วิษณุยันไม่เกี่ยว
คว่ำร่างแก้รธน.
3พรรครัฐลุยต่อ

‘บิ๊กตู่’ยัวะ ม็อบตะโกนขับไล่ เสียงดังลั่นถึงในทำเนียบ สั่งเจ้าหน้าที่อัดคลิป ใครพูดอะไรบ้าง ปลื้มผบ.ทัพ-ขรก.แห่อวยพรวันเกิดครบ 67 ปี ‘วิษณุ’ ทำมึน ฝ่ายค้านจี้ รับผิดชอบคว่ำแก้รธน.วาระ 3 พปชร.ยันเปล่าแกงเพื่อน ภูมิใจไทย-ปชป.-ชาติไทยพัฒนา จับมือแก้รายมาตรา เตรียมชงรื้อมาตรา 256 อีกรอบ ‘มาร์ค’ เตือนรัฐบาลระวังระเบิดเวลา หากคิดแต่รักษาอำนาจ ‘ชวน’ คาดเปิดสภาสมัยวิสามัญ สานต่อร่างพ.ร.บ.ประชามติ 7-8 เม.ย. ‘นิกร’หวั่นซ้ำรอยคว่ำวาระ 3 ‘ป้อม’ รูดซิปข่าวตั้งพรรคสำรอง ฝ่ายค้านยื่นสอย ‘ศักดิ์สยาม-นิพนธ์’ ปมปล่อยเครือญาติฮุบที่รัฐ

‘บิ๊กตู่’หงุดหงิคม็อบตะโกนไล่

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 19 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะผ่านบริเวณประตู 2 บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ กลุ่มผู้ชุมนุม เดินทะลุฟ้าจำนวนหนึ่ง ที่ยังคงปักหลักชุมนุม ได้ตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงว่า “ประยุทธ์ออกไป” “ศักดินาจงพินาศ ประชาราชจงเจริญ” และให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 นานกว่า 10 นาที พร้อมชู 3 นิ้ว แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินเข้าภายในตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว เสียงตะโกนยังดังต่อเนื่อง ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ พูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้ถ่ายรูปทุกคน พร้อมอัดวิดีโอไว้ด้วยว่ามีใครพูดอะไรบ้าง

เวลา 09.20 น. ก่อนการประชุมศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้มีข้าราชการ ทหารและพลเรือน ทยอยเข้าอวยพรล่วงหน้าวันคล้ายวันเกิด ครบ 67 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 68 ของพล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 21 มี.ค. โดยนายกฯ ได้มอบพระหลวงปู่ทวด วาระ 108 ปี อาจารย์ทิม และเครื่องวัดอุณหภูมิให้เป็นที่ระลึก และในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ นายกฯ จะร่วมทำบุญเป็นการส่วนตัวแบบเงียบๆ พร้อมครอบครัว ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) อวยพรไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

ผบ.เหล่าทัพแห่เบิร์ดเดย์

ต่อมาเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นายทหารระดับ 5 เสือของเหล่าทัพและตำรวจ ได้นำกระเช้าและแจกันดอกไม้ เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. ติดภารกิจ จึงไม่ได้มาร่วมอวยพร

พล.อ.ณัฐกล่าวว่า ขอชื่นชมที่นายกฯ เสียสละ มีความจงรักภักดี ทุ่มเทเพื่อประเทศให้มีความสงบ มั่นใจว่าจะทำสำเร็จตามยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง จึงขอให้นายกฯ ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

ด้านพล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณ ผบ.เหล่าทัพ พร้อมระบุว่า “เกียรติและการยกย่อง ต้องเป็นคนอื่นให้เรา ไม่ใช่เรายก ตัวเอง ผมมีหลายครอบครัว นี่คือหนึ่งในครอบครัวที่รักของผม และทหารเป็นครอบครัว ที่เหนียวแน่น ขอให้สมาชิกครอบครัวนี้ช่วยกัน ดูแลประเทศ ขอบคุณ ทั้งทหารและตำรวจ ที่ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ขอให้ตั้งใจ ช่วยกันทำงานให้บ้านเมืองต่อไป และขอให้ทำให้ดี”

นอกจากนี้ยังมี ส.ว.บางส่วน ข้าราชการ ทหารและพลเรือน ทยอยเข้าอวยพร โดยนายกฯ ได้มอบพระหลวงปู่ทวด วาระ 108 ปี อาจารย์ทิม และเครื่องวัดอุณหภูมิให้เป็นที่ระลึก และในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ นายกฯ จะร่วมทำบุญเป็นการส่วนตัวแบบเงียบๆ พร้อมครอบครัว

ไม่สบอารมณ์ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สีหน้าไม่สบอารมณ์ ขณะเดินอยู่ในทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากได้ยิน เสียงตะโกนขับไล่ดังมาจากหมู่บ้านทะลุฟ้าที่ปักหลักชุมนุมอยู่ข้างทำเนียบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

‘วิษณุ’ตอกฝ่ายค้านปมรธน.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ และนายวิษณุ รับผิดชอบ ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่กลับถูกคว่ำในวาระ 3 ว่า “ทำไม ผมทำอะไรที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมยังไม่รู้เลยว่าทำอะไร ยิ่งถ้าบอกว่าผมเข้าไปเกี่ยวด้วย ผมทำอะไร ถ้าบอกว่าผมเข้าไปเกี่ยวโดยเป็น การตอบคำถามผู้สื่อข่าว ให้เอาผู้สื่อข่าวเข้ามาด้วย ไม่ทราบผมยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ได้ยินเขาพูดอยู่เหมือนกัน ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องการอธิบายให้ประชาชน เข้าใจหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงไม่ต้องอธิบาย มีการถ่ายทอดออกประกาศได้ยินกันทั้งประเทศ คนเขาก็เห็นกันอยู่แล้ว เห็นพูดกันตั้งแต่ 09.00-21.00 น. แล้วก็ทำกันเองโหวตกันเอง คนอื่นไม่ได้ไปโหวตด้วย ต่อข้อถามว่าแสดงว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบเพราะคำตอบนี้สามารถนำไปบอกว่าวิษณุปัดความรับผิดชอบ โยนกลอง มีคำคุณศัพท์หลายคำที่จะเติมเข้าไปเพื่อทำให้หวือหวา ซู่ซ่าขึ้นมาได้ ดังนั้น อย่าไปต่อความยาวสาวความยืดเลย

พร้อมเปิดวิสามัญถกกม.ประชามติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่..) พ.ศ….(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) ที่ถูกโหวตล้มในวาระ 3 ไปแล้ว รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพแก้ไขเองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ยินว่าพรรคร่วมรัฐบาลกำลังคิดกันอยู่ คงจะหาทางออกว่า 1.จะทำเองในนามพรรคร่วมรัฐบาล หรือ 2.ทำโดยรัฐบาล ถ้าความเห็นตกผลึกคงมาพูดคุยให้ฟังเร็วๆ นี้ แต่เขายังไม่ได้ว่าอะไร ต่อข้อถามว่าส่วนตัวแล้วเห็นควรแก้ไขเป็นรายมาตรา หรือทำประชามติก่อนเพื่อแก้ทั้งฉบับ นายวิษณุกล่าวว่า อยากตอบเหมือนกัน แต่ไม่ตอบ เดี๋ยวสื่อจะเอาไปพาดหัวว่าส่งซิกอีก แต่เวลานี้ซิกแล้วคือป่วย

ส่วนกรณีที่ประชุมรัฐสภาเลื่อนการลงมติร่างพ.ร.บ.ประชามติ จะส่งผลให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมูญล่าช้ายิ่งขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าจะส่งผล ก็ส่งผลไม่มาก เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นก็ยินดีที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญให้อีก แต่ข้อสำคัญคือ ต้องทำให้เสร็จและครบองค์ประชุม เพราะช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาล สงกรานต์ หากเปิดประชุมสมัยวิสามัญแล้วไม่มีสมาชิกมาประชุมก็จะยุ่ง แต่ถ้าแน่ใจ ก็ยินดีเปิด

‘ชวน’คาดประชุม 7-8 เม.ย.

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่ต้องเลื่อนออกไป จากการสอบถามจะต้องทำ ความเชื่อมโยงระหว่างมาตรา 9 เกี่ยวกับให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจจัด และควบคุมดูแลการออกเสียงให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม เสรี เสมอภาคและชอบด้วยกฎหมาย ที่มีการลงมติให้แก้ไขตามกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อย และมาตราอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่ง กมธ.และกฤษฎีกาขอเวลา 7 วัน ทบทวนเนื้อหา ขึ้นอยู่ที่ประธาน กมธ.จะนำไปทำให้เรียบร้อย ถ้าเรียบร้อยก็จะเรียนรัฐบาลเพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ และกฎหมาย ที่ค้างอยู่

แม้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะมีเพียง 67 มาตรา แต่สมาชิกแปรญัตติทุกมาตราก็ต้องใช้เวลา ซึ่งตรงกันข้ามกับร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่มี 100 กว่ามาตรา แต่มีผู้แปรญัตติน้อย จึงคิดว่าถ้าเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 2 วันก็พิจารณา ได้หมด ตนได้พูดคุยกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านแล้ว เวลาที่เหมาะสมเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ น่าจะเป็นวันที่ 7-8 เม.ย. หากเป็นไปได้จะรีบแจ้งไปยังรัฐบาล เพราะหลัง จากนั้นจะเป็นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์แล้ว

ปชป.เตือนสติเสียงข้างมาก

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กล่าวถึง ส.ว.เเพ้โหวตมาตรา 9 ของร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ว่า ผลโหวตที่ออกมาไม่ใช่เเค่การเตือนสติว่า อย่าคิดว่ามีเสียงมากจะทำอะไรที่ฝืนความต้องการประชาชนได้ ข้อดีของผลโหวตนั้น ยังอุดช่องข้อถกเถียงปมคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ที่ระบุว่า หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควร มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งจากนี้รัฐสภาจะมีอำนาจทำได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาใหม่ในมาตรา 9 ตรงกับเเนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการส่งเสริมสถาบันฝ่ายนิติบัญญัติ และให้ประชาชน มีบทบาทและอำนาจเสนอทำประชามติได้ ดังนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จึงยกมือเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างน้อยในมาตรา 9 และอีกนัยหนึ่ง เพื่อเตือนสติให้เห็นว่าอย่าชะล่าใจว่ามีส.ว. 250 คนในมือเเล้วจะคว่ำรัฐธรรมนูญที่สวนทางกับความรู้สึกประชาชนก็ได้อีกด้วย

‘นิกร’หวั่นซ้ำรอยคว่ำวาระ 3

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ตนเป็น 1 ใน 267 เสียง ที่ลงมติสนับสนุนให้มาตรา 9 ของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการประชามติ แก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอของ กมธ.เสียงข้างน้อย ซึ่งเนื้อหาได้เปิดช่องให้รัฐสภา ประชาชน มีสิทธิ์ เสนอเรื่องให้ทำประชามติ เพราะเห็นว่า ควรเปิดกว้าง ไม่ควรมีแค่ฝั่งรัฐบาลเท่านั้น

เมื่อพิจารณาเรื่องที่สอดคล้องกัน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากกฎหมายประชามติผ่าน รัฐสภาจะมีสิทธิ์เสนอให้ทำประชามติร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ตกไป จุดนี้เชื่อว่าจะเป็นทางออกตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ตนกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติอาจถูกคว่ำในวาระ 3 ได้

3 พรรคจับมือชงแก้มาตรา 256

นายนิกรกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคชาติไทยพัฒนาจะเดินหน้าต่อ เบื้องต้นได้คุยกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ มีความเห็นร่วมกันว่าเปิดสมัยประชุมสภา ในเดือน พ.ค.นี้ จะพิจารณาเสนอญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่เดินหน้าร่วมกันได้คือ มาตรา 256 ที่รัฐสภาได้ผ่านการพิจารณาและเห็นพ้องกันในวาระ 2 คือปรับเงื่อนไขการใช้เสียงรับหลักการวาระแรก และเสียงเห็นชอบวาระ 3 โดยเสียง 3 ใน 5 โดยตัดเกณฑ์ เสียงส.ว. 1 ใน 3 และเสียงพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 20 ออก

“การลงมติในวาระ 3 ทำให้เห็นแล้วว่าเสียงของ ส.ว.ที่เห็นชอบ 2 เสียง ไม่มีทาง จะให้รัฐธรรมนูญจะแก้ไขได้ เพราะถือเกณฑ์ 84 เสียง เท่ากับให้สิทธิ์ 84 เสียงหักกับอีก 500 เสียง ซึ่งไม่ถูกหลัก นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่เห็นว่าควรเสนอแก้ไข เช่น สิทธิของ ประชาชน การกระจายอำนาจ การเลือกตั้ง ที่ต้องแก้ไขวิธีนับคะแนนและระบบไพรมารีโหวต แต่ต้องไม่แตะหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์” นายนิกรกล่าว

เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็นใหญ่ คือ ยุบส.ว. ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและเลิกยุทธศาสตร์ชาติ นายนิกรกล่าวว่า ตนมองว่าหากชู 3 ประเด็นนี้ น่าจะยาก เพราะเท่ากับล้มศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งต้องนำไปทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8)

‘มาร์ค’ห่วงระเบิดเวลา

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายก รัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความเสียดายต่อการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ยาก ไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับ หรือรายมาตรา จึงเป็นเรื่องอันตรายเพราะ มีคนจำนวนมากเห็นจุดอ่อน ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ จะเกิดสภาพความอึดอัด แทนที่สภา หรือประชาชนจะเลือกคนมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังทำไม่ได้ จะทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเพิ่มแรงส่งให้ผู้ชุมนุมมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะสร้างความปรองดองและลดความขัดแย้ง จึงอยากให้รัฐบาลคิดถึงหลักความถูกต้อง มองโครงสร้างระยะยาว อย่าเอาความสะดวกทางการเมืองระยะสั้น มาเป็นตัวชี้ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำอะไร เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เพราะจะยิ่งเป็นอันตรายและเกิดความขัดแย้งมากขึ้น

“ถึงแม้พลังการเคลื่อนของมวลชน อาจดูอ่อนกำลังลง แต่นับวันคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมา จะโน้มเอียงไปในทิศทางที่เห็นด้วยกับกลุ่มที่เคลื่อนไหว หากไม่ตอบสนองอะไรเลย ก็เหมือนกับรอระเบิดเวลา ทำให้สถานการณ์ ในอนาคตยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น ถ้าคิดแต่การรักษาอำนาจ ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศ จึงอยู่ที่ผู้มีอำนาจจะตัดสินใจอย่างไร เป็นบททดสอบว่าเอาผลประโยชน์ของใครเป็นที่ตั้ง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ปชป.ฉะพรรคแกนนำไม่จริงใจ

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิม ที่มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีข้อบกพร่อง สมควรแก้ไข เช่น สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ยังมีข้อจำกัด กระบวนการได้มาซึ่งส.ส.ตามวิธีการในรัฐธรรมนูญพบว่าได้บุคคลที่ขาด วุฒิภาวะ เกือบ 20 พรรคมีส.ส.คนเดียว เนื่องจากอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนเสียงเอาไว้ และยังมีปัญหา “ลิงกินกล้วย” ให้ประชาชนกระแหนะกระแหนอยู่เสมอ

ประชาชนสงสัยในท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาลว่า ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่แรก ทำเหมือนกับสำนวน “ขายผ้าเอาหน้ารอด” บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล พอแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มทวงถาม ประกอบกับมีมวลชนมากดดันเรื่องนี้มากเข้าจึงไม่สามารถฝืนกระแสได้ ต้องตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะจบด้วยดี เพราะพิจารณาถึงขั้นตอนจะลงมติในวาระ 3 แล้ว แต่ปรากฏว่ามี ส.ส.และส.ว. บางคน ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ เห็นได้ว่าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายของรัฐต่อสภา และยังยอมให้เกิดคำครหาว่า รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา ติดตัวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยไม่ยอมให้เกิด การแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

‘วิรัช’ยันพปชร.เปล่าแกงเพื่อน

ส่วนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้แกงเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล ในการเสนอญัตติให้ลงมติวาระ 3 เพราะเฝ้าดูการอภิปราย 9 ชั่วโมงเต็ม มีการเสนอญัตติขึ้นมาซ้อน 3 ญัตติ ยืนยันไม่ได้เปลี่ยนเกมเล่น พรรคพลังประชารัฐตกลงกันแล้วว่าจะเปิดให้สมาชิกฟรีโหวต และส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็อยู่ที่รัฐสภา เพื่อเตรียมเข้าร่วมหากองค์ประชุมไม่ครบ แม้ไม่ปรากฏตัว แต่อยู่ ไม่เหมือนบางพรรคที่ออกนอกพื้นที่ ไปเลย

สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีความชัดเจน มีทางเลือก 2 ทาง คืองดออกเสียงหรือ ไม่อยู่ในที่ประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจึงมีท่าทีตามมติที่ออกมา ไม่ได้กลับไปกลับมา ทุกพรรคร่วมรัฐบาลทราบว่าได้เปิดฟรีโหวตทุกพรรค แต่ได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยหลังบัลลังก์ห้องประชุมในวันลงมติแล้วว่า พรรคพลังประชารัฐเปิดฟรีโหวต และต้องการโหวตวาระ 3 เพื่อชี้ว่าผ่านหรือไม่ผ่านไปเลย

‘ไพบูลย์’จี้‘อนุทิน’สอบ‘ชาดา’

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนเป็น ผู้เสนอญัตติให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าอภิปรายกันมา 11 ชั่วโมงก็ยังไม่ได้ ข้อยุติ โดยได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลแล้ว และที่ประชุมเห็นชอบ คะแนน 474 ต่อ 127 เสียง งดออกเสียง 39 เสียง ไม่ลงคะแนน 5 เสียง ส่งผลให้ญัตติอื่นตกไป และเข้าสู่กระบวนการลงมติในวาระ 3

การที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ระบุไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย โกหก ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือ สภาโจ๊ก และวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม และกล่าวย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชน ไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร และไม่ต้องการรักษาอำนาจให้ใคร เป็นการกล่าวหาใส่ความ ให้ร้าย ทำให้ตนและส.ส. ส.ว.ที่ลงมติ เสียชื่อเสียง และประณามรัฐสภา อาจทำให้มีปัญหาตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของส.ส.

จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสอบสวนการกระทำของนายชาดา รวมทั้ง ขอให้ดำเนินการตามมาตรฐานดูแลควบคุมสมาชิกพรรคให้มีจริยธรรมและมารยาททาง การเมืองด้วย

‘พี่ศรี’จ่อยื่นป.ป.ช.ฟันส.ส.-ส.ว.

วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมเตือนพวกท่านแล้ว!! จันทร์ที่ 22 มี.ค.2564 เวลา 10.00 น. ได้เวลายื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 235 หมวดอำนาจของ ป.ป.ช. กำหนดไว้ว่า (1) ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาล ฎีกาเพื่อวินิจฉัย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 226 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การพิจรณาพิพากษาของศาลฎีกาโดยอนุโลม

ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้

เมื่อ 206 ส.ส.และ 2 ส.ว. กล้าที่จะโหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ทั้งๆ ที่ศาล รัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าต้องทำประชามติ เสียก่อน เพราะประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เมื่อกล้าฝ่าฝืนคำวินิจฉัย ก็ต้องกล้ารับผลแห่งการกระทำของตน

เพื่อไทยเตือนโดนฟ้องกลับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค เพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของ นายศรีสุวรรณ จะยื่นร้องป.ป.ช. แต่ขอเตือนว่าเมื่อใช้สิทธิ์ ก็ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบด้วย เพราะการร้องกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ต้องเป็นเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่การที่ ส.ส. และส.ว. ได้ลงมติร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ นายศรีสุวรรณ จะอ้างว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล ตนไม่เห็นว่า จะผิดตรงไหน คำวินิจฉัยไม่ได้บอกว่าห้าม ลงมติ และจะเป็นความผิดอาญาได้อย่างไร

ขอเตือนว่าวันใดที่นายศรีสุวรรณ ไปยื่นร้องต่อป.ป.ช. ในวันรุ่งขึ้นจะมีส.ส.ไปยื่นฟ้องหรือร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับนายศรีสุวรรณทันที ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 172 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และมาตรา 173 ฐานรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด

จวกคนจ้องตกปลาในบ่อเพื่อน

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี 26 ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่โหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ตามมติพรรค คงต้อง พูดคุยถามถึงสาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าคงไม่ เกี่ยวกับข่าวแยกตัวไปอยู่กับพรรคที่จะตั้งขึ้นใหม่ สมัยนี้ไม่ควรมีใครมาตกปลาในบ่อเพื่อน เพราะคนทั่วไปดูก็รู้ และหากใครสนใจจะไปร่วมงานกับพรรคใหม่บางพรรค ต้องเปิดตัวให้ชัด ไม่ใช่คอยแต่สร้างความแตกแยก ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาคาราคาซัง จนกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ติดลบทางการเมือง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเป็น 1 ใน 26 ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไม่ลงมติวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่า มีเหตุผลส่วนตัว ไม่ใช่ไม่เห็นชอบให้ผ่านวาระ 3 แต่เห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนคำอธิบายเพิ่มให้ชัดเจน ตนได้แจ้งเหตุผลให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค รับทราบถึงเหตุผลก่อนจะโหวตลงมติ ยืนยันไม่ได้เป็นงูเห่า และเห็นว่า ส.ส.ที่โหวตลงมติวาระ 3 ไม่ผิด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านนัดประชุมร่วมกันในสัปดาห์หน้า ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวัน ประเด็นที่จะหารือคือ 1.การยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และ 2.การวางกำหนดการและรูปแบบกิจกรรมฝ่ายค้านพบประชาชน ซึ่งจะลงพื้นที่พบประชาชนในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ เพื่อให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับประชาชนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนว่าต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็น ใดบ้าง เพราะจากนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับคงด้วยความยากลำบาก จึงต้องกลับมามองการแก้ไขแบบรายมาตรา

‘บิ๊กป้อม’รูดซิปตั้งพรรคสำรอง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมพิจารณาการขอจดจัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีข่าวว่าเพื่อเป็นพรรคสำรอง ของพรรคพลังประชารัฐ

รายงานข่าวจากกกต. เปิดเผยว่า ล่าสุด มีผู้มายื่นจดทะเบียนเพิ่ม 2 พรรคการเมือง คือ พรรคไทยสร้างไทย โดยมี ว่าที่ ร.ต.สอิสร์ โบราณ นักวิชาการเกษตร จ.ขอนแก่น เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งคาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย

ส่วนอีกพรรคที่มายื่นขอจดทะเบียน คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ขอจดทะเบียน คือ ว่าที่ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล อดีตผู้สมัครพรรครวมพลังประชาชาติไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นหัวหน้าพรรค

สำหรับชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เคยมีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า อาจมีความเกี่ยวข้อง กับคนสำคัญในรัฐบาล และเป็นชื่อตรงกับชื่อนโยบายของนายกฯ ในการขับเคลื่อนการบริหารในปัจจุบันด้วย หลังจากเป็นข่าวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว จึงเป็นที่จับตาเนื่องจากการยื่นตั้งพรรคครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวจะมีการยุบสภาในปลายปีนี้ด้วย

ยกเลิกคำสั่งตั้ง 2 ขรก.การเมือง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายอมร มีมะโน 2.นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ และ 3.นายสมชาย สาโรวาท ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือด่วน ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สำนักงาน รัฐมนตรี พิจารณาทบทวนมติครม. ยกเลิกการแต่งตั้งข้าราชการทางการเมือง 2 รายคือ นายอมร และนายภูวิช ลงวันที่ 18 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีแต่งตั้ง นายอมร ผู้ก่อตั้งบริษัทในเครือ AJA Group ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า Brand AJ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองนั้น เนื่องจากเป็นโควตาพรรคเล็กที่เสนอขึ้นมา และตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นไม่พบประวัติอาชญากรรม แต่พบว่า มีคดีความปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ จึงได้ยกเลิกพิจารณาแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า ขอยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ลงนามเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลทั้งสอง เนื่องจากได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบ คุณสมบัติ ซึ่งมีความไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535 ดังนั้น ในการประชุมครม.วันที่ 23 มี.ค. จะมีวาระการพิจารณาทบทวนมติครม. ยกเลิกการแต่งตั้ง ทั้ง 2 ราย

ฝ่ายค้านยื่นเชือด‘ศักดิ์สยาม-นิพนธ์’

ที่สำนักงานป.ป.ช. ตัวแทนพรรคร่วม ฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้ายื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กรณีมีพฤติการณ์และหลักฐาน ที่เชื่อว่ากระทำการทุจริต เนื่องจาก นายศักดิ์สยาม มีหนังสือสั่งการไปยังหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ส่งร่างทีโออาร์ ของการประมูลโครงการต่างๆ ให้ตรวจสอบก่อน และเมื่อประมูลเสร็จแล้ว ก่อนลงนามในสัญญาจะต้องแจ้งให้กับรัฐมนตรีรับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ข้อสั่งการดังกล่าว ทำให้เห็นถึงการแทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง กระทำการ นอกเหนือจากที่พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดไว้ ทำให้ทราบข้อมูลภายใน เกี่ยวกับกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของงาน ก่อนดำเนินการก่อสร้าง เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่เป็นพวกพ้อง และยังทำให้ข้าราชการในสังกัด ไม่กล้ากำหนด คุณลักษณะเฉพาะของงานให้แตกต่าง เป็นอย่างอื่น การกระทำของนายศักดิ์สยาม ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง เป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

ประโยชน์ทับซ้อน-ทุจริตต่อหน้าที่

นอกจากนี้ ยังยื่นขอให้เอาผิดกับนาย ศักดิ์สยาม กรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่พบว่ามีเครือญาติ เข้าครอบครองที่ดิน กว่า 5,000 ไร่ ทั้งที่เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ แต่รัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแล รฟท. กลับไม่เพิกถอนโฉนด ตามที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ซึ่งถือเป็นการจงใจไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ส่วนนายนิพนธ์ เป็นกรณีเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ กว้านซื้อที่ดินในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเข้าข่ายการกระทำ ความผิดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และมีผลประโยชน์ทับซ้อน

โดยการยื่นครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถือเป็นรัฐมนตรี 4 รายแล้วที่ถูกยื่นร้องต่อป.ป.ช. ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยได้ยื่นเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมและนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

พี่โทนี่-น้องปู – ‘โอ๊ค’ พานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ภาพพร้อมระบุว่า พ่อกับอาปูมีโอกาสพักผ่อนที่มอนตาน่า สวิตเซอร์แลนด์ หลังจากเสร็จจากคุยธุรกิจที่เจนีวาก่อนจะไปประชุมต่อ ที่ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ร้องอสส. – น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมืองที่ถูกอุ้มตัวหายในประเทศกัมพูชา ยื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุดรับสอบคดีนอกราชอาณาจักร ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน