สยองสุราษฎร์ฯ ฆ่ายกครัวแรงงานชาวลาว 3 ศพ คนร้ายสุดโหดใช้มีดฟันหัว เด็ก 4 ขวบก็ไม่เว้น ขณะพ่อแม่ถูกฟันข้อมือขาดด้วย สอบเพื่อนและญาติเดินทางจากจำปาสัก มาทำงานในฟาร์มหมู ไม่เคยมีปัญหากับใคร ใช้ชีวิตในฟาร์มและไปรับลูกจากโรงเรียนเท่านั้น ตร.มึนสาเหตุโหด เร่งหาวัตถุพยาน สอบผู้เกี่ยวข้องเพื่อ ล่าฆาตกร

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 2 เม.ย. พ.ต.ท. ไพฑูรย์ อินทร์รงค์ สารวัตรสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในฟาร์มเลี้ยงหมู สง่าพรฟาร์ม เลขที่ 70/1 ม.12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา และเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ. ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ทักษิณ ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 แพทย์เวรร.พ.กาญจนดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นขนำคนงานภายในพบศพแรงงานสัญชาติลาวและครอบครัวรวม 3 ศพ ซึ่งทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน ประกอบด้วย นายขันทะเล จันดี อายุ 26 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ที่บริเวณใบหน้า และศีรษะ 8 แผล รวมทั้งข้อมือด้านซ้ายขาด, น.ส.ทองบาง ศรีเงาะ อายุ 24 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและใบหน้า รวมทั้งข้อมือด้านขวาขาด และด.ช.คำสว่าง ศรีเงาะ อายุ 4 ขวบ 5 เดือน มีบาดแผลถูกของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ บริเวณศีรษะและท้ายทอย

ส่วนผลการชันสูตรศพเบื้องต้นคาดว่าถูกฆาตกรรมในช่วงเวลาประมาณ 18.00- 20.00 น. ของวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะรับแจ้งพบศพในช่วง 03.00 น. ของวันที่ 2 เม.ย. ส่วนอาวุธสังหารและวัตถุพยานอื่นๆ ยังหาไม่พบ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เก็บวัตถุที่น่าสงสัยต่างๆ ในฟาร์มหมูอย่างครอบคลุมไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อคลี่คดี

ล่าสุดชุดสืบสวนจาก บช.ภ.8 ชุดสืบสวน บก.ภ.สุราษฎร์ธานี และชุดสืบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ระดมกำลังลงพื้นที่สืบสวนและหาวัตถุพยานเพิ่มเติมในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพักในบริเวณฟาร์มหมูดังกล่าว อยู่ตรงโซนด้านหลังของฟาร์ม ส่วนด้านข้างเป็นสระน้ำของฟาร์ม ติดกับสวนปาล์ม มีทางเดินออกมายังสวนปาล์มได้ พร้อมนำกำลังสืบสวนและสอบสวนชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง เพื่อหามูลเหตุจูงใจและเบาะแสต่างๆ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มแรงงานด้วยกัน นอกจากนั้นได้สอบปากคำญาติผู้ตายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเจ้าของฟาร์มหมู และครอบครัวของเจ้าของฟาร์มหมู เพื่อหามูลเหตุจูงใจ ของคนร้าย

จากการสอบสวนนายทองพัน ศรีเงาะ อายุ 42 ปี สัญชาติลาว พี่ชายของน.ส.ทองบางผู้ตาย ทราบว่า ครอบครัวนายทองพันและครอบครัวน้องสาว มาทำงานรับจ้างเลี้ยงหมูนานกว่า 3 ปี แต่อยู่กันคนละที่ ที่ผ่านมาน้องสาวก็ไม่เคยบอกหรือเล่าว่ามีปัญหากับใคร จึงไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุลงมือฆ่ายกครัวด้วยสาเหตุอะไร

ขณะที่นายคำพัน พรหมนาค อายุ 36 ปี ญาติชาวลาว ที่เดินทางมาทำงานด้วยกัน ให้การว่า เป็นเครือญาติกันเดินทางมาจากแขวงจำปาสัก 10 กว่าคน แยกย้ายทำงานในจุดต่างๆ สวนของตนทำงานในสวนปาล์มน้ำมันไม่ไกลกันมาก ที่ผ่านมาผู้ตายก็ไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ทำงานรับลูกไปโรงเรียน ใช้ชีวิตตามปกติ ตอนนี้เสียใจมากที่ญาติมาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม

จากการสอบถามชาวบ้านที่รู้จักครอบครัว ผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี หน้าตาดีทั้งสองคน เด็กก็น่ารัก ส่วนใหญ่ก็แค่แวะซื้อของหลังจากรับส่งลูกไปโรงเรียน และก็กลับเข้าฟาร์ม ไม่น่าจะถูกฆาตกรรมเช่นนี้ รู้สึกเสียดายคนดีๆ

ด้านพล.ต.ต.สาธิตกล่าวว่า เหตุฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูกถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์มาก ซึ่งคนร้ายใช้มีดในการก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งประเด็นของการก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว ชู้สาว ประสงค์ต่อทรัพย์ รวมถึงประเด็นอื่นๆ ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด คาดว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ ไม่น่าจะเกินสองคน และต้องเป็นคนที่ใช้มีดได้อย่างชำนาญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน