รัฐสภาถก12ชม.-รัฐบาลป่วน
ภท.วอล์กเอาต์ด่าลั่นสภาโจ๊ก
เดือด‘ก.ก.’ชูภาพแกนราษฎร
รัฐสภาเดือด ประชุมนานกว่า 12 ช.ม. เสนอ 3 ญัตติทางออกวาระ 3 สุดท้ายพปชร.จับมือส.ว. โหวตล้มร่างแก้รธน. ใช้วิธีงดออกเสียง ไม่ลงคะแนน รัฐบาลส่อป่วน ภูมิใจไทยวอล์กเอาต์ ฉะลั่นสภาโจ๊ก ส่วนปชป.ลงมติเห็นด้วย ‘หมอชลน่าน’ เพื่อไทย นัดแต่งดำเต็มสภา ค้านล้ม ร่างแก้รธน. แตกตื่นทั้งสภา มือดีป่วนกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังลั่น ส.ว.รุมประท้วง ส.ส.พรรคก้าวไกลชูป้ายภาพ 11 แกนนำราษฎร ถูกคุมขัง ไม่ได้ประกัน ‘บิ๊กตู่’ เผยยังไม่ทูลเกล้าฯ ปรับครม. รอตรวจสอบประวัติ แคนดิเดตรัฐมนตรีใหม่ดอดเข้าทำเนียบ พปชร.เขย่าอีก จ่อปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค
ทักษิณแนะ‘ตู่’พูดอังกฤษไม่เก่ง
วันที่ 17 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 16 มี.ค. กลุ่มแคร์ จัดรายการผ่านแอพพลิเคชั่น คลับเฮาส์ พูดคุยกับ Tony Woodsome หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ในหัวข้อศิลปะการเจรจาระหว่างประเทศ โดยนายทักษิณ ตอบคำถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีการพิจารณาในวาระ 3 ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาในขณะนี้ ไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับ จึงน่าจะโหวตได้ แต่วันนี้มีการให้นักกฎหมายตีความว่าโหวตไม่ได้ นักกฎหมายตีได้ 3 เหตุผล ตีความตามเนื้อหากฎหมายที่แท้จริง ตีความตามอคติตนเอง ตีความตามธง
ส่วนคำถามว่าอยากให้แนะนำเรื่องภาษาอังกฤษกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นายทักษิณกล่าวว่า ภาษาอังกฤษพูดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ไม่ควรเป็นปมด้อย ล่ามเก่งๆ มีเยอะ เอาไปเป็นคนแปลข้างหูได้ และต้องมีความมั่นใจในสารัตถะที่จะไปคุย ปัญหาคือการเตรียมการในการประชุมและเราก็ซักจนเข้าใจชัดเจน
นายกฯยังไม่ทูลเกล้าฯครม.ใหม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ
แคนดิเดตรมต.ส่งประวัติ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในช่วงบ่าย แคนดิเดตรัฐมนตรี ทยอยเดินทางมาที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อถ่ายรูปและกรอกแบบฟอร์มประวัติสำหรับนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งนายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น.ส. ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ
รายงานข่าวแจ้งว่า คาดว่านายสินิตย์ จะไปดำรงตำแหน่งรมช.พาณิชย์ สลับกับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ที่จะโยกจากรมช.พาณิชย์ โควตาพรรคภูมิใจไทย ไปเป็นรมช.คมนาคม ขณะที่น.ส.ตรีนุช ยังมีชื่อเป็น รมว.ศึกษาธิการ ขณะที่นายชัยวุฒิ ยังมีชื่อเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
พปชร.เขย่าอีก-จ่อปรับโครงสร้าง
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า หลังเสร็จสิ้นเรื่องการปรับครม. ที่มีผลมาจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกลุ่ม กปปส.ถูกศาลตัดสินจำคุก ทำให้ต้องพ้นความเป็นรัฐมนตรีและนายณัฏฐพล ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ส่งผลให้ต้องเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ชุดใหม่ ทางพปชร.อาจจะปรับโครงสร้างใหม่ โดยเมื่อ วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ประชุมกก.บห. เพื่อเตรียมพร้อมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค น่าสังเกตว่า ได้ให้กก.บก.บางส่วนลงชื่อไว้ โดยระบุเพียงว่าเป็นการมอบอำนาจการบริหารจัดการในพรรค ให้กับพล.อ.ประวิตร เป็นผู้พิจารณา แต่ไม่กำหนดหัวข้อว่าจะให้ดำเนินการในเรื่องใด คล้ายกับรูปแบบที่เคยล่าชื่อส.ส. ให้ลงชื่อยินยอมให้สิทธิ์ขาดกับหัวหน้าพรรค พิจารณาและส่งชื่อเสนอชื่อบุคคลเป็นรัฐมนตรีเพียงคนเดียว จึงต้องจับตาตำแหน่งสำคัญในพรรค จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร คาดว่าจะจัดประชุมในเดือนเม.ย.นี้
มติฝ่ายค้าน-ลุยลงมติวาระ3
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีการลงมติร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ในวาระ 3 โดยใช้เวลาประชุม 1 ชั่วโมง
จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเอกฉันท์ ยืนยันเดินหน้าลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หมวด 15/1 ในวาระ 3 โดยเห็นว่าการดำเนินการของรัฐสภาตั้งแต่วาระ 1 และ 2 กระทั่งวาระ 3 เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (2) (3) (4) (5) จึงต้องดำเนินการต่อตามมาตรา 256(6) ไม่อาจดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้ เพราะจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อความใดห้ามลงมติวาระ 3 ส่วนที่ปชป.จะเสนอญัตติด้วยวาจา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งนั้น มองว่าเป็นประเด็นการเมืองที่ไม่ให้มีการแก้ไขหรือให้แก้ไขยากขึ้น เท่ากับการใช้อำนาจศาลเข้ามาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ ดังนั้นมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันจะโหวตวาระ 3 ต่อไป
ที่ประชุมเดือด-ส.ว.เสนอตีตก
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ…. (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) เป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระ 3 ก่อนเข้าสู่วาระนายชวนแจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จากนั้นเปิดให้สมาชิกรัฐสภาแสดงความเห็น โดยมีการแสดงความเห็นกันอย่างดุเดือด โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้เสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อภิปรายว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่สามารถนำมาลงมติในวาระ 3 ได้ และจะเก็บไว้ไม่ได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าจะจัดทำฉบับใหม่ต้องเริ่มต้นโดยรัฐสภา เสนอญัตติขอจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบจึงส่งให้ครม.เพื่อออกเสียงประชามติ ถ้าประชาชนออกเสียงให้จัดทำ รัฐสภาเท่านั้นมีอำนาจทำได้ โดยตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาพิจารณา แต่ไม่สามารถตั้งส.ส.ร.มาดำเนินการได้
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ได้เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเพื่อขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาว่า การลงมติของรัฐสภาวาระ 3 ไม่อาจกระทำได้
ฝ่ายค้านซัดตีความแบบศรีธนญชัย
ขณะที่ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พท. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต่างอภิปรายยืนยันให้มีการโหวตวาระ 3 เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ล้มเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม การตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาก็ไม่ได้จะแก้ไขทั้งฉบับ เพราะไม่ได้แตะต้องหมวด 1 และ 2 จึงควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัย
ปชป.ชงญัตติส่งศาลรธน.ตีความ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ และหัวหน้าปชป. อภิปรายว่า เห็นควรให้รัฐสภามีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งในประเด็นต่างๆ เหตุผลทั้งหมดนี้ไม่ได้เตะถ่วงหรือประวิงเวลาการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะจุดยืนของตนและปชป.ต้องการเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นและเกิดขึ้นได้จริง การขอความเห็นชอบเพื่อส่งศาลนั้นเพื่อให้กระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความรอบคอบ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและสอดคล้องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปราศจากข้อสงสัย ไม่มีปัญหาตามมา และเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมและได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นในอนาคตอย่างแท้จริง
‘นิกร’เสนอแขวนร่างรธน.
ด้านนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายว่าขอให้เลื่อนการลงมติวาระ 3 หรือแขวนไว้ออกไปก่อนเพื่อความชัดเจน จากนั้นหาข้อสรุปเชิงข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าสถานะปัจจุบันของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรและต้องดำเนินการอย่างไร จึงเห็นด้วยที่จะให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออก ไม่ใช่สร้างปัญหา
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายว่า ขอเสนอญัตติให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติไม่ลงมติวาระ 3 เนื่องจากขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงถ้อยคำญัตติ นายสมชายให้ชัดเจนขึ้น โดยถือเป็นญัตติที่ 3 ที่ถูกเสนอขึ้นมาให้พิจารณา
ชลน่านนัดแต่งดำประท้วง
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พท. อภิปรายว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และศาลไม่ได้แตะต้องกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ จึงเสนอให้รัฐสภาเดินหน้าลงมติวาระ 3 เพื่อสอบถามประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจ ขอให้รัฐสภาเห็นแก่บ้านเมือง เพราะไม่อยากเห็นภาพการนองเลือดเกิดขึ้นเหมือนปี 2535 ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดใน 4 แนวทางที่เสนอมา
“หากรัฐสภายุติการลงมติวาระ 3 ตามที่ส.ว.เสนอ ถือเป็นการใช้อำนาจล่วงเกินคำวินิจฉัยของศาล ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียวคือ โหวตวาระ 3 และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด และหากล้มการลงมติหรือคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 18 มี.ค. เรียกร้องให้สมาชิกแต่งชุดดำไว้อาลัยกันให้เต็มสภา เพื่อบอกให้ประชาชนได้รู้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับการล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่ถามประชาชนผู้มีอำนาจตัดสินใจก่อน” นพ.ชลน่านกล่าว
ชงสภาหาทางออก 4 แนวทาง
นพ.ชลน่านเสนอญัตติอีก 1 ญัตติ เป็นญัตติที่ 4 ให้รัฐสภาร่วมกันหาแนวทางปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 4 แนวทางคือ 1.ให้ลงมติวาระ 3 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 2.ให้รัฐสภาชะลอการลงมติและดำเนินการตามข้อเสนอของสมาชิก 3.ให้รัฐสภาชะลอการพิจารณาเพื่อนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปออกเสียงประชามติ และ 4.ให้ลงมติโหวตตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ส.ว.เสนอ
‘โรม’จี้หยุดพายเรือให้คนฉีกรธน.
ต่อมาเวลา 12.40 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายยืนยันกระบวนการที่ทำมาทั้งหมดถูกต้อง คำวินิจฉัยของศาลไม่ได้ล้มล้างกระบวนการใดๆ ที่เราจัดทำขึ้นมาเลย แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่า สิ่งที่ศาลวินิจฉัยเป็นการล้มล้างสิ่งที่เราทำกันมาให้เป็นโมฆะ ขอถามว่า ใครกันแน่ที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บิดหลักการและไม่ต้องการให้ประเทศนี้มีทางออก การที่ส.ว.เสนอให้ร่างนี้ตกไป มีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ วันนี้อย่าเลื่อน เราลงมติกันให้รู้ไปเลยว่าใครที่ไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกพรรคที่หาเสียงไว้กับประชาชน ถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกพายเรือให้หัวหน้ารัฐประหารที่ฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วมายืนเคียงข้างประชาชนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตนอยู่ในสถานการณ์บ้านเมืองที่แปลกประหลาด เรามีรัฐสภาที่ไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเอง จนต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญเราต้องทำอย่างไร

ห่วงใย – ส.ส. พรรคก้าวไกลชูรูปแกนนำคณะราษฎรที่ถูกคุมขัง ระหว่างนายรังสิมันต์ โรม กำลังอภิปรายการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 เพื่อเรียกร้องให้คุ้มครองความปลอดภัยในเรือนจำ ที่รัฐสภา เมื่อ 17 มี.ค.
สว.ประท้วงชูภาพ 11 แกนนำม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายรังสิมันต์ได้อภิปรายพาดพิงองค์กรตุลาการ พิจารณาขังผู้เห็นต่างทางการเมือง 11 คน ที่มีบทบาทเรียกร้องรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ ขังแล้วยังถูกข่มขู่ คุกคามในเรือนจำด้วยการตรวจโควิดในยามวิกาล โดยส.ส.พรรคก้าวไกล ต่าง ชูภาพนักกิจกรรม ทั้ง 11 คนกลางสภา พร้อมข้อความเสียดสีส.ว.ด้วย ทำให้ซีกส.ว.และส.ส.ฟากรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงจำนวนมากว่า การชูป้ายภาพอย่างนี้ในห้องประชุมไม่สามารถทำได้
โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.ประท้วงว่า “ถ้ายังอภิปรายใส่ร้ายกันอยู่อย่างนี้ ตนจะประท้วงตลอด เพราะผู้อภิปรายแสนรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้เรื่องของตัวเองเลย โดยเฉพาะเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ไปถามประชาชนก่อน ทำไมผู้อภิปรายแสนรู้ถึงไม่รู้ตรงนี้ และการชูรูปแบบนี้เกี่ยวอะไรกับปล่อยเพื่อนกูหรือ เดี๋ยวก็มีเพื่อนตามไปอีกหรอก”
ขณะที่นายออน กาจกระโทก ส.ว. ระบุว่า เป็นการกระทำที่ไร้มารยาทในสภา
ปชป.โต้ยื้อ-ยันเป็นทางออก
กระทั่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งห้ามชูป้ายในที่ประชุม และเตือนสมาชิกรัฐสภาว่า อย่าอภิปรายเสียดสีกัน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช ปชป. อภิปรายว่า กรณีที่นายรังสิมันต์นำเหตุการณ์นอกสภา และเรื่องของพรรคพวกมาพูดในญัตติเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักประชาธิปไตย ไม่ใช่มองว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แล้วมองคนอื่นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ยืนยันว่าการเสนอส่งศาลตีความ ไม่ใช่การยื้อเวลา แต่เป็นการหาทางออกให้กับรัฐสภา เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป
สุทินถามใครบอกโหวตไม่ได้
เวลา 13.30 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า คนที่บอกว่าถ้าเดินหน้าโหวตวาระ 3 จะถูกเล่นงานทางกฎหมาย หากเป็นเช่นนั้นตนก็ยินดี เพราะถ้าไม่โหวตก็จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) ซึ่งตนวิตกว่าถ้าไม่โหวตวันนี้ก็โดนเหมือนกัน เพราะรัฐสภาโหวตวาระ 1 และ 2 ไปแล้ว เหตุใดจึงจะไม่ดำเนินการต่อในวาระ 3 และระหว่างรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยศาลควรยึดอะไร หากรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ 3 หากโหวตแล้วตกก็ให้ตกไป จะได้รู้ว่าใครมีเจตนาอะไร และจะได้รีบร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าชะลอก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรชาติไหน
“วันนี้ถ้าเลื่อน ก็คือเลื่อนปัญหาไปข้างหน้า อาจจะสายไปถ้าต้องทำใหม่ วันนี้ทำมาถึงขนาดนี้แล้วประชาชนรอคอยทั้งประเทศ จะไปทุบความหวังเขาทำไม ทำไมไม่เดินหน้าต่อไปให้เขาชี้เอง ใครบอกโหวตไม่ได้ ผมขอให้ขีดเส้นใต้อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบรรทัดไหนที่บอกว่าโหวตไม่ได้” นายสุทินกล่าว
ภท.หนุนปชป.ส่งศาลรธน.
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย(ภท.) อภิปรายว่า ที่ผ่านมา ภท.ชัดเจนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ พรรคยืนยันว่ากระบวนการใดที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตั้งส.ส.ร. ต้องยุติหรือถูกประหารชีวิตไป เราจะไม่ดำเนินการเช่นนั้นเด็ดขาด ส่วนแนวทางของปชป. ตนเห็นว่าพอจะมีทิศทางที่เป็นไปได้ คือทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสอบถามว่าหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ว่ารัฐสภาตีความไม่ได้ แต่หลายฝ่ายตีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องสอบถามเพื่อความชัดเจน
ทวีย้ำคำวินิจฉัยไม่ได้เหนือรธน.
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า มาตรา 5 ระบุว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด วันนี้เรามีประเด็นปัญหาที่รัฐสภาจะต้องเลือก ระหว่างการปฏิบัติตามกฎหมายกับการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาล ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ ตนเห็นว่าคำวินิจฉัยศาล ไม่มีส่วนใดขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญเลย จึงขอสนับสนุนว่าเราต้องผ่านวาระ 3 หากผ่านไปแล้วยังมีข้อสงสัยค่อยถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ก้าวไกล-ส.ว.ซัดกันอีกยก
ต่อมาเวลา 17.50 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยของศาล ทำให้เราถึงทางตัน ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปกำหนดชะตาประเทศนี้เลย คำวินิจฉัยที่ออกมามีผลต่อการโหวตวาระ 3 เหตุใดไม่วินิจฉัยให้จบไป โทร.มาบอกประธานสภาก็ได้ว่าเราควรทำอย่างไร ไม่ใช่โยนเผือกร้อนใส่ ซึ่งไม่ถูกต้อง อีกเรื่องคือ ส.ว.เริ่มอ้างความเห็นของประชาชนว่าคิดอย่างนั้นอย่างนี้ ตนไม่เชื่อ เพราะไม่มีเหตุผลที่ส.ว.ต้องลงไปคุยกับประชาชน เพราะประชาชนไม่ได้เลือกส.ว. แต่เป็น คสช.และคณะรัฐประหารเลือกมา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง นี่ไม่ใช่การด่าทอ ไม่ใช่การเหน็บแนม ไม่มีใครเสียหายจากข้อเท็จจริงนี้
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงทันทีว่า เหนื่อยใจกับผู้อภิปรายพรรคนี้ อะไรก็ประชาชน เห็นมีประชาชนอยู่กลุ่มเดียว ตอนนี้เหลือหลักร้อยแล้ว เรารู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้ส.ส.พรรคก้าวไกล ประท้วงนายกิตติศักดิ์ และขอให้ถอนคำพูดที่กล่าวถึงพรรคก้าวไกล แต่นายกิตติศักดิ์ เถียงว่าไม่ได้เอ่ยถึง ทำให้นายชวน บอกให้ถอน นายกิตติศักดิ์บอกว่า ขอถอนก็ได้ที่พรรคนี้สนับสนุนม็อบ นายชวนจึงแย้งว่า “ไปกันใหญ่” ทำให้นายกิตติศักดิ์ ยอมถอนคำพูด
‘ชวน’ชี้อย่ากังวลทำผิดมติศาล
ต่อมาเวลา 18.30 น. หลังสมาชิกรัฐสภาใช้เวลาหารือกว่า 9 ชั่วโมง นายชวนชี้แจงสรุปว่า ความเห็นของสมาชิกถือเป็นอิสระ และการบรรจุระเบียบวาระในวันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ส่วนที่สมาชิกกังวลว่าเราจะทำผิดมติศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขออย่ากังวล ถ้าเราเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าเป็นสิทธิ์ของสมาชิกที่ปฏิบัติได้
จากนั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่า ฝ่ายเลขาธิการสภา ได้รวบรวมญัตติเป็น 3 ญัตติ คือ 1.ญัตติของนายสมชาย และนายเสรี ขอให้ที่ประชุมมีมติว่าไม่พิจารณาลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะขัดคำวินิจฉัยศาล 2.ญัตติของนายจุรินทร์ และนายนิกร ที่ขอให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ตามมาตรา 210 (2) และ3.ญัตติของนายรังสิมันต์ และนพ.ชลน่านที่ขอให้พิจารณาตามระเบียบวาระ คือ ลงมติวาระ 3
สภาแตกตื่น-สัญญาณไฟไหม้ดัง
ด้านนายสุทินตั้งข้อสังเกตว่า ญัตติที่ 1 ของนายสมชาย และนายเสรี น่าจะมีปัญหา เพราะหากที่ประชุมโหวตผ่าน จะเท่ากับร่างรัฐธรรมนูญที่จะลงมติวาระ 3 เป็นอันตกไป หากไม่ขัดคำวินิจฉัย ถามว่าใครจะรับผิดชอบ อาจมีคนไปยื่นร้องว่าเราไม่ปฏิบัติตามมาตรา 256 จะเกิดปัญหาได้
ประธานรัฐสภา ชี้แจงว่า ผู้เสนอญัตติที่ 1 เสนอด้วยความเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ลงมติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 จึงกังวลว่าหากลงมติจะขัดคำวินิจฉัยศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.25 น. ระหว่างที่ นพ.ชลน่าน ประท้วงการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม ปรากฏว่าได้เกิดเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วอาคารรัฐสภา จนเกิดความแตกตื่น โดยส.ส.และส.ว.ต่างลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก โดยนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ตะโกนถามว่า ใช่สัญญาณไฟไหม้หรือไม่ ขณะเดียวกันมีเสียงส.ส.หญิง ตะโกนถามว่า เกิดอะไรขึ้น เราควรออกจากห้องประชุมก่อนดีไหม
หาข้อยุติไม่ลงตัว-สั่งพักประชุม
ทำให้นพ.ชลน่านหยุดอภิปรายไปชั่วขณะ ก่อนพูดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขออภิปรายให้จบ และขอให้ประธานวินิจฉัย ซึ่งนายชวนได้พูดติดตลกว่า สงสัยอภิปรายกันจนน้ำไหลไฟดับ แต่หลังสัญญาณดังขึ้นประมาณ 2 นาทีก็หยุด จนเข้าสู่ภาวะปกติ และการประชุมได้ดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะโหวตอย่างไร กระทั่งเวลา 19.35 น. นายชวน ได้สั่งพักการประชุม 20 นาที
เผยมีคนป่วน-กดปุ่มเตือนภัย
จากนั้นเวลา 20.10 น. หลังพักการประชุม นายชวนได้แจ้งที่ประชุมถึงเสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ที่เกิดขึ้นว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รายงานว่า ระบบรักษาความปลอดภัยจากจอควบคุมสัญญาณเตือนภัย ปรากฏจุดที่เกิดสัญญาณเตือนไฟไหม้ที่ฝั่งอาคารวุฒิสภา บริเวณชั้น 3 ส่วนกลางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจุดที่ปรากฏ เป็นระบบแมนนวล หมายความว่ามีคนกดปุ่มเตือนภัย แต่บริเวณดังกล่าวยังไม่มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี จึงไม่สามารถหาตัวบุคคลดังกล่าวได้
พปชร.พลิกเกมชงโหวตวาระ3
ต่อมาเวลา 20.10 น. ที่ประชุมยังถกเถียง ไม่สามารถตกลงเรื่องวิธีการโหวตลงมติใน 3 ญัตติว่าจะทำอย่างไร โดยใช้เวลาอภิปรายไปร่วม 12 ชั่วโมง ในที่สุดนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. จึงพลิกเกมเสนอญัตติใหม่ว่า ขอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาจะลงมติตามระเบียบวาระคือ จะให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาลงมติวาระ 3 ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นด้วยให้นำญัตตินายไพบูลย์ ขึ้นมาพิจาณาก่อน ส่งผลให้ทั้ง 3 ญัตติที่เสนอมาก่อนหน้านี้ตกไปทั้งหมด
ภูมิใจไทยวอล์กเอาต์-ฉะสภาโจ๊ก
ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนคงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก จากนั้นส.ส.ภูมิใจไทย จึงวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทั้งหมด
พปชร.-สว.งดออกเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตระหว่างการขานชื่อลงคะแนนเป็นรายบุคคล นอกจากส.ส.ภูมิใจไทยที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมหมดแล้ว ในส่วนของส.ว.หลายคนก็ไม่ได้อยู่ร่วมโหวตในห้องประชุมด้วย หรือคนที่อยู่ในห้องประชุม จะใช้วิธีขานงดออกเสียง และไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับส.ส.พลังประชารัฐหลายคนก็ใช้วิธีไม่อยู่ร่วมโหวตในห้องประชุมเช่นกัน มีเพียงแต่ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่ขานชื่อเห็นชอบกับการลงมติให้แก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 อย่างไรก็ตาม มีส.ส.เพื่อไทย หลายคนที่เป็นกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เช่น นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม ถึงจะอยู่ในห้องประชุม แต่ใช้วิธีเงียบ ไม่ยอมขานลงคะแนนอะไรเลย เนื่องจาก ส.ว. และส.ส.หลายคน เกรงจะมีความผิด ถูกเอาผิดกรณีไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ตีตกร่างรธน.-ต้องแก้รายมาตรา
สุดท้ายที่ประชุมไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ จึงถือว่าร่างตกไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินการได้ใหม่ โดยต้องเสนอเป็นรายมาตรา ในสมัยประชุมสภาหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนดว่า การลงมติในวาระ 3 นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาแล้ว ต้องมีส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรืแประมาณ 84 เสียง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ปิดสมัยประชุมวันศุกร์นี้
วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พ.ร.ฎ.ปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2564 ให้ปิดสมัยประชุมในวันที่ 19 มี.ค. 2564