ศธ.กาฬสินธุ์ขีดเส้น 7 วัน สอบสวนปมนักเรียนชายชั้นม.3 จมน้ำดับ ระหว่างเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียนที่ห้วยเม็ก หากพบเกิดจากความหละหลวมจะตั้งกรรมการสอบวินัยทั้งผอ.และครูที่เกี่ยวข้องทุกราย ญาติยังข้องใจช่วงเด็กหายตัวไปขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีครูให้ความสนใจ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุดหากผลสอบสวนตร.ออกมาว่าทำโดยประมาท ตร.จำลองเหตุขณะทำกิจกรรม ครูผู้ดูแลยันคอยดูแลความปลอดภัยเด็กทุกฝีก้าว

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายสุรเชษฐ์ พละเอ็น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 (ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2) กล่าวถึงกรณีนายทองนพเก้า หรือน้องปอนด์ สีทา อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนนาค้อวิทยาคม ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จมน้ำเสียชีวิตระหว่างเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียนว่า ลงพื้นที่เกิดเหตุและได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนนาค้อวิทยาคมแล้ว เบื้องต้นได้นำคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว และมอบเงินทำบุญช่วยเหลืองานศพนายทองนพเก้า

สำหรับการสอบสวนบุคคลหรือครูที่เกี่ยวข้อง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่า เป็นการหละหลวมในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือเป็นอุบัติเหตุ ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตามระบบราชการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วันทำการทราบผล หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้บริหารและคณะครูที่ดูแลรับผิดชอบกิจกรรมดังกล่าวและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความหละหลวมจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยต่อไป ยืนยันว่าจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้านพ.ต.อ.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก พร้อมพนักงานสอบสวนประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณสระน้ำที่เกิดเหตุ และจำลองเหตุการณ์มีนายสุนทรา กุลาสา ผอ.โรงเรียนนาค้อวิทยาคม นางสุรีย์ นามเทพ ครูชำนาญการพิเศษ และนายณรงค์ รัตนบุตร ครูชำนาญการพิเศษ ครูฝึกผู้ดูแลควบคุมฐานหลบระเบิดที่เกิดเหตุร่วมให้ข้อมูล

นางสุรีย์กล่าวว่า สำหรับการเข้าฐานหลบระเบิด เป็น 1 ใน 6 ฐานของกิจกรรมค่ายลูกเสือที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยแต่ละฐานจะมีครู ผู้ดูแลควบคุมฐานละ 2 คน ก่อนที่นักเรียนทุกกลุ่มจะลงไปในน้ำเช็กความพร้อมและสอบถามว่าใครมีปัญหาโรคประจำตัว ใครว่ายน้ำไม่เป็น หากไม่พร้อมก็ไม่ให้ลงไปในน้ำ แต่หากใครสมัครใจอยากลงก็ลงได้ ไม่ได้บังคับ อีกทั้งก่อนลงน้ำและหลังขึ้นจากน้ำก็มีการเช็กรายชื่อและจำนวนนักเรียนทุกกลุ่ม

อีกทั้งจุดที่ลงไปในน้ำก็ไม่ได้ให้ลงไปลึกมาก ห่างจากฝั่งประมาณ 1 เมตร มองเห็นพื้นดิน จึงไม่ได้ทำแนวกั้นไว้ และครูคอยดูแลตลอดเวลา เพราะมีเด็กนักเรียน ป.4 ร่วมกิจกรรมด้วย สำหรับกลุ่มของนายทองนพเก้ามีทั้งหมดประมาณ 7 คน เช็กชื่อและจำนวนทั้งก่อนลงและหลังขึ้นจากน้ำก็ครบจำนวน ยืนยันว่ายังเห็นนายทองนพเก้าขึ้นมาจากน้ำพร้อมเพื่อนๆ อยู่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครูทุกคนก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก

ด้านนายณรงค์กล่าวว่า ฐานหลบระเบิดสมมติเป็นเหตุการณ์กำลังหนีภัยสงคราม ให้นักเรียนเดินเลียบตามตลิ่งข้ามแม่น้ำไปอย่างเงียบๆ แต่หากเสียงดังข้าศึกก็จะรู้และจะโยนระเบิดลงมา โดยครูจะปั้นโคลนจำลองเป็นระเบิดโยนลงไป ก่อนทำกิจกรรมแจ้งให้เด็กนักเรียนทราบว่าหากใครไม่พร้อมก็ไม่ต้องลงน้ำให้นั่งรอกับครูสุรีย์ผู้ดูแลฐานอีก 1 คนที่ใต้ร่มไม้ อีกทั้งระหว่างจัดกิจกรรมครูทุกคนก็เฝ้าดูแลอยู่ตลาดเวลา

“กลุ่มของน้องปอนด์นั้นมีประมาณ 7-8 คน มาถึงฐานพร้อมกับกลุ่มของนักเรียนชั้น ป.4 ป.5 และ ป.6 ไม่ได้เช็กจำนวนอีกรอบ เพราะฐานบัวตูมบัวบานที่อยู่ใกล้กันเช็กแล้ว แต่นักเรียนรายงานตัวว่าพร้อมทำกิจกรรมจึงได้ให้ลงไปในน้ำ เชื่อว่าการที่น้องปอนด์จมน้ำเสียชีวิตนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ร่วมกิจกรรม เพราะหากจมน้ำในตอนนั้น เนื่องจากมีครูเฝ้าอยู่และมีเพื่อนๆ อยู่ด้วยหลายคนต้องมีคนเห็น ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น คาดว่าน้องคงมาล้างตัวหลังเสร็จกิจกรรมและจมน้ำในช่วงนั้น” ด้านนายณรงค์กล่าว

วันเดียวกันที่บ้านเลขที่ 280 หมู่ 11 ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลนายทองนพเก้า บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีเพื่อนบ้านและเพื่อนนักเรียนเดินทางมาร่วมงานศพและให้กำลังใจนายสมภาร ภูศรีทอง อายุ 54 ปี นางบัวรื่น สีทา อายุ 48 ปี พ่อเลี้ยงและแม่อย่างต่อเนื่อง ญาติทุกคนต่างติดใจการเสียชีวิตของนายทองนพเก้าอย่างกะทันหัน มองว่าการเข้าค่ายลูกเสือไม่ควรที่จะฝึกเด็กหนัก โดยเฉพาะการให้ดำน้ำ แต่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันช่วยเหลือจนจมน้ำเสียชีวิต เชื่อว่าเกิดจากการประมาทของทางโรงเรียนและครู อีกทั้งยังติดใจเรื่องการช่วยค้นหาเด็ก ทำให้ญาติหลายคนยังคงไม่พอใจครูในโรงเรียน แต่ไม่ได้ห้ามเข้ามาช่วยงานศพ

ด้านนายสมภารเผยว่า ขณะนี้ตนและภรรยายังอยู่ในอาการช็อกและรู้สึกโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกน้อยใจกับปฏิกิริยาของคณะครู ในตอนที่ไปติดตามและสอบถามหาลูกชาย เมื่อช่วงค่ำวานนี้คือวันที่ 16 มี.ค. ด้วยความร้อนใจ หลังจากเห็นว่ามืดค่ำแล้วและไม่เห็นลูกชายกลับเข้าบ้าน จึงไปสอบถามกลุ่มครูในโรงเรียนก็ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยติดตามหา

นายสมภารกล่าวอีกว่า น้องปอนด์เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของภรรยา แม้จะเป็นลูกเลี้ยงแต่ก็รักเหมือนลูกแท้ๆ เพราะเลี้ยงดูแลมาตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ซึ่งโรงเรียนกับบ้านห่างกันประมาณ 100 เมตร ตามปกติหลังเลิกเรียนน้องปอนด์จะรีบกลับเข้าบ้าน เพื่อช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและทำการบ้านไม่ไปหาเที่ยวเล่นหรือสุงสิงกับเพื่อนที่ไหน การหายตัวของน้องปอนด์จึงนำความร้อนใจมาให้พ่อกับแม่เป็นอย่างมาก

“แต่จากท่าทีของคณะครูที่ผมกับภรรยาและญาติไปสอบถามตามหาถึง 4-5 ครั้ง ไม่มีความคืบหน้า จึงไปแจ้งความคนหายกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก และไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านช่วยประกาศหาลูกชาย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัยงมหาในบ่อน้ำและพบศพดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและข้อมูลที่ได้รับจากเพื่อนของลูกชาย ที่ร่วมกิจกรรมค่ายลูกเสือด้วยกัน มองว่าเกิดจากฐานกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะลูกชายว่ายน้ำไม่เป็น ทั้งนี้ เมื่อเกิดความสูญเสียถึงชีวิตอย่างนี้ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเป็นการประมาทต้องดำเนินคดีกับครูที่ควบคุมการฝึกและผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด” นายสมภารกล่าว

จำลองเหตุ – จนท.พิสูจน์หลักฐานจำลองเหตุการณ์ และเก็บหลักฐานบริเวณ สระน้ำติดกับโรงเรียน นาค้อวิทยาคม อ.ห้วย เม็ก จ.กาฬสินธุ์ จุดที่นายทองนพเก้า สีทา นักเรียนชั้นม.3 จมน้ำเสียชีวิตระหว่างเข้าฐานฝึกค่ายพักแรมลูกเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน