ก้าวไกลฟันธงปลายปี
เพื่อไทยยันจองซักฟอก

เพื่อไทยจองกฐินเปิดสภา ถล่มแก้โควิดล้มเหลว เพื่อชาติระบุ‘บิ๊กตู่’ลาออกคือทางรอดประเทศ ก้าวไกลเชื่อเตรียมยุบสภาหนีปัญหาปลายปีนี้-ต้นปีหน้าปชป.ซัดฝ่ายค้านเอาแต่ด่ารัฐบาล แนะอย่ายึดความสะใจ เวลานี้ต้องสามัคคีกัน ‘นิพิฏฐ์’ ย้อนทำไมจะด่าไม่ได้ ชี้ต้องอดกลั้นรับฟัง แต่ถ้าสิ่งที่ด่าไม่จริงก็ให้ออกมาชี้แจง

‘ชวน’ส่งกำลังใจบุคลากรแพทย์

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ว่า ขอเป็นกำลังใจอย่างจริงใจให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายและบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับการแก้ปัญหา และขอแสดงความเห็นใจกับครอบครัวของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิตด้วย

จากสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ประชาชนทุกคนมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคให้กับตัวเองและส่วนรวม ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของสาธารณสุข โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยในทุกโอกาสที่สามารถทำได้และแยกตัวรักษาระยะห่างจากผู้อื่น เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยวิธีที่ทุกคนทำได้ในช่วงที่ยังไม่มีวัคซีนมากพอ

‘บิ๊กป้อม’กำชับส.ส.ลงพื้นที่ต้องเข้ม

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่มีนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ติดเชื้อโควิด-19 ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กำชับส.ส.ทุกคนในพรรค หากจะลงพื้นที่ให้ระมัดระวังปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยใส่หน้ากากตลอดเวลา บางคนเผลอถอดแมสก์คุยกันไม่ได้ เพราะ ส.ส.ต้องไปพบปะประชาชน ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง

“สำหรับส.ส.สุโขทัย ที่ติดเชื้อโควิด-19 ยอมรับว่าโชคไม่ดีที่ไปเจอผู้ติดเชื้อพอดีและต้องส่งกำลังใจให้หายป่วยโดยเร็ว และขอย้ำว่าทุกคนอย่าไว้ใจ อย่าประมาทเพราะทุกโอกาสถือว่ามีความเสี่ยง” นายชัยวุฒิ กล่าว

ปชป.ซัดฝ่ายค้านเอาแต่ด่ารัฐบาล

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชา ธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงกับจำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีเพิ่มขึ้น แต่มั่นใจว่าสถาน การณ์จะดีขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะทุกภาคส่วนที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกันคลี่คลาย โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่สำคัญที่สุด ด้วยความสามารถและศักยภาพ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าจะก้าวข้ามสถาน การณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องสามัคคี จับมือกัน ติติงอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน หลักการสามารถพูดได้ ติติง แนะนำได้ รัฐบาลพร้อมรับฟัง สิ่งใดที่ดีก็ไปปรับประยุกต์ได้ แต่ประชาชนมองออกบางพรรคถือว่ามีเครือข่ายในสังคมโซเชี่ยลมีเดียก็พยายามใช้ช่องทางนี้ในการโจมตีรัฐบาล โจมตีบุคลากรทางการแพทย์ ทำอะไรก็ไม่ดีไปทั้งหมด

บอกเวลานี้ต้องสามัคคีกัน

ขอให้ประชาชนจับตามองพฤติกรรมนักการเมืองบางพรรคที่ไม่สร้างสรรค์ เห็นได้ชัดว่ารู้ทั้งรู้ว่าสถานการณ์นี้ต้องสามัคคีกัน แต่ด้วยหลักคิดที่ไม่สนใจประโยชน์ของประชาชนและประเทศ จึงทำการเมืองตามอำเภอใจ ยึดความสะใจเข้าว่า ด่าพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ด่ารัฐบาลทุกวัน เรียกร้องให้นายกฯลาออกทุกวัน ซึ่งไม่ใช่ทางออกของปัญหา ทุกคนต้องให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์

“ฝ่ายค้านควรดูนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวอย่างที่ต้องชื่นชมในการแสดงท่าทีทางการเมืองในขณะที่บ้านเมืองประสบปัญหาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกคนต้องคิดถึงประชาชนและประเทศก่อน ฝ่ายค้านต้องให้ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ หากอะไรที่ไม่ถูกต้องก็เก็บข้อมูลไว้เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามกลไก บางพรรคแค่หยุดพูดก็สร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากแล้ว” นายราเมศ กล่าว

‘นิพิฏฐ์’ย้อนทำไมจะด่าไม่ได้

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อเขียน เรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทำได้หรือไม่ อย่างไร? ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีคนเขียนมาทำนองบ่นว่า ทำไมเวลามีปัญหาอะไรคนชอบด่ารัฐบาล ผมก็ตอบว่า เอ…จะให้เขาด่าใครล่ะ? จะให้เขาด่าแม่ค้าขนมครกหน้าปากซอยหรือ.. หรือจะให้เขาด่าคนเก็บขยะ หรือจะให้เขาด่าแม่ชีในวัด.. หรือจะให้เขาด่าใครดี

ผมเลยสรุปว่า เขาด่ารัฐบาลน่ะถูกแล้ว คิดอะไรไม่ออกก็ด่ารัฐบาลนั่นแหละ มันเป็นไปตามทฤษฎีการเมือง เพราะรัฐบาล “อาสา” เข้ามาบริหารประเทศ ผิดถูกอย่างไรคนก็ ด่าได้ ขณะเดียวกันคนก็ชื่นชมรัฐบาลได้เช่นเดียวกัน

ปัญหามีอยู่ว่า ที่เขาด่านั้น ผิดหรือถูก ถ้าสิ่งที่เขาด่าสมควรด่า รัฐบาลก็ต้องรับฟังและนำไปปฏิบัติ ประการสำคัญรัฐบาลต้องอดทนอดกลั้น แต่ถ้าสิ่งที่เขาด่าเป็นสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเอง เขาเข้าใจผิดเอง รัฐบาลก็จะออกมาชี้แจงเอง หรือชี้แจงแล้ว เขาไม่ฟัง รัฐบาลจะส่งโฆษกรัฐบาลออกมาด่ากลับเอง ก็ว่า กันไป

คนกลางๆ มีวุฒิภาวะหน่อย ก็ใช้สติปัญญาฟังเอาเอง อย่าด่าจนไร้เหตุผลเพราะมันแสดงถึงภูมิปัญญาของคนด่าเหมือนกัน และอย่าชมจนเกินความเป็นจริง เพราะเป็นการแสดงถึงความงมงายของคนที่ชมเหมือนกัน

เพื่อไทยอัดแก้โควิดเหลว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำแถลงของนายกฯในรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ทำให้คนไทยเสียเวลา เห็นได้ชัดว่านายกฯ ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลย ไม่ได้สื่อสารถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบในสถานการณ์วิกฤตนี้ เช่น การพร้อมรองรับ ผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีและเพียงพอ เรื่องวัคซีนว่าคนไทยจะได้ฉีดกันวันไหน การเยียวยาสำหรับผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบจะช่วยเหลือเขาอย่างไร

การที่นายกฯ อ้างว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิดทั่วโลกเพิ่มขึ้น จนทำให้การเข้าถึงทรัพยากรมีการแข่งขันกันนั้น เป็นเพียงการแก้ตัวของท่าน วิกฤตในวันนี้เกิดจากการคาดการณ์สถานการณ์ของท่านผิดพลาด ส่งผลให้การบริหารจัดการสถานการณ์ โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนล่าช้า ทั้งๆ ที่ประเทศต่างๆ ได้กระจายให้ประชาชนจนเขามีภูมิคุ้ม กันหมู่หลายประเทศแล้ว

“ถ้าภาคเอกชนกับคุณโทนี่ไม่ออกมาพูด นายกฯ ก็คงยังคิดไม่ออกและไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ท่านบอกว่าวันนี้มีเตียงรองรับผู้ป่วย 28,000 เตียง แต่ทำไมผู้ป่วยจำนวนมากยังคงติดค้างที่บ้าน ที่คอนโดฯ เพราะเหตุใดการตรวจรักษา จึงยังล่าช้า หลายคนต้องออกมาเรียกร้องเพื่อให้ได้เข้าถึงการรักษาอย่างน่าสงสาร นายกฯ อย่าตีกินไปวันๆ ถ้าท่านยังเป็นนายกฯอยู่ ประชาชนคนไทยคงต้องทุกข์ทรมานไปอีกนานแค่ไหน ในอดีตเราเคยมีความหวัง มีความฝันกันว่าประเทศ ไทยจะก้าวไปสู่การเป็นเป็นเมดิคอล ฮับ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว วิกฤตครั้งนี้ภายใต้การบริหารของนายกฯและรัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถรับมือกับปัญหาในด้านใดได้เลย เปิดสภาแล้วพบกัน” นายประเสริฐระบุ

จองกฐินซักฟอกช่วงเปิดสภา

ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหา สารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวโน้มอาจขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเปิดสมัยประชุมเดือนพ.ค.นี้ ว่า เรื่องวิกฤตโควิด-19 ถือเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นทั้งนายกฯ และรมว.กลาโหมที่ดูแลเรื่องความมั่นคงทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็น ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ตลอดการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.ที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 เห็นได้ชัดว่าพล.อ. ประยุทธ์บริหารล้มเหลว ปล่อยให้การระบาดลุกลามใหญ่โต ยอดติดเชื้อของวันที่ 24 เม.ย. พุ่งไปเกือบถึง 3,000 ราย จากนี้ไปอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ประชาชนก็ขาดแคลนเรื่องการรักษาพยาบาล ทำให้มีคนตายเพิ่มขึ้น

เชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านอาจจะเสนอญัตติตามมาตรา 152 ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ หรืออาจจะถึงขั้นเปิดอภิปรายตามมาตรา 151 เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจก็ได้ สมัยประชุมหน้าถือเป็นสมัยประชุมใหม่ พรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะพล.อ. ประยุทธ์ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย มีแต่บอกว่าให้ประชาชนเชื่อมั่น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาหรือเตรียมการแก้ปัญหา

จนถึงขณะนี้ประชาชนก็ยังไม่ได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมฉีดไปไม่ถึง 1% แล้วจะรอฉีดวัคซีนไปจนถึงเดือนมิ.ย.ก็ไม่รู้จะรอไหว หรือไม่ ขนาดผู้ป่วยโทร. 1668 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปรักษา ก็ยังไม่มีการมารับตัวไปเลย จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากคลัสเตอร์ทองหล่อช่วงก่อนสงกรานต์ ที่ปล่อยให้ประชาชนเดินทางแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ จนทำให้ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นความล้มเหลวของการทำหน้าที่ ผอ.ศบค.ของนายกฯ

พช.ชี้‘บิ๊กตู่’ออกคือทางรอด

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน และยังมีผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ และยังรอที่จะหาเตียงในโรงพยาบาล ถ้ารัฐบาลไม่รีบแก้ไข จะมีคนผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตที่บ้านเหมือนในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ดังเช่นที่อินเดีย อิตาลี หรือบราซิล ที่พบว่า ตอนระบาดช่วงแรกๆ มีคนเสียชีวิตเป็น จำนวนมาก

สถานการณ์ปัจจุบันคือการจะให้ทุกเคสแอดมิตในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทล เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีอุปกรณ์ในการทำงาน ทั้งๆ ที่รัฐต้องทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อช่วยชีวิตประชาชน ดีที่สุดคือการหยุดจัดซื้ออาวุธ นำงบประมาณมาซื้อวัคซีน พัฒนาระบบสาธารณสุข เพื่อให้บริการประชาชนจะดีกว่าการซื้ออาวุธมาก

การบริหารจัดการวัคซีนที่ล้มเหลว การจัดการหาเตียงให้ผู้ป่วยที่ล่าช้ายิ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ที่บริหารราชการผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง และไร้ประสิทธิภาพที่สุด การรวบอำนาจ ผูกขาดอำนาจไว้กับตัวเอง จึงเป็นแนวคิดที่ผิด อืดอาดล่าช้า สะท้อนการไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การสื่อสารกับประชาชนที่สับสน ยิ่งพูดยิ่งไม่รู้เรื่อง ยิ่งเห็นชัดว่าพล.อ. ประยุทธ์คือต้นตอของปัญหาชาติอย่างแท้จริง ดังนั้นการลาออกของพล.อ.ประยุทธ์คือทางรอดของประเทศ ไทย

ก.ก.เชื่อรัฐบาลเตรียมยุบสภา

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด และแบ่งพื้นที่ให้รัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อนงบประมาณโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงมหาดไทย (มท.) ถือเป็นสัญญาณของการเตรียมตัวยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในอนาคตอันใกล้หรือไม่ ว่า ตนเชื่อว่าอาจจะเป็นอย่างนั้น โดยเฉพาะเมื่อผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เสร็จ ซึ่งอยู่ประมาณช่วงปลายเดือนก.ย.2564 และมีความเป็นไปได้ว่าหากมีการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญรายมาตราตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ซึ่งเป็นการแก้รัฐธรรมนูญที่เพิ่มอำนาจให้พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพล.อ. ประยุทธ์ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

สำหรับงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาทนี้ มีเงื่อนไขว่าต้องใช้จ่ายภายใน 6 เดือน คาดว่าอาจเป็นการเร่งใช้จ่ายก่อนยุบสภา ขณะนี้รัฐบาลมีความล้มเหลวในการจัดการกับแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างชัดเจน และรัฐบาลก็อยู่ได้ลำบาก คงต้องเตรียมการไว้แล้วว่าจะต้องยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เตรียมตัวรับการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ไว้หรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า พรรคก้าวไกลก็เตรียมพร้อม เพราะคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการยุบสภาในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า โดยพรรคก้าวไกลกำลังตั้งตัวแทนประจำศูนย์เลือกตั้ง และคัดเลือกตัวผู้สมัครส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าจะเกิดการเลือกตั้งในระบบแบบใด

อดีตกุนซือป้อมฟันธงข่าวโคมลอย

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการ ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า เรื่อง 3 เรื่องที่ผู้นำประเทศจะไม่พูดเป็นอันขาดคือ 1.การยุบสภา 2.การลดค่าเงิน 3.การประกาศสงคราม

มีแต่ผู้นำที่เสียสติเท่านั้นจึงจะพูดเรื่องนี้ ดังนั้นที่มีข่าวปรากฏว่า กำลังจะมีการยุบสภานั้น ฟันธงได้เลยว่า เป็นข่าวโคมลอย

เขาจะยุบให้โง่เหรอ ตอนนี้ใครๆ ก็รู้ว่ากล้วยนั้นเป็นยาเสพติด ทำให้ผู้เสพ เชื่องยิ่งกว่าวัวควาย

‘อ่อง ไหล่’ร่วมประชุมอาเซียน

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่าเที่ยวบินพิเศษของกองทัพเมียนมา นำ พล.อ.มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ชานกรุงจาการ์ตา โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอินโดนีเซียรอให้การต้อนรับ

การปรากฏตัวของ พล.อ.มิน อ่อง ไหล่ ในครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) วาระพิเศษ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ในกรุงจาการ์ตา โดยถือเป็นการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารภายในเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา และสถานการณ์รุนแรงทางการเมืองหลังจากนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 ราย อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ ไม่มีฝ่ายใดตั้งความหวังมากนัก

สำหรับประเทศไทยได้ส่งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับ ลาว และฟิลิปปินส์ ที่ส่ง รมว.การต่างประเทศเข้าร่วมแทน ส่วนกัมพูชา พล.อ.อาวุโส สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน และมาเลเซีย นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย

เอื้อเจ้าสัว – นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง บรรยายเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ นโยบายประชารัฐเอื้อเจ้าสัวร่ำรวยผูกขาดแต่เศรษฐกิจพังยับเยิน เวทีอภิปรายชำแหละรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในรูปแบบเวทีปราศรัยออนไลน์ ของกลุ่มไทย ไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน