ฝ่ายค้านยื่นปปช.ฟันซ้ำ
ฉะรวบอำนาจแก้โควิด
วิษณุรับนายกยอมถอย
แก้ไขคำสั่งแบ่งคุมจว.
ปชป.-ภท.ปัด‘รมต.นินทา’
6 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลง จี้ ‘ประยุทธ์’ลาออกทันที ตั้งรัฐบาลชั่วคราว จวกยับ 7 ปี บริหารประเทศล้มเหลว อยู่ต่อยิ่งเสียหาย จ่อยื่นป.ป.ช.สอบซ้ำ ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปล่อยโควิดระบาดใหญ่ ประกาศดันพ.ร.บ.ประชามติปูทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควบคู่ปิดสวิตช์ส.ว. ตัดวงจรสืบทอดอำนาจเผด็จการแบบถาวร ‘วิษณุ’ รับปรับแก้คำสั่ง แบ่งงานรัฐมนตรีดูแลพื้นที่จังหวัด หลัง ‘จุรินทร์’ เคลียร์นายกฯแล้ว เตรียมเสนอลงนามคำสั่งใหม่วันนี้ ปชป.อ้างไม่รู้ข้อมูลรัฐมนตรี นินทาบิ๊กตู่ อนุทินปัดวุ่นไม่ใช่ตนเอง

จี้ลาออก – ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงการณ์เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง หลังบริหารงานล้มเหลวในทุกด้าน ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 28 เม.ย.
ฝ่ายค้านแถลงจี้ครม.ลาออก
เวลา 10.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่รัฐสภา แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภา อ่านแถลงการณ์ว่า การบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และครม. ตลอด 7 ปี ล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศและประชาชน 1.ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด 2.ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ การระบาดของโควิด-19 ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ และฟื้นตัวช้าที่สุดในโลก 3.ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาศัยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือและข้ออ้างเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน โดยไม่ได้ใช้เพื่อควบคุมการระบาด หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจตนเอง มีปัญหาทุจริตเกิดขึ้นมากแต่ไม่มีใครเอาผิดได้ ทำให้การทุจริตในรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ความล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ทุจริตเพื่อตนเองและพวกพ้อง ไร้ทิศทางในการบริหาร ถ้าปล่อยไปรังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชน จนไม่สามารถกอบกู้กลับมาได้ กลายเป็นความเสียหายถาวร พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าเพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันที ด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ ความสามารถ ไม่ยึดติดอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ
ยื่นปปช.สอบตู่-ปมโควิดระบาดใหญ่
พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าการก้าวสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จำเป็นอย่างยิ่งต้องตัดต้นตอปัญหา ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการผลักดันร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่าแล้วจัดทำฉบับใหม่โดยประชาชน กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ ป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง เป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร
พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก
ไม่ขัดข้องนายกฯใหม่ขั้วเดิม
พรรคร่วมฝ่ายค้านหวังอย่างยิ่งว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ จึงต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆ ที่จะวางกับดัก ต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป
เมื่อถามว่าจะไปยื่นร้องต่อป.ป.ช.เมื่อใด นายสมพงษ์กล่าวว่า กำลังเตรียมการ คิดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะยื่นได้ เมื่อถามว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ลาออก นายกฯควรจะเป็นใคร นายสมพงษ์กล่าวว่า จะเป็นใครก็ได้ที่มาตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นคนในพรรคร่วมรัฐบาล ตนก็ไม่ขัดข้อง
โรดแม็ปทางออก 3 ขั้นตอน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล กล่าวว่า พวกตนทั้ง 6 พรรค ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป วันนี้ต้องเอาพล.อ. ประยุทธ์ ออกจากอำนาจ ถ้าต้องการแสดงความรับผิดชอบ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกทันที พรรคขอเสนอโรดแม็ปหาทางออกประเทศ 1.รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศด้วยการลาออกทันที 2.จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 เรื่องคือ แก้ปัญหาโควิด-19 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดขั้วอำนาจของคสช. และ 3.ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เวลาของพล.อ.ประยุทธ์ในการบริหารประเทศหมดแล้ว พรรคฝ่ายค้านขอพลังจากทุกภาคส่วน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ในการแสดงออกว่าไม่ต้องการรัฐบาลที่ทำงานล้มเหลวเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีสิทธิเลือกว่าจะลงแบบดี แต่ถ้าดื้อด้าน คิดว่าเก่ง ทำอะไรก็ได้ จะเหมือนผู้นำในอดีตที่ต้องลงอย่างทุกข์ทรมาน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ อย่าดูถูกอำนาจประชาชน จะยิ่งกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา และพฤษภาทมิฬ
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่าความน่าเชื่อถือของนายกฯไม่มีเลย สอบตกเรื่องความน่าเชื่อถือ 100% ขอให้เห็นแก่ประเทศ ลาออกไป
แก้รธน.ต้องถามศาลก่อนหรือไม่
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงความเห็นของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อทิศทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มีแนวความเห็นตรงกันคือ ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจวุฒิสภาลงมติเลือกนายกฯ และการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องเป็นการแก้ไขทั้งฉบับ ยอมรับเนื้อหาและรายละเอียดยังไม่ตกผลึกร่วมกัน แต่แกนนำระบุว่าให้พิจารณาหาแนวทางตามกฎหมาย เพื่อเสนอให้ประชาชนออกเสียงประชามติต่อการแก้ไขทั้งฉบับ ซึ่งอาจต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ มองว่าต้องนำเรื่องถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหรือไม่ ก่อนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร. ที่นายไพบูลย์ เสนอ เพราะไม่ได้แก้รากเหง้าของปัญหา และไม่มีเรื่องตัดอำนาจส.ว. เป็นญัตติที่เสนอแก้ไขเพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองและของนายกฯ
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านไล่ตู่ไม่สำเร็จ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ว่า ฝ่ายค้านแถลงแบบนี้ตั้งแต่หลังเลือกตั้งแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะพูดเฉพาะสิ่งที่ต้องการจะทำ แต่ไม่น่าจะทำได้ เพราะไม่ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสภา ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึง ส.ส.และ ส.ว.ที่ต้องออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากมีเสียงเห็นด้วยพอก็แก้ได้ แต่หากเอาความต้องการของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง เช่น การได้ประโยชน์และไปลดอำนาจฝ่ายอื่นก็แก้ไม่ได้ เขามีสิทธิ์จะไม่เห็นด้วย
วิษณุยันใช้คำสั่งแบ่งงานของเดิม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานรัฐมนตรีให้ดูแลพื้นที่จังหวัดต่างๆ ว่า ขณะนี้ให้กลับไปยึดคำสั่งนายกฯที่ 243/2563 ก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงสลับตำแหน่งรัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่ให้เรียบร้อย เพราะรัฐมนตรีบางคนก็ประสงค์จะสลับจังหวัดกันเองด้วย ตนจึงไม่พูดรายละเอียดได้ เรื่องดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นวันที่ 29 เม.ย. ก่อนเสนอนายกฯ ลงนาม เพื่อออกเป็นคำสั่งใหม่ ซึ่งจะมีผลแทนคำสั่งนายกฯที่ 85/2564 เมื่อเรียบร้อยแล้วจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
อู๊ดด้าคุยตู่-ยันเรื่องยุติแล้ว
แหล่งข่าวจากทำเนียบเผยว่ากรณีดังกล่าว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จนยอมให้มีการปรับเปลี่ยน โดยมอบให้นายวิษณุ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งนายจุรินทร์ มอบหมาย นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นผู้ประสานกับนายวิษณุ
ที่ทำการ ปชป. นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งแบ่งพื้นที่จังหวัดให้รัฐมนตรีดูแล ว่า เรื่องนี้น่าจะยุติได้แล้ว ข้อเท็จจริงคือมีคำสั่ง 2 ฉบับ คือ ฉบับที่หนึ่ง คำสั่งเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2563 คำสั่งนี้ไม่ได้มีปัญหา ส่วนคำสั่งฉบับที่สอง คือฉบับที่เป็นปัญหา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายกฯ แจ้งให้ที่ประชุมครม.รับทราบชัดเจนแล้วว่า ให้ยึดถือคำสั่งแรกไปก่อน และขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งทำอะไร โดยนายกฯ มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปปรับปรุงคำสั่งฉบับที่หนึ่ง จากนั้นให้เสนอนายกฯ เพื่อตัดสินใจ
จากนั้นนายวิษณุหารือกับตนแล้วบอกให้ตนอ้างนายวิษณุ ได้เลยว่าผลการหารือเป็นอย่างไร ซึ่งนายวิษณุ ยืนยันอีกครั้งว่าขณะนี้ให้ถือคำสั่งฉบับที่หนึ่งเป็นหลัก คือคำสั่งฉบับที่ไม่มีปัญหาไปก่อนหลังจากนี้นายวิษณุ จะทำข้อเสนอไปยังนายกฯเพื่อพิจารณาและลงนาม โดยถือหลักให้ทุกอย่างเหมือนคำสั่งฉบับที่หนึ่งเป็นหลัก ยกเว้นส่วนที่มีรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงบางส่วนเท่าที่จำเป็น ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงก็เฉพาะรัฐมนตรีจะแลกเปลี่ยนภารกิจกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งพอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ฉะนั้น คิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ทุกอย่างน่าจะยุติได้แล้ว รอเพียงนายวิษณุ จัดทำต้นร่างเสร็จให้นายกฯ พิจารณาลงนาม และแจ้งให้ครม.รับทราบต่อไป
ไม่มีข้อมูลรมต.นินทาตู่
เมื่อถามกรณีนายกฯกล่าวในที่ประชุมครม.มีการนินทานายกฯลับหลัง นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ จึงไม่ขอให้ความเห็น ในส่วนรัฐมนตรีของพรรค ก็ไม่ได้กำชับอะไรเพราะเราไม่มีข้อมูลเบื้องต้นอยู่แล้ว
หัวหน้า ปชป. กล่าวว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม การทำงานร่วมกันในรูปแบบของรัฐบาลผสมแน่นอนต้องนำนโยบาย นำความเห็นของแต่ละพรรคมาผสมผสานกันและกำหนดเป็นแนวนโยบายของรัฐบาล การพิจารณาตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีรูปแบบในภาพรวม จะฟังความเห็นกันและกันและนำมาสู่การตัดสินใจร่วมกันโดยใช้ที่ประชุมครม.เป็นกลไกหลักใหญ่ที่สุดในการพิจารณาตัดสินใจ รัฐบาลนี้ถือว่าเป็นรัฐบาลผสมอีกรูปแบบหนึ่ง ฉะนั้นหลักการทำงานน่าจะเป็นไปในแนวทางนี้ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละสถานการณ์ แต่ละกรณีไป
ป้อมปัดตอบปมพรรคร่วมไม่พอใจ
ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้า พปชร. กล่าวกรณีพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจการแบ่งพื้นที่จังหวัดให้รัฐมนตรีดูแล ว่า ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรและไม่จำเป็นต้องพูดคุยกัน ส่วนการวิจารณ์คำสั่งที่ออกมาเป็นการเอื้อให้ พปชร.ฮุบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯชี้แจงไปแล้ว ตนไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าพรรค
เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร มีส่วนร่วมในการเขียนแผนแบ่งจังหวัดกับนายกฯ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯ เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ ขอย้ำเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของพรรค ต่อข้อถามว่าปชป.มีความกังวลกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และรองหัวหน้า พปชร. จะมาดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้นั้น พล.อ.ประวิตร ตอบเสียงดังว่า “นายกฯตอบไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ”
ไม่รู้ใครแอบนินทาตู่
เมื่อถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ ตำหนิในที่ ประชุมครม.ระบุมีรัฐมนตรีบางคนนินทา นายกฯลับหลัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบว่านายกฯ ตำหนิใคร และเรื่องนี้ไม่ได้คุยกับนายกฯ ย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นเอกภาพในการทำงานเรียบร้อย ไม่มีปัญหา ตอนนี้ต้องมุ่งการบริหารงานของรัฐบาลก่อนดีกว่า เรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงนายกฯ พูดถึงรัฐมนตรีบางคนนินทาว่า ตนไม่ทราบเพราะออกจากวงประชุมครม.ไปก่อน ไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
อนุทินปัดเม้าธ์นายกฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ ไม่พอใจที่ถูกรัฐมนตรีนินทา ซึ่งมีการพุ่งเป้ามาที่ตนเองว่า ตนกับ นายกฯ ยังคุยด้วยความเคารพ ตนเคารพนายกฯ ตลอดเวลา เมื่อวานซืนก็คุย เมื่อวานก็คุย หลังประชุมครม.ก็คุย เช้านี้ประชุมทั้งเช้าทั้งบ่าย กลับมานายกฯ ยังโทร.มาสั่งงาน ไม่เคยมีความขุ่นข้องหมองใจอะไร
ฝ่ายค้านซัดตู่รวบอำนาจแก้โควิด
วันที่ 28 เม.ย. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวกรณีมติครม.เห็นชอบโอนอำนาจตามพ.ร.บ. 31 ฉบับ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ปัญหาโควิด ว่า พล.อ.ประยุทธ์เสพติดอำนาจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่รวบอำนาจแบบนี้ ครั้งแรกคือ 25 มี.ค. 2563 รวบอำนาจไปทั้งหมด 40 พ.ร.บ. ครั้งนี้อีก 31 พ.ร.บ. ที่ผ่านมาสะท้อนแล้วว่าถึงจะมีอำนาจและงบประมาณล้นฟ้าแค่ไหนแต่ถ้าขาดวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ ขาดการบริหารจัดการ ขาดการสื่อสารและขาดการทำงานเป็นทีม คงไม่สามารถแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ สถานการณ์ตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องการเพิ่มอำนาจ แต่เป็นการเอาคนที่ไร้ความสามารถออกจากอำนาจมากกว่า
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นการยึดอำนาจการบริหารอีกครั้งของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่รวบอำนาจการบริหารสถานการณ์วิกฤตไว้กับตัวเองมาตลอดตั้งแต่ปี 2563 แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะไร้ฝีมือ ไม่รับฟังคำแนะนำ อวดเก่ง อวดฉลาดจนพาคนในชาติพังทั้งประเทศ วันนี้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์แล้ว เพราะผิดพลาดตั้งแต่การจัดหาวัคซีน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การให้ครม.อนุมัติอำนาจในพ.ร.บ.ของกระทรวงต่างๆ ไปใช้แต่เพียงผู้เดียว อำนาจถ้าอยู่ในมือคนดีก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเอาอำนาจและกฎหมายมาอยู่ในมือคนโง่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่าทางออกที่ดีที่สุดในวิกฤตโควิด คือรัฐต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุด ดังนั้น เมื่อรวบอำนาจมาแล้ว ต้องแสดงความรับผิดชอบสมเป็นชายชาติทหาร อย่าให้ประชาชนสิ้นศรัทธากับรัฐบาลไปมากกว่านี้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการรวบอำนาจตามพ.ร.บ. 31 ฉบับ ไปให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ดูแลควบคุมสถานการณ์โควิด ว่า เป็นการชั่วคราว เพื่อให้เป็นเอกภาพในการสั่งการของนายกฯ ให้เกิดความรวดเร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำ ยืนยันอำนาจกระทรวงต่างๆ ยังเหมือนเดิม
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มติโอนอำนาจ 31 พ.ร.บ.เป็นคำสั่งที่ปรับปรุงแก้ไขคำสั่งเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มไปอีก 2 ฉบับให้อำนาจ นายกฯ ดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารกับเรื่องวัคซีน นายกฯจะได้ใช้อำนาจโดยสะดวก และไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องเดิมที่ทำมาต่อเนื่อง
แหล่งข่าวจากทำเนียบระบุว่า ในวันที่ 29 เม.ย. นายวิษณุจะชี้แจงรายละเอียดการโอนอำนาจดังกล่าวต่อที่ประชุม ศบค. เพื่อความเข้าใจในการปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว