ขู่ยื่นศาลรธน.ตีความอีกรอบ
วิษณุชี้ช่องโหวตคว่ำ-จะได้จบ
ฝ่ายค้านชงถามพ่วงประชามติ
‘บิ๊กตู่’ขอโทษฉีดสเปรย์ใส่สื่อ
ปชป.เคาะส่งชื่อ‘สินิตย์’นั่งรมต.

‘ชวน’ ยันเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 17- 18 มี.ค. ลุยลงมติร่างรธน. วาระ 3 ‘วิษณุ’ ชี้ช่องโหวตคว่ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุด จะได้จบ แนะแก้รายมาตรา เดือนเดียวเสร็จ พรรคฝ่ายค้านยันลงมติเห็นชอบวาระ 3 ฉะพวกจ้องโหวตคว่ำ ไม่จริงใจ ด้านส.ว.รุมขวาง อ้างผิดกฎหมาย ขู่ส่งตีความอีกรอบ ‘พรเพชร’ เรียกถกวิปวุฒิ 15 มี.ค ดูคำวินิจฉัยกลางก่อนตัดสินใจ ‘บิ๊กตู่’ ไม่ขัดข้อง ใช้งบฯทำประชามติ ขอโทษฉีดสเปรย์ใส่สื่อ ต่อไปนี้ไม่ล้อเล่นอีก ย้ำสัปดาห์หน้า ครม.ใหม่สะเด็ดน้ำ ปชป.เคาะ ‘สินิตย์’ นั่งรัฐมนตรี ภท.ส่งชื่อ ‘วีรศักดิ์’ โยกเป็นรมช.คมนาคม ประธานบอร์ด อคส.ฟ้องหมิ่น เลขาฯเพื่อไทย พาดพิงทุจริตถุงมือยาง

‘ตู่’ยอมขอโทษฉีดสเปรย์ใส่สื่อ

วันที่ 12 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช.ว่า ต้องขอโทษกับสื่อมวลชนด้วยว่า ครั้งที่แล้วที่เป็นกันเองกับพวกเรามากไป ยืนยันว่าไม่ได้เจตนา และตนก็คิดว่าระมัดระวังอยู่แล้ว คราวหน้าก็จะไม่ทำอีก ต้องรักษากติกาซึ่งกันและกัน ก็ขอโทษก็แล้วกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก นายกฯ จะทบทวนพฤติกรรมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ขอโทษไปแล้ว ก่อนย้อนถามด้วยน้ำเสียงฉุนว่า “แล้วใครเอาไป ใครเอาไปเผยแพร่ ผมก็ล้อเล่นกับท่าน ฉะนั้น ต่อไปนี้ก็จะไม่ล้อเล่นกันอีก จบ”

เผยสัปดาห์หน้าครม.ใหม่สะเด็ดน้ำ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลทยอยส่งรายชื่อเข้ามาแล้ว ในสัปดาห์หน้าคงเรียบร้อย เมื่อได้รายชื่อครบ จะดำเนินการตามขั้นตอนทางธุรการและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทุกคนไม่ว่าใครจะเข้ามาก็ต้องทำ ตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการทำหน้าที่ของครม. ทุกอย่างมีนโยบายมียุทธศาสตร์แผนแม่บทไว้ทุกกระทรวงอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องทำประชามติสอบถามความคิดเห็นประชาชนก่อนและหลังแก้ไข นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามคำวินิจฉัย ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐสภา ถ้าเขาจำเป็นต้องดำเนินการตามนั้น ตนก็จะหางบประมาณให้ และการทำประชามติก็เป็นเรื่องของประชาชน

ไม่กังวลเงื่อนไขปชป.

เมื่อถามว่าจะเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเห็นสมาชิกปชป.ออกมาแสดงความเห็นแล้ว ซึ่งเขาไม่กังวล แล้วตนจะกังวลทำไม เป็นไปตามที่ศาลมีคำวินิจฉัย ขอร้องอย่าเอาประเด็นเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้งกันอีกเลย เรื่องรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันมาหลายรอบแล้ว ซึ่งรัฐบาลยินดีให้มีการแก้ไข แต่จะแก้ไขอย่างไรให้ไปว่ากันครบถ้วนกระบวนความ ไม่อยากให้เป็นความขัดแย้ง ไม่ใช่อะไรก็ขัดแย้งไปหมดแล้วมันจะทำอะไรได้ ในเวลานี้ขัดแย้งในหลายเรื่องพร้อมกัน คงไม่เหมาะสม

“ศาลไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร เขาพิจารณาตามกระบวนการ ตามหลักการข้อกฎหมาย ขอให้ระมัดระวังด้วย เมื่อไปกล่าวถึง อย่าไปก้าวล่วง ซึ่งผมก็ไม่ไปก้าวล่วง เพราะผมก็เคารพศาล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ชวนยันลงมติแก้รธน.17-18มี.ค.

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุรัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ต้องมีการทำประชามติก่อนและหลังการยกร่างว่า ทีมกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาและรายงานผลการประชุมให้ทราบแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า วันที่ 17-18 มี.ค. ยังคงประชุมร่วมรัฐสภาเช่นเดิม เนื่องจากมีการบรรจุลงระเบียบวาระไปแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่สภาต้องยึดรัฐธรรมนูญและยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ดังนั้น การโหวตร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 ยังดำเนินการตามระเบียบวาระได้ ซึ่งไม่ต้องกังวล ส่วนที่มีความเห็นให้โหวตคว่ำวาระ 3 นั้น ถ้าไม่เห็นชอบ ร่างดังกล่าวก็ตกไป ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายทั่วไป

ไม่ห้ามใครจะร้องปปช.

เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องทำประชามติก่อนยกร่างฉบับใหม่ ส่วนนี้สภาจะดำเนินการอย่างไร นายชวนกล่าวว่า คณะทำงานให้ความเห็นว่าต้องยึดรัฐธรรมนูญและยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องอยู่ภายในรอบนี้ ส่วนที่มีสมาชิกรัฐสภายังกังวลอยู่และอาจไม่ร่วมโหวตวาระ 3 ด้วย นายชวนกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะเราบรรจุระเบียบวาระแล้วและการประชุมก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่าหากเข้าวาระ 3 จะมีคนไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชวนกล่าวว่า ไม่มีใครห้าม

วิษณุแนะสภาโหวตคว่ำดีที่สุด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ระบุรัฐสภามีอำนาจร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้แต่ต้องทำประชามติก่อนว่า เป็นเรื่องของสภา ซึ่งวาระ 1-2 ไม่ได้มีปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่วาระ 3 จะลงมติได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และประธานสภา บรรจุวาระนี้เข้าที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 17 มี.ค. เวลา 09.30 น.ไว้แล้ว ก็ต้องว่ากันในสภา ถ้าสภาเห็นว่าไม่ควรโหวตก็ไม่โหวต เลิกไปเฉยๆ เพราะมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ แต่ถ้าสภาเห็นว่าโหวตไป ก็มีความเสี่ยงเพราะคำวินิจฉัยออกมาอย่างนี้ และมีอีกฝ่ายที่ไม่ค่อยเห็นด้วยในการโหวตวาระ 3 อาจเป็นไปได้ว่าคว่ำให้มันตกไป ให้จบเรื่องแล้วค่อยเริ่มต้นกันใหม่ จะเริ่มที่ลงประชามติก่อนเพื่อแก้ทั้งฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำ หรือจะแก้เป็นรายมาตราก็ไปคิดอ่านกัน

เมื่อถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ววาระ 3 โหวตได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบเพราะยังไม่เห็นคำวินิจฉัย แต่มันคงไม่มีอะไรผิดพลาดที่จะโหวต แต่ถ้าโหวตแล้วอาจจะไม่ผ่าน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ให้เรื่องมันจบลงดีกว่าคาไว้ ส่วนการแก้รายมาตรา ในสภาเขาอยากทำรายมาตราอยู่แล้ว ซึ่งไม่ยากและเร็ว เดือนครึ่งก็เสร็จ แต่คิดให้ตรงกันก่อนว่า คำว่ารายมาตรานั้นหมายถึงมาตราไหน ถ้ามีความเห็นร่วมกันได้ก็จบ ในทางที่ดีคือรายมาตราที่ไม่ต้องลงประชามติ มันง่ายเดือนเดียวก็เสร็จ

ชี้ทำประชามติหน้าที่รัฐบาล

เมื่อถามว่าการทำประชามติควรเริ่มในช่วงเวลาใด นายวิษณุกล่าวว่า ช่วงไหนก็ได้ แต่ต้องเข็นให้กฎหมายประชามติผ่านก่อน เมื่อออกมาแล้ว ก็คิดกันต่อไป ถ้าจะลงประชามติก่อนก็ลงได้ ส่วนจะทำประชามติจะเร็วสุดได้เมื่อใดนั้น ตนไม่ทราบ เพราะต้องเข้าวาระ 2 ก่อน ยังไม่รู้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะแก้อย่างไร สมมติว่าผ่านวาระ 3 ไปแล้ว หลังโปรดเกล้าฯ กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันที ซึ่งกฎหมายประชามติเป็นแค่เครื่องมือออกเสียงประชามติ โดยผู้ทำประชามติคือรัฐบาล ส่วนการตั้งคำถามก็ต้องคิดด้วยกัน ถือเป็นคำถามของรัฐบาล เมื่อถามว่าหากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการแก้ทั้งฉบับ ก็ไม่สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลเรื่องกรอบเวลาหรือไม่ หากต้องไปร่างใหม่ที่ใช้เวลา 24-26 เดือน อาจไม่ทันสภาชุดนี้ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องยาวขนาดนั้น ซึ่งไม่เกิน 280 วัน จะไปรอให้จบที่ 280 วันทำไม ไทม์ไลน์นี้ยืดหยุ่นได้ อยู่ที่ว่าแก้อะไรและเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ ถ้าทำได้เร็ว มันก็เร็ว ข้อสำคัญ เมื่อเกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นแล้ว สภาจะยุบหรือจะเลือกตั้งใหม่ก็ไม่เกี่ยวกัน ทุกอย่างเดินหน้าของมันไปเรื่อย ไม่สะดุด เพราะสภาชุดใหม่ก็เดินหน้าต่อไปได้เลย ส.ส.ร.เป็นอีกหนึ่งสภาที่แยกออกมาจากรัฐสภา

เตือนรธน.ผ่าน-อาจถูกร้องศาล

นายวิษณุกล่าวว่า ฉะนั้น คำตอบอยู่ที่สภาว่าจะทำอย่างไร ให้คุยกันก่อน ถ้าสภาบอกว่าให้ลงมติ แล้วค่อยไปคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรก็ลงไป แต่เป็นไปได้สูงมากที่สมาชิกสภาจะงดออกเสียง

เมื่อถามว่าวาระ 1-2 ที่ทำมานั้น ไม่แท้งใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า 1 กับ 2 ไม่แท้ง แต่วาระ 3 อยู่ที่ตัดสินใจว่าจะทำให้แท้งหรือไม่ ซึ่งจะเลิกไปมันก็ได้ หรือจะดันเข้าสภาต่อก็ได้ แต่จะยุ่งหน่อย เพราะตอนที่เขาแก้กันมีบางมาตราที่พ่วงเข้าไปและทำให้เกิดปัญหา เช่น มาตรา 5 ถ้าสภาลงมติในวาระ 3 ตกไป คือได้คะแนนเสียงไม่ถึง ก็จบลงด้วยดี แต่อาจไม่ถูกใจบางคน หากสภาลงมติวาระ 3 ผ่าน ถ้าจะเดินต่อ มันก็ยากแล้ว และรับรองว่าก็จะมีคนเลี้ยวเข้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกหน ซึ่งมาตรา 5 แล้วยังมีมาตราอื่นอีกหลายมาตรา ทุกมาตราที่ผูกกับส.ส.ร.นั้น จะมีปัญหาหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าวาระ 3 ควรโหวตตกไปเลยใช่หรือไม่ถ้าอยากให้จบ นายวิษณุกล่าวว่า ก็งดออกเสียง

ปชป.ย้ำจุดยืนโหวตหนุนวาระ 3

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า ต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญว่า มีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร และต้องรอนายชวนด้วยว่าจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรบ้าง ขอยืนยันในจุดเดิมของปชป.ว่า ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะผลักดันให้ถึงที่สุด เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น ปชป.จะลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 แน่นอน

ต่อข้อถามว่าหากวาระ 3 ไม่ผ่าน ปชป. จะเสนอแก้รายมาตราหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้ได้ข้อยุติเรื่องโหวตวาระ 3 ก่อน ปชป.ทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล หากจะยื่นฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะมีเพียง 50 เสียง การจะยื่นแก้รายมาตรานั้น ต้องอาศัย 100 เสียงขึ้นไป เมื่อถามว่าถ้ายังมีกระบวนการยื้อการแก้รัฐธรรมนูญ ปชป.จะทบทวนท่าทีร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เราต้องทำหน้าที่ให้สุดทางก่อน คิดว่าตอบครบแล้ว

‘นิกร’ลั่นลงคะแนนเห็นชอบ

นายนิกร จำนง ส.ส.ชาติไทยพัฒนา เลขานุการ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า เชื่อว่าสภาจะให้โหวตวาระ 3 เพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะค้างไว้ เชื่อว่าร่างฉบับนี้ดำเนินการถูกต้อง ไม่เสียเปล่าทั้งวาระ 1 และ 2 แต่มีความเป็นไปได้มากที่จะถูกคว่ำแน่ ด้วยเหตุผล 2 ประการ 1.มีความพยายามจะคว่ำอยู่ก่อนแล้ว 2.เกิดความคลุมเครือเกี่ยวกับการทำประชามติ อย่างไรก็ตาม ตนจะลงคะแนนเห็นชอบในวาระ 3 แม้จะถูกทำให้ตกไปก็ตาม ทั้งนี้ จะเสนอที่ประชุมพรรคว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออก และเชื่อว่าสมาชิกพรรคจะโหวตในทางเดียวกัน

ฝ่ายค้านยันสภาต้องโหวตวาระ 3

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา และหัวหน้า พท. กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาล ชี้ว่าเราสามารถแก้ไขทั้งฉบับได้ ดังนั้น ฝ่ายค้านจะดำเนินการเพื่อไม่ให้ขัดกับคำวินิจฉัย โดยเราจะเดินหน้าพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ต่อในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เราเห็นว่าประธานรัฐสภาควรนำเรื่องการลงประชามติเข้ามาหารือในที่ประชุมด้วย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พท. กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันในการลงมติวาระ 3 เราถือว่ามีความชอบธรรม และสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดถูกต้องแล้ว

ซัดพวกจ้องลงมติคว่ำ-ไม่จริงใจ

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคยืนยันว่าอำนาจหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภาตั้งแต่ต้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการยืนยันว่า รัฐธรรมนูญไทยไม่ได้ฉีกง่ายกว่าแก้ จากนี้การแก้ไข ไม่ควรมาจากการล้มล้างการปกครอง หรือการทำรัฐประหารอย่างเดียว แต่ควรอยู่คู่กับกลไกรัฐสภาในระบบประชาธิปไตย และคำวินิจฉัยที่ออกมานั้น สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ที่เราทำอยู่ในรัฐสภาวาระ 1 และ 2 ถือว่าไม่เป็นโมฆะ และเราจะเดินหน้าไปสู่วาระ 3 ในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เพราะสิ่งที่เราดำเนินการคือ การแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา คือมาตรา 256 ไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ

นายพิธากล่าวว่า การที่สมาชิกรัฐสภาบางคนพยายามลดทอนอำนาจของตัวเอง โดยบอกว่าวาระ 1 และ 2 เป็นโมฆะนั้น เป็นการตีความที่ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม มีพยายามประวิงเวลาและถ่วงเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้ามีการโหวตคว่ำในวาระ 3 อีก จะได้รู้กันว่าใครจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน และพรรคเห็นว่า ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ แต่หากมีการโหวตคว่ำวาระ 3 ปิดประตูการแก้ไข ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้บอกวิธีลดอุณหภูมิทางการเมืองคือ ให้รัฐบาลใช้ มาตรา 166 ทำประชามติสอบถามประชาชนว่า ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือกุญแจนำไปสู่ทางออก

แนะทำคำถามพ่วงตั้งสสร.

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การดำเนินการที่เราทำอยู่คือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเป็นการแก้ไขรายมาตรา ไม่ได้แก้ทั้งฉบับ ดังนั้น การดำเนินการจึงไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาล ฝากสมาชิกรัฐสภาทุกคนเห็นแก่บ้านเมือง อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสภากังวล ในเรื่องเงื่อนเวลาตามมาตรา 5 ที่ระบุจะต้องเลือก ส.ส.ร.ภายใน 30 วัน จะทำให้ไม่ทันกับการทำประชามติว่า เราต้องทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนว่า เห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 3 นี้หรือไม่ และทำเป็นคำถามพ่วงไปในคราวเดียวกับการทำประชามติ ว่าจะให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร. เพื่อให้มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่

ชี้ทำรธน.ใหม่ต้องไม่จำกัดเนื้อหา

พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ต่อกรณี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เป็นอำนาจเต็มของรัฐสภา เป็น กระบวนการที่ถูกต้อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้น การลงมติในวาระ 3 จะต้องเกิดขึ้น ไม่มีทางถูกตีความเป็นอย่างอื่นได้และไม่มีทางถูกขวางกั้นโดยกระบวนการอื่นใดได้อีก จึงขอให้สมาชิกรัฐสภาทุกคน ร่วมกันผลักดันให้มีการลงมติในวาระ 3 เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผ่านขั้นตอนของรัฐสภา และเข้าสู่การทำประชามติ

หากการลงมติในวาระ 3 ถูกคว่ำลงโดยสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ต้องการใช้กระบวนการทางรัฐสภาหาทางออกให้ประเทศ ครม.ต้องผลักดันให้มีการจัดทำประชามติโดยเร็วที่สุด และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องไม่ถูกจำกัด มิให้จัดทำในเนื้อหาสาระใดๆ หากไม่ดำเนินการเช่นนี้แล้ว ย่อมจะไม่เหลือทางออกให้กับประเทศ หากรัฐสภาและสถาบันการเมืองในระบบทั้งหมด ยังคงประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการแสดงเจตจำนงทางการเมืองของประชาชนอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานประชาชนย่อมเรียกร้องหาทางออก ด้วยวิถีทางอื่นที่พ้นไปจากโซ่ตรวนของข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

สว.อ้างเสี่ยงถูกสอบ-จงใจขัดม.255

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า เชื่อว่ากระบวนการลงมติวาระ 3 ในวันที่ 17 มี.ค. จะไม่สอดรับกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 1-2 ถือเป็นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น จะทำไม่ได้หากไม่ได้ทำประชามติถามประชาชนก่อน ทั้งนี้ ตนตอบไม่ได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่พิจารณาไปแล้วจะเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาหารือร่วมกัน

“หากรัฐสภาเดินหน้าลงมติวาระ 3 จะเสี่ยงต่อการจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญได้ และอาจมีบุคคลภายนอกร้องต่อศาลได้ ซึ่งในประเด็นที่เกิดขึ้น ส.ส.และส.ว.มีอำนาจเข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อีกครั้ง ตามมาตรา 256 (9) ได้ ว่าการลงมติวาระ 3 ขัดต่อมาตรา 255 เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากไม่ได้รับอนุญาตจากประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” นายคำนูณกล่าว

พรเพชรเรียกถกวิปวุฒิหาทางออก

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า วันที่ 15 มี.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาได้เรียกวิปวุฒิสภาหารือปัญหาข้อกฎหมายว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งความเห็นที่ต่างกันขณะนี้ เพราะยังไม่มีใครเห็นคำวินิจฉัยกลาง ดังนั้น ต้องพิจารณาจากคำวินิจฉัยกลางก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร

สว.ชี้โหวตวาระ3ทำต่อไม่ได้

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า สิ่งที่ทำมา มีเนื้อหาที่เกินอำนาจจากที่ศาลวินิจฉัย คือเขียนร่างใหม่ไว้แล้ว รวมถึงกระบวนการตั้งส.ส.ร. โดยไม่ทำประชามติถามประชาชนก่อน จึงถือเป็นการสอดไส้ ตนมองว่าไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาจะวินิจฉัย แต่เมื่อมีข้อกังขา หากยังเดินหน้าวาระ 3 ในส่วนของส.ว. ต้องหารือกันก่อนว่าจะร่วมลงมติหรือไม่ เพราะการลงมติมีผลผูกพัน หากเดินหน้าต่อไปทั้งที่รู้ว่าผิดก็อย่า ในยุคนี้ไม่มีการถอดถอนแบบในอดีต แต่จะถูกดำเนินคดีในศาลฎีกานักการเมืองด้วย

ชงเลื่อนลงมติ-รอคำวินิจฉัยกลาง

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า เท่าที่คุยกับส.ว.หลายคน เห็นตรงกันว่าอยากให้ประธานรัฐสภา เลื่อนการโหวตวาระ 3 ออกไปก่อน เพื่อรอคำวินิจฉัยกลาง ที่จะส่งมาให้รัฐสภาประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง แต่ถ้าจะบีบให้โหวตวาระ 3 ในวันที่ 17 มี.ค. รับรองได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำแน่ ส.ว.จำนวนมากอาจงดออกเสียง เพื่อปลอดภัยไว้ก่อน ทำให้มีเสียงส.ว.ไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 คนให้ความเห็นชอบ

ปชป.ใต้ขวาง‘ตั๊น’นั่งรมต.

เวลา 13.30 น. ที่พรรค ปชป. นายจุรินทร์ เรียกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีทั้ง 5 คน คือ นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และนายวิรัช ร่มเย็น อดีตส.ส.ระนอง เข้าหารือเกี่ยวกับวิธีการคัดเลือกบุคคลเป็นรัฐมนตรีช่วย

จากนั้นเวลา 14.00 น. มีการประชุมกก.บห. โดยมีนายจุรินทร์ เป็นประธานที่ประชุม ซึ่งนอกจากมีการเสนอชื่อทั้ง 5 คนแล้ว พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐมและรองเลขาธิการพรรค จากกลุ่มเลือดใหม่ เสนอชื่อ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ทำให้ที่ประชุมเงียบกริบ เพราะเข้าใจตรงกันว่าเป็นโควตาของภาคใต้ ทำให้นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค อภิปรายคัดค้าน เพราะเป็นโควตาภาคใต้ตั้งแต่ต้น ไม่ควรเสนอใครให้เกิดแรงกระเพื่อมอีก ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง ก็เห็นด้วยทำให้ที่ประชุมถกเถียงกันมาก น.ส.จิตภัสร์จึงกล่าวว่า แม้ตนจะเป็นส.ส.สมัยแรก แต่ได้ช่วยงานพรรคมานานหลายปีแล้ว เมื่อหลายคนยืนยันว่าต้องเป็นโควตาภาคใต้ ตนก็พร้อมถอนตัวจากการสรรหาครั้งนี้

‘สินิตย์’ฉลุยเสียบแทนถาวร

จากนั้นที่ประชุม กก.บห. มีมติให้นำรายชื่อทั้ง 5 คน เข้าที่ประชุมร่วมระหว่างกก.บห.และส.ส. ก่อนลงมติ ปรากฏว่า นายสินิตย์ ได้ 33 คะแนน นายนริศ ได้ 27 นายประกอบ ได้ 6 และนายวิรัช ได้ 4 คะแนน ขณะที่นางกันตวรรณ ขอถอนตัว ดังนั้น ปชป.จะส่งชื่อ นายสินิตย์ เป็นรัฐมนตรีช่วย แทนนายถาวร เสนเนียม แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ระบุว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใด โดยให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไปประสานต่อไป

ภท.ส่งชื่อ‘วีรศักดิ์’นั่งคมนาคม

ในส่วนพรรคภูมิใจไทย มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ได้ส่งรายชื่อให้นายกฯ เรียบร้อยแล้ว โดยปรับเปลี่ยนเพียงแค่ 1 ตำแหน่ง คือ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ โยกไปเป็น รมช.คมนาคม ตามที่ตกลงกับปชป.ไว้แล้ว

‘เดียร์’รอกก.บห.เคาะโทษ

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ งดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยให้แสดงสปิริตไม่รับตำแหน่งอื่น เช่น กมธ.เป็นเวลา 6 เดือนว่า ตนและเพื่อนส.ส.ในกลุ่ม ได้ทำจดหมายแสดงสปิริตในสิ่งที่ไม่ทำตามมติพรรค เพื่อแสดงจุดยืนว่า พปชร.มีเอกภาพ แต่ยืนยันว่าการทำงาน และแสดงจุดยืนในฐานะส.ส. พวกเราทำครบถ้วนในการลงมติไปแล้ว เราทำบนความสุจริตใจ จึงต้องรอคณะกรรมการตรวจสอบฯ นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อออกเป็นมติอีกครั้งว่าจะกำหนดบทลงโทษอย่างไร ซึ่งเราพร้อมน้อมรับผลที่จะออกมาปกป้องประโยชน์ประเทศและส่วนรวม

อคส.ฟ้อง‘ประเสริฐ’อภิปรายหมิ่น

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) พร้อมนายประพันธุ์ คูณมี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการ พท. เป็นจำเลย จากกรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รอง นายกฯและรมว.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เรื่องปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตทำสัญญาลวง ซื้อขายถุงมือยางของ อคส. มูลค่า 112,500 ล้านบาท สร้างความเสียหายแก่รัฐ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีการพาดพิงถึงนายสุชาติ ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมายื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ป.อาญา ม.326, 328 และขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ595/2564 นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไปในวันที่ 5 ก.ค. เวลา 09.00 น.

จี้ตู่ออก – กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดยน.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา รวมตัวเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก, แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยกเลิกกฎหมายอาญา ม.112 ที่ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันที่ 12 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน