หอบโรงปันพังเป็นแถบ
ปภ.เร่งช่วย34จังหวัด

ปภ.สรุปฤทธิ์พายุฤดูร้อนถล่ม 34 จังหวัด100 อำเภอ บ้านพัง 3,825 หลัง บาดเจ็บ 5น่านตาย 1 ราย เร่งประสานหน่วยราชการช่วยเหลือ เฉพาะพิจิตรพัง 1,114 หลัง ส่วนกงไกรลาศ สุโขทัย บ้านปลิว 128 หลังด้านชุมชนด่านเกวียนอลหม่าน ลมพัดหมุนแรง หอบโรงปั้นพังกว่า 20 หลัง คนงานหนีตายจ้าละหวั่น เสาไฟ พังครืน ป้าย ต้นไม้โค่นล้มทับโรงเรียน น้ำทะลักเข้าหมู่บ้านจมอื้อ

เร่งช่วย 34 จว.พายุถล่ม

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง เคลื่อนเข้าสู่บริเวณทะเลอันดามัน ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคใต้ฝั่งตะวันตกและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ในห้วงวันที่ 31 มี.ค.-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในพื้นที่ 34 จังหวัด รวม 100 อำเภอ 252 ตำบล 686 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3,825 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย (น่าน) ผู้บาดเจ็บ 5 ราย (น่าน 1 ราย สุรินทร์ 3 ราย พิจิตร 1 ราย) แยกเป็น ภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พะเยา น่าน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ รวม 42 อำเภอ 148 ตำบล 503 หมู่บ้านบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2,910 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 2 ราย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ นครพนม เลย อุดรธานี สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ สุรินทร์ มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และนครราชสีมา รวม 36 อำเภอ 59 ตำบล 98 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 633 หลัง ผู้บาดเจ็บ 3 ราย ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง และสมุทรปราการ รวม 15 อำเภอ 23 ตำบล 50 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 130 หลัง

ภาคตะวันออก 4 จังหวัดได้แก่ สระแก้ว ชลบุรี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 5 อำเภอ 11 ตำบล 31 หมู่บ้านบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 111 หลัง รวมถึงพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 1 เขต 1 แขวง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือและชดเชยความเสียหาย

พายุซัด – พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ร.ร.บ้าน ด่านเกวียน ริมถนนราชสีมา-โชคชัย ได้รับผลกระทบ มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 20 ปี โค่นล้มลงมาทับโรงอาหารได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 5 เม.ย.

โรงเรียนระทึก-ต้นไม้โค่นทับ

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยพายุทั่วประเทศ หลังพายุฤดูร้อนซัดและมีฝนตกหนักข้ามคืน ที่จ.สระบุรี นายวรวิทย์ ยอแสง นายอำเภอวิหารแดง จ.สระบุรี กล่าวว่า มีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 20 หลังคาเรือน โดยได้สั่งการให้ว่าที่ ร.ต.ศุภวัฒก์ จงธรรม ปลัดอำเภอเข้าตรวจสอบ แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

ที่ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พบว่าหลายจุดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านด่านเกวียน ริมถนนราชสีมา-โชคชัย ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ด้านหน้าโรงเรียน ได้ถูกลมพายุพัดอย่างรุนแรง จนเสาซีเมนต์หักโค่น ถล่มลงมาได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนภายในโรงเรียนบริเวณด้านหน้าอาคารเรียน มีต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุกว่า 20 ปี โค่นลงมาทับโรงอาหารได้รับความเสียหายบางส่วน รวมทั้งยังมีต้นไม้ที่อยู่บริเวณรั้วด้านหลังโรงเรียนถูกลมพายุพัดหักโค่นหลายต้น แต่ยังเปิดเรียนตามปกติ โดยทางโรงเรียนได้ประสานเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลด่านเกวียนให้มาตัดต้นไม้ และขนย้ายต้นไม้ที่หักโค่นและกีดขวางทางออก

โรงปั้นด่านเกวียนพังเป็นแถบ

ส่วนที่หมู่บ้านโนนม่วง หมู่ 4 ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นชุมชนทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน มีบ้านเรือนประชาชน และโรงทำเครื่องปั้นดินเผาได้รับความเสียหายกว่า 20 หลัง โดยนาย สมหมาย บาดกระโทก อายุ 65 ปี ช่างทำ เครื่องปั้นดินเผาบ้านโนนม่วง กล่าวว่า ช่วงแรกมีลมหมุนพัดกระโชกอย่างรุนแรงนาน 20 นาที ระหว่างนั้นคนที่อยู่ภายในโรงทำเครื่องปั้นดินเผาต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างโกลาหล ก่อนที่ลมจะพัดเอาหลังคาโรงปั้นปลิวหาย และพังถล่มเสียหายทั้งหมด ส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่อยู่ในโรงเก็บก็ตกแตกเสียหายเป็นจำนวนมาก ครั้งนี้ถือว่าพายุฤดูร้อนพัดรุนแรงมากที่สุดในรอบ 10 ปีเลย ก็ว่าได้ เพราะเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์พายุพัดรุนแรงขนาดนี้ครั้งแรก

เบื้องต้นที่จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน คือที่อ.พระทองคำ 44 หลัง อ.ห้วยแถลง 2 หลัง ยุ้งข้าว 1 หลัง และโรงเรือนเก็บพืชผลทางการเกษตร 1 หลัง อ.สูงเนิน 8 หลัง อ.โชคชัย ต.ด่านเกวียน บ้านเรือนประชาชนและโรงปั้นเสียหายกว่า 20 หลัง และอ.ปากช่อง 4 หลังได้รับความเสียหาย ส่วนที่บ้านแสนสุข หมู่ 13 ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง มีน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. บ้านเรือนได้รับผล กระทบกว่า 10 หลัง

สุโขทัยอลหม่านหลบพายุ

ที่ภาคเหนือ บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ 9 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง ชาวบ้านต้องหนีตายจ้าละหวั่น และยังมีเสาไฟฟ้าหัก ต้นไม้ใหญ่โค่นล้มขวางถนน โดยช่วงเกิดเหตุพายุยกหลังคาบ้านจนฝ้าเพดานถล่ม

นายสรณ์สิริ ไกรกิจราษฎร์ อายุ 23 ปี ชาวบ้านหนองกระทุ่ม ต.ไกรใน เล่านาทีระทึกให้ฟังว่า พายุเข้ามาช่วงประมาณ 2 ทุ่มเมื่อวานนี้ ตนกับภรรยาและลูกสาวอายุ 5 ขวบกำลังอยู่ในบ้าน ลมหมุนเร็วและแรงมาก ตอนนั้นลูกสาวอยู่บนที่นอนคนเดียว เห็นท่าไม่ดีจะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ก็เลยรีบวิ่งไปกอดลูกสาวเอาตัวบังไว้ พร้อมใช้ผ้าห่มคลุมโปงทั้งภรรยาด้วย 3 คนก้มหมอบนาน 20 นาที แผ่นฝ้าเพดานก็ร่วงลงมากระแทกหลัง โชคดีไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก แต่หลังคาบ้านหายทั้งหลัง รวมเสียหายไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท

ด้านนายโกเมศ มุกเพ็ชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.ไกรใน กล่าวว่า จากการสำรวจและรับแจ้งเบื้องต้น พบมีบ้านพังเสียหายทั้งหมด 128 หลังคาเรือน น่าเห็นใจชาวบ้านมาก เพราะตั้งแต่เกิดมาอาศัยอยู่กันในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยเจอพายุพัดรุนแรงถึงขั้นบ้านเรือนพังย่อยยับแบบนี้มาก่อน

พิจิตรบ้านพัง 1,114 หลัง

ที่จ.พิจิตร นางรติฟัส พ่วงพร้อม หัวหน้าปภ.พิจิตร กล่าวว่า จ.พิจิตรได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ตั้งแต่วันที่ 3 และ 4 เม.ย. ซึ่งมีโดนหนักในวันที่ 4 เม.ย. สรุปมีพื้นที่ 12 อำเภอได้รับความเสียหายประกอบไปด้วย อ.โพทะเล 159 หลัง, อ.ตะพานหิน 44 หลัง, อ.สากเหล็ก 140 หลัง, อ.สามง่าม 82 หลัง, อ.เมือง 182 หลัง, อ.บางมูลนาก 51 หลัง, อ.โพธิ์ประทับช้าง 121 หลัง, อ.บึงนาราง 107 หลัง, อ.วชิรบารมี 109 หลัง, อ.วังทรายพูน 115 หลัง, อ.ดงเจริญ 3 หลัง และอ.ทับคล้อ 1 หลัง รวมทั้งสิ้น 1,114 หลัง โดยนายรังสรรค์ ตันเจริญ ผวจ.พิจิตร ได้สั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งช่วยเหลือประชาชนทั้ง 12 อำเภออย่างเร่งด่วน หากงบประมาณไม่เพียงพอให้แจ้งไปยังนายอำเภอและจังหวัดได้ทันที

นางรติฟัสกล่าวว่า ในวันที่ 7 เม.ย. นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานมูลนิธิราชประชา จะเดินทางมา ณ ที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เพื่อมอบถุงพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และ ผู้ประสบภัยด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน