ยันรองนายกไม่ได้ไปทองหล่อ
โกลาหล-คุกนราฯป่วยถึง120
สั่งปิดเรือนจำทั่วปท.-งดเยี่ยม
สธ.ชี้คลัสเตอร์ผับในกทม.-ปริมณฑล ติดเชื้อป่วยแล้วรวม 70 ราย เชื่อมโยงกันทั้งปทุมธานีทองหล่อ-เอกมัย ติดเชื้อลามเป็นลูกโซ่ เหตุนักเที่ยว-นักดนตรีเดินสายหลายร้าน ชี้ปทุม ธานีอาจเกี่ยวตลาดบางแคด้วย นราธิวาสป่วนเจอโควิด 120 ราย ทั้งจนท.คุก-นักโทษ-พยาบาล เร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด พร้อมเปิดร.พ.สนามในเรือนจำรองรับ อธิบดีกรมราช ทัณฑ์สั่งงดเยี่ยมญาติทุกเรือนจำเริ่ม 5 เม.ย.-5 พ.ค. เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทยป่วย โควิดเข้ารักษาตัวในร.พ. ระบุทำภารกิจหลายแห่ง โฆษกรัฐบาลขอตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังข่าวลือสะพัดรองนายกฯเข้าผับทองหล่อแห่งเดียวกับผู้ติดเชื้อ คนใกล้ชิดโต้ยันไม่จริง ด้านเจ้าตัวพร้อมตรวจเพื่อความสบายใจ
เผยไทยป่วยสะสมกว่า 2.4 หมื่น
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อรวม 131,344,632 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 539,840 ราย เสียชีวิต 2,858,695 ราย เพิ่มขึ้น 8,379 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐ อเมริกา 31,383,064 ราย เป็นรายใหม่ 66,092 ราย 2.บราซิล 12,953,597 ราย เป็นรายใหม่ 41,218 ราย 3.อินเดีย 12,484,127 ราย เป็นรายใหม่ 92,998 ราย 4.ฝรั่งเศส 4,741,759 ราย เป็นรายใหม่ N/A 5.รัสเซีย 4,572,077 ราย เป็นรายใหม่ 9,021 ราย ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 116 ของโลก
ส่วนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 96 ราย ติดเชื้อในประเทศ 87 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย หายป่วยเพิ่ม 106 ราย ไม่มีเสียชีวิต ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 29,127 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 25,988 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,139 ราย รักษาหายป่วยแล้ว 27,774 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,258 ราย เสียชีวิตสะสม 95 ราย
ทั้งนี้ การระบาดรอบใหม่ติดเชื้อสะสม 24,890 ราย หายป่วย 23,597 ราย เสียชีวิตสะสม 35 ราย
ผู้ป่วยรายใหม่กทม.ครองแชมป์
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจาก 13 จังหวัด แบ่งเป็น 3 พื้นที่คือ สมุทรสาคร 13 ราย กทม. 35 ราย และจังหวัดอื่นๆ รวม 39 ราย ได้แก่ สมุทรปราการ 9 ราย ชลบุรี 7 ราย สุราษฎร์ธานี 6 ราย สุพรรณบุรี 5 ราย นครปฐม 3 ราย ขอนแก่น 2 ราย นนทบุรี 2 ราย ปทุมธานี 2 ราย นราธิวาส 1 ราย พระนครศรีอยุธยา 1 ราย และอุดรธานี 1 ราย
ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจาก 1.ระบบเฝ้าระวังและบริการ 78 ราย ได้แก่ กทม. 34 ราย สมุทรสาคร 9 ราย ชลบุรี 7 ราย สุราษฎร์ธานี 6 ราย สมุทรปราการ 5 ราย สุพรรณบุรี 5 ราย นครปฐม 3 ราย ขอนแก่น 2 ราย นนทบุรี 2 ราย ปทุมธานี 2 ราย นราธิวาส 1 ราย พระนครศรีอยุธยา 1 ราย และอุดรธานี 1 ราย
2.การคัดกรองเชิงรุก 9 ราย ได้แก่ กทม. 1 ราย สมุทรสาคร 4 ราย และสมุทรปราการ 4 ราย 3.มาจากต่างประเทศ 9 ราย ได้แก่ รัสเซีย 2 ราย มาเลเซีย 2 ราย และยูเครน อินเดีย ญี่ปุ่น สวีเดน และกาตาร์ ประเทศละ 1 ราย
ทูตญี่ปุ่นรักษาตัวร.พ.ในกรุงเทพฯ
วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยระบุว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาญี่ปุ่น มีการยืนยันว่า นายคาซึยะ นาชิดะ เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลที่สถาบันการแพทย์ในท้องถิ่น เนื่องจากอาการไม่รุนแรงมากนัก พนักงานที่สงสัยว่ามีความใกล้ชิดกับสถานทูตจะถูกกักบริเวณที่บ้านและติดตาม นอกจากนี้ สถานทูตจะติดต่อกับผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นผู้มาเยี่ยมเยียนและบุคคลอื่นๆ ที่สงสัยว่าจะมีการติดต่ออย่างใกล้ชิดเป็นรายบุคคล
อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นต่อไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อเพื่อไม่ให้รบกวนการปฏิบัติงานตามปกติ รวมถึงการคุ้มครองชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายคา ซึยะได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล (ร.พ.) ในกรุงเทพฯ แล้ว โดยพนักงานที่ใกล้ชิดจะถูกกักบริเวณและติดตามอาการ ที่ผ่านมานายคาซึยะปฏิบัติภารกิจหลายแห่ง ทั้งไปเปิดโรงงาน รวมทั้งร้านซูชิชื่อดังที่เซ็นทรัลเวิลด์
รมต.ไปทองหล่อตรวจหาเชื้อ
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีรายงานข่าวบุคคลระดับรัฐมนตรีเข้าไปในสถานบันเทิงย่านทองหล่อเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งมีผู้พบว่าอยู่ในห้องเดียวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งรัฐมนตรีคนดังกล่าวไม่ได้กักตัวตามมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 และเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ว่า กำลังตรวจสอบรายงานข่าวดังกล่าว และขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันข้อมูล หากพูดอะไรไปก่อนโดยที่ยังไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นประโยชน์กับใคร จึงขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดกับทีมงานของรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าไปยังผับดังกล่าว ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิดหลายราย แต่คณะทำงานยืนยันว่ารัฐมนตรีคนดังกล่าวไม่ได้ไปผับที่ถูกระบุอย่างที่เป็นข่าว และขณะนี้อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด แต่เพื่อความสบายใจและเป็นการยืนยันผลอย่างเป็นทางการ ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้จะไปตรวจโควิด และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
งดเยี่ยมผู้ต้องขัง 5 เม.ย.-5 พ.ค.
เวลา 09.00 น. วันเดียวกัน นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่าได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เรือนจำจ.นราธิวาส หลังจากพบเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังเรือนจำ จ.นรา ธิวาสติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งยังอยู่ในช่วงการ เดินทางเพื่อทำกิจกรรมภายนอกร่วมกับผู้อื่น กรมจึงรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนด้วยการนำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำกลับมาใช้อีกครั้ง แม้เพิ่งประกาศผ่อนคลายมาตรการมาได้ไม่นาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.จนถึงวันที่ 5 พ.ค.
การดำเนินการหลักๆ คือ 1.งดเยี่ยมญาติแบบปกติที่เรือนจำ 2.งดนำผู้ต้องขังออกทำงานนอกเรือนจำ 3.งดย้ายผู้ต้องขังระหว่างเรือนจำ 4.พิจารณาแนวทางอื่นแทนการนำ ผู้ต้องขังออกศาล 5.งดนำบุคคลภายนอกเข้าเรือนจำ 6.แยกกักโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่โดยห้ามย้ายหรือออกจากห้องเป็นระยะเวลา 14-21 วัน และ 7.ประสานร.พ.แม่ข่ายในการเข้าตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนออกจากห้องแยกกักโรค ทั้งนี้ การดำเนินการที่ยังสามารถทำได้คือ 1.การเยี่ยมญาติทางไกลผ่านจอภาพ (แอพพลิเคชั่นไลน์) 2.การซื้อสินค้าฝากผู้ต้องขังและการฝากเงิน โดยให้เรือนจำและทัณฑสถานทั้ง 143 แห่งทั่วประเทศถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ยกเว้นมีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติเป็นการเฉพาะกรณี ภายใต้วิถีนิว นอร์มัล (New Normal) คือ การเว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา

คัดกรอง – จนท.สวมชุดป้องกันเชื้อตรวจคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ หลังมีผู้คุมและนักโทษเรือนจำจังหวัดนราธิวาสไปร่วมงานของกรมราชทัณฑ์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุดพบป่วยแล้วถึง 120 ราย เมื่อวันที่ 4 เม.ย.
วุ่นเรือนจำนราฯติดเชื้อกว่า 100 ราย
รายงานจากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.สุราษฎร์ ธานี เมื่อวันที่ 3 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย เป็นผู้ต้องขัง 5 คน และผู้คุม 1 คนจากเรือนจำกลางจ.นราธิวาส อายุระหว่าง 20-42 ปี ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมประกวดผลงานด้านการต่อต้านยาเสพติดของกรมราชทัณฑ์ ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า อ.เมือง จ.สุราษฎร์ ธานี จากการสอบสวนโรคระบุว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เวลา 20.00 น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)สุราษฎร์ธานีได้รับรายงานจาก ร.พ.สุราษฎร์ธานี ว่า มีผู้ป่วยซึ่งเป็นนักโทษจากเรือนจำกลางจ.นราธิวาส เข้ารับการรักษาเนื่องจากมีอาการป่วย และผลการตรวจหาเชื้อเป็นบวก 6 ราย ซึ่งทางร.พ.รับผู้ป่วยเข้ารักษาในห้องความดันลบแล้ว โดยผู้ต้องขังและ ผู้คุมจากเรือนจำกลางนราธิวาส 8 ราย มาถึง จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เข้าพักค้างคืนที่เรือนจำกลางจ.สุราษฎร์ธานี ส่วนผู้คุมเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ต่อมาเรือนจำจ.สุราษฎร์ธานีได้รับการประสานจากเรือนจำกลางจ.นราธิวาสว่า มี ผู้ติดเชื้อในเรือนจำและมีผู้สัมผัสใกล้ชิดกับ ผู้ป่วยเดินทางมาร่วมกิจกรรม จึงได้นำนักโทษและผู้คุมทั้ง 8 รายเข้ารับการตรวจหาเชื้อพบผลเป็นบวก 6 รายส่งเข้ารักษาในห้องความดันลบแล้วนั้น
เตรียมตั้งร.พ.สนามในเรือนจำ
ทางด้านเรือนจำจ.นราธิวาส รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ของ เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง (วันที่ 2 เม.ย.) ดังนี้ 1.ตรวจพบผู้ต้องขังร่วมกิจกรรมการต่อต้านยาเสพติดที่จ.สุราษฎร์ธานี ติดเชื้อโควิด 4 ราย โดยเรือนจํากลางสุราษฎร์ธานี แจ้งว่า ผลการตรวจผู้ต้องขังเรือนจำ จ.นราธิวาส ที่ไปร่วมกิจกรรม ทั้ง 4 คนเบื้องต้นผลเป็นบวก (ติดโควิด) เจ้าหน้าที่อีก 4 คนผลเป็นลบ
2.การปฏิบัติเมื่อผู้ต้องขังดังกล่าวกลับมาที่เรือนจำแล้วจะรายงานให้สสจ.นราธิวาสทราบเพื่อดำเนินการรักษาอาการตามความเห็นแพทย์ต่อไป แต่หากไม่ต้องส่งตัวไปนอน ที่ร.พ. จะให้กักตัวที่ห้องแยกโรคแดน 6 (แรกรับ) ในส่วนของเจ้าหน้าที่ แม้จะตรวจไม่พบในเบื้องต้น แต่ถือว่าเป็นผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูง เมื่อกลับมาถึงเรือนจำ จะให้กักตัวที่บ้านพัก 14 วัน ตามมาตรการที่กรมราชทัณฑ์และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
3.กำชับเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูง 14 ราย ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 โดยเคร่งครัด กล่าวคือ ขณะอยู่บ้านพักให้แยกห้องนอนกับบุคคลในบ้านให้เว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตร ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะพบปะผู้คนทั้งในบ้านและนอกบ้าน
4.เจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสสจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ เข้าตรวจหาเชื้อโดยวิธีการ Swab จากผู้ต้องขัง 119 คน และเจ้าหน้าที่เรือนจำ 65 คน รวม 184 คน และในวันที่ 3 เม.ย. ทางเจ้าหน้าที่สสจ.นราธิวาสและเจ้าหน้าที่สำนัก งานควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ได้เข้าตรวจ ผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีกทั้งแดน 5 (แดนที่พบผู้ต้องขังป่วย) และแดน 6
5.การประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สธ. ตามข้อ 4 เมื่อช่วงเย็น ได้กำหนดให้ทางเรือนจำจัดเตรียมสถานที่เป็นร.พ.สนาม 1 แห่ง ซึ่งเรือนจำได้กำหนดให้แดน 2 (สถานพยาบาล) เป็นร.พ.สนาม กรณีมีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ซึ่งแดน 2 (พยาบาล) สามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 200 คน
6.กรณีมีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดเกิน 200 คน ที่เเดน 2 (สถานพยาบาล) จะรองรับได้ เรือนจำได้กำหนดใช้แดน 6 (แรกรับ) เป็นร.พ. สนาม ซึ่งจะรองรับผู้ต้องขังป่วยทั้งหมดได้ 691 คน
อย่างไรก็ตามรายงานแจ้งว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหลายหน่วยงานของ จ.นราธิวาส ทั้งจากสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาเสพติดของ จ.นราธิวาส กำลังอยู่ระหว่างการรายงานตัวและแจ้งไทม์ไลน์ รวมทั้งเข้าระบบการคัดกรองตามกระบวนการของสธ.
สธ.ยัน‘สุพัฒนพงษ์’ไม่ติดโควิด
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ติดโควิดที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อหลังร่วมงานเลี้ยงกับคณะทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า ขณะนี้สถานเอกอัคร ราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ออกมายืนยันว่าท่านทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยติดโควิดอยู่ระหว่างการรักษาที่ร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง อาการทรงตัวค่อนข้างดี ไม่มีอาการปอดบวม แต่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
“จากการสอบสวนโรคและซักถาม ผู้เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่มีครม.คนไหน รวมถึงนายสุพัฒนพงษ์ไปเที่ยวสถานบันเทิงทอง หล่อกับคณะของทูตญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามขณะนี้นายสุพัฒนพงษ์อยู่ระหว่างลงพื้นที่จ.บึงกาฬและอุดรธานีเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว และเพื่อความสบายใจท่านจะไปตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในวันนี้ (4 เม.ย.) ที่ ร.พ.อุดรธานี จากเดิมที่มีกำหนดจะรับวัคซีนโควิด 19 ในสัปดาห์หน้าที่ต้องตรวจหาเชื้ออยู่แล้ว จึงขอตรวจเร็วขึ้นเพื่อให้ประชาชนสบายใจ”
ส.ว.ยันพบทูตญี่ปุ่นก่อน25มี.ค.
ด้านนายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ติดเชื้อโควิด-19 ว่า เพิ่งทราบจากข่าว และวันนี้คนที่รู้จักในสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เเจ้งมาว่า ใครที่พบทูตญี่ปุ่น ก่อนวันที่ 25 มี.ค. ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและสธ. จะไม่ได้ติดต่อไปหา ซึ่งได้เข้าพบในวันที่ 22 มี.ค. เป็นงานเลี้ยงมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันเเน่นเเฟ้นระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เเม้จะไม่น่าจะอยู่ในไทม์ไลน์ที่จะเสี่ยงติดเชื้อ อีกทั้งจะครบ 14 วันที่ พบทูตแล้ว แต่จะระมัดระวังตัว และคงไปตรวจโควิด-19 เพื่อความสบายใจ
เผยเคสคุกนราฯ-ติดอื้อ 120 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ได้รายงานสถานการณ์การแพร่บาดของไวรัสโคโรนาในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส พบว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา จำนวน 120 คน โดยแบ่งเป็น เจ้าหน้าที่ติดโควิด 25 ราย โดยรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาส จำนวน 5 ราย และรักษาตัวที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส (เก่า) จำนวน 20 ราย (โดยโรงพยาบาลจังหวัดนรา ธิวาสกำลังมารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล)
สำหรับผู้ต้องขังติดโควิด 95 ราย โดยพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาส จำนวน 3 ราย และรักษาตัวที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส 92 คน โดยแบ่งเป็น 1.แดนพยาบาล 88 ราย 2.แดน 6 จำนวน 3 ราย และแดนหญิง 1 ราย
คลัสเตอร์ผับ-ติด 70 ราย
วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ประเทศไทยยังพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังจำกัดอยู่ใน กทม.และปริมณฑลเป็นหลัก สถานที่เสี่ยง คือสถานที่ที่มีความแออัด ระบายอากาศไม่ดี เช่น สถานบันเทิง พบหลายจังหวัด ทั้ง กทม. นครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี หรือขอนแก่น กรณีเจ้าหน้าที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ติดเชื้อ รวมถึง ตลาด บ่อนการพนัน สนามกีฬา งานปาร์ตี้ต่างๆ ส่วนพฤติกรรมเสี่ยง คือ คลุกคลีพูดคุยกันไม่สวมหน้ากาก กินอาหารร่วมกัน ซึ่งพบทั้งในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเที่ยว
ทั้งนี้ การติดเชื้อในสถานบันเทิงใน กทม.และปริมณฑลพบติดเชื้อ 70 ราย แต่ละกลุ่มพบความเชื่อมโยงกัน สมมติฐานจากที่มีข้อมูลขณะนี้เชื่อว่า เริ่มต้นที่สถานบันเทิงใน จ.ปทุม ธานี มีนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ไปใช้บริการ กลุ่มนี้มีการติดเชื้อ 11 คน และอาจจะเชื่อมโยงกับตลาดบางแค แต่ต้องรอผลการสอบสวนและผลแล็บที่ชัดเจน และมีผู้ติดเชื้อจากกรณีนี้ไปเที่ยวครัสตัล คลับ ทองหล่อ ทำให้มีผู้สัมผัสและผู้ติดเชื้อ โดยผู้ติดเชื้อต่อก็ไปเที่ยวบลาบลาบาร์ ทำให้ติดเชื้อ และคนติดเชื้อต่อก็ไปเที่ยวเบียร์เฮาส์ เอกมัย ติดกันเป็นลูกโซ่
“นักเที่ยวนำเชื้อมาติดพนักงาน และพนักงานนำไปติดนักเที่ยวคนอื่น พฤติกรรมเสี่ยงคือนักเที่ยวมักไปเที่ยวหลายร้าน พนักงาน นักร้องและนักดนตรีก็ไปทำงานในหลายร้าน ทำให้มีการติดเชื้อกระจายต่อไปในร้านอื่น และก็นำไปติดให้คนในครอบครัว ปัจจัยเสี่ยงทำให้ติดเชื้อมาก คือ สถานที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี ไม่สวมหน้ากาก ตะโกนเสียงดัง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ขาดสติ อาจใช้ภาชนะร่วมกัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยไปเที่ยวติดเชื้อด้วย” นพ.โอภาสกล่าว
เผยรายชื่อ 17 สถานบันเทิงเสี่ยง
รายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลนำเสนอแถลงข่าวการติดเชื้อสถานบันเทิง 70 ราย แบ่งออกเป็นดังนี้ 1.ปทุมธานี คือ ผับ ชมดาวพร่างพร้าว ณ กำกึ่งรังสิต ปทุมธานี 5 ราย และร้าน Booze up 6 ราย เชื่อมโยงกับนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ 2.นนทบุรี ร้าน The moon bar บางใหญ่ 8 ราย เป็นนักเที่ยว 2 ราย ผู้สัมผัส 6 ราย 3.ครอบครัวนักร้อง นักดนตรีที่ไปเล่นดนตรีร้องเพลงและไปเที่ยว ติดเชื้อ 5 ราย พบมีประวัติไปที่ร้านหัวราน้ำ เพชร เกษม 81, The lounge นครปฐม, ร้านเมรี่ สนามบินน้ำ นนทบุรี, ร้านเลิศหล้า พุทธมณฑลสาย 2, ร้าน next 69 ตลาดบัวขวัญ นนทบุรี และร้าน next studio ถนนข้าวสาร
4.จ.นครปฐม ร้าน the lounge salaya 7 ราย เป็นนักเที่ยว 5 ราย พนักงาน 1 ราย ผู้สัมผัส 1 ราย และ 5.กทม. ผับคริสตัล ทองหล่อ 25 พบ 21 ราย (นักเที่ยว 11 ราย พนักงาน 7 ราย ผู้สัมผัส 3 ราย), ร้านบ้านพหล คาเฟ่แอนด์บาร์ แถวจตุจักร 3 ราย (นักเที่ยว 2 ราย ผู้สัมผัส 1 ราย), ร้าน Ekamai Beer House 8 ราย (นักเที่ยว 2 ราย ผู้สัมผัส 6 ราย), ผับบลา บลา ลาร์ ทองหล่อ และ Dollar bangkok 5 ราย (นักเที่ยว 4 ราย ผู้สัมผัส 1 ราย) และร้าน The cassette music bar เอกมัย, Pub dirty 3 ราย เป็นนักเที่ยว
‘เจ๊ไฝ’วุ่น-ลูกค้าติดเชื้อ
แฟนเพจทางการของเจ๊ไฝ ร้านอาหารชื่อดังระดับมิชลินสตาร์ โพสต์ข้อความผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางร้านได้รับคอนเฟิร์มมาว่า ช่วงเวลา 18.00-21.00 น. มีลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านติดเชื้อโควิด-19 ร้าน เจ๊ไฝ จึงมีมาตรการปิดร้านชั่วคราวเพื่อทำ ความสะอาดภายในร้าน และบริเวณรอบ รวมถึงฉีดยาพ่นฆ่าเชื้อไวรัส พร้อมให้บุคลากรทุกคนในร้าน ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที
แฟนเพจดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า ร้านเจ๊ไฝ จะปิดร้านชั่วคราว และจะอัพเดตสถานะของทางร้านอีกครั้ง พร้อมขออภัยอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น