โยงคลัสเตอร์ผับ414คน
กทม.วันเดียวเพิ่มอีก351
‘ชลบุรี-นนทบุรี’ยอดพุ่ง
นศ.โวยรพ.-ผลตรวจผิด
สั่งห้างทั่วปท.ร่นปิด3ทุ่ม

เล็งล็อกดาวน์จว.สีแดงเข้ม ทั้งกทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบฯ ชลบุรี สกัดเชื้อโควิดลามหนัก ‘บิ๊กตู่’นัดถกศบค. ชุดใหญ่เคาะศุกร์16 เม.ย.นี้ ขณะที่ยอดป่วยโควิดทุบสถิติวันเดียวทะลุพันครั้งแรก พุ่ง 1,335 ราย โยงคลัสเตอร์ผับ 414 คน ส่วนกทม.ติดโควิดอีก 351 ด้านเชียงใหม่ป่วยเพิ่ม 270 ประจวบฯเจอ 93 ราย นนทบุรี-ชลบุรียอดติดเชื้อยังกระฉูด ด้านน.ศ.สาวลำปางโวยร.พ.ดังเชียงใหม่ผลตรวจผิดพลาด ระบุติดเชื้อต้องไปนอนรักษาในร.พ. ก่อนตรวจซ้ำอีกรอบ ผลยืนยันไม่ติดเชื้อ พ่อจี้ร.พ.รับผิดชอบ สมาคมศูนย์การค้าไทยสั่งห้างทั่วประเทศร่นปิดบริการแค่ 3 ทุ่ม พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มคัดกรองลูกค้า

ทุบสถิติโควิด-ป่วยทะลัก 1,335

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. เฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,335 ราย มาจากระบบเฝ้าระวัง 789 ราย คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 537 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย หายป่วยเพิ่ม 34 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 35,910 ราย หายป่วยแล้ว 28,322 ราย ยังรักษาอยู่ 7,491 ราย เสียชีวิตสะสม 97 ราย

สำหรับระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. พบผู้ติดเชื้อสะสม 7,047 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย

ทั้งนี้ แบ่งผู้ติดเชื้อตามพื้นที่และปัจจัยเสี่ยง ดังนี้ 1.สถานบันเทิงติดเพิ่ม 414 ราย สะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. รวม 2,820 ราย ได้แก่ กทม. 171 ราย สะสม 1,007 ราย ปริมณฑล 18 ราย สะสม 301 ราย และจังหวัดอื่นๆ 225 ราย สะสม 1,512 ราย

2.ตลาด ชุมชน และขนส่ง 51 ราย สะสม 281 ราย ได้แก่ กทม. 24 ราย สะสม 103 ราย ปริมณฑล 1 ราย สะสม 34 ราย และจังหวัดอื่นๆ 26 ราย สะสม 144 ราย

3.ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ 861 ราย สะสม 3,822 ราย ได้แก่ กทม. 156 ราย สะสม 866 ราย ปริมณฑล 79 ราย สะสม 596 ราย และจังหวัดอื่นๆ 626 ราย สะสม 2,360 ราย

สรุปรวมกทม.ติดเชื้อรายใหม่ 351 ราย สะสม 1,976 ราย ปริมณฑลรายใหม่ 114 ราย สะสม 931 ราย และจังหวัดอื่นๆ ติดใหม่ 877 ราย สะสม 4,016 ราย

เป็นครั้งแรกที่ยอดป่วยวันเดียวสูงเกิน 1 พันรายนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19

สถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 138 ล้านราย เพิ่มขึ้น 7.35 แสนราย เสียชีวิต 2.97 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นราย ประเทศที่ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับ 1.สหรัฐอเมริกา 32 ล้านราย เพิ่มขึ้น 7.7 หมื่นราย 2.อินเดีย 13.8 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.85 แสนราย 3.บราซิล 13.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8 หมื่นราย 4.ฝรั่งเศส 5.1 ล้านราย เพิ่มขึ้น 3.9 หมื่นราย และ 5.รัสเซีย 4.65 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.1 พันราย

ชงศบค.ล็อกดาวน์จว.สีแดง

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ของ โควิด-19 ขณะนี้จากการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การควบคุมสถานการณ์ที่อาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด เช่น ชลบุรีและพัทยา แต่การประกาศมาตรการใดๆ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) จะต้องฟังข้อมูลจากทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก นอกจากนี้นายกฯสั่งการ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ให้เตรียมยกระดับ ขณะนี้ทีมงานเตรียมการไว้แล้ว เช่น การยกระดับพื้นที่ที่ผ่อนคลาย ให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ศบค.ระวังไม่ให้กระทบกับประชาชนโดยรวม ทั้งนี้นโยบายรายพื้นที่ จะไม่ทำเหมือนทั้งประเทศ เพราะจะกระทบประชาชน มีความเป็นไปได้ต่อการนำมาตรการล็อกดาวน์ใช้ในพื้นที่แต่ต้องรอฟังข้อมูลจากสาธารณสุขอีกครั้ง

“มาตรการล็อกดาวน์ คือการห้ามเข้า-ออกในพื้นที่จังหวัดควบคุม หรือหมายถึงพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม แต่จากการประเมินขณะนี้ยืนยันว่าสถานการณ์ระบาดสามารถควบคุมได้ ยังใช้การมองเป็น 3 มิติ คือมิติพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อสูง มิติกิจการใดที่เสี่ยง และกิจกรรมใดที่เสี่ยง ทั้งนี้วันที่ 15 เม.ย. กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอการยกระดับพื้นที่ให้ศบค.ชุดเล็กพิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันศบค.เป็นห่วงกลุ่มคนที่เสี่ยงติดเชื้อ หรือคนที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือคนติดเชื้อแล้วยังไปที่พื้นที่สาธารณะ จึงขอความร่วมมือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต้องกักตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ส่วนโรงพยาบาลสนามที่รัฐบาล และศบค. จัดเตรียมไว้เพียงพอกับการรองรับผู้ติดเชื้อโควิด”

‘บิ๊กตู่’นัดถก 16 เม.ย.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ภายหลังจากมีข่าวว่าจะมีการประชุมศบค.ชุดเล็ก หรือศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯสมช. เป็นประธาน เพื่อพูดคุยหารือกับกระทรวงสาธารณสุข และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ขณะนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงเกินกว่า 1,300 คนแล้ว และอาจพิจารณาให้ยกระดับมาตรการป้องกัน ถึงอาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่นกทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด ตามที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค.ให้เตรียมพิจารณานั้น

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เรียกประชุมศบค.ชุดใหญ่ในวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก โดยจะเป็นการประชุมแบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์

คัดกรอง – สำนักงานเขตพระนคร นำรถเก็บตัวอย่าง ชีวนิรภัยพระราชทาน 2 คัน ตรวจคัดกรอง โควิด-19 ให้กลุ่มเสี่ยงที่ทำงานสถานบริการและใช้บริการร้านต่างๆ ที่บริเวณถนนข้าวสาร กทม. เมื่อวันที่ 14 เม.ย.

สธ.เสนอเพิ่มมาตรการคุมโควิด

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงถึงผลการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) กรณีโรค โควิด -19 ว่า ที่ประชุมซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข เป็นประธาน มีการประชุมรับมือโควิด 19 ใน 3 ประเด็น คือ 1.สถานการณ์โรคโควิด 19 ซึ่งขณะนี้แนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รายวันมากกว่า 1 พันราย ซึ่งมาตรการสำคัญที่ทำไปแล้ว คือการปิดสถานบันเทิง โดยเสนอให้เพิ่มมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ทั้งการปิดพื้นที่เสี่ยง ยกเลิกกิจกรรมเสี่ยง งดการรวมตัว การทำงานที่บ้าน และขอความร่วมมือประชาชนปรับเพิ่มพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ

2.การบริหารจัดการเตียงดูแลผู้ป่วยโควิด ขณะนี้เพิ่มกลไกการทำงานให้บริหารจัดการได้ดีขึ้น และเพิ่มเตียงมากขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ และ3.เรื่องวัคซีนโควิด สธ.ยืนยันว่า ด้วยข้อมูลระบาดวิทยา และวิชาการ วัคซีนนำมาใช้ในประเทศไทย ทั้งแอสตราเซเนกาและซิโนแวค มีประสิทธิภาพ โดยรมว.สธ.สั่งการให้เร่งการฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่ และต้องฉีดในระยะถัดไปให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะด่านหน้าให้ได้ 100%

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิด ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 13 เม.ย. รวม 579,305 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 505,744 ราย และครบสองเข็ม 73,561 ราย ตอนนี้มีวัคซีน 1 ล้านโดส ถือว่าฉีดได้ตามเป้าหมาย 5 แสนคน เพราะต้องฉีดคนละ 2 โดส นอกจากนี้วัคซีนซิโนแวคอีก 1 ล้านโดสซึ่งรอตรวจทางห้องปฏิบัติการและเอกสาร คาดว่าจะส่งมอบให้กรมควบคุมโรคได้ใน 1-2 วันนี้ รมว.สธ.ก็สั่งการให้ฉีดอย่างเต็มที่ และปลัดสธ.สั่งการให้จัดสรรวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน 6 แสนโดส โดยขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการฉีดให้ครบถ้วนภายใน 1 เดือน หรือต้องฉีดให้ครบทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องฉีดคนละ 2 เข็ม

ติดเชื้อเพิ่ม 54 จว.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การระบาดทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น อินเดียติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ส่วนไทยวันนี้ติดเชื้อรายใหม่เกินพันวันแรก ติดเชื้อ 1,335 ราย ไม่มีเสียชีวิต ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตที่ตั้งไว้ เนื่องจากส่วนใหญ่เชื้อเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ระบาดค่อนข้างเร็ว ความรุนแรงไม่มากกว่าปกติ ส่วนใหญ่อาการน้อย ไม่มีอาการเกือบ 90% ที่เหลืออาการมาก แต่จำเป็นต้องรักษาใน ร.พ. ขณะนี้กำลังรักษา 7,491 ราย การติดเชื้อกำลังพุ่งขึ้น หากดูแผนที่การติดเชื้อรายวัน พบว่าวันนี้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 54 จังหวัด พื้นที่สีแดงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิน 100 ราย 3 จังหวัด คือ กทม. ติดเชื้อสูงสุดวันนี้ 351 ราย เชียงใหม่ 319 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 161 ราย นอกจากนี้ ที่ยังมีการติดเชื้อจำนวนมากยังอยู่ในปริมณฑล ชลบุรี และระยองด้วย อย่างไรก็ตาม จังหวัดส่วนใหญ่ยังเป็นสีเขียว คือมีผู้ติดเชื้อรายวัน 1-10 ราย แต่แนวโน้มสถานการณ์การระบาดค่อนข้างเร็ว แต่ละจังหวัดต้องควบคุมโรคให้ดี

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า หากแบ่งพื้นที่ตามระดับสีและความรุนแรง พบว่า จังหวัดที่เป็นสีแดงเข้ม คือ มีการติดเชื้อภายในพื้นที่และรุนแรงสะสมมากกว่า 100 ราย มี 9 จังหวัด ได้แก่ กทม. 1,689 ราย เชียงใหม่ 880 ราย ชลบุรี 594 ราย สมุทรปราการ 416 ราย นราธิวาส 304 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 265 ราย สมุทรสาคร 166 ราย ปทุมธานี 124 ราย และสระแก้ว 105 ราย จังหวัดเหล่านี้ต้องมีมาตรการควบคุมการเคลื่อนที่ของคน ทั้งคนเข้าออก ควบคุมจุดเสี่ยงต่างๆ ทั้งสถานบันเทิง การจัดงานปาร์ตี้ส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด เพราะเป็นจุดที่เราทราบอยู่แล้วว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างกว้างขวาง เป็นทั้งจุดเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง และบุคคลเสี่ยง ส่วนจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อแต่ยังไม่มีการแพร่ระบาดภายในชุมชนต้องรีบตัดวงจร ติดตามผู้สัมผัส คัดกรอง และลดการเคลื่อนย้ายของชุมชน

“การระบาดส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ส่วนใหญ่เกิดจากนักเที่ยวสถานบันเทิงแล้วกลับบ้าน ติดคนครอบครัว กระจายเพื่อนฝูง ที่ทำงาน และชุมชน ถ้าตัดวงจรการเคลื่อนที่ของคน ตัดจุดเสี่ยง ลดพฤติกรรมเสี่ยง จะควบคุมสถานการณ์ได้ จังหวัดที่ติดเชื้อไม่ค่อยเยอะ ถ้ามีมาตรการจะควบคุมสถานการณ์ในจังหวัดได้ สิ่งสำคัญคือการดำเนินงานของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในการควบคุมโรค จังหวัดสีเขียวที่ผู้ป่วยไม่มากนัก จะประมาทไม่ได้ ถ้าปล่อยให้ควบคุมโรคล่าช้าอาจเกิดการระบาดเพิ่มเติมและปรับระดับสี” นพ.โอภาสกล่าว

แนะน.ศ.งดกิจกรรม

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับช่วงนี้นักเรียน นักศึกษาหลายแห่งปิดเทอม มีกิจกรรมออกค่าย ทำกิจกรรมทัศนศึกษา ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ซึ่งมีตัวอย่างของมหาวิทยาลัยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่ไปออกค่ายจ.ตาก และแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่ามีนักศึกษา 1 คนติดเชื้อ จึงเกิดผู้สัมผัสตามมาอีก 40 คน ดังนั้นการออกกิจกรรมรวมกลุ่มระยะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำให้โรคแพร่กระจายไปได้ ต้องระวังหรืองดกิจกรรมไม่จำเป็น

“ภาพรวมสถานการณ์โควิด มีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง การระบาดเม.ย.กระจายค่อนข้างเร็ว เชื่อมโยงสถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ กลุ่มเสี่ยงที่เป็นวัยทำงาน นักศึกษากลับภูมิลำเนา เริ่มมีสัญญาณการติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น คนไปสถานบันเทิง นักศึกษาออกค่าย หากไปพบญาติพี่น้องในอีกจังหวัดต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เพราะส่วนใหญ่พบติดเชื้อในผู้สูงอายุซึ่งไม่ได้ออกไปไหน แต่ติดเชื้อจากคนในบ้าน ทำให้เสี่ยงป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิดได้” นพ.โอภาสกล่าว

โคราชป่วยโควิดเพิ่มอีก 21

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยมีพญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา พร้อมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายศักดิ์สิทธิ์เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 21 ราย รวมพบผู้ป่วยระลอกใหม่แล้ว 144 ราย จำนวนนี้มีรายงานบุคลากรทางการแพทย์ 1 รายของร.พ.โนนแดงติดเชื้อโควิดด้วย และขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้ติดเชื้อที่ชัดเจนจากคลัสเตอร์ร้านหมูกระทะ เจ้าหน้าที่เร่งประชาสัมพันธ์ขอให้คนที่กินอาหารที่ร้านน้ำหวานหมูกระทะ ตั้งแต่วันที่ 5-9 เม.ย. รีบติดต่อโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อโดยด่วน

ทั้งนี้ผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล แต่เป็นที่ป่วยจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อ 19 ราย และเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือที่แออัด 2 ราย เป็นการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงจ.ขอนแก่น 1 ราย และอีกรายไปสถานบันเทิงยูบาร์ ร่วมโต๊ะกับผู้ป่วยโควิด โดย 4 รายมีอาการเจ็บคอ มีไข้ และมีน้ำมูกเสมหะ ส่วนอีก 17 รายที่ไม่แสดงอาการ ยอดผู้ป่วยสะสม 144 ราย เข้ารักษาตัวที่ร.พ.มหาราชฯ 57 ราย, ร.พ.เทพรัตน์ 16 ราย, ร.พ.ปากช่องนานา 30 ราย, ร.พ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 8 ราย, ร.พ.พิมาย 3 ราย, ร.พ.สูงเนิน 6 ราย, ร.พ.โนนไทย 2 ราย, ร.พ.ด่านขุนทด 2 ราย, ร.พ.ครบุรี 2 ราย, ร.พ.ห้วยแถลง 1 ราย, ร.พ.โชคชัย 1 ราย, ร.พ.โนนสูง 1 ราย, รพ.ป.แพทย์ 7 ราย และอยู่ระหว่างการแอดมิตเข้ารักษาอีก 8 ราย

พญ.อารีย์กล่าวว่า พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 21 ราย แยกเป็นผู้ป่วยพื้นที่อ.เมือง 13 ราย อ.ปากช่อง 5 ราย อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย อ.โนนแดง 1 ราย และ อ.โนนสูง 1 ราย ขณะนี้พบผู้ป่วย 14 อำเภอ ทั้งหมดอยู่ระหว่างสอบสวนโรค ส่วนคลัสเตอร์ร้านบุฟเฟต์เนื้อย่างน้ำหวาน ตรวจพบผู้ป่วยรายที่ 94 ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พร้อมพนักงานรวม 14 ราย ยืนยันพบเชื้อ การค้นหาเชิงรุกต้องระดมเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ครอบคลุม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็น กลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานใช้บริการหมุนเวียน 1,500-2,000 คน แต่เจ้าหน้าที่งานระบาดวิทยาไม่มีข้อมูลลูกค้าทั้งจำนวนและจำแนกเป็นกลุ่มได้ ล่าสุดมีกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อ 1,130 ราย ไม่พบการติดเชื้อ ยังคงดำเนินการค้นหาเชิงรุก และขอให้ผู้ที่มาใช้บริการ “น้ำหวานบุฟเฟ่ต์” ช่วงเวลา 5-11 เม.ย.มาตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่

ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้ติดเชื้อที่ชัดเจนจากคลัสเตอร์ร้านหมูกระทะแห่งนี้ ทาง เจ้าหน้าที่ได้เร่งประชาสัมพันธ์ขอให้คนที่กินอาหารที่ร้านน้ำหวานหมูกระทะ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน-9 เมษายน 2564 ให้รีบติดต่อ โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อโดยด่วน

ตร.ติดเชื้อแล้ว 255-กักตัว 1,561

พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกตร. เปิดเผยว่า มีข้าราชการตำรวจติดเชื้อสะสม 255 นาย และต้องกักตัว 1,561 นาย รักษาหายแล้ว 78 นาย และอยู่ระหว่างรักษาตัว 177 นาย รักษาตัวในรพ.ตร. 56 นาย และรักษาตัวใน ร.พ.อื่น 121 นาย

โดยผู้ติดเชื้อในแต่ละหน่วยดังนี้ บช.น. 71 นาย, ภาค 5 จำนวน 23 นาย, บช.ก. 20 นาย, ภาค 1, ภาค 2 และบช.ตชด. หน่วยละ 8 นาย, ภาค 3 และ ภาค 7 หน่วยละ 5 นาย, บช.ทท. และ บช.สอท. หน่วยละ 4 นาย, ภาค 6, ภาค 9,สพฐ.ตร., บช.ส., สกบ. และ สกพ. หน่วยละ 2 นาย, ภาค 4, บช.ศ., รพ.ตร., บช.ปส., บช.ส.สทส., สง.ก.ตร., สตม., บ.ตร.,และ วน. หน่วยละ 1 นาย

ราชบุรีป่วยโควิดอีก 14

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดราชบุรีรายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 14 ราย มีความเกี่ยวข้องสถานบันเทิง 8 ราย เป็น ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 3 ราย ทำงานที่ กทม. 2 ราย และทำงานที่เดียวกับผู้ป่วย 1 ราย มีดังนี้ หญิง อายุ 23 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง ลูกจ้าง หญิง อายุ 33 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง พนักงานราชการ ชาย อายุ 28 ปี ต.พงสวาย อ.เมือง นักดนตรี หญิง อายุ 26 ปี ต.พงสวาย อ.เมือง อาชีพลูกจ้าง หญิง อายุ 24 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง พนักงานร้านอาหาร หญิง อายุ 26 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง นักดนตรี ชาย อายุ 34 ปี ต.หน้าเมือง อ.เมือง อาชีพธุรกิจส่วนตัว หญิง อายุ 23 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง พนักงานบริการเครื่องดื่ม ชาย อายุ 37 ปี ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม นักดนตรี หญิง อายุ 50 ปี ต.เจดีย์หัก อ.เมือง พนักงานโรงแรม หญิง และอายุ 30 ปี ต.ดอนตะโก อ.เมือง พนักงานเสิร์ฟ ทั้งหมดรักษาที่ ร.พ.ราชบุรี

หญิง อายุ 36 ปี ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก อาชีพงานบ้าน หญิง อายุ 19 ปี ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก อาชีพงานบ้าน รักษาที่ ร.พ.ดำเนินสะดวก และหญิง อายุ 21 ปี ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม นักศึกษา ฝึกงานที่ กทม. รักษาที่ร.พ.โพธาราม

ปัจจุบันจ.ราชบุรีพบผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด 96 ราย

อยุธยาป่วยอีก 7-เร่งคัดกรอง

นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.พระนครศรีอยุธยา แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 7 ราย ทำให้ผู้ป่วยสะสม 112 ราย รักษาหาย 62 ราย รักษาอยู่ 50 ราย จากการสอบสวนโรค พบมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 32 ราย รอผล 30 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยใหม่ 7 ราย พบว่าเป็นคนในครอบครัวสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีการตรวจพบก่อนหน้า และยังมีกลุ่มผู้ป่วยที่ไปเที่ยวในสถานบันเทิงรวมอยู่ด้วยดังนี้ หญิงไทย อายุ 29 ปี อยู่อ.พระนครศรีอยุธยา เที่ยวสถานบันเทิง อ.อุทัย ชายไทย อายุ 59 ปี อ.อุทัย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 89 และ รายที่ 94 หญิงไทยอายุ 24 ปี อ.อุทัย สัมผัสเพื่อนที่เป็นผู้ป่วย ชายไทยอายุ 50 ปี อ.อุทัย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 89 และ รายที่ 94 ชายไทย อายุ 56 ปี อ.อุทัย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 89 และ รายที่ 94 ชายไทย อายุ 24 ปี อยู่อ.บางปะอิน ไปกองถ่ายที่มีผู้ป่วย และเด็กหญิงไทย อายุ 10 ขวบ อ.เสนา บุตรสาวของผู้ป่วยรายที่ 96 รายที่ 97

ตรวจ 2 สถานบันเทิงโรจนะ

ที่บริเวณตลาดรวยให้เพลิน ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยาลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจคัดกรองเชิงรุก หลังจากพบมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานบันเทิงของจ.พระนครศรีอยุธยา 2 แห่ง หลังปรากฏไทม์ไลน์มีผู้ป่วยทำงานในสถานบันเทิงติดโควิด

นายภานุกล่าวว่า หลังพบมีประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อโควิด ได้สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ตรวจค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือ ผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มาใช้บริการสถานบันเทิงและพนักงานของสถานบันเทิง 500 ราย และจะทราบผลวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้เตรียมจัดหาโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นนท์ป่วยกระฉูด 69

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันโควิดเพิ่มอีก 69 คน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง เป็นเพศหญิง 30 ราย เพศชาย 39 ราย ไทย 67 ราย แรงงานพม่า 2 ราย ทั้งนี้อยู่อ.เมือง 27 ราย อ.ปากเกร็ด 14 ราย อ.บางกรวย 11 ราย อ.บางบัวทอง 8 ราย อ.บางใหญ่ 7 ราย อ.ไทรน้อย 2 ราย

โดยสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันซึ่งเป็นผู้ป่วยก่อนหน้า 47 ราย เกือบทุกรายเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง, สถานบันเทิง กทม. โดยตรง 19 ราย, ตลาดบางแค 1 ราย และไม่ทราบชัดเจน 2 ราย

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้ออายุน้อยสุด 1 ขวบ เป็นเพศชาย อยู่ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย สัมผัสผู้ติดเชื้อจากบิดา

ชลบุรียังหนัก-ป่วยอีก 99

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 99 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ผับฟลินต์สโตน 5 ราย ทำให้ยอดตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. พบผู้ป่วยที่ผับแห่งนี้รวมแล้ว 137 ราย นอกจากนี้ยังมาจากสถานบันเทิงอื่นๆ ประกอบด้วย Cetus พัทยา 3 ราย Bone พัทยา 1 ราย The Box 69 พัทยา 3 ราย Garden 168 จำนวน 3 ราย Insomnia พัทยา 1 คน Infinity ศรีราชา 4 ราย Replay บางแสน 3 ราย และสถานบันเทิงใน กทม. 4 ราย

ผู้ป่วยจากผู้สัมผัสและบุคคลในครอบครัว ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดจำนวน 29 ราย จากต่างจังหวัดเข้ามารักษาชลบุรี 2 ราย สมุทรปราการ 1 ราย ระยอง 1 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 41 ราย

โดยวันนี้มีการค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมด 342 ราย และค้นหาเชิงรุกอีกจำนวน 984 ราย อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ

กทม.เตียงยังว่าง 2.7 พัน

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการบริหารจัดการเตียงช่วง โควิด-19 ว่า ภาพรวมของเตียงรองรับผู้ป่วย โควิดในพื้นที่กทม.และปริมณฑล สำรองเตียงแล้วทั้งหมด 6,185 เตียง ใช้แล้ว 3,460 ว่าง 2,725 เตียง แยกเป็น1.เฉพาะเตียงในรพ.ทั้งหมด 4,703 เตียง ครองเตียง 2,958 เตียงว่าง 1,745 เตียง ในส่วนของกรมการแพทย์ 159 เตียง กรมสุขภาพจิต 45 เตียง กระทรวงกลาโหม 58 เตียง ร.พ.สังกัด กทม. 304 เตียง โรงเรียนแพทย์ 181 เตียง และร.พ.เอกชน 1,000 เตียง และ 2.ร.พ.สนามและฮอสปิเทล ทั้งหมด 1,482 เตียง ครองเตียง 502 เตียง ว่าง 980 เตียง อย่างไรก็ตาม มีการจัดหา Hospitel เพิ่มได้อีก 2,385 เตียง ซึ่งว่างอีก 1,416 เตียง และขยายเตียงในภาครัฐเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สตม.ยันตร.ไม่เกี่ยวคริสตัลคลับ

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อนายพันธนะ นุชนารถ ซึ่งคาดว่าจะเป็นพล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. เกี่ยวข้องกับร้านคริสตัลคลับ และเอมเมอรัลด์ ผับ ที่ตั้งอยู่ในท้องที่สน.ทองหล่อที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นว่า ได้รับรายงานชี้แจง จากพล.ต.ต.พันธนะว่า ประมาณ 10 ปีที่แล้วได้เข้าไปลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ไม่เกี่ยวกับสถานบริการ คริสตัล คลับ และเอมเมอรัลด์ คลับ ส่วนรายละเอียดการสอบสวนข้อเท็จจริง ทางบช.น.อยู่ระหว่างการดำเนินการ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับเจ้าของสถานบันเทิงทั้งสองแห่ง ที่เป็นหนึ่งในต้นตอที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากสถานบันเทิง ไปสู่ภายนอกว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบใบอนุญาตขอเปิดสถานบันเทิง รวมทั้งตรวจสอบถึงกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจและหุ้นส่วนของบริษัทสถานบันเทิง ดังกล่าว แต่เนื่องด้วยยังอยู่ในช่วงของวันหยุดยาวสงกรานต์ที่หน่วยงานราชการปิดทำการ การตรวจสอบความชัดเจนจึงจะสามารถดำเนินการได้ในสัปดาห์หน้า แต่เบื้องต้นทราบชื่อกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจของสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่งแล้ว

“ด้านการดำเนินคดี หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินคดีผู้จัดการร้านทั้ง 2 แห่ง ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุก 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญาไปแล้วนั้น จากนั้นต้องมาตรวจสอบว่าเจ้าของหรือกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจ มีส่วนทำความผิดในกรณีใดบ้าง เนื่องจากตามกฎหมายแล้วกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจจะต้องรับผิดชอบ หากพบมีการกระทำความผิดไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เพราะถือว่ามีอำนาจและสิทธิ์ขาดในการสั่งการด้านการบริหารงานของสถานบันเทิงดังกล่าว ในส่วนของหุ้นส่วนตามกฎหมายแล้ว ไม่ถือว่ามีความผิด” รองผบช.น.

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม. กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการโรงพยาบาลสนามของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บางเขน พบว่าสถานการณ์ในโรงพยาบาลดีขึ้นตามลำดับ มี ผู้ต้องกัก 1,379 คน โดยมีผู้ติดเชื้อพักในการรักษาตัวโรงพยาบาลสนาม และ ในห้องกัก ตม.บางเขน รวม 318 คน ทั้งหมดมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ และวันที่ 20 – 22 เม.ย.นี้ จะตรวจเชื้อเพิ่มเติม หากพบว่าไม่มีผู้ติดเชื้ออีก จะเริ่มทยอยส่งตัวผู้ที่หายดีแล้วออกจากโรงพยาบาลสนาม เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

พนง.คริสตัลยันแขกคนแพร่เชื้อ

ด้านกลุ่มพนักงานร้านคริสตัลคลับและเอมเมอรัลด์ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการการแพร่ระบาดของโควิดว่า จุดเริ่มต้นตามไทม์ไลน์ที่กรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบ ร่วมกับทางสำนักงานเขตวัฒนา พบว่า มีกลุ่มลูกค้าไฮโซ 5-6 คน ชื่อเล่นคือ แทน, เมฆ, มิน, คีย์, ฮง และ แฮม รวมเพื่อนอีก 3-4 คน มีบอย ชิ่ง อยู่กลุ่มดังกล่าวมาใช้บริการ โดยมีพนักงานที่มาดูแล 17 คน ติดโควิด 10 คน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เข้ามาดูคอนเสิร์ต พอคอนเสิร์ตจบก็ย้ายขึ้นห้องวี3 (ชั้น2)

หลังจากนั้นสำนักงานเขตวัฒนาพบว่ามีผู้ป่วยโควิดยืนยันว่ามาใช้บริการคริสตัลเมื่อวันดังกล่าว ทางผู้บริหารสั่งปิดร้านหลังจากทราบข่าวทันที จึงยกเลิกการเล่นคอนเสิร์ตของเสก โลโซ วันที่ 31 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. แต่วันที่ 25 มี.ค. ทางพนักงานที่ทำงานได้รับเชื้อมาจากลูกค้า แต่ไม่มีใครรู้ตัว และยังคงทำงานต่อเรื่อยๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถสอบถามกรมควบคุมโรคและสำนักงานเขตวัฒนาได้เนื่องจากเป็นกรณีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เป็นที่มาของการแพร่กระจายเชื้อดังกล่าว พอทราบข่าวจากสำนักงานเขตวัฒนาเดี่ยวก็ประกาศแจ้งพนักงานเพื่อกักตัวและสังเกตอาการแต่ไม่ทัน เนื่องจากเชื้อกระจายไปเป็นวงกว้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารสถานบันเทิงกล่าวยืนยันว่าสาเหตุการแพร่ระบาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากพนักงานภายในร้าน แต่เกิดจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวที่มาใช้บริการ ซึ่งการแพร่ระบาดเกิดขึ้นรวดเร็วมากขนาดพนักงานที่มีอายุประมาณ 50 ปี ไม่ดื่มเหล้า ไม่ชอบเสียงดัง แค่เดินผ่านเท่านั้นกลับติดเชื้อโรคดังกล่าว

ระดมสร้าง – เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและจิตอาสาเร่งจัดตั้งเตียงเตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก ภายในโรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.

เชียงใหม่พบป่วยโควิดพุ่ง 270

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่อีก 270 ราย ยอดสะสมของการระบาดรอบใหม่จำนวน 1,461 ราย และยอดรวมจากการระบาดทั้งหมด 1,530 ราย

ส่วนกลุ่มเสี่ยงยังอยู่ระหว่างการตรวจและรอผลอีกหลายพันราย โดยกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางไปสถานที่เสี่ยงระบาดหรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยสามารถติดต่อขอรับการตรวจได้ที่จุดตรวจร้านวอร์มอัพ คาเฟ่, โรงพยาบาลประสาท และศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่

ส่วนโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษานั้น เบื้องต้นรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแล้ว 1,000 ราย พร้อมจะขยายเพิ่ม รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีก 1 แห่ง จำนวน 400 เตียง ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รองรับผู้ป่วยเฉพาะผู้ชายเท่านั้น จะเปิดใช้ในวันที่ 15 เม.ย.

นศ.โวยรพ.ตรวจโควิดพลาด

วันเดียวกัน นักศึกษาหญิงคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าเรื่องราวและทวงถามความรับผิดชอบกรณีได้รับแจ้งผลการตรวจทางโทรศัพท์ว่า ติดเชื้อ โควิด-19 และถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อตรวจสอบผลตรวจอีกครั้งพบว่าไม่ได้ติดเชื้อ

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนักศึกษาหญิงรายนี้เป็นผู้เสี่ยงสัมผัสโควิด-19 หลังจากเดินทางไปจ.ขอนแก่นด้วยเครื่องบินในวันที่ 1 เม.ย.แล้วกลับมาเชียงใหม่ด้วยเครื่องบินในวันที่ 6 เม.ย. จากนั้นวันที่ 7 เม.ย. ไปกรุงเทพฯ และกลับเชียงใหม่ในวันเดียวกันด้วยเครื่องบิน เช้าวันที่ 8 เม.ย.ไปตรวจเชื้อ แต่ไม่ได้ตรวจเพราะคิวยาว

จากนั้นวันที่ 9 เม.ย.ได้รับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.เชียงใหม่ แล้วกลับบ้านที่จ.ลำปาง และวันที่ 10 เม.ย. ได้รับแจ้งผลทางโทรศัพท์ว่าติดเชื้อโควิด-19 พร้อมประสานรถพยาบาลจากร.พ.ลำปาง เข้ารับการรักษาร่วมกับผู้ป่วยอีกราย แต่คืนวันที่ 12 เม.ย. ตรวจสอบผลการตรวจเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ของตัวเองปรากฏว่าไม่ติดเชื้อ และวันที่ 13 เม.ย. ตรวจผลอย่างเป็นทางการยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ ทำให้นักศึกษาหญิงรายนี้รู้สึกได้รับความเสียหายอย่างมากและทวงถามหาความรับผิดชอบจากสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ต่อจำนวนมาก

พ่อนศ.จี้รพ.รับผิดชอบ

ด้านพ่อของน.ศ.คนดังกล่าว เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ลูกสาวของตนได้รับความกระทบกระเทือนด้านจิตใจมาก เพราะเมื่อทราบว่าติดเชื้อก็รู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว และยังถูกคนจำนวนมากต่อว่าตำหนิต่างๆ นานา ขณะที่ลูกสาวก็ให้ความร่วมมืออย่างดี มีการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด โดยเข้ารักษาตัวที่ร.พ.ลำปาง ร่วมห้องกับผู้ติดเชื้ออีก 1 คน นอนเตียงข้างกัน แต่มา ทราบว่าโรงพยาบาลที่เชียงใหม่แจ้งผลตรวจผิด ลูกสาวของตนไม่ได้ติดเชื้อโควิด ทางโรงพยาบาลลำปางจึงให้ออกมา โดยให้เดินลงทางบันไดผู้ติดเชื้อโควิด และให้รถที่บ้านมารับโดยนั่งกระบะด้านหลังรถกลับบ้าน เนื่องจากเป็นบุคคลเสี่ยงติดเชื้อ ให้มากักตัวอยู่บ้าน 14 วัน จากที่ลูกของตนจะได้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ด้วยความผิดพลาดในการทำงานของหน่วยงาน ลูกสาวของตนต้องกลายเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงมาก ทำให้ลูกเสียใจอัดอั้น ถึงกับร้องไห้ออกมา

“อยากให้หน่วยงานที่ทำผิดพลาดออกมารับผิดชอบ ออกมาพูดขอโทษ และมีเอกสารยืนยันว่าลูกสาวของผมไม่ได้ติดเชื้อ เพราะขนาดมีเอกสารผลตรวจมายืนยันแล้ว ก็ยังมีคนอื่นกล่าวว่าเป็นเอกสารปลอม ขอให้ชี้แจงอย่างเป็นทางการกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ควรจะออกมาขอโทษ และรับผิด เพื่อจะนำไปปรับปรุงในเคสอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่ายังมีกรณีนี้เกิดขึ้นอีกกับหลายคน เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทำงานหนัก และเกิดความผิดพลาดได้ แต่เมื่อผิดแล้วก็ขอให้ยอมรับ ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบ หรือนิ่งเฉยให้เด็กต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ อีกประการคือร้านค้าที่มีอยู่ในไทม์ไลน์ลูกสาวผมก็ต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ต้องมาปิดร้านไปเพราะได้รับแจ้งว่ามีผู้ติดเชื้อเข้ามาในร้าน เรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหายกับหลายๆ คน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ สสจ.ลำปางโทรศัพท์มาขอโทษ โดยทางสสจ.จะแถลงข่าวชี้แจงให้ชัดเจนว่าลูกสาวไม่ได้ติดเชื้อโควิด

รองเจ้าอาวาสวัดดังแพร่ป่วยโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหากิติชัย รอง เจ้าอาวาสวัดเมธังกราวาส ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ ป่วยติดโควิด โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้ 7 เม.ย. เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ และมีคนขับรถไปรับที่สนามบินจังหวัดแพร่ กลับมาที่วัดเมธังกราวาส

8 เม.ย.นั่งฉันภัตตาหารร่วมกับพระในวัด 4 รูป 9 เม.ย.รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด เดินทางจากเที่ยวบินเดียวกันกับพระมหากิติชัย ทางสาธารณสุขจังหวัดแจ้งให้กักตัว 10 เม.ย.พระมหากิติชัยและพระภิกษุอีก 4 รูป และโยมใกล้ชิด 4 คน กักตัวอยู่ในห้องพัก 12 เม.ย.พระมหากิติชัยไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ร.พ.แพร่ และรอฟังผลที่วัดเมธัง กราวาส วันที่ 13 เม.ย. พระมหากิติชัยไปตรวจหาเชื้อโควิดที่ร.พ.แพร่-ราม ผลออกเป็นบวก ติดเชื้อ เข้ารักษาที่ร.พ.แพร่ 14 เม.ย. พระภิกษุและโยม 8 รูป/คนไปตรวจหาเชื้อที่ ร.พ.แพร่-ราม ผลเป็นลบ ไม่ติดเชื้อ แต่ทางโรงพยาบาลแพร่รามแนะนำให้กักตัวต่ออีก 14 วัน

ด้านพระครูวรเวทย์สังฆกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองแพร่ เจ้าอาวาสวัดเมธังกราวาส ต.ในเมือง อ.เมืองแพร่ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องว่ารองเจ้าอาวาสวัดเมธังกราวาสกราวาสติดโควิด ให้เทศบาลเมืองแพร่มาดำเนินการฉีดพ่นยาล้างวัดทันทีและกักตัวพระลูกวัดทั้งหมด พร้อมทั้งประกาศปิดวัดงดบิณฑบาต โดยชาวบ้านมาตานขันข้าวที่โต๊ะหน้าประตูวัด

อุตรดิตถ์ป่วยอีก 22

วันเดียวกัน ที่สนง.สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์, พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผอ.โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก และนพ.อายุส ภมะราภา ผอ.ร.พ.อุตรดิตถ์ แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 22 ราย ส่งผลยอดสะสมผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 9-14 เม.ย. รวม 32 ราย การระบาดระลอกใหม่เชื่อมโยงสถานบันเทิงจ.เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ

น.พ.เกษมกล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงที่สุดและกังวลจะกลายเป็นแหล่งระบาดของโรคกลุ่มก้อนใหญ่ หลังสอบสวนโรคพบไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อรายที่ 12 เป็นนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยชื่อดังในจ.เชียงใหม่ เดินทางกลับภูมิลำเนา ต.บ้านหม้อ อ.พิชัย วันที่ 9 เม.ย. ด้วยรถไฟด่วนพิเศษเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ขบวนที่ 14 คันที่ 12 รอบเวลา 17.00 น. ผู้โดยสาร 31 คน ให้ตรวจคัดกรอกความเสี่ยงโดยด่วน นอกจากนี้วันที่ 10 เม.ย. ไปร่วมงานบวชนาคสามัคคีพร้อมเพื่อนสนิท ที่วัดป่ากะพี้ ต.ท่ามะเฟือง อ.พิชัย และร่วมแห่นาคสามัคคีกับประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย โดยกลุ่มเสี่ยงสูงคือเพื่อนสนิท 8 รายรอผลและกักตัว 14 วัน ส่วนประชาชนที่ร่วมงานแห่นาคมีจำนวนมากมาจากหลายพื้นที่ ขณะนี้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เข้ารับการประเมินความเสี่ยงได้ที่ร.พ.สต.ท่ามะเฟือง อ.พิชัย หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน

“ผู้ป่วยโควิด-19 สะสมระลอกใหม่เชื่อมโยงสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่และกรุงเทพฯ 32 ราย และยังอยู่ในการรักษาของแพทย์กระจายตามโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดอุตรดิตถ์ 5 ราย, ร.พ.อำเภอพิชัย 5 ราย, ลับแล 3 ราย, ท่าปลา 2 ราย และรพ.ค่ายพิชัยดาบหัก 17 ราย”

‘มทบ.35’ป่วน-19ทหารติดเชื้อ

ด้านพ.อ.สมัยกล่าวว่า ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 11, 13, 14-30 เป็นนายทหารจากมณฑลทหารบกที่ 35 (มทบ.35) ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ รวม 19 ราย สืบเนื่องจากนายทหาร 23 นายได้รับมอบภารกิจปฏิบัติราชการในการตรวจคัดเลือกทหารใหม่ ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-10 เม.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเวลา 00.00-02.00 น.วันที่ 6 เม.ย. ผู้ติดเชื้อรายที่ 11 และ 13 รับประทานอาหารที่ร้านอาหารตะวันแดง จ.เชียงใหม่ ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ต้องร่วมเดินทางโดยรถปรับอากาศร่วมกันทั้งหมด ส่งผลให้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนดังกล่าว

“ล่าสุดโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหักจัดอาคารด้านหลังสุดของโรงพยาบาลแยกส่วนออกจากชัดเจน พร้อมกั้นเป็นเขต “ห้ามเข้า” เพื่อจัดเป็นอาคารผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในการรักษานายทหาร 17 รายที่ติดเชื้อ ส่วนทหารหญิง 2 รายเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ.อุตรดิตถ์ ล่าสุดผู้ติดเชื้อรายที่ 11 และ 13 ยังคงมีอาการน่าเป็นห่วง มีไข้สูง”

ประจวบฯติดเชื้ออีก 93

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มี ผู้ป่วยรายใหม่ยืนยันติดเชื้อโควิดอีก 93 ราย ยอดสะสมผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1- 14 เม.ย. รวม 427 ราย เป็น ผู้หญิง 252 ราย ชาย 175 ราย เป็นการระบาดจากการร่วมดื่มกินและชมคอนเสิร์ตโจอี้บอย ที่มายาผับ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา และสถานบันเทิงในจังหวัดอีก 7 แห่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 70% ไม่มีอาการ และมีอาการป่วยเล็กน้อย 3 ราย เข้ารับการรักษาตัวกระจายในร.พ.หัวหิน 312 ราย ร.พ.ค่ายธนะรัชต์ 12 ราย ร.พ.ปราณบุรี 52 ราย ร.พ.สามร้อยยอด 10 ราย ร.พ.กุยบุรี 9 ราย ร.พ.ประจวบคีรีขันธ์ 36 ราย ร.พ.ทับสะแก 2 ราย และ ร.พ.บางสะพาน 4 ราย

ทั้งนี้พบผู้ติดเชื้ออายุสูงสุด 82 ปี และผู้ติดเชื้ออายุต่ำสุดเป็นทารกอายุ 8 เดือน บุตรของผู้ติดเชื้อรายหนึ่ง

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ป่วยมีพฤติกรรมเสี่ยงจากสถานบันเทิง 255 ราย ผู้ติดเชื้อที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยจากสถานบันเทิงอีก 144 ราย สำหรับสถานบันเทิงในอำเภอหัวหิน ที่มีผลกระทบทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 มากที่สุด คือมายาผับ ทองสุก ระรื่นชื่นบาร์ และไลน์อัพ

เล็งแบ่งโซนจว.เร่งฉีดวัคซีน

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการเดินทางของประชาชนตลอดช่วงวันหยุดที่ผ่านมาด้วยความห่วงใย พร้อมสั่งทุกหน่วยงานให้ดำเนินทุกมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม และเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ได้เพิ่มเติมมาอีกจำนวน 1 ล้านโดสในเดือนนี้

สำหรับแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 จำนวน 1 ล้านโดสในเดือนเม.ย.นี้ มีเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาดในพื้นที่สีแดง และกระจายให้กลุ่มเป้าหมายใน 77 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดขนาดใหญ่พิเศษ ได้แก่ เชียงใหม่, ชลบุรี, ขอนแก่น, อุดรธานี, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช จังหวัดขนาดใหญ่ประกอบด้วย เชียงราย, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, สุรินทร์, ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, สุราษฎร์ธานี และสงขลา และ 56 จังหวัดขนาดเล็ก อาทิ แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, นครนายก, ลพบุรี, เลย, บึงกาฬ เป็นต้น

แบ่งเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า 599,800 โดส ควบคุมโรคระบาดพื้นที่สีแดง 100,000 โดส ประชาชนที่มีโรคประจำตัว 147,200 โดส ตำรวจ ทหาร ด่านหน้า 54,320 โดส รวมทั้งสำรองไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน 98,680 โดส จนถึงเมื่อวันที่ 13 เม.ย. มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 579,305 โดส เป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก 505,744 ราย และผู้ได้รับวัคซีนเข็มสอง 73,561 ราย

จุฬาฯแจงน.ศ.ประท้วงกฎกักตัว

นายชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายพัฒนานิสิต เปิดเผยว่า กรณีนิสิตหอพักจุฬาฯ ประท้วงมาตรการกักตัวของมหาวิทยาลัย ที่ห้ามการเข้าออก 14 วัน เนื่องจากพบนิสิตติดเชื้อโควิด จำนวนหนึ่งนั้น ทางจุฬาฯกำลังทำความเข้าใจกับนิสิตคนดังกล่าว รวมทั้งนิสิตหอพักคนอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวเนื่องจากพบนิสิตหอพักติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 10 ราย ทางมหาวิทยาลัยเป็นห่วงสุขภาพของนิสิตซึ่งนิสิตที่พักในหอพักค่อนข้างมีความเสี่ยง เนื่องจากการใช้ชีวิตของเด็กหอ แต่ละห้องมีการพักรวมกัน 2-4 คน ใช้ห้องน้ำรวม ทางคณะแพทย์ที่ดูแลสุขภาพของนิสิต มีความเป็นห่วงเรื่องการแพร่ระบาด จึงขอความร่วมมือให้นิสิตกักตัวในหอพัก 14 วัน ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกันกับการกักตัวของผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อ ที่งดการเคลื่อนย้ายไปมา หากนิสิตจะกลับบ้านหรือต่างจังหวัดก็สามารถทำได้ หอพักไม่ใช่คุกอย่างที่กล่าวหา แต่ขณะเดียวกันการกลับบ้านถือเป็นความเสี่ยงที่อาจจะนำเชื้อกลับบ้านได้ ถ้านิสิตต้องการออกไปจริงๆ ทางจุฬาฯจะตรวจเชื้อ โควิดให้ก่อนกลับ เพื่อความปลอดภัย จึงอยากให้นิสิตอดทนพักอยู่ในหอพักไปก่อน

“ขณะนี้มีนิสิตในหอพักจุฬาฯกว่า 1,000 กว่าคนใน 5 ตึก จากจำนวนที่พักได้ 3,500 คน ซึ่งบางส่วนก็กลับบ้าน เพราะตอนนี้จุฬาฯเรียนออนไลน์ สำหรับนิสิตที่พักในหอพักต่อ เราก็รับฟังความเห็นทุกเรื่อง ถ้าติดขัดเรื่องใด เช่น ไวไฟ ไม่แรง เราก็จะจัดหาซิมใหม่ให้เพื่อให้การเรียนออนไลน์ราบรื่น และตอนนี้ทุกที่มีความเสี่ยง อยากขอให้นิสิตอดทน และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเราจะได้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายชัยพรกล่าว

สั่งห้างทั่วปท.ร่นปิด 3 ทุ่ม

วันเดียวกัน นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แจ้งว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ประกาศยกระดับมาตรการการเฝ้าระวังการระบาดของ โควิดครั้งนี้ โดยสมาชิกสมาคมทั้งสองแห่งและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศจะเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการคัดกรองผู้บริโภคเข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ในระดับสูงสุด และประกาศเลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศเป็นเวลา 21.00 น. ทุกวัน

นอกจากนี้ยังงดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก รวมถึงการให้พนักงานเวิร์ก ฟรอม โฮม เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ทุกหน่วยงานสามารถควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 15 เม.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ตรวจเชื้อ – สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา เข้าตรวจคัดกรองให้นักท่องเที่ยว และพนักงานสถานบันเทิงกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด รวม 836 ราย เบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อ 38 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจอีก 419 ราย ที่ลานจัตุรัสพลาซ่า หอนาฬิกาหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 เม.ย.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน