคนยังคงอยู่ในเก้าอี้เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ปชป.กั๊กแลกกระทรวง ภท.

ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการ ปชป. ระบุว่า วันที่ 12 มี.ค. ปชป.จะประชุมกก.บห.พรรค เพื่อพิจารณาหารัฐมนตรีที่มาทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งน่าจะจบและเสนอชื่อให้นายกฯพิจารณาได้ ส่วนข่าว ปชป.จะสลับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ไม่ได้คุยเรื่องการสลับเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คุยส่วนตัว ก็คุยปกติอยู่แล้วเพราะเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมส.ส.ภาคใต้ หารือการวางตัวรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า ควรเน้นหลักความสามารถและอาวุโส โดยมีส.ส. 5 สมัยที่ยังไม่เคยเป็นรัฐมนตรี 4 คนที่จะเสนอชื่อต่อที่ประชุมกก.บห.พรรค ในวันที่ 12 มี.ค.

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุม กลุ่มเลือดใหม่ได้เสนอว่าเมื่อจะปรับครม. และครบ 2 ปีต้องประเมินผลงานรัฐมนตรีในพรรค ขอเสนอให้ปรับรัฐมนตรีโลกลืม เช่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ออก ซึ่งนายนิพนธ์ รับจะนำไปพิจารณาในที่ประชุมกก.บห. แต่อ้างพรรคหลักไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อมมาก กลุ่มเลือดใหม่จึงเสนอว่าปรับครม.ครั้งหน้าให้รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการสลับกระทรวงกับภท. ซึ่งตำแหน่งรมช.คมนาคม ยังทำผลงานให้เห็นในพื้นที่ภาคใต้ได้ดีกว่าไปนั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ไม่มีผลงานปรากฎ

นอกเครื่องแบบเข้มศาลรธน.

เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ที่ประธานรัฐสภาได้ยื่นมาให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา บรรยากาศที่หน้าสำนักงานฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลการเข้า-ออก และแลกบัตรตามระเบียบศาลปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาดูแลโดยเฉพาะภายใน สำนักงานฯ

ชี้ร่างรธน.ใหม่ต้องทำประชามติ

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาประชุมปรึกษาหารือกันนาน 6 ชั่วโมง ก่อนมีเอกสารข่าวแจกคำวินิจฉัย ระบุว่า ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 9 ก.พ.2564 พิจารณาญัตติด่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชี รายชื่อ พปชร. และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ผลการลงมติที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามญัตติ ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2564 ประธานรัฐสภา ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย

การพิจารณาคดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง จึงไม่มีการออกนั่งอ่านคำวินิจฉัยตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 61 มาตรา 76 วรรคสาม ที่ให้ถือว่าวันที่ศาลลงมติ ซึ่งเป็นวันที่ปรากฏในคำวินิจฉัยเป็นวันอ่าน

ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นเวลา 15.00 น. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ส่งหนังสือแจ้ง (15) 25/2564 ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เรื่องผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

สภามึน-ติดเงื่อนมาตรา 5

ที่รัฐสภา หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ทำให้เกิดการตีความว่าการประชุมรัฐสภา วันที่ 17 มี.ค.เพื่อลงมติร่างแก้ไขวาระ 3 ทำได้หรือไม่ ทำให้ฝ่ายกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมด่วน โดยมีการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด และเห็นว่าการประชุมลงมติวาระ 3 ดำเนินการต่อไปได้ เพราะขั้นตอนการทำประชามติจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 เพื่อเตรียมเลือก ส.ส.ร.

แต่มีปัญหาสำคัญอยู่ที่ มาตรา 5 ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เพิ่งผ่านวาระ 2 ที่ระบุในวาระเริ่มแรกให้ตรา พ.ร.ฎ.กำหนดให้รับสมัครการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ภายใน 30 วัน นับจากรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ หมายความว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 และมีผลบังคับใช้ต้องตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งส.ส.ร.ใน 30 วัน โดยที่ยังไม่มีการสอบถามประชามติจากประชาชน จะยินยอมให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัยของศาล ดังนั้น หากตรา พ.ร.ฎ.ดังกล่าวจะผิดเงื่อนไขศาลรัฐธรรมนูญทันที หรือหากจะจัดให้ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน จะมีเวลาแค่ 30 วัน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายกฎหมายยังหาทางออกไม่ได้ โดยฝ่ายกฎหมายจะนำปัญหารายงานต่อนายชวน ในวันที่ 12 มี.ค.นี้เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป

‘ชวน’ ยันวาระ 2 ไม่โมฆะ

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.ปชป. กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ รัฐสภา กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติบรรจุระเบียบวาระเเล้ว ต้องพิจารณาวาระ 2-3 ต่อไปในวันที่ 17-18 มี.ค. ถ้ารัฐสภาเห็นชอบจะมีพ.ร.บ.ประชามติไว้รองรับการทำประชามติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ทันเวลา ตนเสียดายหากต้องทำประชามติ มากกว่า 1 ครั้ง จะทำให้กระบวนการแก้ไขยืดเยื้อออกไปอีก รวมถึงใช้เงินจำนวนมาก สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ การทำประชามติรอบเดียว ผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขก็ออกเสียงคว่ำการแก้ไขได้ในรอบสุดท้ายอยู่ดี

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งคำวินิจฉัยมาให้เพียง 4-5 บรรทัด ความเห็นก็ยังไม่ค่อยตรงกันเท่าไรนัก ยังคงตีความกันอยู่ จึงต้องรอรายละเอียดของคำวินิจฉัยก่อน เมื่อถามว่าจะสามารถโหวตแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ต่อได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนสั่งบรรจุระเบียบวาระก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมา เมื่อถามย้ำว่าการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 2 ที่ผ่านไปแล้วนั้นเป็นโมฆะหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่เป็น เพราะวาระ 2 ผ่านไปโดยเรียบร้อย ระเบียบวาระไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนวาระ 3 ที่จะโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนั้น เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าโหวตผ่านวาระ 2 แล้วให้ทิ้งเวลา 15 วัน แล้วจึงโหวตวาระ 3 ซึ่งขณะนี้วาระ 2 ได้พ้น 15 วันไปแล้ว

วิรัชชี้โหวตวาระ 3 ไม่ได้แล้ว

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กก.บห.พปชร. ประธานวิปรัฐบาล และประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้ วันที่ 15 มี.ค. เพื่อหารือถึงแนวทางดำเนินการต่อไป เนื่องจากร่างแก้ไขเป็นร่างของรัฐบาล และเชื่อว่าก่อนประชุมร่วมรัฐสภา 17-18 มี.ค. ประธานรัฐสภาจะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายในประเด็นดังกล่าวเพื่อรวบรวมความเห็น ยอมรับว่าเมื่อมีคำวินิจฉัยจะไม่สามารถลงมติวาระ 3 ได้ แต่จากการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญยังมีบางประเด็นนำมาใช้ได้อยู่ ไม่ถือว่าเสียเวลาหรือสูญเปล่าในการดำเนินการแก้ไข

ไพบูลย์ฟันธงแก้รธน.โมฆะ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. กล่าวว่า ตนยังงงในคำวินิจฉัยยดังกล่าวและเชื่อว่าวันที่ 17 มี.ค.ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ต้องถกเถียงในความหมายของคำวินิจฉัยว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่ารัฐสภาไม่สามารถลงมติได้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เมื่อระบุให้ทำประชามติก่อน ดังนั้นการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 17 มี.ค.ต้องคุยในรัฐสภา เพื่อถามว่าจะตีความอย่างไร ดีไม่ดีอาจโหวตตกก่อน

ตนพอใจในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยืนยันในอำนาจรัฐสภาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่การยกอำนาจให้องค์กรใดดำเนินการ เช่น ส.ส.ร. อย่างไรก็ตามการลงมติวาระ 3 นั้น เชื่อว่าไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐสภาทำเกินไปกว่าที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุ เมื่อถามย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นถือว่าโมฆะใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ใช่ เพราะต้องไปถามประชาชนก่อน และถามประชาชนได้เพียงว่าประสงค์จะให้แก้ทั้งฉบับหรือไม่ โดยไม่สามารถนำเนื้อหาของร่างแก้ไขที่พ้นวาระ 2 ไปถามพ่วงประชามติได้

สว.ชี้ร่างแก้รธน.ตกตามมติศาล

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า เชื่อว่าร่างแก้ไขที่รัฐสภาผ่านวาระ 2 และรอโหวตวาระ 3 วันที่ 17 มี.ค. จะตกไปทันที เพราะการดำเนินการของรัฐสภาเลยขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้ว การที่ศาลชี้ให้ทำประชามติถามประชาชน 2 ครั้ง เท่ากับว่า ก่อนเริ่มกระบวนการวาระแรก ต้องได้ไฟเขียวจากประชาชนก่อน 1 ครั้ง และหลังจากรัฐสภาผ่านวาระ 3 อีก 1 ครั้ง ขั้นตอนที่ผ่านมายังไม่ได้มีการทำประชามติถามประชาชนเลย การดำเนินการที่ผ่านมา จึงมิชอบต่อคำวินิจฉัย ถ้ามีการโหวตวาระ 3 ในวันที่ 17 มี.ค. จึงเชื่อว่าไม่สามารถใช้ได้ และขัดต่อคำวินิจฉัยนี้

จากนี้คงต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมือง เพราะการแก้รัฐธรรมนูญจะเริ่มกระบวนการใหม่ได้ ต้องทำประชามติตามที่ศาลชี้ หรือเสนอแก้รายมาตรา แต่การแก้ รายมาตราต้องได้รับการเห็นพ้องต้องกัน ทุกฝ่าย ทั้งครม. ส.ส. รัฐบาล วุฒิสภา ฝ่ายค้าน จึงเชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย

นิกรแนะประชามติหลังวาระ 3

นายนิกร จำนง ส.ส.ชาติไทยพัฒนา เลขานุการกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้รัฐสภาทำได้ สมาชิกรัฐสภาบางส่วนผ่อนคลายและสิ้นข้อสงสัย หลังจากมีมติวาระ 3 ของร่างฉบับนี้แล้ว ให้ทำประชามติสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่ กับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับโดยใช้ส.ส.ร. ซึ่งเป็นไปตามที่ข้อวินิจฉัยแรกที่ให้ถามประชาชน หากยังกังวลว่าไม่ครบ อาจเพิ่มเติมคำถามในการทำประชามติเข้าไปช่วงนี้ก็ทำได้ จากนั้นเมื่อเลือกส.ส.ร.และยกร่างแล้วเสร็จให้นำร่างฉบับใหม่เข้าพิจารณารัฐสภาโดยไม่ลงมติ จากนั้นให้ประชาชนลงประชามติ ถือเป็นการสอบถามประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ตามคำวินิจฉัย

ส่วนที่ส.ว.เสนอให้ย้อนกลับไปทำประชามติเริ่มต้นใหม่นั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ได้พิจารณาในชั้น กมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการมาก่อนแล้วว่า การทำประชามติก่อนยกร่างแก้ไขกระทำไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฏหมาย นอกจากนั้นจะถือเป็นการทำประชามติถึง 3 ครั้ง สิ้นเปลืองงบโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้น่าจะรอคำวินิจฉัยที่สมบูรณ์และคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล จะได้ทราบว่า ศาลชี้ตามแนวทางปฏิบัติว่าอย่างไร เพราะเรื่องนี้มีนัยยะที่มีอันตราย หากพิจารณาวาระ 3 อาจอ้างว่ายังไม่ชัดเจนในการทำประชามติแล้วงดออกเสียง จะทำให้ได้เสียงจากส.ว.ไม่ครบ 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ทำให้ร่างนี้ต้องตกไปในทันที จึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง

ชูศักดิ์ยันที่ทำถูกทางแล้ว

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท. กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั้นไป แต่เข้าใจว่าเมื่อร่างผ่านวาระ 3 แล้ว ให้ไปถามประชาชนว่าเห็นชอบให้มีฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าเห็นชอบยกร่างเสร็จก็ถามประชาชนอีกครั้ง แล้วประกาศใช้ฉบับใหม่ ที่รัฐสภาดำเนินการอยู่ เป็นไปในแนวนี้และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล

แต่ที่สับสนอยู่คืออาจเข้าใจว่าก่อนเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม วาระ 1-2-3 ที่ทำอยู่นี้ ต้องถามประชาชนก่อนว่าจะให้มีฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะถามประชาชนเพียงว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยไม่รู้เลยว่ามีอย่างไร วิธีการเป็นอย่างไร จะเอากฎหมายประชามติอะไรไปรองรับ จึงเห็นว่าที่ทำมานี้ถูกแล้ว ทางเดินต่อไปรัฐสภาก็นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมนี้ไปโหวตวาระ 3 เมื่อผ่านแล้วก็ทำประชามติ

นักวิชาการลั่นยังไม่โมฆะ

นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่ามติของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามรัฐสภาแก้ไข ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปคือการเดินหน้าเข้าสู่การพิจาณาวาระ 3 แต่ปัญหาคือการทำประชามติจะว่าไปทำกันในขั้นตอนไหน จะทำก่อนหรือหลังการเข้าสู่วาระ 3 ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ที่สภาจะพิจารณาว่าจะดำเนินการในช่วงเวลาใด ซึ่งไม่ถือว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการมาเป็นโมฆะ เพราะศาลได้รับรองอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมของสภาว่าทำได้ จึงไม่ถือว่าเป็นโมฆะ ไม่ใช่การล้มกระดาน

แต่มีความพยายามของคนบางกลุ่มตีความว่าต้องไปตั้งต้นใหม่ ตั้งแต่ก่อนเข้าวาระ 1 ซึ่งตีความได้เลอะเทอะ ทั้งๆที่ศาลรับรองอำนาจหน้าที่ของสภาแล้ว ดังนั้นสภาต้องดำเนินการในส่วนที่ค้างไว้ได้ ทั้งในส่วนวาระ 2 ที่ผ่านมาแล้ว หรือจะดำเนินการต่อในส่วนของวาระ 3 แต่หากที่ประชุมโหวตคว่ำถือว่าจบเลย การแก้ไขต้องเริ่มใหม่ ต้องไปเริ่มสมัยประชุมหน้า

สภาเรียกประชุม 17 มี.ค.

เวลา 15.30 น. นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการรัฐสภา มีหนังสือด่วนที่สุด ที่สผ 0014/ร15 ถึงส.ส.และ ส.ว. เรื่อง นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาว่า ด้วยมีพ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ประธานรัฐสภาจึงมีคำสั่งให้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) ในวันที่ 17 มี.ค. และครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) ในวันที่ 18 มี.ค. เวลา 09.30 น. โดยในระเบียบวาระมีเรื่องด่วน คือ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) เป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระ 3 นอกจากนี้ มีเรื่องที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 2.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ 3.ร่างพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด

ซ่อมหลังคาตึกสันติฯ 6 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุฝนตกหนักทำให้หลังคาตึกสันติไมตรีรั่วจนน้ำเจิ่งนองนั้น วันเดียวกันนี้ เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่กรมยุทโยธาทหารบก เข้ามาสำรวจและปรับปรุงซ่อมแซมหลังคาตึกสันติไมตรี โดยเผยว่า วันนี้จะเริ่มปูผ้าใบคลุมพื้นที่ที่เป็นส่วนของหลังคาทั้งหมดของตึกสันติฯ การซ่อมแซมจะทำส่วนของหลังคาสำเร็จเพื่อนำมาครอบ แยกครอบเป็นส่วนๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการใช้งานของตึกและไม่กระทบกับสถาปัตยกรรมเดิม

ปัญหาหลังคารั่วเกิดจากปัญหาตั้งเสาของอาคาร เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนหลังคาจึงกระทบรอยยาแนวเชื่อมของส่วนที่หลังคากับบริเวณโครงสร้างตึก ทำให้เกิดรอยรั่วซึม การปรับปรุงใช้งบประมาณ 6 ล้านบาท

ศาลรับฟ้องรองเลขาฯปปช.

กรณีป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาฯป.ป.ช. จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อ 4 ม.ค. 2560 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง และมีพฤติการณ์ควรเชื่อว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน 6 รายการ ในชื่อของนางธนิภา พวงจำปา คู่สมรส มูลค่ารวม 227,393,103 บาท และต่อมา อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องนายประหยัด ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มีรายงานว่า ศาลฎีกาฯประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2564 และมีคำสั่งให้นายประหยัด หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา โดยกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก 19 พ.ค. 2564 เวลา 14.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน