‘ธนาธร’หุ้นสื่อ
รอดคดีอาญา
อัยการสั่งไม่ฟ้องอาญา ‘ธนาธร’ หลังศาลรธน. วินิจฉัยพ้นส.ส.ปมถือหุ้นสื่อ รอฟัง ผบ.ตร. จะเห็นเเย้งหรือไม่ ปชป.ไม่ปลื้ม คำสั่งนายกฯ แบ่งงานครม.คุมพื้นที่จังหวัด ส่ง ‘ธรรมนัส’ ดูแลจังหวัดภาคใต้ แทนรัฐมนตรีจากปชป. ‘จุรินทร์’ เชื่อทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ไม่ต่างกัน นักร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นป.ป.ช.สอบ ‘วีรศักดิ์-เมีย’ หนี้หายหมื่นล้าน แถมรวยพุ่ง 361 ล้านใน 2 ปี กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่เทศบาล 5 แห่งใน 4 จังหวัด มหาสารคาม-เชียงราย-ราชบุรี-อุทัยธานี
‘บิ๊กตู่’ห่วงสถานการณ์ในเมียนมา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือทางโทรศัพท์กับ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชื่นชมบทบาทอินโดนีเซียในเวทีอาเซียน ที่ผลักดันให้มีการประชุมผู้นำอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้ ซึ่งตนห่วงกังวลสถานการณ์ในเมียนมา ตระหนักดีว่าเป็นประเด็นที่มีความท้าทายอย่างยิ่งต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
ในฐานะนายกฯ ไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมได้ โดยมอบให้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นผู้แทนพิเศษ เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ด้วยความห่วงใยในสถานการณ์ ได้ฝากความเห็นเพื่อให้นายดอนนำเสนอในที่ประชุม ขออวยพรให้การประชุมประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้สถานการณ์ในเมียนมาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งไทยพร้อมผลักดันการดำเนินการตามมติของที่ประชุม
ขณะที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวยินดีที่ได้หารือกับนายกฯ พร้อมขอบคุณ และชื่นชมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศเสมอมา โดยเฉพาะแนวทางด้านต่างประเทศ และความคิดเห็นของไทยส่งผลสำคัญในการผลักดันภูมิภาคนี้ เข้าใจดีถึงการตัดสินใจของนายกฯ และหวังอย่างยิ่งว่าอาเซียนจะมีส่วนช่วยให้สถานการณ์ในเมียนมาคลี่คลาย
‘จุรินทร์’ปัดตอบคำสั่งปรับโฉมรมต.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบงาน ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด เพื่อให้การพัฒนา และแก้ไขปัญหาระดับจังหวัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบให้ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ดูแลจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคใต้ ทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ดูแลว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงการแก้ไขปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละคน จะมีส่วนรับผิดชอบพื้นที่ที่มีส.ส.อยู่
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีหลายคนไม่ได้เข้าไปดูแลพื้นที่นั้น เช่น นายนิพนธ์ ที่เป็นอดีต ส.ส.สงขลา ดูแลพื้นที่สงขลา และนครศรีธรรมราช แต่มีการปรับเปลี่ยนให้ไปดูแลตรัง และสตูล หรือนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และส.ส.สุราษฎร์ธานี ก็ไม่ได้ดูแลพื้นที่ตนเอง แต่ดูแลพื้นที่ร้อยเอ็ด และหนองบัวลำภู นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พิษณุโลก ก็ไม่ได้ดูแลพิษณุโลก แต่ไปดูแลอำนาจเจริญ ยโสธร และพัทลุงแทน
เมื่อถามว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอตอบและไม่ขอวิเคราะห์ด้วย เชื่อว่าทุกคนเข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนดังกล่าวได้ไม่ต่างกัน ส่วนจะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ได้ดูแลในจังหวัดที่ตนเองเป็นส.ส.หรือไม่นั้น ไม่ขอตอบตรงนี้
ศาลปกครองออกประกาศ
นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง เพื่อความปลอดภัยของคู่กรณี พยาน หรือบุคคลภายนอก ที่ศาลมีคำสั่งเรียกมาให้ถ้อยคำต่อศาล จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 27 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 สำนักงานศาลปกครอง จึงออกประกาศดังต่อไปนี้ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็นวรรคสอง ของข้อ 1 ของประกาศสำนักงานศาลปกครอง เรื่อง สถานที่ใช้เชื่อมโยงสัญญาณกับศาลและวิธีการที่จะใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบการประชุมทางจอภาพ ลงวันที่ 25 ต.ค.2562
“ให้สถานที่พักอาศัย สถานที่ทำงานของคู่กรณี พยาน หรือบุคคลภายนอกที่ศาลมีคำสั่งเรียกมาให้ถ้อยคำต่อศาล หรือสถานที่อื่นตามที่ศาลเห็นสมควร เป็นสถานที่ที่ใช้เชื่อมโยงสัญญาณกับอาคารที่ทำการศาลปกครองที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น” ประกาศ ณ วันที่ 22 เม.ย.2564
‘ชวน’ไม่ห้ามกมธ.หารือช่วงโควิด
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณียังมีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) บางชุดนัดประชุมกันว่า กมธ.ยังประชุมกันได้ตามปกติ แต่ต้องเข้มงวดในการไม่นำคนนอกเข้ามา และระมัดระวัง ทำตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของเจ้าหน้าที่สภา ยังไม่ปรากฏว่าพบ ผู้ติดเชื้อ ส่วนของเจ้าหน้าที่วุฒิสภาที่ติดเชื้อนั้น เข้าใจว่าติดเชื้อจากภายนอก ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อในส่วนของวุฒิสภาเคยมาทำหน้าที่ในฝั่งของสภาด้วย นายชวนกล่าวว่า เข้าใจว่ามีการตรวจอย่างละเอียดว่ามีการไปสัมผัสกับใครบ้างหรือไม่ ตนได้กำชับเรื่องนี้อยู่แล้ว ขอให้ทุกคนระมัดระวัง
เมื่อถามว่าส.ส.บางคนบอกว่าได้ฉีดวัคซีนล่าช้ากว่าส.ว. เป็นความเหลื่อมล้ำหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตนได้สอบถามนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในเรื่องนี้ไปแล้ว ทราบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของส.ว.บางคนที่มีความคุ้นเคยกับแพทย์ก็ได้มีการนำเพื่อนในกมธ.ไปตรวจ ไม่ใช่เรื่องของสภา แต่เป็นเรื่องส่วนตัว
32พรรคแจ้งเลื่อนประชุมใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า หลังนายทะเบียนพรรคการเมือง มีหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมือง ให้แจ้งเหตุกลับมาที่ กกต.ว่าไม่สามารถจัดการประชุมใหญ่ได้ในช่วงเดือนเม.ย. ตามที่กฎหมายกำหนด จากจำนวนพรรคการเมือง 68 พรรค ปรากฏว่า มีพรรคแจ้งขอเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว 32 พรรค ประกอบด้วย ประชาธิปัตย์ เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย เพื่อไทย ชาติพัฒนา ชาติไทยพัฒนา อนาคตไทย ภูมิใจไทย สังคมประชาธิปไตยไทย พลังชล พลังสหกรณ์ พลังท้องถิ่นไท รักษ์ผืนป่าประเทศไทย ไทรักธรรม เสรีรวมไทย ก้าวไกล พลังธรรมใหม่ ไทยศรีวิไลย์ แผ่นดินธรรม ประชาธรรมไทย พลังประชารัฐ เศรษฐกิจใหม่ พลังสังคม พลังศรัทธา ประชาไทย กรีน ราชสีห์ไทยดี เพื่อไทยพัฒนา พัฒนาชาติเจริญ คนงานไทย สร้างชาติ ก้าวใหม่ และไทยรวมไทย
พรรคที่แจ้งว่าได้จัดการประชุมใหญ่แล้ว มี 13 พรรค ประกอบด้วย เพื่อแผ่นดิน ประชาธิปไตยใหม่ ถิ่นกาขาวชาววิลัย เพื่อชาติ เพื่อชีวิตใหม่ ทางเลือกใหม่ ไทยรักราษฎร์ สยามพัฒนา พลังปวงชนไทย พลังชาติไทย เพื่ออนาคตไทย ไทยชอบธรรม และพรรคกล้า โดยทั้ง 13 พรรค ได้จัดประชุมในช่วงเดือนมี.ค.และต้นเดือนเม.ย.ก่อนสถานการณ์โควิดจะแพร่ระบาด แต่มีอีก 23 พรรค ที่ยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมือง
กกต.สั่งเลือกตั้งเทศบาลใหม่ 5 แห่ง
วันเดียวกัน กกต. ได้เผยแพร่เอกสารข่าวประกาศให้มีการเลือกตั้งเทศบาลใหม่ 5 แห่งว่า ตามที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.)และนายกเทศมนตรี เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการเลือกตั้ง 2,472 แห่ง แยกเป็น เทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง เทศบาลตำบล 2,247 แห่ง ปรากฏข้อเท็จจริงจากการนับคะแนนว่า มีผู้สมัคร ส.ท.และนายกเทศมนตรีบางคน ไม่ได้รับเลือกตั้ง เพราะเหตุที่ไม่ได้คะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 110 และมาตรา 111 ซึ่งผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด จะต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ รับสมัครใหม่ โดยผู้สมัครรายเดิมทุกรายที่ไม่ได้คะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือก ไม่มีสิทธิ์สมัครในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่
ประกอบด้วย การเลือกตั้งส.ท.เมืองมหาสารคาม เขต 1 อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม 4 คน การเลือกตั้งส.ท.ตำบลขามเรียง เขต 1 อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 5 คน และการเลือกตั้งส.ท.ตำบลท่าสุด เขต 1 อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 6 คน การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 1 คน และการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลหนองขาหย่าง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี 1 คน
สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และนายกเทศมนตรีตำบลหนองขาหย่าง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี การเลือกตั้งส.ท.มหาสารคาม เขต 1 ส.ท.ตำบลขามเรียง เขต 1 มหาสารคาม กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 16 พ.ค. วันรับสมัคร 19-23 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ส่วนการเลือกตั้ง ส.ท.ตำบลท่าสุด เขต 1 เชียงราย กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 9 พ.ค. วันรับสมัคร 14-18 เม.ย. โดยสมัครได้ที่สำนักงานเทศบาลนั้นๆ
รับรองผลเพิ่มอีก 35 จังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต. มีการประชุมและมีมติรับรองผลเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและส.ท.บางคนบางแห่งเพิ่มอีกใน 35 จังหวัด ที่เห็นว่าการเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ประกอบด้วย สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ลพบุรี สระแก้ว นราธิวาส เพชรบุรี พังงา ปัตตานี ลำพูน มหาสารคาม สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง กระบี่ สมุทรปราการ พัทลุง ราชบุรี นครปฐม อุทัยธานี ยะลา พิจิตร นครราชสีมา พะเยา ชัยนาท ชัยภูมิ นครสวรรค์ ชลบุรี บุรีรัมย์ เลย กำแพงเพชร สกลนคร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
เมื่อรวมกับก่อนหน้านี้ที่กกต.ประกาศรับรองไปแล้ว 17 จังหวัด คือ สตูล หนองคาย นครนายก แม่ฮ่องสอน สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี อ่างทอง ภูเก็ต เพชรบูรณ์ บึงกาฬ ยโสธร หนองบัวลำภู น่าน ระยอง มุกดาหาร และอำนาจเจริญ ทำให้กกต. รับรองผลแล้ว 52 จังหวัด เหลืออีก 24 จังหวัด คาดว่าจะมีการพิจารณาในการประชุมกกต.สัปดาห์หน้า ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้กกต. ต้องประกาศรับรองผลให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 27 พ.ค.นี้
จนถึงขณะนี้กกต. ได้รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีและส.ท. รวม 972 เรื่องและรับเป็นสำนวนแล้ว 362 เรื่อง ที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบมูลฟ้อง
‘ถาวร’ร้องค้านศาลรับชี้หลุดส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายตัวแทนไปยื่นคำร้องคัดค้าน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ศาลฯรับคำร้องของกกต. ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดปมขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ หรือไม่ โดยคำร้องคัดค้านของนายถาวร ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 4 มีเนื้อหาความยาวรวม 16 หน้า จำนวน 6 ข้อ ประเด็นหลักในข้อต่อสู้ดังกล่าวเรื่องการถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษ 2 วัน ซึ่งถือเป็นการขังชั่วคราว ระหว่างการพิจารณาให้ประกัน รวมถึงเป็นการสั่งขังในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่อาจเข้าข่ายมิชอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคสี่ บัญญัติว่าศาลจะพิจารณาคดีก็ได้ แต่การจะพิจารณาคดี ต้องไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.และในวันที่ถูกสั่งขังมีการประชุมรัฐสภาวันที่ 24-25 ก.พ.2564
การที่ผู้ถูกร้องที่ 4 ต้องคำพิพากษาของศาลอาญาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่ระหว่างรอคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวโดยหมายของศาลอาญา ซึ่งเป็นกระบวนการต่อเนื่องกัน เป็นเหตุให้ผู้ถูกร้องที่ 4 ซึ่งมีสถานะส.ส.ถูกขัดขวางไม่สามารถเข้าร่วมประชุมรัฐสภาได้ จึงเป็นเหตุให้กระทบต่อการทำหน้าที่ส.ส. ซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับพ.ศ.2560 มาตรา 125 จึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 4 ต้องถูกคุมขังอยู่ระหว่างรอคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวตามที่กฎหมายบัญญัติ สมาชิกภาพของส.ส.จึงยังไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(6) ตามที่ผู้ร้องขอให้ศาลฯวินิจฉัย
อัยการไม่ฟ้อง‘ธนาธร’คดีเลือกตั้ง
เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีอาญา 4 นัดฟังคำสั่งในคดีที่ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นำตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องคดี ในความผิดฐานข้อหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรค เสนอรายชื่อของตนเพื่อสมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 151 สืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายธนาธรถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง และกกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญา
ในวันนี้ มีทนายความผู้รับมอบเดินทางมาศาล โดยทางสำนักงานคดีอาญา 4 ได้เลื่อนฟังคำสั่งคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 25 พ.ค.เวลา 10.00 น. เนื่องจากกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น
นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าคดีนี้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร ตามที่พนักงานสอบสวนทำความเห็นมา ตามขั้นตอนจะต้องส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือเเย้งหรือไม่ ถ้าเห็นเเย้งมา ก็ต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมาย รายละเอียดเหตุผลจึงยังไม่สามารถบอกได้ เเต่ถ้าคดีมีความเห็นยุติเมื่อไร ทางทีมโฆษกพร้อมเปิดเเถลงรายละเอียด แต่ยืนยันว่าความเห็นทางคดีดังกล่าวไม่ได้มีความขัดเเย้งกับคำวินิจฉัยทางศาลรัฐธรรมนูญ
‘พี่ศรี’ยื่นสอบหนี้‘วีรศักดิ์-เมีย’
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา หลังพบความผิดปกติในส่วนหนี้สิน โดยนายวีรศักดิ์ เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2562 ว่ามีหนี้สินร่วมกับคู่สมรส 11,138,404,713 บาท แต่ในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ตอนเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมาของนางยลดา เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2564 หนี้สิน 1.1 หมื่นล้านบาทกลับหายไป
นอกจากนี้ ยังพบว่าทรัพย์สินของนาย วีรศักดิ์และนางยลดา เพิ่มขึ้นรวมกัน 361 ล้านบาท ในช่วง 2 ปี ซึ่งยังไม่พบว่ามีที่มาจากอะไร ซึ่งเงินเดือนจากการเป็นรัฐมนตรีของนายวีรศักดิ์ มีแค่ 2 แสนบาทต่อเดือน รวม 2 ปี ไม่น่าจะมีมากมายขนาดไหน หากชี้แจงไม่ได้ อาจเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ ป.ป.ช.ย้อนไปดูปีภาษี 2562-2563 ว่าเงินที่เพิ่มขึ้น 361 ล้านบาท นำไปแสดงเป็นรายได้ในการเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งจะพิสูจน์ได้ว่าเงินดังกล่าวได้มาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนกรณีนายวีรศักดิ์ชี้แจงว่าหนี้สินที่หายไป 1.1 หมื่นล้านบาทเป็นหนี้จากการค้ำประกันนั้น ถ้ามีหลักฐานครบถ้วน ขอให้แสดงต่อป.ป.ช. ตนไม่ติดใจ
อธิบดีผู้พิพากษาร้องกมธ.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ยื่นหนังสือถึง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลัง ประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กรณีถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดี
นายปรเมษฐ์กล่าวว่า ตนเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 หมายเลขดำที่ อท.84/2563 ระหว่างนายประหยัด พวงจำปา โจทก์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ จำเลยที่ 1 น.ส.สุภา ปิยะจิตติ จำเลยที่ 2 และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ จำเลยที่ 3 โดยในวันที่ 23 มี.ค. น.ส.สุภายื่นคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อมีคำวินิจฉัยให้โอนคดีดังกล่าว และคดีหมายเลขดำที่ อท.64/2563 ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยตนซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ตนถูกกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงในการพิจารณาคดี โดยวันที่ 25 มี.ค. สำนักงานศาลยุติธรรม มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และยังถูกสำนักงานศาลยุติธรรมมีคำสั่งย้ายด่วนให้ไปช่วยราชการในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งตนได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมส่งประธานศาลฎีกาและคณะกรรมการศาลยุติธรรม แต่ไม่ได้รับฟังคำร้องของตน และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงยังไม่ได้ให้โอกาสตนเข้าชี้แจง
ด้านนายสิระกล่าวว่า หากเป็นเรื่องจริงที่คณะกรรมการไม่เชิญผู้ถูกร้องมาชี้แจง และดุลพินิจในการออกคำสั่งเป็นการให้ความยุติธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กมธ.จะนำเรื่องเข้าพิจารณาศึกษาว่าทำเช่นนี้ได้หรือและขอมติว่าจะเชิญใครมาบ้าง ตนจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และนำเรื่องนี้มาศึกษาปฏิรูปและปรับแก้พ.ร.บ.ตุลาการ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและตุลาการทั้งประเทศ