รวบ‘28นักดื่ม’
ตั้งอีกสน.ละจุด
ประเดิมด่านเมาวันแรก แค่ 13 ด่าน จับเมาขับได้ 28 ราย ส่วนด่านจราจรอีก 37 จุด จับฝ่าฝืนพ.ร.บ.จราจร 39 ราย เตรียมสำรวจตั้งด่านกลางวันช่วงสงกรานต์ เบื้องต้นให้ทุกสน.ตั้งคนละด่าน ส่วนเมาขับให้จราจรกลางดูแล
วันที่ 2 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ฐานะดูแลงานจราจร เปิดเผยภาพรวมการตั้งด่านในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ตั้งด่านทั้งหมด 50 จุด แบ่งเป็นด่านเมา 13 จุด ด่านกวดขันวินัยจราจร 37 จุด ผลการปฏิบัติจับกุมผู้ขับขี่รถระหว่างเมาสุรา 28 ราย จับกุมผู้กระทำผิดตามพ.ร.บ.จราจร 39 ราย กรณีดังกล่าวผลการจับกุมยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นการเริ่มกลับมาตั้งด่านครั้งแรก อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเป็นหลักในกรณีผิดตามพ.ร.บ.จราจร แต่กรณีขับขี่ขณะเมาสุราทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถว่ากล่าวตักเตือนได้เมื่อตรวจสอบพบก็ต้องส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ปรับปรุงเน้น 4 เรื่องหลัก 1.มีความโปร่งใส 2.ตรวจสอบได้ 3.ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ 4.ต้องมีมาตรฐานในการปฏิบัติ โดยแต่ละข้อมีรายละเอียดในการปฏิบัติ การนำเทคโนโลยีมาใช้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ จากการตรวจสอบการปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดี
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวถึงอุปสรรคในการ ปฏบิติหน้าที่ว่า ทั้งนี้จุดตรวจในช่วงเวลากลางคืน อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องแสงสว่างหรือแสงไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งในส่วนของผู้ปฏิบัติและรถที่เข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแสดงสัญญาณแจ้งเตือน โดยมีป้ายสัญญาณไฟแจ้งเตือนตั้งแต่แรกก่อนถึงจุดตรวจ 200 เมตร หรือ 100 เมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็มีข้อจำกัดการลากดึงสัญญาณไฟบางครั้งบางจุดแสงไฟไม่เพียงพอทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามปรับปรุงเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า อุปสรรคต่อมาก็จะเป็นพื้นที่ถนนบางแห่งต้องมีการตรวจสอบปริมาณจำนวนรถ มีการมอบนโยบายควบคู่กันตามข้อสั่งการของผบ.ตร. คือการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ 28 ราย บางรายมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 123 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันอุบัติเหตุด้วยคือคำนึงถึงปัญหาการจราจรหนาแน่น ต้องมีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรท้ายแถวในห้วงเวลาที่มีการตั้งด่านต้องไปด้วยกัน
“เจ้าหน้าที่ตำรวจที่คัดกรองรถเพื่อไม่ให้ปริมาณรถสะสมท้ายแถวมากเกินไป ตรวจสอบว่ามีรถคันใดพฤติกรรมน่าสงสัย ผู้ขับขี่หน้าแดงหรือมีกลิ่นสุรา เราจะตรวจสอบ นอกนั้นก็จะปล่อยให้รถไหลไปเพื่อให้ปริมาณรถสะสมน้อยลง” รองผบช.น. กล่าว
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวอีกว่า กรณีมีหน่วยงานอื่นร่วมการปฏิบัตินั้น จะมีการเชิญหน่วยร่วมปฏิบัติเข้ามา เบื้องต้นมีอาสาสมัครจราจรมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ แต่ชวนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติการทำงาน รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าด่านมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และมีระบบให้วัดความพึงพอใจของประชาชนเข้ามาที่จุดตรวจด้วยคิวอาร์โค้ด นอกจากตรวจสอบความพึงพอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีกส่วนนึงและผู้บังคับบัญชาก็ดูได้ นอกจากนี้มีการใช้หลอดเป่าใหม่แกะจากถุงไว้ทุกครั้งเพื่อมั่นใจได้ว่าไม่เอาของเก่ามาให้เป่า
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีตั้งด่านเพิ่มนั้นอาจจะตั้งด่านช่วงกลางวันเพิ่มเติม แต่ต้องระมัดระวังอาจจะทำให้การจราจรติดขัด แต่จะเริ่มกลับมาตั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งให้ทางสถานีตำรวจนครบาลแต่ละแห่งทำการสำรวจ อย่างน้อยอาจจะกำหนดให้ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรเพิ่มเติมสถานีตำรวจละ 1 จุด คาดว่าจะมีการเริ่มตั้งด่านกลางวัน-กลางคืนได้ประมาณวันที่ 5 เม.ย. นี้ ส่วนด่านตรวจเมาจะให้บก.จร.ดูเป็นหลัก
รายงานแจ้งว่า ผลสรุปการตั้งด่านตรวจ สรุปผลการตั้งจุดตรวจ 50 จุด ผลการจับกุม 67 ราย เมาแล้วขับ 28 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 1 ราย ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต 7 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 1 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 29 ราย จักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย 1 ราย