ดับด้วยโรคประจำตัว
‘บิ๊กตู่’พร้อมเปิดปท.
ดีเดย์6จว.ท่องเที่ยว
รับฝรั่งเข้าพัก1เมย.

สธ.แจงเหตุหนุ่มปากน้ำเสียชีวิต ไม่เกี่ยวฉีดวัคซีนโควิดชี้น่ามาจากโรคประจำตัว หลังพบเส้นเลือดในท้องโป่งพองแตก เผยเหมือนระเบิดเวลา มีโอกาสแตกได้ทุกเมื่อ ขณะที่คนที่ฉีดล็อตเดียวกัน 40 คน ก็ไม่มีปัญหา มีแค่ปวดบวมแดงร้อนธรรมดา 5 คน สั่งคุมเข้ม 11 ชาติ จากแอฟริกาต้องกักตัว 14 วัน พบไทยติดเชื้อใหม่ 134 ราย กทม.วันเดียวพุ่ง 98 รายส่วนยอดฉีดวัคซีน 1.3 แสนแล้ว สตม.พบติดเชื้ออีก 7 ราย ไฟเขียว 6 จังหวัดทั้งภูเก็ตกระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา เชียงใหม่ เปิดรับนักท่องเที่ยวฝรั่ง 1 เม.ย. แต่ต้องกักตัวในโรงแรม 7 วัน ส่วนภูเก็ตนำร่องไม่ต้องกักตัว1 ก.ค. จากนั้นต.ค.ไม่ต้องกักตัวในพื้นที่ 5จว.ที่เหลือ เตรียมพร้อมเปิดประเทศม.ค.ปีหน้า ‘บิ๊กตู่’ หงุดหงิดแผนวัคซีนไม่เป็นไปตามกำหนด

ไทยติดเชื้อโควิดอีก 134 ราย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 134 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 128 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 41 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 87 ราย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศวันนี้ เป็นตัวเลขของกทม.ถึง 98 ราย โดยมาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16 ราย และจากการค้นหาเชิงรุก 82 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 28,577 ราย หายป่วยสะสม 27,032 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,453 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสมคงที่ 92 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 126,057,757 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 2,767,283 ราย

พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า สำหรับผู้ได้รับวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค และแอสตราเซเนกาแล้ว มียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-25 มี.ค. จำนวน 136,190 โดส โดยมี ผู้ที่รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 121,392 ราย หรือ 98.8 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่สองแล้ว 14,798 ราย หรือ 12 เปอร์เซ็นต์

สธ.แจงหนุ่มดับไม่เกี่ยวฉีดวัคซีน

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 แถลงกรณีผู้เสียชีวิตจากเส้นเลือดในท้องโป่งพองแตก หลังรับวัคซีนโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีระบบตรวจติดตามเหตุการณ์หลังรับวัคซีนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนใน 30 วัน มีการสอบถามผ่านไลน์หมอพร้อม หรือ อสม. ในช่วง 1 วัน 7 วัน และ 30 วันหลังฉีด ถือว่ามีมาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ ระบบเราตรวจจับได้ว่ามีการเสียชีวิต ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะดูว่ารุนแรงหรือไม่ ถ้ารุนแรงจะต้องไปสอบสวนว่าเกิดจากอะไร เหตุการณ์เสียชีวิตนี้ถือว่ารุนแรง จึงต้องมีระบบสอบสวน แต่ในฐานะแพทย์ก็มองแล้วว่าการที่เส้นเลือดโป่งพองในท้องแตก มีโอกาสเสียชีวิตตลอดเวลา ไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่ต้องรอฟังคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาสรุปอีกครั้ง แต่หมอส่วนใหญ่ฟังดูก็คิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ต้องขอทำความเข้าใจ กรณีเสียชีวิตก็ตรวจจับได้ แต่ตัวผมมั่นใจว่าไม่เกี่ยวกับวัคซีน ยืนยันว่ามีการเสียชีวิตจริงแต่ไม่ได้เกิดจากวัคซีน แต่เหตุบังเอิญหรือเหตุร่วมกัน

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ขณะนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1.2 แสนกว่าโดส ถือว่ามีความปลอดภัย อย่างของไทยตอนนี้มีอาการแพ้รุนแรงแค่ 2 ราย และทุกคนอาการเป็นปกติหายดีแล้ว ต่อไปจะมีการขยายการฉีดให้ครอบคลุมโดยขยับไปฉีดใน รพ.สต. หรือศูนย์อนามัยใน กทม. หรือการออกหน่วยบริการฉีดผ่านโมบาย เช่น กทม.ที่ไปฉีดในชุมชนรอบตลาดบางแค โดยจะเริ่มที่สมุทรสาครเพื่อให้ครอบคลุมเร็วที่สุด แต่ไม่ประมาท

ชี้หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตก

ด้านนพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 41 ปี อยู่จ.สมุทรปราการ มีโรคประจำตัวอยู่เดิม คือโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เข้ารับการผ่าตัด ที่ร.พ.แห่งหนึ่งช่วงปลาย ม.ค.2564 อยู่ร.พ.หลังผ่าตัด 40 วัน จากนั้นแพทย์ให้กลับบ้านไปพักฟื้น โดยพักฟื้นได้ 1 สัปดาห์ อาการค่อนข้างปกติดี ตัวเองเห็นว่ามีความเสี่ยงจากโรคประจำตัว จึงไปฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 3 มี.ค. หลังกลับบ้าน 1 สัปดาห์สบายดีมาตลอด มีการรายงานอาการหลังฉีดแล้ว 1 วันว่าปกติดี แต่วันที่ 7 หลังฉีด ไม่มีการรายงานอาการ โดยวันที่ 9 หลังฉีดวัคซีนมีอาการแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะเป็นลม ไปแอดมิตที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง จากนั้นมีอาการทรุดลง วันที่ 13 มี.ค. จึงเสียชีวิต ซึ่งแพทย์สรุปว่ารายนี้น่าจะเสียชีวิตจากการมีหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตก หรือรั่ว ถือเป็นโรคเก่า ซึ่งโรคนี้เหมือนระเบิดเวลาที่ฝังในร่างกาย แต่บังเอิญไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อ 10 วันก่อน คณะผู้เชี่ยวชาญสรุปเบื้องต้นว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน

นพ.ทวีกล่าวว่า สำหรับโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองนั้น หัวใจมีเส้นเลือดแดงขนาดใหญ่มาก แตกแขนงไปเลี้ยงสมอง ช่องอกช่องท้อง แล้วแตกแขนงไปแขนขา เปรียบเสมือนเป็นท่อประปาหลักที่ไปตามระบบอวัยวะต่างๆ หลอดเลือดโป่งพองถือเป็นความผิดปกติ มักเกิดในกลุ่มคนสูงอายุ ซึ่งเนื้อเยื่อมีการเสื่อมสลาย ความแข็งแรงน้อยลง ท่อประปานี้ปั๊มเลือดหลายสิบปีก็เสื่อมสภาพตามวัย นอกจากนี้ ยังมีโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง คนสูบบุหรี่ ส่วนพิการแต่กำเนิดเจอได้แต่น้อย ปัญหาใหญ่คือปกติโรคนี้ไม่มีอาการ ทำให้น่ากลัวที่สุด หลายรายบังเอิญตรวจเจอ ทั้งนี้ เส้นเลือดแดงโป่งพองมีโอกาสแตกได้ตลอดเวลา การรักษาคือ ถ้าก้อนเล็กก็จะเฝ้าระวังต่อไปและลดความเสี่ยงต่างๆ ถ้าก้อนใหญ่แตกต้องผ่าตัดทันที ถ้าผ่าทันทีโอกาสรอดมีแต่ไม่มาก เพราะเวลาท่อหลักแตกความดันสูงมาก เลือดจะออกเร็วมาก ถ้าเจอก้อนใหญ่ยังไม่แตกไม่รั่วไม่ซึม ศัลยแพทย์ช่องอกและใจ อาจใส่อุปกรณ์ถ่างขยายหลอดเลือด (สเต็นท์) หรือใส่หลอดเลือดเทียมทำกราฟ

ระบุเหมือนระเบิด-รู้ยาก

“โรคนี้เหมือนระเบิด รู้ได้ยาก การรักษาคือลดความเสี่ยงตัวเอง ต้องเฝ้าดูอาการ ถ้ามีอาการทันที เช่น เจ็บหน้าอก มึนศีรษะ เวียนหัว ซึ่งคนไข้คนนี้หลังฉีดวัคซีนไปแล้ววันที่ 7-8 ก็มีอาการของจุกที่ลิ้นปี่ เหนื่อย แสดงว่าอาจจะมีเส้นเลือดโป่งพอง อาจมีการแตกหรือรั่วซึม สรุปแล้วโรคนี้คงบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับวัคซีนเท่านั้นเอง แต่วัคซีนไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยรายนี้ถึงกับเสียชีวิต” นพ.ทวีกล่าว

เมื่อถามว่ารายนี้ก่อนรับวัคซีนมีการประเมินอาการว่าสามารถรับวัคซีนได้ใช่หรือไม่ นพ.ทวีกล่าวว่า การฉีดวัคซีนจะมีแบบประเมิน ซึ่งรายนี้หลังผ่าตัดนอนร.พ.กลับบ้านไปแล้ว 7 วัน เจ้าตัวคงรู้ว่าสบายดีแล้วถึงไปฉีด เพราะมีการเรียกไปฉีด เจ้าตัวเป็นคนที่สามารถตัดสินใจได้ พร้อมกับข้อมูลที่เขาให้ก็มีการประเมินว่าผ่าน

ถามต่อว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าวัคซีนเป็นตัวกระตุ้นของโรคประจำตัว มิเช่นนั้นก็จะสรุปว่าเกิดจากโรคประจำตัวไม่เกี่ยวกับวัคซีนเลย นพ.ทวีกล่าวว่า ที่ตอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญชุดใหญ่จะมีกรรมการที่เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เช่น รายนี้มีผลเกี่ยวกับเส้นเลือดหลอดเลือด จะมีคณะกรรมการที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด ศัลยกรรมหลอดเลือดเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย หรืออนาคตจะมีคนที่เกี่ยวข้องกับทางสมอง ก็จะเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมอง และจะต้องมีผลตรวจสอบทางด้านแล็บต่างๆ มาประกอบด้วย เราคิดเองไม่ได้ เมื่อมีผลข้างเคียงจะมีคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งที่รับคำปรึกษาได้ตลอดเวลา ถ้าฉีดแล้วมีอะไรรุนแรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคำปรึกษาจะบอกว่าให้ทำอะไรก่อน รักษาให้หายก่อน เจาะเลือดเพื่อตรวจพิสูจน์ด้วย

เมื่อถามว่าฉีดวัคซีนของอะไร นพ.ทวีกล่าวว่า เป็นของซิโนแวค ล็อตนี้มี 40 คนที่ฉีดล็อตเดียวกัน กล่องเดียวกัน มี 5 คนปวดบวมแดงร้อน ถือว่าต่ำกว่า 10% ไม่ได้เป็นโรคนี้เลย ไม่มีคนแสดงอาการรุนแรงของโรคเลย

“ตอนนี้เนื้อหาเอกสารจนถึงตอนนี้ประมาณ 98% ก็น่าจะสรุปได้ แต่อยากได้หลักฐานมากๆ เพื่อลงมติว่าสุดท้ายเคสนี้เป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นก็สรุปมาว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัควีน แต่ผลรายงานทางการคาดว่าจะสรุปได้ใน 1-2 วัน หรือสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการ”

ระบุ‘มนัญญา’ก็มีผลข้างเคียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ฉีดวัคซีนโควิดแล้วมีผลข้างเคียง บางคนถึงขั้นเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนว่า คนที่ฉีดแล้วเส้นเลือดในกระเพาะแตกเสียชีวิตนั้น ขอยืนยันว่าสาเหตุไม่ได้มาจากวัคซีน 100 เปอร์เซ็นต์ เขาคงมีปัญหาเรื่องของเส้นเลือดเป็นทุนอยู่ และอาจเป็นจังหวะพอดีกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนหารือกับแพทย์อาวุโสด้านต่างๆ ทุกคนบอกว่าไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัคซีน ขออย่าให้ตื่นตกใจ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนทุกชนิดสามารถเกิดขึ้นได้ มากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่ากรณีน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีผลข้างเคียง นายอนุทินกล่าวว่า ตนโทรศัพท์สอบถามอาการตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งรมต.ทุกคนมีเรื่องอดนอนเข้ามาเกี่ยวแน่นอน เพราะพักผ่อนน้อย รมต.คนไหนนอน 2 ทุ่มตื่น 6 โมงเช้า คงถูกนายกฯ ถามแน่นอนว่าทำไมไม่ทำงาน ดังนั้น มีหลายปัจจัย ซึ่งน.ส.มนัญญาก็ไม่ใช่ว่าจะอายุน้อย ไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่ง เป็นสาวน้อยวัยใกล้เกษียณ ย่อมมีผลข้างเคียงได้ อีกทั้งเดินทางมาก รับงาน รับความเครียดต่างๆ ย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียง แต่เมื่อมีไข้จึงเดินทางไปโรงพยาบาล 2 วันก็หาย ไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง ดังนั้น ปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ไม่ใช่วัคซีนอย่างเดียว ขอยืนยันกับทุกคนจะต้องฉีดเพื่อป้องกันโควิด-19 และกรมควบคุมโรคก็ยืนยันอีกครั้งว่าการฉีดวัคซีนจะไม่ทำให้อาการของโรคปกติที่ประชาชนมีอยู่ทวีความรุนแรง และไม่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อได้รับวัคซีน ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ก็เพียงพอแล้ว ยืนยันได้ว่าเมื่อได้รับวัคซีนแล้วผลข้างเคียงไม่รุนแรง 100% ไม่ตาย 100% เพราะผลการทดลองของผู้ผลิตวัคซีนและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของโลกก็มีผลรับรองอยู่แล้ว

‘อนุทิน’วอนชาวบ้านอย่ากลัว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวของจ.ภูเก็ตนั้น ตนยังไม่ระบุว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่เพราะต้องให้กรมควบคุมโรคและทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขประเมินเป็นระยะ และวันนี้จะต้องทุ่มวัคซีนเข้าไปที่จ.ภูเก็ต จะเริ่มทยอยฉีดได้ในสัปดาห์หน้าให้ภูเก็ต 1 แสนโดส เกาะสมุย 5 หมื่นโดส สมุทรสาคร 1 แสนโดส กทม. 1 แสนโดส ส่วนเดือนหน้าก็จะมาอีก 1-2 ล้านโดส ซึ่งจะมาตามคำสั่งซื้อเดิมจะได้กระจายไปพื้นที่ต่างๆปลายเดือน พ.ค. หรือ ต้น มิ.ย. ทะยอยมาเรื่อยๆ เริ่มฉีดไปเรื่อยๆ

“ต้องขอวิงวอนว่าเมื่อวัคซีนมาพร้อมแล้ว ผมต้องกราบเท้าพี่น้องประชาชนทุกคนว่าให้มารับการฉีดอย่ากลัวเพื่อรองรับวัคซีนที่มาในแต่ละเดือน ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ได้อาสาสมัครไปเป็นคนที่บริจาคเลือกหลังได้รับวัคซีน 2 เข็มไปทดสอบว่าสามารถสร้างภูมิต้านทานได้หรือไม่ เพราะถ้าหลายคนที่ฉีดแล้วสามารถสร้างภูมิต้านทานได้แสดงว่าผู้ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกันได้แล้วเราจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องการผ่อนคลายกันเช่นเปิดเมือง การเดินทางสัญจรไปมา ซึ่งเมื่อฉีดวัคซีนไปได้ 5-10 ล้านคนสามารถทยอยเปิดประเทศได้ แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นวันไหนเดือนไหน เพราะต้องให้ทางการแพทย์เป็นผู้ประเมิน”

เมื่อถามถึงวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่ผ่านการรับรองของ อย.แล้วจะสามารถฉีดให้ประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะขายให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงการขึ้นทะเบียนให้กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าบริษัทใดก็ตามที่มาขึ้นทะเบียนเรารับเอาไว้เพื่อลบคำครหา ที่ว่าเราเลือกปฏิบัติ แต่รัฐบาลได้คุยกับบริษัทดังกล่าวว่าขอให้เป็นหลังจากที่ แอสตราเซเนกา ส่งได้หมดตามคำสั่งซื้อทั้ง 61 ล้านโดสแล้ว เพราะเราถือว่าแอสตราเซเนกา เป็นวัคซีนหลักที่ใช้กับคนไทยซึ่งจะทยอยส่งได้ในเดือนมิ.ย.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีถึงความรู้สึกภายหลังฉีดวัคซีน หลังมีข่าวผู้รับวัคซีนมีผลข้างเคียงว่า ก็ยังยืนอยู่นี่ไง ยังไม่ตายหรอก ไม่เป็นอะไร เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ส่วนน้ำมูกก็ไหลประจำอยู่แล้ว โดยตนได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา

สมุยเตรียมพร้อมวัคซีน5หมื่นโดส

ตามที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 800,000 โดส ตามแผนการกระจายวัคซีน โควิด-19 ซิโนแวคไปยัง 22 จังหวัด แบ่งเป็น 6 จังหวัดควบคุมการระบาด 300,000 โดส คือสมุทรสาคร 100,000 โดส กทม. 50,000 โดส อ.แม่สอด จ.ตาก 75,000 โดส ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี จังหวัดละ 25,000 โดส แผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จังหวัดท่องเที่ยว 8 จังหวัด 240,000 โดส คือชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ จังหวัดละ 20,000 โดส ขอนแก่น กระบี่ พังงา จังหวัดละ 10,000 โดส อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 50,000 โดส และภูเก็ต 100,000 โดส แผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 จังหวัดติดชายแดนและฟื้นเศรษฐกิจ 8 จังหวัด จำนวน 50,000 โดส คือ สงขลา สระแก้ว จังหวัดละ 10,000 โดส เชียงราย มุกดาหาร ระนอง หนองคาย จันทบุรี นราธิวาส จังหวัดละ 5,000 โดส ส่วนอีก 210,000 โดส สำหรับบุคลากรสาธารณสุข อสม. เจ้าหน้าที่กลุ่มอื่นๆ ที่จำเป็นและควบคุมการระบาดในจังหวัดใหม่นั้น

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร.พ.กรุงเทพสมุย อ.เกาะสมุย นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผอ.ร.พ.เกาะสมุย ประชุมร่วมกับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จาก ร.พ.เกาะสมุย ร.พ.กรุงเทพสมุย ร.พ.ไทยอินเตอร์เนชั่นแนลเกาะสมุย ร.พ.บ้านดอนอินเตอร์เกาะสมุย และร.พ.สมุยอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเตรียมความพร้อม และซักซ้อมขั้นตอนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่จะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่เสี่ยงสัมผัสสูง และประชาชนทั่วไป 25,000 คน

นพ.วีระศักดิ์กล่าวว่า โรงพยาบาลในเกาะสมุยทั้งของรัฐและเอกชนที่จะร่วมมือกันฉีดวัคซีนให้กับคนเกาะสมุย ที่กำหนดฉีดในวันที่ 1-7 เม.ย. ที่กำหนดไว้ 4 จุด ได้แก่ร.พ.เกาะสมุย ร.พ.กรุงเทพสมุย วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว-มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และห้างเซ็นทรัล เฟสติวัลสมุย คาดว่าจะฉีดได้ 5,000 คนต่อวัน สำหรับเกาะสมุยมีประชากรตามทะเบียนบ้านและประชากรแฝงทั้งหมด 130,000 คน เราต้องฉีดให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ร้อยละ 70 หรือ 90,000 คน ถ้าฉีดได้ตามนี้แล้วก็จะเปิดเมืองสมุยรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนมาแล้วได้อย่างปลอดภัย

ฉีดวัคซีน – พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบริการคัดกรองและฉีดวัคซีนโควิด-19 กลุ่มผู้ค้าในตลาดพื้นที่เขตภาษีเจริญ จำนวน 17 ตลาด เมื่อวันที่ 26 มี.ค.

‘บิ๊กตู่’จี้เร่งฉีดวัคซีนโควิด

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. เพียง 50 นาที และมอบหมายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมต่อ

จากนั้นเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ถึงโพเดียมว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เราต้องดูทั้งปัญหาสุขภาพ และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ทั้งสองอย่างต้องเดินหน้าไปด้วยกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องวัคซีน ได้รับรายงานว่าวันนี้มีการนำวัคซีนเข้ามาอีกยี่ห้อหนึ่งคือ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงเข็มเดียว ถือเป็นสินค้าในภาวะฉุกเฉินก่อนในขณะนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้จำกัดใคร วันนี้ได้เน้นย้ำเรื่องการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามแผนที่เรามีวัคซีนเข้ามาในประเทศ ทั้ง 3 ยี่ห้อ ประกอบด้วย แอสตราเซเนกา ซิโนแวค และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็จะทยอยฉีด วันนี้เข้ามาเพียงแค่ 200,000 โดส แล้วก็จะเข้ามาอีก 800,000 โดส เป็น 1 ล้านโดส ภายใน 2 เดือนนี้

นายกฯ กล่าวต่อว่า หลังจากเดือน เม.ย.แล้ว จะเข้ามาอีกมากพอสมควร ประมาณเดือนละ 10 ล้านโดส ดังนั้น เราต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีน ซึ่งจะต้องมีกำหนดว่าจะฉีดที่ไหนอย่างไร และกลุ่มใดบ้าง ถ้าเรานับจำนวนฉีดวัคซีน วันนี้เราก็ฉีดได้สอดคล้องกับวัคซีนที่มีอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือเรามีมาตรการช่วยเหลือประชาชนไปมากพอสมควรหลายอย่าง ไม่ใช่ไปแจกเงิน แต่ทำให้ทุกคนดำรงชีพอยู่ได้ สนับสนุนห่วงโซ่ เรื่องการใช้จ่ายในสังคม ไปถึงผู้ผลิต ถ้าคนไม่มีกำลังซื้อ ก็ต้องทำแบบนี้

นายกฯ กล่าวว่า ขณะเดียวกันต้องเสริมธุรกิจใหม่ของเรา ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นจะเป็นอยู่แบบนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน คาดการณ์ว่าถ้าเราช่วยกันแบบนี้ทุกภาคส่วน หอการค้า ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล ธุรกิจเอกชน ร่วมมือกันในทุกมิติ เราน่าจะดันจีดีพีของประเทศให้ขึ้นถึงร้อยละ 4 ได้ ในปีนี้และปีหน้า ตนไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่อยากให้ทุกคนพยายามทำความเข้าใจว่าตนพยายามทำอย่างเต็มที่ ในการใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง ไม่มีเงินให้ ก็ไม่ชอบ พอให้ก็บอกว่าแจกเงิน แล้วมันจะไปทางไหน ดังนั้น เวลาจะเสนอแนวทางอะไร ขอเสนอวิธีการที่เหมาะสมให้ตนดูด้วย วันนี้เราก็ต้องใช้จ่ายไป เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอยู่ได้ ภาคการผลิตดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นจะตกงานกันหมด

นายกฯหงุดหงิดแผนฉีดวัคซีน

“ทั้งหมดคือวัตถุประสงค์ตรงนี้ ไม่ได้ให้ใครมารักผม เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำแบบนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องหาเงินให้ได้มากยิ่งขึ้น ผมไม่ได้โทษใคร กรุณาเข้าใจด้วย ผมไม่ได้โทษประชาชน และผมไม่อยากจะโทษใครทั้งสิ้น แค่นี้นะ ขอบคุณ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว

จากนั้นนายกฯ เดินกลับขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าเป็นเวลาประมาณ 5 นาที ก่อนจะเปลี่ยนใจเดินกลับเข้ามาร่วมประชุม ศบศ.ต่อ

รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า พล.อ. ประยุทธ์มีอารมณ์หงุดหงิดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. โดยเฉพาะเรื่องแผนการฉีดวัคซีนที่ยังมีการทวงถามและความไม่ชัดเจนในส่วนของภาคเอกชน รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกวิจารณ์ โดยแบ่งความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในโครงการให้เงินช่วยเหลือประชาชน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีน โควิด-19 ว่า ได้สั่งการและกำชับให้ทุกจังหวัดไปบริหารในรายละเอียด ข้อสำคัญต้องประกาศให้ประชาชนทราบว่าจะมีการฉีดวัคซีนและตอนนี้กำลังจัดระเบียบเรื่องการสมัครใจฉีด ซึ่งต้องใช้ระบบออนไลน์หรือระบบดิจิทัลเข้ามาในกระบวนการนี้ ตอนนี้อยู่ในช่วงรอวัคซีนใหม่เข้ามาที่จะเข้ามาในเดือนมิ.ย. อีก 5 ล้านโดสในส่วนของแอสตรา เซเนกา และทั้งหมดจะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่จะเปิดการเสนอแนวคิด Phuket Tourism Sandbox เพื่อหารายได้ให้กับ จ.ภูเก็ต เพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวและการให้บริการเพียงอย่างเดียว

เมื่อถามว่าทราบว่านายกฯ ยังไม่พอใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ล่าช้า แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ ตนไม่ได้หงุดหงิดตรงนั้น แต่เมื่อเช้า แค่ปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ ไม่มีอะไร ทำไมตนปวดท้องไม่ได้หรือ กลายเป็นเรื่องเป็นราวไปทั้งหมด แต่เห็นว่าสื่อมวลชนยืนอยู่ จึงพูดไปนิดนึงก่อนและรีบไปเข้าห้องน้ำแล้วจึงค่อยเดินลงมาใหม่

เปิดรับฝรั่งเที่ยวไทย1เม.ย.-กักตัว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) อนุมัติโรดแม็ป การเปิดรับต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว ในวันที่ 1 เม.ย.2564 เข้าพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และเชียงใหม่ โดยไตรมาส 2 เดือนเม.ย.-มิ.ย.2564 ให้กักตัวในโรงแรม หรือ พื้นที่จำกัด 7 วันหรือมาตรการ 0+7

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับไตรมาส 3 เดือนก.ค.-ก.ย.2564 ต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสเข้าไทยปลายทางที่จ.ภูเก็ต ภายใต้โมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยไม่ต้องกักตัว เมื่อเที่ยวในภูเก็ตครบ 7 วันสามารถเดินทางออกนอกภูเก็ตได้ ส่วนพื้นที่อื่นยังใช้มาตรการกักตัว 0+7 ,ไตรมาส 4 เดือน ต.ค.-ธ.ค.2564 ขยายพื้นที่รับต่างชาติแบบไม่กักตัวไปยังพื้นที่นำร่อง กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัว ก่อนเปิดประเทศรับต่างชาติไตรมาส 1 ปี 2565 ในเดือนม.ค.เป็นต้นไป

ภูเก็ตนำร่องไม่ต้องกักตัว 1 ก.ค.

“ศบศ.เห็นชอบในหลักการเปิดรับนัก ท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2 โดสเข้าจ.ภูเก็ต ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มดําเนินการในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยททท.ต้องนำเรื่อง ดังกล่าวเข้าหารือกับศบค. และ ครม.ก่อนในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นจะเริ่มที่ภูเก็ต เป็นจังหวัดแรกและจังหวัดเดียว ในวันที่ 1 ก.ค.ที่ไม่ต้องกักตัว เพราะทุกอย่างพร้อม ส่วนสมุยคงยังต้องรอความพร้อมก่อน”

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า โรดแม็ปการเปิดรับต่างชาติเข้าไทย เริ่มดำเนินการภายใต้เงื่อนไข คนในพื้นที่ต้องยินยอมและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้คนในท้องที่นำร่องเบื้องต้น คือจ.ภูเก็ต ก่อนถึงวันที่ 1 ก.ค.ต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 2 โดสจำนวน 70% ของประชากรทั้งหมด และกระจายวัคซีนไปจน ทั่วประเทศ ให้ครบ 70% ก่อนวันที่ 1 ม.ค.2565

“เบื้องต้นประเมินต่างชาติจะเข้าภูเก็ตได้ในไตรมาส 2 ประมาณ 1 แสนคน หลังจากนั้นในไตรมาส 3 หรือ 1 ก.ค.เป็นต้นไปจะมีต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น เพราะไทยเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว ดังนั้นตลอดปี 2564 จะมีต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้จำนวน 6.5 ล้านคน หรือนำรายได้เข้าได้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ททท.สำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 ตลาดทั่วโลก เพื่อทราบแนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศ ในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงข้อมูลการฉีดวัคซีน รวมถึงความเห็นต่อการกักตัว ตลาดระยะไกล 7 ตลาด คือเยอรมัน กลุ่มนอร์ดิกส์ อังกฤษ อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย เยอรมัน กลุ่มนอร์ดิกส์ อังกฤษ แสดงความสนใจจะเดินทางมายังไทยเป็นอันดับแรก หากไม่ต้องกักตัวปลายทางที่ต้องการมาคือกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ หัวหิน”

พิษโควิดหนุ่มเครียดผูกคอดับ

เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.สมใจ พูนพนัง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายที่ร้าน “ก.อะไหล่ยนต์” เลขที่ 24/7-8 ต.ในเมือง อ.เมือง จึงไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น จำหน่ายอะไหล่ยนต์ 2 คูหา พบศพนายสุคนธ์ สุขศิริ อายุ 52 ปี อยู่ที่ร้านดังกล่าว สภาพใช้ผ้าขาวม้าสีลายแดงผูกคอแขวนกับราวบันไดระหว่างชั้น 2-3 ตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ช.ม.

การสอบสวนทราบว่า นายสุคนธ์เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายอะไหล่ยนต์ รวมทั้งรับทำประกันรถ ซึ่งเปิดกิจการในอาคารดังกล่าวรวม 2 คูหา ปกติหลังปิดร้าน นายสุคนธ์จะไปนอนที่บ้านกับลูกเมีย แต่คืนที่ผ่านมาหลังร้านปิดเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ ลูกเมียกลับไปนอนบ้าน แต่นายสุคนธ์ขอนอนที่ร้านเพียงคนเดียว พอรุ่งเช้าลูกมาเปิดร้านและเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ จึงขึ้นไปดูชั้นบนพบร่างนายสุคนธ์ผูกคอตายแล้ว

เจ้าหน้าที่สอบปากคำญาติพี่น้องทราบว่านายสุคนธ์เครียดปัญหาเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจการไม่ค่อยดีเท่าที่ควรจนเกิดภาวะซึมเศร้า ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง แต่ญาติช่วยไว้ได้ หลังจากนั้นญาติคอยดูแลไม่ให้นายสุคนธ์คิดสั้นอีก กระทั่งมาผูกคอเสียชีวิตในที่สุด ส่วนสาเหตุมาจากความเครียด ขณะญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย

ฉีดวัคซีน – พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบริการคัดกรองและฉีดวัคซีนโควิด-19 กลุ่มผู้ค้าในตลาดพื้นที่เขตภาษีเจริญ จำนวน 17 ตลาด เมื่อวันที่ 26 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน