ฝ่ายค้านแนะตู่ปรับตัว
รบ.อู้อี้-เจ้าภาพแก้รธน.
ปปช.ไต่สวนคดีรุกป่า
ศุภชัยระทึก-ซ้ำรอยเอ๋
วรัชก็ลุ้น-อสส.จ่อฟ้อง

เรื่องชักบานปลาย ทำเนียบห้ามนักข่าวนั่งไขว่ห้างเข้าพื้นที่ ผอ.สำนักโฆษกฯ แจ้งต้นสังกัด อ้างโพสต์ภาพข้อความบิดเบือน ยันไม่เกี่ยวท่านั่ง เพราะ นายกฯเตือนแล้วถือว่าจบ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ รุมฉะ จี้นายกฯปรับปรุงตัวเอง เพราะทุกที่ไม่ใช่ค่ายทหาร ‘วิษณุ’ อ้ำอึ้ง รัฐบาลเป็นเจ้าภาพแก้รธน. ส่งสัญญาณโหวตพ.ร.บ.ประชามติฉลุยวาระ 3 ส.ว.ขานรับ ยันไม่มีเจตนายื้อ ป.ป.ช.ขยายผลคดีรุกป่า สั่งสอบ ส.ส.-ส.ว.-อดีตสนช.-รัฐมนตรี รวม 60 ราย ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ‘ศุภชัย โพธิ์สุ’ ‘วิรัช’ ก็ลุ้นอัยการสูงสุดจ่อฟ้องคดี+สนามฟุตซอล ศาลปกครองนัดชี้ 2 เม.ย. ‘ยิ่งลักษณ์’ ฟ้อง ‘ตู่’ กับพวก 9 ราย สั่งจ่ายชดเชยจำนำข้าว โดยมิชอบ

ก้าวไกลซัดตู่-ปมไขว่ห้าง

วันที่ 31 มี.ค. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่พอใจสื่อมวลชนที่นั่งไขว่ห้างระหว่างฟังการแถลงหลังประชุม ครม. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า กิริยาการไขว่ห้างเป็นกิริยาที่ถือปฏิบัติกันโดยปกติสากล บางคนการนั่งไขว่ห้างคือความมั่นใจและเสริมบุคลิกภาพส่วนตัว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรก้าวก่าย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญน่าจะเป็นเนื้อหาสาระที่แถลงมากกว่า

นายกฯ แสดงทัศนคติชายเป็นใหญ่ที่ถูกหล่อหลอมมาจากชีวิตชายชาติทหารของท่าน ทัศนคติเผด็จการที่ปิดกั้นความหลากหลายของบุคคลและวัฒนธรรมที่แตกต่าง อาจเคยชินกับการออกคำสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาในกองทัพ แต่วิธีคิดแบบนี้จะมาใช้กับนักข่าวหรือผู้อื่นไม่ได้ สังคมเรามีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองมาก นายกฯควรปรับปรุงและต้องคุ้นชินกับสังคมเสียทีว่าทุกที่ไม่ใช่ค่ายทหาร อาจต้องทำความเข้าใจเรื่องเสรีภาพเสียใหม่ และมองเหตุการณ์ที่สั่งนักข่าวห้ามไขว่ห้างว่า ใครคือ ผู้ละเมิด และใครเป็นผู้ที่ถูกละเมิด เหตุการณ์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ อาจมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่นี่คือสิ่งที่เห็นชัดว่าท่านมีวิสัยทัศน์อย่างไร ทุกวันนี้สิ่งที่ปรากฏในสังคม สะท้อนว่าสังคมไทยภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ยังมีการควบคุมตัวผู้เห็นต่าง

“เพราะแบบนี้หรือเปล่า นั่งไขว่ห้าง ท่านยังทนไม่ได้ ความคิดเห็นที่หลากหลายคงเป็นเรื่องรกหูรกตาท่านและอาจมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือเรื่องเล็กน้อย แต่ทัศนคติทั้งหมดที่แสดงออกมานั้นบ่งบอกถึงเนื้อแท้ของท่าน เนื้อแท้ที่ประชาชนเอือมระอาซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายธัญวัจน์กล่าว

พท.สวนนายกฯแก้ที่ตัวเองก่อน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวประเด็นเดียวกันว่า ตามอารมณ์และวิธีคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ถูกจริงๆ ก่อนหน้านี้นึกจะโยนเปลือกกล้วยใส่นักข่าวก็โยน นึกจะไล่ฉีดแอลกอฮอล์ใส่นักข่าวก็ฉีด แม้จะอธิบายว่าล้อเล่น ต้องการสร้างความเป็นกันเองกับนักข่าว แต่สังคมประเมินได้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวพึงกระทำหรือไม่ บทจะโมโหโทโสฉุนเฉียวเจ้ายศเจ้าอย่าง แสดงอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นมา สั่งนักข่าวห้ามนั่งไขว่ห้างก็สั่ง หากว่ากันตามจริงบุคลิกภาพและภาษากายของพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะมีปัญหามาโดยตลอด ไม่ว่าจะในเวทีระดับประเทศหรือการปรากฏตัวในเวทีระหว่างประเทศ ประชาชนต้องอดทนมาโดยตลอด บุคลิกภาพสีหน้าแววตาภาษากายการควบคุมอารมณ์ที่แสดงออกของบุคคลระดับผู้นำประเทศ น่าจะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่านี้

“สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จะไปห้ามปรามหรือสั่งการใครให้มีมารยาท ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน เพราะตราบที่การสั่งการสวนทางกับสภาพที่แท้จริงที่พล.อ.ประยุทธ์แสดงออกต่อบุคคลอื่น คำสั่งการนั้นย่อมไม่เป็นผล” นายอนุสรณ์กล่าว

นักข่าวไขว่ห้าง-ห้ามเข้าทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ดังกล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นักข่าวคนดังกล่าวมีการทวีตข้อความตอบโต้โดยใช้ถ้อยคำแรง เจ้าหน้าที่ทำเนียบจึงประสานไปยังต้นสังกัดของนักข่าวให้ช่วยตักเตือน ก่อนที่ต้นสังกัดจะมีคำสั่งให้หยุดเข้าทำงานที่ทำเนียบชั่วคราว

ขณะที่นักข่าวรายดังกล่าวเปิดเผย โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำเนียบขอความร่วมมือไปทางต้นสังกัดให้งดเข้าพื้นที่ช่วงนี้ เนื่องจากสร้างความไม่พอใจให้นายกฯ และทีมงาน โดยอ้างว่ามีปัญหาด้านทัศนคติการทำงาน

นอกจากนี้ นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการจริยธรรมสมาคมนักข่าวฯ วิจารณ์ โดยระบุตอนหนึ่งว่า ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนจาก อนาล็อก เป็น ดิจิตอลไปแล้วก็ตาม วัฒนธรรมอันดีงามของไทยไม่เคยเปลี่ยนและยังคงอยู่อย่างมีคุณค่าคือความนอบน้อมต่อผู้อาวุโสกว่า เช่นเดียวกับนักข่าว พึงให้เกียรติสถานที่และแหล่งข่าว ทั้งการแต่งกายและกิริยาท่าทางตามกาลเทศะ

ทำเนียบแจงวุ่น-คำสั่งห้าม

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในทำเนียบ กล่าวว่า การระงับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อดังกล่าว เป็นการแนะนำให้สื่อไปดูและทำความเข้าใจในการปฏิบัติงานของสื่อให้ครบถ้วนและตรงกัน เนื่องจากมีการนำภาพและข้อความไปเผยแพร่ในโซเชี่ยลถึงการปฏิบัติงานที่ต้องนั่งรอหน้าตึก และเกิดความเข้าใจผิดว่าการดูแลและสนับสนุนการทำงานของสื่อบกพร่อง และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นที่บิดเบือน ตนจึงแจ้งไปต้นสังกัดด้วยวาจาให้แนะนำ อบรม การนำข้อความที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ และขอให้ระงับการเข้ามาทำข่าวในทำเนียบ จนกว่าผู้สื่อข่าวดังกล่าวจะเข้าใจ

น.ส.นัทรียากล่าวว่า การนั่งไขว่ห้างของสื่อรายเดียวกันในช่วงการแถลงข่าวของ นายกฯ ไม่ใช่การนั่งไขว่ห้างแบบปกติ เป็นการยกขาขึ้นมาพาด ทำให้เท้ายกสูงขึ้นและชี้ไปทางโพเดียมแถลงข่าว ซึ่งนายกฯได้ตักเตือนแล้วและเป็นอันจบไป ส่วนคำถามเรื่องเมียนมา ก็เป็นที่เข้าใจเพราะสื่อญี่ปุ่นให้ความสนใจและมีสื่ออื่นถามเช่นกัน นายกฯ ก็ตอบคำถามชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าการแจ้งต้นสังกัดเรื่องสื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการนั่งหรือคำถาม แต่ตักเตือนเรื่องการนำข้อเท็จสภาพการปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบไปบิดเบือนจนเกิดความเสียหายต่อสำนักโฆษก และสื่อมวลชนในทำเนียบ

ชทพ.ชี้รธน.แก้ได้เท่าที่จำเป็น

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงความคืบหน้าผลการพิจารณาร่วมกันระหว่าง 3 พรรคร่วมรัฐบาล คือ ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย และชทพ.ในการแก้ไขรัฐธรรมมนูญว่า ตัวแทนของแต่ละพรรคจะนัดหารือในรายละเอียดช่วงวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งมีการประชุมรัฐสภา เบื้องต้นเห็นร่วมกันว่าจะเสนอแก้มาตราที่เป็นปัญหาของประชาชน มากกว่าการแก้ปัญหาของฝ่ายการเมือง แต่ยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะแก้มาตราใดบ้าง ตนมองว่าสิ่งที่ควรปลดล็อกร่วมกันคือ แก้ไขมาตรา 256 เพื่อคลายล็อกกรณีต้องใช้เสียงของวุฒิสภาร่วมด้วยในวาระแรกและวาระสาม นอกจากนี้ควรแก้ไขประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นด้วย

ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุในที่ประชุม ครม.ให้คิดแนวทางแก้รัฐธรรมนูญให้ตกผลึก จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า เชื่อว่าจะทำให้แก้รัฐธรรมนูญได้หลายมาตราและได้เท่าที่จำเป็น

วิษณุชี้กม.ประชามติฉลุยวาระ3

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวกรณีนายกฯย้ำในครม.ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันเดินหน้าแก้ไขใช่หรือไม่ว่า นายกฯพูดว่ารัฐบาลเสนอให้เดินหน้าต่อไป ขอให้ไปคิดแนวทางกันให้ตกผลึกและให้นำกลับมาบอกให้ทราบ เมื่อถามว่าหากตกผลึกแล้วรัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะเป็นเจ้าภาพแก้ไขใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้าแปลเป็นอย่างอื่น เพราะนายกฯพูดเพียงเท่านี้

ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ กำชับใน ครม.ให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพิจารณาร่างกฎหมายในสภานั้น นายกฯหมายถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งไม่ใช่ห่วงแค่จะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะผ่านอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือถ้าผ่านแล้วไม่ได้เป็นไปตามร่างที่รัฐบาลเสนอไว้ ซึ่งได้พิจารณามาอย่างรอบคอบ หากโหวตแพ้เพียง 4-5 คะแนน เท่ากับแสดงให้เห็นว่าสภาไม่พร้อม

ส.ว.ยันโหวตตามมติวิปวุฒิ

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกวิปวุฒิสภา เผยผลประชุมว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ ได้รายงานว่ากฤษฎีกาได้ปรับแก้เนื้อหาร่างพ.ร.บ.ประชามติแล้ว 3 มาตรา คือ มาตรา 10 มาตรา 11 และ 12 แต่ไม่ได้นำรายละเอียดหรือเนื้อหามาให้ที่ประชุมพิจารณา เนื่องจาก กมธ.ยังไม่ได้พิจารณาและมีความเห็น ทั้งนี้วันที่ 1-2 เม.ย.นี้ กมธ.จะนำรายละเอียดเข้าที่ประชุม ส่วนการลงมติร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะเป็นไปตามมติ

ทั้งนี้ การประชุมวิปวุฒิสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ ที่ประชุมพิจารณาเป็นการลับ ให้เฉพาะ กมธ.ที่เป็นส.ว.เข้าร่วมประชุมเท่านั้น

ด้านนายวันชัย สอนศิริ เลขานุการ วิปวุฒิสภา กล่าวก่อนการประชุมจะเริ่มว่า ทราบว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ที่แก้ไข และการประชุมวิปวุฒิวันนี้จะหารือถึงการลงมติเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเหมือนการลงมติมาตรา 9 และเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย

โต้ยื้อ-ยันให้ผ่าน

เมื่อถามถึงเนื้อหาที่ปรับปรุง มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนที่เสนอทำประชามติ นายวันชัย ปฏิเสธว่า เชื่อว่าไม่มีรายละเอียดที่จำกัดสิทธิประชาชน แต่ปรับปรุงเพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องรวมถึงไม่ขัดหลักการของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 166 และมาตรา 256 การนัดประชุม กมธ.ประชามติ วันที่ 1 เม.ย. จะนำรายละเอียดที่กฤษฎีกาเสนอมาพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อยุติ เบื้องต้นเชื่อว่าการพิจารณาจะเสร็จภายใน 1 วัน เพราะมีเนื้อหาเพียง 2 มาตรา ต้องให้สิทธิ กมธ.ทั้ง 49 คนได้อภิปรายและแสดงความเห็น ส่วนที่นายวิษณุส่งสัญญาณผ่านวาระ 3 นายวันชัยกล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนต้องการให้ผ่านการพิจารณา ที่ผ่านมาไม่มีเจตนาจะยื้อหรือดึงเรื่อง แต่เพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจน

ส่วนที่อาจมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหลังผ่านวาระ 3 นั้น นายวันชัยกล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะมีบุคคลใดยื่นเรื่องหรือไม่ แต่หากในชั้น กมธ.ตกลงกันได้และรัฐสภาเห็นร่วมกัน ขณะที่เนื้อหาเป็นไปตามกรอบและหลักการประชามติของมาตรา 166 ที่ให้อำนาจ ครม.ต่อการทำประชามติ และมาตรา 256 ว่าด้วยการทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะไม่เกิดกรณีที่ถูกมองว่าขัดรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น

ครูแก้วระทึกปปช.สอบรุกป่า

รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของนักการเมืองที่ครอบครองที่ดิน บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีลักษณะคล้ายการครอบครองของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พบว่ามีทั้งส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมถึงอดีต สนช. แยกเป็นส.ส. 33 ราย ส.ว. 5 ราย รัฐมนตรี 2 ราย และอดีตสนช. 20 ราย รวม 60 ราย โดยจำนวนดังกล่าวมีทั้งที่ร้องเข้ามา และป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบเองจากบัญชีทรัพย์สิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ มี ส.ส. 1 ราย ที่ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มเติมไปแล้ว 1 ราย คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภา ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการร้องให้ถอดถอนนายศุภชัย มาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จากกรณีถือครองที่ดินดงพระทาย จ.นครพนม หลายร้อยไร่ ซึ่งตามกฎหมายที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขห้ามโอนหรือเปลี่ยนแปลง ซื้อขายใบจองและเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้ส่งออกยางพารา แต่เมื่อสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีเหตุอันควรสงสัย จึงหยิบยกมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ จากการที่อนุกรรมการไต่สวนลงตรวจสอบในพื้นที่แล้วพบว่ามีข้อมูลทำให้เชื่อได้ว่า เข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจริง และทางป.ป.ช.ได้ให้อนุกรรมการไต่สวนรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังกล่าว รวมถึงผู้ถูกร้องรายอื่นๆ ในกรณีที่มีความคืบหน้า เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้ทราบความคืบหน้าเป็นระยะ

‘วิรัช’ลุ้น-อสส.ฟ้องคดีฟุตซอล

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. โฆษก ป.ป.ช. เผยความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการสร้างสนามฟุตซอล จ.นครราช สีมา ที่มีการชี้มูลนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และประธานวิปรัฐบาล กับพวกว่า ล่าสุด ป.ปช.ได้ส่งสำนวนชี้มูลความผิดไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) ครบถ้วนทั้ง 6 สำนวนแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นอำนาจของอัยการที่จะสั่งฟ้องหรือไม่ ซึ่ง อสส.ได้ให้ความเห็นไว้ว่า จะดำเนินการบรรยายฟ้องจาก 6 สำนวน รวมให้เป็นสำนวนเดียว

ศาลปค.นัด 2 เม.ย.ชี้ปมข้าว

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับพวก ยื่นฟ้องนายกฯ กับพวกรวม 9 คน และขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 35,000 ล้านบาท กรณีปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 2 เม.ย. เวลา 09.00 น. ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อย่าไปก้าวล่วง หากมีความพยายามแทรกแซงจะเป็นเหมือนคดีในอดีต ที่ทนายความบางคนพยายามแทรกแซงจนถูกตัดสินให้จำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในคดีถุงขนม 2 ล้านบาท เป็นตัวอย่างของการละเมิดศาล เอาไว้เตือนใจให้กับคนที่คิดจะทำไม่ดี

สำหรับคดีดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฟ้องว่า นายกฯกับพวกรวม 9 คน มีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีอ้างว่า ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

กกต.อนุมัติตั้งพรรครวมไทยฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” และพรรคมิติใหม่ ตามที่เสนอ ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีชื่อ ว่าที่ ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล เป็นหัวหน้าพรรค โลโก้ใช้เครื่องหมายหกเหลี่ยมสีน้ำเงิน มีแถบ 3 เส้นสีทอง ขาว บนเครื่องหมายหกเหลี่ยม และมีอักษรภาษาไทย “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อยู่ใต้เครื่องหมาย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ถ.รัชดาภิเษก ดินแดง กทม. ส่วนพรรคมิติใหม่ มีนายวิมล สารมโน เป็นหัวหน้าพรรค นายปพน วงศ์ตระกูล เป็นเลขาธิการพรรค

สำหรับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกจับตาว่าเป็นพรรคสำรอง หรือพรรคสาขาของพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ว่าที่ ร.ท.ไกรภพ เป็นอดีตผู้สมัครส.ส.เขต 2 นครพนม พรรครวมพลังประชาชาติไทย มาก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน