หนีวิกฤต‘พม่า’
หวั่นบานปลาย
ตู่ดูแลกะเหรี่ยง
ตามหลักสากล

จับตาสถานการณ์เมียนมา พร้อมอพยพคนไทยกลับ ทอ. เตรียมซี 130 รอแค่กระทรวงต่างประเทศสั่งโฆษก กต.ชี้ประเมินเหตุการณ์ทุกวัน ขณะสถานการณ์ชายแดนแม่ฮ่องสอน ทัพเมียนมารบหนักเคเอ็นยู ส่งเครื่องบินโจมตี ทำกะเหรี่ยงหนีตายเข้าไทย ‘บิ๊กตู่’ ยันพร้อมดูแลตามหลักมนุษยธรรม

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เวลา 03.30 น. รัฐบาลทหารเมียนมา ส่งเครื่องบินโจมตีบ้านแมเว หรือแม่เวย จ.ผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยจุดที่ถูกโจมตีเป็นเหมืองขุดทอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย นอกจากนั้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ส่งเครื่องบินโจมตี หมู่บ้านดิปูโหน่ ตรงข้ามบ้านแม่สะเกิบ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซ้ำอีกครั้ง หลังเคยโจมตีที่จุดนี้เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จนชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ต้องอพยพหนีเข้าไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง

สมาชิกระดับสูงของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู แจ้งว่า การปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา เพื่อกดดันให้ทหาร เคเอ็นยูเปิดทางให้ฝ่ายเมียนมาไปส่งเสบียงอาหารให้กับทหารเมียนมาที่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน เพราะกำลังเดือดร้อนจากการขาดแคลนเสบียงอาหาร ขณะที่ราษฎรกะเหรี่ยงหนีออกห่างฐานที่มั่นเคเอ็นยูไปอาศัยอยู่ในป่า และในหมู่บ้าน อื่นๆ ที่ห่างจากค่ายทหาร

วันเดียวกัน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำสาละวินภาคประชาชน เปิดเผยว่า จากที่ได้รับประสานจาก พี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่ฝั่งเมียนมาที่กำลังหนีสงครามและการเมือง จนมีผู้ถูกยิงจนบาดเจ็บจำนวนมาก ต้องมาขอรับการรักษาที่ชายแดนไทยขึ้นฝั่งที่บ้านแม่สามแลบเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังสำรวจชาวกะเหรี่ยงที่หลบอยู่ตามแนวตลิ่งแม่น้ำสาละวินว่ามีจำนวนเท่าใด เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นทราบว่ามีมากกว่า 50 คน

หากทหารเมียนมาใช้ความรุนแรงอยู่ต่อเนื่องต่อไป เชื่อว่าประชาชนชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในเมืองก็จะหนีออกมาชายแดน และทะลักเข้าไทยแน่นอน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนางอานา มาเรีย ปริเอโต อาบัด เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโคลัมเบียประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะ และระบุถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศเมียนมา โดยยืนยันว่า ไทยและอาเซียนพร้อมสนับสนุนแนวทางสันติและสร้างสรรค์ต่อสถานการณ์เมียนมา ทั้งนี้ไทยมีแนวปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยชาวเมียนมา โดยยึดหลักการสากล และหลักมนุษยธรรม

วันเดียวกัน พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือน ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) เปิดเผยว่า พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. สั่งการให้กองบิน 6 เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียงซี-130 ไว้รองรับภารกิจแล้ว หากรัฐบาลสั่งการให้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในเมียนมา ทั้งนี้ผบ.ทอ.ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาแล้ว ขณะนี้จึงเป็นเพียงการติดตามสถานการณ์เท่านั้น ไม่ว่าวิกฤตการณ์ไหน ภัยพิบัติใด กองทัพอากาศพร้อมช่วยเหลือประชาชนตามคำสั่งของรัฐบาล

แหล่งข่าวความมั่นคง เปิดเผยว่า การประเมินสถานการณ์เมียนมา แม้สถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าวิตก เนื่องจากเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นบางพื้นที่ ไม่ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศและยังไม่ก่อเป็นสงคราม ส่วนใหญ่จะเป็นจุดพื้นที่ที่ชนกลุ่มน้อยอยู่และมีการต่อสู้กับทางทหารเมียนมา ขณะที่คนไทยในเมียนมาส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่บริเวณชายแดน และตอนนี้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งยังไม่มีคนไทยคนใดประสานขอความช่วยเหลือจากทางการ หรือประสานขอกลับประเทศ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์สั่งทุกเหล่าทัพเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาแล้ว แต่ทุกขั้นตอนนั้นจะต้องดำเนินการผ่านกระทรวงการต่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็นแม่งานเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น

วันเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเมียนมา ว่า สถานทูตในกรุงย่างกุ้งรายงานสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก คือยังมีการประท้วงและการปะทะกันเป็นจุดๆ อย่างไรก็ดี ยังสามารถจัดหาอาหารและข้าวของต่างๆ ได้สะดวก ไม่ขาดแคลน ทั้งที่กต.และสถานทูตในกรุงย่างกุ้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมช่วยเหลืออพยพคนไทยไว้อยู่แล้ว และประเมินสถานการณ์ทุกวันสถานการณ์ใน เมียนมาขณะนี้ ยังไม่ถึงระดับที่ต้องเตือนให้อพยพกลับไทย แต่หากสถานการณ์ยกระดับขึ้นอีก ฝ่ายไทยก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วในทุกขั้นตอน

สำหรับการอำนวยความสะดวกคนไทยในเมียนมาในการเดินทางกลับประเทศไทยทางอากาศในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ประจำเดือนเมษายนนี้ สถานทูตได้ประสานจัดเที่ยวบินออกจากเมียนมาให้คนไทย 2 เที่ยวบิน ได้แก่ ในวันที่ 6 เม.ย. 2 เที่ยวบิน และวันที่ 9 เม.ย. 1 เที่ยวบิน สำหรับคนไทยในเมียนมาที่ประสงค์จะเดินทางกลับในเที่ยวบินวัน ดังกล่าว ให้ติดต่อสถานทูต

นายธานีกล่าวว่า จำนวนผู้หนีภัยชาว เมียนมาในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อ 31 มี.ค. มี 2,788 คน ได้เดินทางกลับไปแล้ว 2,572 คน และยังคงเหลือในประเทศไทย 216 คน ส่วนมากเป็นเด็ก สตรี คนชรา และผู้ป่วย แต่ยังทยอยเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มี ผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ซึ่งได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ โรงพยาบาลแม่สะเรียง และโรงพยาบาลสบเมย และทุกรายตรวจเชื้อ โควิด-19 แล้วมีผลเป็นลบทั้งหมด

“ไทยไม่มีนโยบายผลักดันผู้ลี้ภัย เมื่อถามถึงความพยายามจัดประชุมซัมมิตอาเซียนเพื่อแก้ไขสถานการณ์เมียนมา ในเดือนเม.ย.นี้ โฆษก กต.กล่าวว่า เป็นการประชุมวาระพิเศษ และเป็นการประชุมระดับสูง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันในการประชุม อยู่ระหว่างให้อาเซียนประสานงานให้มีความชัดเจน ส่วนกรณีนางงามของเมียนมาที่เคลื่อนไหวในไทยนั้น ไม่รู้สึกกังวลและยังไม่ได้รับการติดต่อกับสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยในประเด็นนี้

สงครามพม่า – กองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินรบโจมตีหมู่บ้านในรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านตายเกลื่อนกว่า 30 ศพ ส่วนผู้รอดชีวิตอพยพหนีตายข้ามมาฝั่งไทยอีกระลอก เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน