21จว.อ่วมพายุ
สลดโคราชดับ1
ฝนถล่มข้ามคืน
65อำเภอบ้านพัง
พายุฤดูร้อนถล่ม 17 จังหวัดอีสาน 65 อำเภออ่วม บ้านพัง 721 หลัง มหาสารคาม ปิดเรียนย้ายเด็กวุ่น อาคารเรียน-โรงอาหารหลังคา ปลิวหาย โชคชัย โคราชลูกเห็บตก หลังคาทะลุเป็นรูพรุน ส่วน 2 จังหวัดเหนือ พะเยา-เพชรบูรณ์ 2 อำเภอ บ้านปลิว 125 หลัง เสาไฟฟ้าล้ม ต้นไม้หักโค่น ไฟดับ พื้นที่เกษตร พังยับ สลดโคราชเสียชีวิต 1 ราย จังหวัดเร่ง สำรวจความเสียหาย ช่วยผู้ประสบภัยเร่งด่วน
45 จังหวัดรับมือพายุ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 9 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย มีผลจนถึง วันที่ 22 มี.ค.2564 โดยระบุว่า ลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกร ควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจังหวัดที่ได้ผลกระทบมีดังนี้
ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ใขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ซัด 19 จว.อีสาน-เหนือแล้ว
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. – ปัจจุบัน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และเพชรบูรณ์ รวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 125 หลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครพนม รวม 65 อำเภอ 111 ตำบล 208 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 721 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่จ.นครราชสีมา ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด
ทั้งนี้ ประชาชนแจ้งเหตุและขอความ ช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
สกลนคร-อุดรฯ บ้านพังเป็นแถบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฤดูร้อนได้ซัดถล่มหลายพื้นที่ตั้งแต่เย็นวันที่ 21 มี.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 22 มี.ค. ที่อ.วานรนิวาส ต้นหว้ายักษ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส หักโค่นลงมาทับกำแพงโรงเรียนเสียหาย นอกจากนี้ ยังพัดรูปปั้นพญาวานรขนาดใหญ่จนดาบหัก ซึ่งพญาวานรถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนกราบไหว้บูชา ขณะที่บ้านเรือนของนางนารี นามเดช อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 5 ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส เสียหาย หลังคาปลิวหายเกือบหมด โดยนางนารีอาศัยอยู่กับสามี 2 คนเพียงลำพัง ซึ่งสามีเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต้องอพยพไปอยู่บ้านเพื่อนบ้านและรอรับการช่วยเหลือ ส่วนที่อ.สว่างแดนดิน ต้นเสาไฟฟ้าหักโค่น 12 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง ว่าที่ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร นายอำเภอสว่างแดนดินได้ออกตรวจสอบและได้ให้ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ส่วนจ.อุดรธานี หนักที่สุดที่บ้านตาดโตน ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี บ้านเรือนประชาชนพังไปเกือบทั้งหมู่บ้าน บางหลังพังครืน เจ้าของบ้านได้แต่ยืนมองความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยความเศร้าใจ นอกจากนี้ ยังมีในเขตอ.เมือง พายุพัดต้นไม้ใหญ่ล้ม หลังคาบ้านปลิว ส่วนที่อ.หนองแสงพายุก็พัดบ้านเรือนประชาชนในหลายตำบล ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานทางจังหวัดและเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป
ลูกเห็บตกใส่หลังคาทะลุ
ที่จ.นครราชสีมา พื้นที่ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย มีบ้านพังเสียหาย 30 หลังคาเรือน หมู่ 1-6-7-10-11 และหมู่ 12 โดยบ้านของ นายสอง หนอกกระโทก อายุ 79 ปี บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 11 ถูกลมพายุพัดบ้านยกไปทั้งหลังไกลกว่า 50 เมตร
ด้านนางเหวา บุญกระโทก อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 1 ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย เผยว่า ขณะลมพายุมามีฝนตก มีลูกเห็บตกมาเต็มพื้นหน้าบ้านทำให้หลังคาทะลุ ส่วนบ้านลูกชาย รูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ปลิวตก แต่ไม่แตกเสียหายแต่อย่างใด
ด้านน.ส.ออระยา เหลืองกระโทก กำนัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลจระเข้หิน ออกสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านไผ่ หมู่ 4 และหมู่ 6 ต.จระเข้หิน เบื้องต้น พบว่า 2 หมู่บ้านเสียหายเกือบ 20 หลังคาเรือน มีเสียหายหนัก 4 หลัง หลังคาบ้าน ถูกพัด ปลิวหายไปเกือบหมด
ส่วนที่ ต.ขุนทอง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่วัดบ้านหนองหว้าเอน หลังคากุฏิและหลังคาอุโบสถได้รับความเสียหายเป็นบางส่วน นอกจากนี้ ที่ศูนย์เด็กเล็กบ้านหนองหว้าเอนประตูรั้วและสนามเด็กเล่นพังเสียหาย มีสิ่งปลูกสร้างได้รับผลกระทบมากกว่า 17 หลังคาเรือน ต้นไม้ใหญ่โค่นล้มทับถนนกีดขวาง เส้นทางการจราจร และไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
เร่งช่วย 3 อำเภออุบลฯ
ที่จ.อุบลราชธานี นายอุทิศ ประดิษฐ์ศิลป์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ปภ.ออกสำรวจพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยพบบ้านเรือนในต.หนองกินเพล 3 หมู่บ้านพัง 13 หลัง ต้นยางพาราล้มกว่า 100 ต้น โดยภาพรวมมีพื้นที่ได้รับความเสียหายรวม 3 อำเภอ 6 ตำบล 17 หมู่บ้าน คือ อ.วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร และสิรินธร บ้านเรือนพังเสียหายรวม 44 หลังคาเรือน และแพขายอาหารในแหล่งตากอากาศพัทยาน้อย อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร อีกจำนวนหนึ่ง

พายุร้อน – พายุฤดูร้อนพัดถล่มอาคารเรียนและโรงอาหาร ร.ร.บ้านหนองโพธิ์ ต.หนองโพธิ์ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ได้รับความ เสียหายอย่างหนัก หลังคาถูกแรงลมพัดปลิวหายไปเกือบทั้งหลัง ฝ้าเพดานพังลงมา ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ เมื่อวันที่ 21 มี.ค.
มหาสารคามปิดเรียน-ย้ายเด็ก
ที่โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ ต.หนองโพธิ์ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม อาคารเรียนถูกแรงลมพัดหลังคาปลิวหายไปเกือบทั้งหลัง ฝ้าเพดานพังลงมา ทำให้ห้องเรียนเสียหาย ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ส่วนอาคารโรงอาหารยาว 15 เมตรหลังคาปลิวหายออกไปทั้งหลังเช่นกัน
นายทวี สิทธิจันทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์เปิดเผยว่า อาคารเรียนขนาด ป.1 สร้างมาตั้งแต่ปี 2519 อายุการใช้งาน 45 ปี เป็นอาคารขนาด 8 ห้องเรียน ได้รับความเสียหายหลังคาปลิวหายไปทั้งหมด หลังเกิดเหตุได้ย้ายนักเรียนไปเรียนที่อาคารอเนกประสงค์ และอาคารหอประชุมชั่วคราว ส่วนที่โรงอาหาร ใช้ไม่ได้เลย จึงได้แจ้งไปยังแม่ครัวให้จัดเซ็ต อาหาร ข้าวกล่อง เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ไปก่อน โดยได้รายงานความเสียหายไปยังสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามหาสารคามเขต 2 เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนต่อไป
ด้านนายนิทัศน์ เทศสวัสดิ์ นายอำเภอนาเชือก กล่าวว่า ได้รับรายงานความเสียหายเป็นบ้านเรือนประชาชน คอกสัตว์ และยุ้งฉาง เสียหาย 30 หลังคาเรือน ซึ่งที่เสียหายหนักจะเป็นที่โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงจะได้เร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม จากนั้นรายงานไปยังจังหวัด และได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือ ตามขั้นตอนต่อไปแล้ว
พิจิตร-สองแควช่วยบ้านพัง
ส่วนที่ภาคเหนือ บริเวณบ้านดินทองหมู่ 6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังทอง และอีกหลายอำเภอ ได้ระดมกำลังพนักงานและเครื่องจักรกลเข้าแก้ไขเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังทอง-สากเหล็ก หัก 7 ต้น กระแสไฟฟ้าดับตั้งแต่ค่ำคืนที่ผ่านมา มีบ้านของประชาชนเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน รวมถึงแปลงเพาะกล้าไม้ ที่เป็นอาชีพหลักของชาวบ้านตำบลดินทองได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย มีบ้านเรือนหลายหลังพังเสียหายจำนวนมากเช่นกัน ขณะนี้อ.วังทองเร่งสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้ประสบภัยพายุแล้ว
ที่พิจิตร อ.ทับคล้อ และอ.ดงเจริญ บ้านเรือน ประชาชนกว่า 50 หลัง หลังคาสังกะสีปลิวหายไป เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านถูกฝนตกใส่ได้รับความเสียหาย ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น ขวางทางเข้าออกหมู่บ้าน หลังจากลมพายุสงบลงเจ้าหน้าที่อบต. อำเภอ และชาวบ้านได้ช่วยกันตัดกิ่งไม้เปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้าน รื้อสังกะสีซ่อมแซมบ้าน ก่อนมีฝนตกลงมาซ้ำอีก โดยนางรติฟัส พ่วงพร้อม ปภ.พิจิตร พร้อมด้วยนายอำเภอ ดงเจริญ และอ.ทับคล้อ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ประสานท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยต่อไป
อุตุยังเตือนภัย 4 ภาค
เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายณัฐพล อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศอีกครั้งว่า ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระะทบจากพายุฤดูร้อนดังนี้ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร