ศาลรับฟ้อง-นัดไต่สวน30เมย.
วิษณุถก‘ชวน’เลื่อนเปิดวิสามัญ
ฝ่ายค้านจัดงานกระชับมิตร
หารือแก้รธน.-พรบ.ประชามติ

ศาลฎีการับคำร้องคดี ‘ปารีณา’ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงกรณีรุกป่าสงวนจ.ราชบุรีพร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. นัดไต่สวน 30 เม.ย. ‘เอ๋’เปิดใจ น้อมรับคำตัดสิน พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทนายเล็งช่องสู้คดี ‘2 ป.’ ปัดตอบกระทบรัฐบาล-พปชร.หรือไม่ ‘วิษณุ’เคลียร์‘ชวน’ ส่อเลื่อนวันเปิดสภาสมัยวิสามัญถกร่างพ.ร.บ.ประชามติ ‘ส.ว.พลเดช’คาดขยับไปหลังสงกรานต์ แต่กรรมาธิการ ยันเปิด 7-8 เม.ย.ตามเดิม ฝ่ายค้านจัดงานกระชับมิตร 1 เม.ย. หารือแก้รธน.-พ.ร.บ.ประชามติ

ศาลรับฟ้องคดี‘เอ๋’ผิดจริยธรรม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดฟังคำสั่งในคดี คมจ.1/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัย การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจ.ราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม

โดยวันนี้ผู้คัดค้านยื่นคำร้อง ขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่งและขอให้เลื่อนการมีคำสั่งในวันนี้ออกไป

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาว่า จะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุต้องไต่สวนข้อเท็จจริงและเลื่อนฟังคำสั่งออกไปก่อนตามคำร้องของผู้คัดค้าน ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องฉบับลง วันที่ 24 มี.ค.2564 โต้แย้งว่าป.ป.ช.ไต่สวนโดยไม่ชอบ การกระทำของผู้คัดค้านไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และตามคำร้องฉบับลงวันนี้ว่า ผู้คัดค้านได้ส่งมอบที่ดินคืนให้แก่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน ผู้คัดค้านจึงมิได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น เป็นปัญหาที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา อ่านคำสั่งให้ผู้ร้องทราบแล้ว นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 30 เม.ย.2564 เวลา 09.30 น.

สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่สามารถให้คุณหรือโทษแก่บุคคลใดๆ และไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ข้อเท็จจริงคดีนี้เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ผู้คัดค้านยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 มี.ค.2564 นั้น

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของ ผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุเพียงพอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามที่ผู้คัดค้านร้องขอให้ยกคำร้อง เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา จึงให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบหมาย ส่งสำเนาคำร้องและคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วันนับแต่วันรับคำร้อง

‘2ป.’ปัดตอบกระทบรัฐบาล

เมื่อเวลา 12.20 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทราบแล้ว เมื่อถามว่าจะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ก้าวล่วง ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้กำลังใจน.ส.ปารีณา หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไร เขากำลังใจดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเสียงส.ส.ที่หายไปจะกระทบการทำงานของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนสื่อว่า “ถามอะไรก็ไม่รู้ นี่เป็นเรื่องของผม คุณไม่เกี่ยว”

‘ปารีณา’มั่นใจระบบยุติธรรม

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังไปกับน.ส. ปารีณา ที่ต้องโดนตัดสิทธิ์ ตนก็เป็นห่วงกังวล รู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดา แต่ต้องมาดูว่าจะคิดอ่านอย่างไรต่อไป ต้องมีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อีกครั้ง ส่วนเสียงของรัฐบาลขาดไปหนึ่งเสียงจะกระทบการทำงานในสภาหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี เสียงที่มีอยู่ตอนนี้ค่อนข้างมั่นคง เรื่องเสียงไม่สำคัญเท่ากับการเสียเพื่อนไปคนหนึ่งที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด้านเอ๋-น.ส.ปารีณา กล่าวภายหลังทราบเรื่องว่า ขอน้อมรับคำสั่งศาล พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม

ก่อนหน้านี้น.ส.ปารีณา ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ราตรีสวัสดิ์ ปารีณาพลังประชารัฐ #ปารีณาพักก่อน”

ทนายกังวลแต่มีช่องทางสู้

นายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะทนายความของน.ส. ปารีณา กล่าวว่า ขณะนี้รอคำร้องจากศาลที่จะส่งให้น.ส.ปารีณา จากนั้นจะทำคำร้องคัดค้านภายใน 14 วัน ขณะนี้มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามาว่า มีแค่กรณีที่น.ส.ปารีณา เข้าไปทำกินในที่ดินส.ป.ก. ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนว่าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่เมื่อไร และยังมีปัญหาว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของส.ป.ก.หรือป่าไม้ ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาในส่วนนี้อยู่

ยอมรับว่ารู้สึกเป็นกังวลในคดีนี้ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่และแนวทางเรื่องจริยธรรม เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แต่ยังมั่นใจในตัวน.ส.ปารีณา ในความบริสุทธิ์ และเห็นว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับน.ส.ปารีณา ด้วย เพราะตอนที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว ไม่มีใครมาชี้ว่าผิดหรือถูก แต่เมื่อมีคนมาบอกว่าไม่ถูกต้อง ก็คืนที่ดินไปแล้ว บางคนบอกว่าอันนี้ผิดจริยธรรม บางคนบอกว่าไม่น่าผิดจริยธรรม เพราะไม่ได้ทำผิดคดีอาญา

“ต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าหลังได้รับเลือกตั้ง เข้าไปดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินนั้น ทำในฐานะส.ส.หรือไม่ ตรงนี้คาบเกี่ยวกัน เพราะน.ส. ปารีณา ทำกินในฐานะเกษตรกรมาก่อนกระทั่งเป็นส.ส.ก็ยังทำกินต่อ ช่วงที่เป็นส.ส.และทำกินต่อ ถึงขั้นผิดจริยธรรมหรือไม่ ต้องสู้คดีกันต่อในข้อเท็จจริงว่าที่มาที่ไปอย่างไร มีความชอบธรรมด้วยกฎหมายหรือไม่ในการเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก.” นายทศพลกล่าว

‘เสรีพิศุทธ์’เย้ยตายเพราะไม่รู้

ส่วนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวว่า เมื่อศาลฎีกาสั่งน.ส.ปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ก็ไม่อาจมาปฏิบัติหน้าที่กมธ.ได้ จนกว่าศาลจะวินิจฉัย ตนไม่ได้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับน.ส.ปารีณา อย่าคิดว่าส.ส.ต้องรู้กฎหมาย ส.ส.จำนวนมากเลือกตั้งเก่ง แต่ไม่เคยบริหารราชการมาก่อน จึงขาดความรู้และประสบการณ์ ที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นเรื่องของตนเองแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าที่ดินเหล่านี้เป็นที่ดินที่ผิดกฎหมาย ก็ตายเพราะความไม่รู้

“น.ส.ปารีณามีเรื่องในกมธ.มาก ผมมอบงานให้ก็ไม่ทำ มาถึงก็มานั่งทาน ทานเสร็จแล้วก็ไป บางครั้งมาเซ็นชื่อแล้วก็ไป ไม่ได้ทำงาน แต่รับเบี้ยประชุม ย้อนแย้งผมอยู่ตลอดเวลา ผมก็ปล่อยไปไม่เอาเรื่องเอาราว” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุด น.ส.ปารีณา ไม่มีความผิด ยังเหมาะที่จะมาทำหน้าที่ในกมธ.อยู่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่ถ้าส่วนตัวคือไม่เหมาะสม เพราะไม่มีความรู้และไม่สนใจจะปฏิบัติหน้าที่ กมธ. มีมติไม่มอบหมายให้น.ส.ปารีณา มานานแล้ว แต่กมธ.เป็นเรื่องของพรรคส่งมาตามโควตา การจะเลือกส.ส.มาอยู่กมธ.คณะไหน ขอให้คัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถตรงตามอำนาจหน้าที่ของกมธ.นั้นๆ ไม่ใช่ส่งใครมาก็ได้ และมาเป็นที่หนักใจของกมธ.

ครม.ตู่2/3ประชุมนัดแรก 30มี.ค.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ 4 รัฐมนตรีใหม่ ในรัฐบาลประยุทธ์ 2/3 ล่าสุดมีกำหนดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนำรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 4 คน คือ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในเวลา 18.15 น. วันเสาร์ที่ 27 มี.ค.ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 4 คนจะเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลก่อนในช่วงเวลา 16.00 น. เพื่อถ่ายรูปติดบัตร จากนั้นจะนั่งรถตู้ร่วมกันเพื่อไปยังสำนักพระราชวัง

สำหรับการถ่ายภาพหมู่ครม.ใหม่ทั้งคณะ จะมีขึ้นในเช้าวันอังคารที่ 30 มี.ค.เวลา 08.15 น. ก่อนการประชุมครม. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

เปิดโลโก้พรรครวมไทยสร้างชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มทยอยรับรองการยื่นจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งมีข่าวว่ามีการขอจดแจ้งตั้ง‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’เพื่อเป็นพรรคสำรองของรัฐบาล ซึ่อยู่ระหว่างการนำเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ชุดใหญ่ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีชื่อ น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ เป็นผู้ยื่นคำขอจดแจ้ง ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.2563 และว่าที่ ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล เป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่โลโก้พรรคใช้เครื่องหมายหกเหลี่ยมสีน้ำเงิน มีแถบ 3 เส้นสีทอง ขาว บนเครื่องหมายหกเหลี่ยม และมีตัวอักษรภาษาไทย‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’อยู่ใต้เครื่องหมาย

สำหรับสัญลักษณ์นี้หมายถึง การหลอมรวมประชาชนชาวไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้มั่นคงยั่งยืน สร้างความสามัคคีของคนไทยทุกคนและทุกภาคส่วนของสังคมไทย ในการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญุร่งเรืองและมั่นคง ยึดถือหลักความมั่นคง และศรัทธาสูงสุด ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ คือหลักชัยของประเทศที่ประชาชาติไทยเทิดทูนไว้ ในฐานะพระประมุขศูนย์ร่วมแห่งจิตใจของชาติไทย สีทองหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง สีขาวหมายถึง ศาสนา ประชาชนชาวไทยยึดมั่นศรัทธา ขณะที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ

พปชร.วุ่น-ชิงเลขาฯพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐถึงการเตรียมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นที่จับตาว่าจะมีการปรับโครงสร้างกก.บห.อีกครั้ง โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ซึ่งมีกระแสข่าวว่า กลุ่ม 4 ช. นำโดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน มีความพยายามเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค จากนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ โดยให้นายสันติ ที่เคยมีชื่อขับเคี่ยวกับนายอนุชา มาก่อน มาทำหน้าที่แทน

โดยช่วงที่นายอนุชา เป็นเลขาธิการ แกนนำบางคนในพรรค พยายามลดบทบาทการบริหารงาน ทั้งเรื่องงบประมาณและการใช้ทรัพยากรของพรรค เนื่องจากเกิดคำถามเกี่ยวกับการการทำงานของทีมงานนายอนุชา จนเกิดปัญหาความไม่ลงรอยกัน ขณะที่กลุ่ม สามมิตร ไม่ต้องการให้เปลี่ยนตัวเลขาธิการ แต่หากมีการกดดันมาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมเสนอตัวเป็นแคนดิเดตเพื่อรักษาโควตาของกลุ่มเอาไว้ และส่งสัญญาณถึงผู้ใหญ่ในพรรคให้พิจารณาถ่วงดุลการบริหาร อีกทั้งส.ส.ของพรรคหลายคน ห่วงว่าหากมีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ อาจเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมาอีก

ปชป.ยกร่างรายมาตราใกล้เสร็จ

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราแล้ว คาดว่า 1-2 สัปดาห์นี้น่าจะเสร็จ โดยแยกร่างละ 1 ประเด็น ไม่นำหลายประเด็นไปรวมในร่างเดียว เพราะหาก 1 ร่าง มี 3 ประเด็น เห็นด้วย 2 ประเด็น ไม่เห็นด้วย 1 ประเด็น จะทำให้ร่างนั้นตกไป และจะนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ประเด็นไหนที่เห็นตรงกันหรือประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกัน จะปรับอย่างไร เพราะจำเป็นต้องอาศัยเสียงร่วมกัน รวมถึงเสียงส.ว.และฝ่ายค้านด้วย การแก้รัฐธรรมนูญจึงจะสำเร็จได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีประเด็นไหนที่พรรคเล็งไว้ นายจุรินทร์กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 256, มาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจในการเลือก นายกฯของส.ว. รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องสิทธิชุมชน เรื่องการกระจาย อำนาจ เป็นต้น แต่จะไปจัดลำดับความสำคัญ และหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นด้วย

ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชารัฐเตรียมยื่นแก้ไขเองโดยไม่เสนอร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องถามพรรคพลังประชารัฐ ส่วนที่ยังมีประเด็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินั้น ถ้านำเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา พรรคก็จะให้ความเห็นชอบ เพราะหากไม่มีกฎหมายประชามติ การแก้รัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้

‘วิษณุ’เคลียร์‘ชวน’ปมเปิดวิสามัญ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทักท้วงคำพูดของนายวิษณุ ที่ระบุการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.เร็วเกินไป ทั้งที่ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาลว่า ตนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายชวนแล้วในช่วงเช้าวันนี้ โดยให้ประสานกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติของรัฐสภา เพื่อดูว่ากมธ.จะทำเสร็จหรือไม่ และต้องคิดเผื่อเวลานำร่างพระราชกฤษฎีกาขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญขึ้นทูลเกล้าฯ รวมทั้งการออกวาระล่วงหน้า ซึ่งนายชวนและตนรับทราบเรื่องเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถเปิดวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอพบและพูดคุยกับกมธ.ก่อน ซึ่งจะได้พบกันในวันนี้ ต่อข้อถามว่านายชวนยืนยันหรือไม่ว่าเปิดวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย. นายวิษณุกล่าวว่า นายชวนไม่ได้ยืนยัน ให้แล้วแต่รัฐบาล แต่ได้เสนอแนะว่าให้บอกเวลาในช่วงที่เหมาะสม รายละเอียดต่างๆ ยังไม่ขอพูดถึง ตนได้พูดคุยกับนายชวนชัดเจนแล้ว จะมาพูดระบุถึงเรื่องวันที่ไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องเหมาะสมที่จะมาพูดก่อน

คาดถกหลังสงกรานต์-จับตาวาระ2

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขเนื้อหาให้สอดคล้องกับมาตรา 9 เกี่ยวกับให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจจัด และควบคุมดูแลการออกเสียงให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม เสรี เสมอภาคและชอบด้วยกฎหมายว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งว่ายังพิจารณาแก้ไขเนื้อหาไม่เสร็จ เพราะต้องแก้ไขเนื้อหาที่ผูกโยงกับมาตรา 9 อีกหลายมาตรา กฤษฎีกาหนักใจ เกรงจะพิจารณาไม่ทัน ดังนั้น แนวโน้มการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7-8 เม.ย. ตามที่นายชวนระบุเป็นช่วงเวลาเหมาะสมนั้น คงไม่สามารถเปิดประชุมได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นหลังสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวถามว่าสมาชิกรัฐสภาหลายคนเกรงว่าเนื้อหามาตรา 9 ที่แก้ไขให้รัฐสภาและภาคประชาชนมีส่วนร่วมเสนอการจัดทำประชามติได้ อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ นพ. พลเดชกล่าวว่า สมาชิกหลายคนกังวลเนื้อหาที่เพิ่มเติมใหม่ อาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการจัดทำประชามติให้ทำได้เฉพาะกรณียกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และเรื่องที่ครม.มีมติให้ทำเท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่าอาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พิจารณากันอยู่

ส่วนจะโหวตคว่ำร่างพ.ร.บ.ประชามติในวาระ 3 เพื่อตัดปัญหาไปเลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภา ไม่ใช่ส.ว. เพราะเสียงข้างมากในกรณีนี้คือ เสียงส.ส.เป็นคนชี้ขาด แต่ขอให้จับตาตอนโหวตวาระ 2 ในมาตรา 10-14 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับมาตรา 9 ให้ดี มีโอกาสจะไม่ราบรื่น ตีรวนกันสูง เป็นไปได้ มาตราเหล่านี้อาจจะไม่ผ่าน

กมธ.โต้ปล่อยข่าวมั่ว

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงนพ.พลเดช ระบุการเปิดประชุมรัฐสภาวิสามัญ วันที่ 7-8 เม.ย.อาจเลื่อนไปหลังสงกรานต์ เพราะกฤษฎีกา แจ้งว่า ไม่สามารถพิจารณาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ประชามติได้ทันว่า การที่นพ.พลเดช ปล่อยข่าวโคมลอยอย่างนี้ ทำให้เกิดความสับสนและความเสียหายหลายภาคส่วน กระทบต่อการทำงานทั้งรัฐบาล กฤษฎีกา รวมถึงรัฐสภา ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะตัวเเทนของกฤษฎีกาในกมธ.มาคุยกับตนว่าไม่เคยพูดคุย ไม่เคยรู้จักกับนพ.พลเดช ด้วยซ้ำ และเรื่องดังกล่าวทำให้กฤษฎีกาเสียหาย ถูกมองเป็นจำเลยสังคมว่าทำงานบกพร่อง

“ผมไม่รู้ว่านพ.พลเดช พูดแบบไม่เจตนาเพราะได้ข้อมูลมาผิดๆ หรือตั้งใจพูด มีวัตถุประสงค์อื่นใดแอบแฝงหรือไม่ กมธ.หลายคนมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับเนื้อหามาตรา 9 แบบใหม่ ยืนยันว่ายินดีทำตามหน้าที่เเละประธานกมธ.นัดประชุม ในวันที่ 1 เม.ย.ตามเดิม เพื่อพิจารณาเนื้อหาที่กฤษฎีกาปรับปรุงเเล้วส่งมาให้กมธ.ตามกำหนด ซึ่งจะเข้าที่ประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.ตามกำหนดต่อไป”นายอิสระ กล่าว

ฝ่ายค้านนัดกระชับมิตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมจัดประชุมพร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน เนื่องในโอกาส “2 ปี ความร่วมมือพรรคร่วมฝ่ายค้าน” ในวันที่ 1 เม.ย. เวลา 18.00 น. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงวาระการจัดกิจกรรมกระชับมิตรฝ่ายค้านครั้งนี้ว่า วาระที่ฝ่ายค้านจะหารือกัน ประกอบด้วย 1.ประเมินการทำงานร่วมกันตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หรือครึ่งเทอมของรัฐบาล 2.กำหนดท่าทีร่วมกันเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ และเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายประชามติ 3.กระชับความสัมพันธ์ร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ 4.กำหนดจุดยืนในการต่อสู้ร่วมกันในอนาคต

‘นคร’ไขก๊อกพท.-จ่อตั้งพรรคเอง

นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคว่า ตนยื่นใบลาออกไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุเพียงว่าอยากออกมาทำธุรกิจ แต่ ยังยืนยันว่ามีเจตจำนงขับเคลื่อนการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และจะทำการเมืองในฝ่ายประชาธิปไตยให้เข้มข้น ถึงลูกถึงคนมากขึ้น

ขอเรียนว่าพรรคเพื่อไทยตนก็รัก คิดว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นพันธมิตรทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่ดีที่สุด และยังถือเป็นทัพใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตย โดยตนเตรียมตั้งพรรคฝ่ายประชาธิปไตยขึ้นมาเอง หรือหากมีพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่จัดตั้งแล้ว และมีอุดมการณ์ขับเคลื่อนต่อสู้กับเผด็จการอย่างเข้มข้นมาทาบทามตน ก็พร้อมพิจารณา

ตร.ออกหมายเรียกคนขู่ลูกบิ๊กตู่

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในการเป็นประธานในงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 130 ปี ว่า ขอให้ทุกคนให้กำลังใจกันและกัน เหมือนที่ตนให้กำลังใจท่าน ท่านก็ให้กำลังใจตน ทำให้มีกำลังใจทำงานต่อไป ยืนยันจะทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส สุจริตและเป็นธรรมให้มากที่สุด หากใครเรียกหาประโยชน์แจ้งมาได้ทันที ขอให้ทุกคนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอเพียงแค่นั้น เพราะต้องทำให้บ้านเมืองสงบ เรียบร้อย อยู่กันด้วยความรักสามัคคี เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวคนไทยและประเทศไทย อย่าลืมว่าเราคือคนไทย เกิดบนแผ่นดินไทย แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าทำสิ่งที่ดีก็ได้สิ่งที่ดีตอบ ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมของแต่ละคน

“ขอร้องให้ทุกคนช่วยกันรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่าลืมว่าแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระสยามเทวาธิราชและพระแก้วมรกต ทรงดูแลคุ้มครองมาตลอดหลายร้อยปี ที่ผ่านมา พ่อแม่คือพระในบ้าน สังคมเราต้องเคารพผู้มีอาวุโส พ่อแม่พี่น้องครูบาอาจารย์ ถ้าสิ่งเหล่านี้หายไป ก็ไม่ใช่คนไทยและประเทศไทยแล้ว หรือใครคิดว่ามันดีบ้าง ดังนั้น ใครที่ไม่พอใจหรือคิดอะไรที่แตกต่าง ขอให้ถามเพื่อนดูบ้าง คุยกันเอง ผมบังคับไม่ได้เพราะเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว เราไม่เคยไม่มี ผมก็เข้าใจตรงนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจออกหมายเรียกผู้ใช้ทวิตเตอร์ชายไทย อายุประมาณ 40 ปี ที่โพสต์ข้อความข่มขู่คุกคามน.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาว ว่า เป็นการออกหมายเรียกและหลังจากนี้จะมีการสอบสวนหาหลักฐาน พร้อมย้อนถามสื่อว่า “แล้วควรทำไหม สื่อเห็นว่าควรทำไหม ไม่เห็นมีสื่อไหนพูดให้ผม มีแต่ประชาชนให้กำลังใจฉัน”

ภาพที่โพสต์ – น.ส.ปารีณาไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีพรรค พลังประชารัฐโพสต์รูปภาพตัวเองใน เฟซบุ๊กหลังศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงสืบเนื่องจากถูกดำเนินคดีรุกป่าเมื่อ 25 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน