ดับ15อีกวัน-ติดเชื้อ2,012
ยังหนัก695-ใส่ท่อ199คน
ป่วยโควิดยังกระฉูด ติดเชื้อเพิ่ม 2,012 ราย ตายอีก 15 ราย เผยมีรายหนึ่งรอตรวจ 3 วัน หลังได้คิวก็เสียชีวิต ตรวจพบติดเชื้อ เผยส่วนใหญ่ติดเชื้อจากครอบครัว อาการหนัก 695 ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 199 ด้านเชียงรายเลื่อนจัดงานพ่อขุนเม็งรายไม่มีกำหนด หลังโควิดระบาด ส่วนวัดร่องขุ่นปิด 14 วัน เนื่องจากคนงานก่อสร้างวัดติดเชื้อ ที่เชียงใหม่พบติดเชื้ออีก 89 ขณะที่เจ้าอาวาสวัดดังสุราษฎร์ธานีมรณภาพเซ่นโควิด เป็นพระนักปฏิบัติธรรมที่กาญจนดิษฐ์ ป่วยหลายโรค ส่วนที่ร.พ.รัษฎา ตรังบุคลากรแพทย์ติดเชื้อ 6 ราย ที่สงขลาปิดตลาดกิมหยงป้องกันโควิดระบาด ‘บิ๊กปั๊ด’ เปิดศูนย์ 191 รับแจ้งป่วยโควิด
ติดเชื้อเพิ่ม 2,012-ตาย 15 อีกวัน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 149.3 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.3 แสนราย เสียชีวิตสะสม 3.14 ล้านราย เพิ่มขึ้น 14,821 ราย
ส่วนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,012 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในร.พ. 1,893 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 108 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย หายป่วย 851 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 15 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมอยู่ที่ 61,699 ราย หายป่วยสะสม 34,402 ราย และเสียชีวิตสะสม 178 ราย กำลังรักษาตัว 27,119 ราย อยู่ในร.พ. 21,008 ราย และร.พ.สนาม 6,111 ราย มีอาการหนัก 695 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 199 ราย ส่วนระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ติดเชื้อสะสม 32,836 ราย และเสียชีวิตสะสม 84 ราย
รอคิวตรวจ 3 วันก่อนเสียชีวิต
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ 15 ราย เป็นเพศชาย 11 ราย และเพศหญิง 4 ราย โดยอยู่ในกทม. 9 ราย เชียงใหม่ 2 ราย สมุทรปราการ 2 ชลบุรี 1 ราย และระนอง 1 ราย จำแนกตามโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน 9 ราย โรคหัวใจ 1 ราย โรคไขมันในเลือดสูง 4 ราย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง/หอบหืด 3 ราย โรคไตเรื้อรัง 2 ราย โรคไทรอยด์เป็นพิษ 3 ราย โรคอ้วน 4 ราย โรคสมองเสื่อม/อัลไซเมอร์ 1 ราย และปฏิเสธว่าไม่มีโรคประจำตัว 2 ราย
“สรุปภาพรวมส่วนใหญ่มีโรคความดันสูง โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ปอดเรื้อรัง หอบหืด ไตวายเรื้อรัง ไทรอยด์ ภาวะอ้วน สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ กลุ่มนี้พบว่าติดเชื้อจากในครอบครัวมากถึง 10 ราย มี 1 รายที่ผู้ป่วยเสียชีวิตขณะรอคิวตรวจเป็นเวลา 3 วัน พอจะได้คิวตรวจได้เสียชีวิต และพบว่าผลเป็นบวก”

ลุยหมู่บ้าน – เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ออกพื้นที่ตรวจเชื้อโควิดให้ชาวบ้านกว่า 200 คน หลังพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 3 หมู่บ้านถึง 8 คน ที่ศาลาชุมชนหมู่ 5 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 28 เม.ย.
กทม.ติดโควิดมากสุด 830
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า โดย 10 จังหวัดที่มีการติดเชื้อสูงสุดคือ 1.กทม. 830 ราย ยอดลดลงจากเมื่อวานแต่ยังสูง สะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 10,899 ราย 2.สมุทรปราการ 161 ราย สะสม 1,430 ราย 3.ชลบุรี 108 ราย สะสม 2,151 ราย 4.นนทบุรี 71 ราย สะสม 1,466 ราย 5.สมุทรสาคร 59 ราย สะสม 829 ราย 6.ปทุมธานี 57 ราย สะสม 661 ราย 7.เชียงใหม่ 55 ราย สะสม 3,347 ราย 8.สงขลา 52 ราย สะสม 563 ราย 9.สุราษฎร์ธานี 40 ราย สะสม 573 ราย และ 10.นครปฐม 38 ราย สะสม 458 ราย
“วันที่ 10 เม.ย.มีมาตรการปิดสถานบันเทิง สงกรานต์ขอความร่วมมือทำงานที่บ้าน มีการประกาศพ.ร.ก.ฉบับที่ 20 เป็นเครื่องมือเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทิศทางกราฟยังสูงอยู่ แต่อาจลดมาบ้าง ยังต้องร่วมกันช่วยกันลดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพื่อรักษาเตียงให้ผู้ที่เจ็บป่วยรุนแรงและจำเป็น สำหรับการติดเชื้อกทม.รวม 830 ราย สะสมระลอกใหม่ 10,899 ราย ช่วงสัปดาห์นี้เริ่มมีรายงานผู้ติดเชื้อลดลงในบางจังหวัด และหากดูเป็นรายวัน จังหวัดที่เป็นสีขาวไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในวันนี้มี 9 จังหวัด ส่วนสีเขียวหรือติดเชื้อ 1-10 รายในวันนั้นมี 35 จังหวัด เรียกว่าเราเริ่มได้คืนพื้นที่สีขาว สีเขียว ส่วนสีเหลืองที่มี 11-50 รายในวันนั้นพบ 25 จังหวัด ส่วนสีแดงและสีส้มยังจับตาเป็นพิเศษ มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยสีส้มที่มีติดเชื้อ 51-100 ราย มี 5 จังหวัด ส่วนสีแดงติดเชื้อมากกว่า 100 รายในวันนั้นมี 3 จังหวัด”
คลัสเตอร์ร้านอาหารติดเชื้อ 12
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อคือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ไปสถานบันเทิง และจากการค้นหาเชิงรุก จึงขอให้เฝ้าระวังการสัมผัสกับบุคคลใกล้ชิดคนในครอบครัวการโดยสารรถคันเดียวกัน เป็นต้น และที่ต้องจับตาคือคลัสเตอร์พนักงานร้านอาหาร ไปเที่ยวสถานบันเทิงเมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยผลตรวจยืนยันติดเชื้อ และติดเชื้อในกลุ่มก้อนเดียวกัน 12 ราย และสอบสวนผู้ใกล้ชิดเพิ่มเติม ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการโทรศัพท์แจ้งข้อมูลและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หลายรายยังรอประสานเรื่องเตียง โดยเฉพาะในกทม.ซึ่งกรมการแพทย์รายงานว่านับถึงวันที่ 27 เม.ย.มีผู้ป่วย 9,645 ราย และอยู่ในกลุ่มอาการหนัก รุนแรง และรุนแรงปานกลาง เกิน 1,000 ราย ยืนยันว่าทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน เพิ่มคู่สายรับเรื่องเพื่อนำประชาชนเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง ดูแล และจัดหาเตียง
“สถานการณ์ขณะนี้แม้จะมีโรงพยาบาลสนามเพิ่ม แต่ในกทม.อาจไม่ตอบโจทย์เนื่องจากมีผู้ที่มีอาการรุนแรง ใส่ท่อช่วยหายใจยังมีตัวเลขสูงครึ่งต่อครึ่ง จึงต้องขอความร่วมมือว่าผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการรุนแรงขอให้ไปที่โรงพยาบาลสนามเพื่อให้เตียงกับผู้ป่วยที่จำเป็น ทั้งนี้ ระหว่างรอเตียงขอให้ปฏิบัติตามมาตรการแยกกัก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันหรือสัมผัสใกล้ชิดกัน โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำเข้าข้อมูล คัดกรอง และประสานงานเตียง โดยระหว่างนี้ประชาชนสามารถเข้าไปทำแบบประเมินอาการใน แอพพลิเคชั่นไลน์ sabaideebot เพื่อรอการติดต่อกลับภายใน 1-2 วัน”
ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนยืนยันว่ามีความจำเป็นที่ทุกคนต้องฉีด โดยแผนของภาครัฐต้องการให้ครอบคลุมประชากร 70 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 50 ล้านคน คนละ 2 โดส รวม 100 ล้านโดส และขอทำความเข้าใจกับประชาชนที่กังวลว่าการฉีดแล้วอาจมีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ แต่เมื่อตรวจอาการแล้วพบว่าไม่น่าจะใช่ ลักษณะคล้ายกับเป็นไข้ แต่ไม่ได้มีไข้และต้องไปค้นหาสาเหตุอาการต่อ ซึ่งในทางการแพทย์เป็นภาวะที่ยอมรับได้ แต่ในภาพข่าวอาจจะเห็นว่ามีผู้ให้ความเห็นแย้งซึ่งเป็นธรรมดา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้มีปัจจัยเสี่ยงคือ 1.สถานบันเทิง ปาร์ตี้ 55 ราย 2.ตลาด ชุมชน ขนส่ง 80 ราย 3.สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 1,025 ราย และ 4.ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ 841 ราย ส่วนคนเดินทางมาจากต่างประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน 4 ราย กัมพูชา 2 ราย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช็ก กาตาร์ และจีน ประเทศละ 1 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักกัน
กทม.ยันไร้ผู้ป่วยตกค้าง
นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพ มหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำส่ง ผู้ป่วยของศูนย์เอราวัณว่า ศูนย์เอราวัณดำเนินการนำส่งผู้ป่วยโควิดเข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาผู้ป่วยตกค้าง โดยเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ศูนย์เอราวัณ ร่วมกับเครือข่าย อาทิ สำนักงานเขต 50 เขต กองทัพบก และมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งผู้ป่วยโควิดเข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาล เป็นผู้ป่วยตกค้างที่รอเข้าสู่ระบบการรักษา เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 37 ราย เข้ามาเพิ่ม เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 96 ราย รวม 133 ราย ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยตกค้างแล้ว จากนี้เป็นต้นไปศูนย์เอราวัณสามารถดำเนินการนำส่งผู้ป่วยได้แบบวันต่อวัน หรือ “เรียลไทม์” โดยหากศูนย์ฯได้รับการโทร.ประสานขอนำส่งโรงพยาบาล แล้วสามารถโทร.ติดต่อผู้ป่วยเพื่อสอบถามข้อมูลและคัดกรองเบื้องต้น หากสามารถรวบรวมข้อมูลได้ในเวลาก่อนเที่ยง ในช่วงบ่าย ศูนย์ฯจะส่งรถไปรับเพื่อนำไปคัดกรองที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนหรือโรงพยาบาลสิรินธร เพื่อคัดแยกระดับการติดเชื้อว่าเป็นโควิดสีเขียว เหลือง หรือแดง จากนั้นจะนำส่งเข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาลต่อไป อย่างไรก็ตามการนำส่งอาจมีข้อขัดข้องบ้าง อาทิ ไม่สามารถติดต่อ ผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยปฏิเสธหรือต้องการรอเตียง ในกรณีดังกล่าวศูนย์ฯ จะประสานข้อมูลกับผู้ป่วยเพิ่มเติมเพื่อนำส่งในวันต่อไป
ขณะที่โรงพยาบาลสนาม กทม. ปัจจุบันมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย 1,700 เตียง ประกอบด้วย โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 1,000 เตียง ครองเตียง 451 เตียง ยังว่างอยู่ 549 เตียง ร.พ.ราชพิพัฒน์ 200 เตียง ครองเตียง 230 เตียง (เสริม 30 เตียง) ร.พ.เอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน) 100 เตียง ครองเตียง 38 เตียง ยังว่างอยู่ 62 เตียง และร.พ.เอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) 400 เตียง ครองเตียง 287 ยังว่างอยู่ 113 เตียง และเข้า Hospitel 60 เตียง รวมครองเตียง 1,066 เตียง เตียงคงเหลือ 724 เตียง
‘บิ๊กปั๊ด’เปิดศูนย์รับแจ้งป่วยโควิด
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงเปิดศูนย์ 191 เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับแจ้งเหตุผู้ป่วยโควิด-19 ส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานทางการแพทย์ ว่า หลังรับคำสั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ตำรวจเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ช่วยรับแจ้งเหตุผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อแบ่งเบาภาระสายด่วน 1168, 1669, 1330 ของหน่วยงานทางการแพทย์ จึงหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ศูนย์เอราวัณ จนได้ข้อสรุป พร้อมเปิดศูนย์ 191 วันนี้ทั่วประเทศให้สามารถรับแจ้งข้อมูลป่วย โควิด-19 ซึ่งจะมี 1,200 คู่สาย มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ช.ม. โดยจะใช้ระบบ Government Big Data institute (GBDi) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดีอีพัฒนาร่วมกันเพื่อเป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19
ในกรุงเทพฯ หากมีผู้ป่วยโควิด-19 โทร.มายังศูนย์ 191 (ศูนย์ผ่านฟ้า บช.น.) เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลผู้แจ้งจากชุดคำถามที่กำหนดโดยกรมควบคุมโรค บันทึกข้อมูลลงระบบ GBDi จากนั้นระบบจะแจ้งไปยังศูนย์ 1668 และ 1669 ทันที ซึ่งเราทดสอบระบบแล้ว สามารถเชื่อมข้อมูลกันได้อย่างดี หากเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ศูนย์ 191 จะวิทยุสื่อสารไปยังศูนย์เอราวัณ 1669 เพื่อจัดรถฉุกเฉินมารับตัวผู้ป่วยโดยเร็วที่สุด หลังจากรับแจ้งเหตุ 30 นาที จะมีการ Call Back ไปยังผู้แจ้ง สอบถามสถานะรับตัวผู้ป่วยอีกครั้งว่าได้รับการบริการหรือยัง หากยังก็จะช่วยประสานอย่างใกล้ชิด
ส่วนจังหวัดอื่น เจ้าหน้าที่ศูนย์ 191 จะประสานโดยตรงไปยังสาธารณสุขจังหวัดหรือหัวหน้าศูนย์ 1669 เพื่อส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย
แจงคนอินเดียแห่เข้าไทย
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวถึงการดําเนินงานของ ตร. ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า กรณีปรากฏกระแสข่าวส่งต่อทางสังคมออนไลน์ว่าเศรษฐีอินเดียจํานวนมากแห่เดินทางมารักษาโควิด-19 ในประเทศไทย การคัดกรองคนไทยและคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเริ่มตั้งแต่ก่อนการเดินทาง โดยสถานทูตไทยจะคัดกรองก่อน สถานทูตไทยในประเทศต้นทาง จะตรวจสอบก่อนว่าคนต่างชาตินั้นผ่านการ รับรองการตรวจเชื้อโควิดมาก่อน โดยต้องมีเอกสารยื่นกับสถานทูต ดังนี้ 1.ผลการตรวจแล็บโควิด PCR test มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง (COVID FREE) เพื่อยืนยันว่าปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 2.ต้องมีประกันกรณีติดเชื้อโควิดภายหลัง ทุนประกันวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
จากนั้นสถานทูตจึงจะออกใบรับรองให้เดินทางเข้าไทย หรือ COE (Certificate of Entry) ซึ่งจะมีข้อมูลสถานที่สเตต ควอรันทีนในไทยระบุไว้สําหรับแสดงเมื่อเดินทางเข้าไทยด้วย แต่คนต่างชาตินั้นต้องอยู่ใน เงื่อนไข VISA ที่รัฐบาลอนุญาตด้วย
โดยการเข้าประเทศตามเงื่อนไขพ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯของสัญชาติอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1-20 เม.ย.แยกเป็น 1.เข้ามาทํางาน 426 ราย 2.เข้ามาภายใต้ข้อตกลงพิเศษ 110 ราย เป็นกลุ่มนักลงทุน นักธุรกิจ 3.มีคู่สมรส บิดามารดาหรือบุตรของคนไทย 30 ราย 4.นักเรียนนักศึกษาตลอดจนบิดามารดาของบุคคลดังกล่าว 16 ราย 5.มีถิ่นที่อยู่ในไทย ตลอดจนคู่สมรสและบุตร 10 คน 6.คณะทูต ผู้แทนรัฐบาล 8 คน 7.รักษาพยาบาล โรคที่ไม่ใช่โควิด-19 ในประเทศไทยและผู้ติดตาม 2 คน
สําหรับลําดับสัญชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1-20 เม.ย. อินเดียจะอยู่ลําดับที่ 7 โดยมากสุดคือ 1.ไทย 7,176 ราย 2.จีน 2,148 ราย 3.ญี่ปุ่น 1,700 ราย 4.สหรัฐอเมริกา 1,153 ราย 5.อังกฤษ 617 ราย 6.เยอรมัน 608 ราย 7.อินเดีย 602 คน

2 ขวบโควิด – กู้ภัยร่วมกตัญญู ไปรับเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ป่วยโควิดรอเตียงรักษามา 3 วัน จากที่พักย่านถนนนนทรี กรุงเทพฯ ช่วยนำส่งร.พ.ราชพิพัฒน์ โดยมีแม่ที่ไม่ได้ป่วยคอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 28 เม.ย.
2 ขวบติดโควิด-แม่ดูแลไม่ห่าง
เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเพจกู้ภัยร่วมกตัญญู ฐานโลตัสพระราม 3 ได้รับการอินบ็อกซ์ขอความช่วยเหลือรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ ยังไม่มีโรงพยาบาลสำหรับการรักษา ในวันที่ 25 เม.ย.ช่วงเย็น ทางเพจจึงลงข้อความดังกล่าว กระทั่งวันที่ 26 เม.ย. ทางโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ แจ้งไปทางคุณแม่น้องว่ามีเตียงสำหรับการรักษาน้องได้แล้ว จะให้ทางกู้ภัยจึงไปรับน้องที่ที่พักแห่งหนึ่งแถวถนนนนทรี 14 เพื่อไปส่งโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งน้องติดเชื้อมาจากพ่อที่ได้รับการรักษาไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนคุณแม่ตรวจโควิด ปรากฏว่าไม่ติดเชื้อ แต่ดูแลน้องอย่างใกล้ชิด
เมื่อไปถึงที่พัก น้องกอดตุ๊กตาเดินลงมาพร้อมกับแม่ ซึ่งน้องเดินลงมาด้วยหน้าตาแจ่มใส ไม่แสดงอาการหวาดกลัวอะไร จากนั้นน้องขึ้นรถมากับคุณแม่ ซึ่งช่วงแรกทางโรงพยาบาลจะไม่รับน้องดูแลรักษา เพราะทางโรงพยาบาลคิดว่าทางกู้ภัยไปรับเคสผู้ป่วยโควิด-19 มาโดยที่ยังไม่ได้ติดต่อกับทางโรงพยาบาล เลยต้องพาน้องไปที่โรงพยาบาลสนามของทางโรงพยาบาล ซึ่งจนท.นำน้องพร้อมแม่น้องขับรถออกมาแล้ว แต่โรงพยาบาลโทร.กลับมา พร้อมบอกว่ามีห้องให้น้องแล้ว จึงวนรถกลับไป
ซึ่งน้องไม่สามารถอยู่โรงพยาบาลสนามได้ เพราะแออัดเกินไป และกรณีนี้แม่น้องไม่ได้ติดโควิด 19 แต่แม่ก็ดูแลน้องอย่างใกล้ชิด น้องจะร้องเมื่อไม่เห็นแม่ ส่วนอาการน้องตอนนี้ ทางโรงพยาบาลให้ยาไปตามอาการ
หาดใหญ่ปิดตลาดกิมหยง
ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจ.สงขลารายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 52 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 567 ราย โดยในอ.หาดใหญ่พบ ผู้ป่วยมากที่สุด 402 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้กำลังมีปัญหาคือร้านจำหน่ายอาหาร ซึ่งมีร้านหนึ่งมีผู้ติดเชื้อ 16 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการปิดตลาดกิมหยง ตลาดชื่อดังและแหล่งท่องเที่ยวของหาดใหญ่ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 28-30 เม.ย. หลังพบพ่อค้าในตลาดกิมหยงติดเชื้อโควิด 1 ราย จึงส่งผู้ใกล้ชิดซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง 6 คนไปตรวจหาเชื้อแล้ว พร้อมทั้งระดมฉีดยาฆ่าเชื้อภายในตลาดกิมหยงทั้งสองชั้นและบริเวณโดยรอบเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้ในวันนี้บรรยากาศโดยรอบของตลาดกิมหยงเงียบเหงา
เป็นครั้งแรกที่ปิดตลาดกิมหยง นับตั้งแต่ปิดจากเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554
พัทลุงตายเพิ่ม-ปู่ 93 เซ่นโควิด
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดเพิ่ม 1 ราย เป็นชายอายุ 93 ปี และเป็นผู้ป่วยติดเตียงของอ.ป่าบอน จ.พัทลุง ติดเชื้อจากบุคคลภายในครอบครัว เข้ารับการรักษาที่ร.พ.ป่าบอน เมื่อวันที่ 25 เม.ย. แต่อาการไม่ดีขึ้น ประกอบกับมีโรคแทรกซ้อน แพทย์จึงส่งต่อรักษาที่ร.พ.พัทลุง แพทย์ให้การรักษาตามแผนอย่างเต็มที่ แต่ผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้น ไม่ตอบสนอง และเสียชีวิตเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 เม.ย. ทางญาตินำศพไปเผาทันทีที่บริเวณศาลาคู่ เมรุบ้านน้ำจาย ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จากนั้นให้พระภิกษุสงฆ์สวดพระอธิธรรม 1 เตียง ท่ามกลางญาติที่ร่วมอาลัย
บุคลากรแพทย์ตรังติดเชื้อ 6
เพจของร.พ.รัษฎา จ.ตรัง โพสต์ข้อความประกาศด่วนถึงผู้รับบริการว่า เนื่องจากผลตรวจโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์ร.พ.รัษฎา 10 ราย เมื่อวันที่ 27 เม.ย. พบผู้ติดเชื้อโควิด 6 ราย ไม่พบเชื้อ 4 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในแผนกที่ไม่ได้ให้บริการผู้ป่วยโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ร.พ.รัษฎาขอปิดบริการทุกแผนกยกเว้นห้องฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2564 จึงขอความร่วมมือทุกท่านให้งดเดินทางมาร.พ.รัษฎา ยกเว้นป่วยฉุกเฉิน เพื่อให้ร.พ.รัษฎาดำเนินการควบคุมโรค และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในร.พ. ตามมาตรฐาน และจะรายงานสถานการณ์ให้ทุกท่านทราบเป็นระยะ
ด้านนพ.บรรเจิด สุขพิพัฒน์ปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า กรณีที่ร.พ.รัษฎาจำเป็นต้องปิดให้บริการทุกแผนก ยกเว้นห้องฉุกเฉินนั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 พบว่ามีผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอรัษฎา ซึ่งเป็นเพศชาย มีครอบครัวอยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ติดเชื้อโควิด ผลตรวจเป็นบวก โดยมีภรรยาทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพอยู่ที่ร.พ.ทุ่งสง ก่อนผลตรวจจะเป็นบวก ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอรัษฎามาปฏิบัติหน้าที่ที่สาธารณสุขอำเภอรัษฎาทุกวัน ทำให้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวหลายคน ทั้งบุคลากรในสาธารณสุขอำเภอรัษฎา ทั้ง บุคลากรร.พ.รัษฎา ซึ่งลูกชายของผู้ติดเชื้อก็ติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาบุคลากรในสาธารณสุขอำเภอรัษฎา และ เจ้าหน้าที่ร.พ.รัษฎา 1 คน ผลตรวจเป็นบวก ติดเชื้อโควิด ทำให้ร.พ.รัษฎาต้องหยุดให้บริการผู้ป่วยนอกทั่วไปก่อนเพื่อทำความสะอาดโรงพยาบาล จะให้บริการเฉพาะแผนกฉุกเฉินเพียงอย่างเดียว คาดว่าอาจจะใช้เวลา 2-3 วัน อาจจะเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนกลุ่ม ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็กักตัวไว้แล้ว
นพ.บรรเจิดกล่าวอีกว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 23 ราย ในอ.กันตัง 13 ราย อ.รัษฎา 6 ราย อ.วังวิเศษ 2 ราย และ อ.นาโยง 2 ราย ยอดสะสมระลอกใหม่ 94 ราย โดยเป็นทั้ง ผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายเก่า และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเข้ามา
เลื่อนจัดงานพ่อขุนเม็งราย
วันเดียวกัน นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงรายมีหนังสือไปถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการในจ.เชียงราย เรื่องประกาศเลื่อนการจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดประจำปี 2564 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 21-30 พ.ค.2564 ที่ลานฝูงบิน 416 (สนามบินเก่า) อ.เมืองเชียงราย ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากกำหนดจัดขึ้นช่วงเดือนม.ค.ของทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองเชียงราย แต่จากการระบาดของโควิด-19 จึงเลื่อนมาเป็นเดือนพ.ค. แต่ต้องเลื่อนอีกครั้งอย่างไม่มีกำหนด เพราะการระบาดยังคงรุนแรง และทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 มีมาตรการเข้มงวด
ปิดวัดร่องขุ่นไม่มีกำหนด
ส่วนที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเยือนอย่างต่อเนื่อง ประกาศปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.เป็นวันแรกออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากการระบาดของโควิดที่รุนแรงขึ้นในขณะนี้
โดยเพจของวัดระบุว่าจะปิดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อไป
คนงานก่อสร้างติดโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ในเขต อ.พาน จ.เชียงราย เป็นชายอายุ 51 ปี มีประวัติทำงานเป็นช่างก่อสร้างในวัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย เมื่อวันที่ 13-15 เม.ย. เคยดื่มสุรากับญาติที่มาจากจ.สระบุรี และไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ในพื้นที่หลายครั้งจนมีอาการเจ็บคอเมื่อวันที่ 18 เม.ย. แต่วันที่ 21 เม.ย.ก็ยังไปทำงานที่วัดร่องขุ่น ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย. ทำงานแต่ก็สวมหน้ากากอนามัยตลอด กระทั่งวันที่ 23-26 เม.ย.จึงอยู่บ้านและเจ้าหน้าที่ไปตรวจหาเชื้อจนทราบผลว่าติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.
ยโสธรตายโควิดรายแรก
นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าฯยโสธร แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุ 61 ปี ติดเชื้อมาจากเพื่อนที่เดินทางมาจากจ.สมุทรสาคร ก่อนนำเชื้อมาระบาดที่โต๊ะสนุ้กเจพี ในตัวเมืองยโสธร โดยญาติจัดการเผาศพในวันนี้ตามมาตรการ ทำให้ต้องยกระดับของการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดให้มากขึ้น รวมทั้งการดูแลผู้ติดเชื้อและระบบเฝ้าระวังสอบสวนผู้ที่มีความเสี่ยงในชุมชนให้มากขึ้น
ด้านนพ.ธีระพงษ์ แก้วภมร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติการสัมผัสกลุ่มเสี่ยงเพื่อนที่จ.สมุทรสาคร เริ่มมีอาการปวดกล้ามเนื้อและมีไข้ ในวันที่ 16 เม.ย. ต่อมาอาการไม่ดีขึ้นไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ในวันที่ 21 เม.ย. มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจและส่งต่อร.พ.ยโสธรและตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ให้การรักษาตึกผู้ป่วยหนัก และเสียชีวิตเวลา 23.32 น.วันที่ 27 เม.ย. เป็นรายแรกของจ.ยโสธรที่เสียชีวิต
เจ้าอาวาสวัดดังมรณภาพ
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่เมรุวัดพัฒนาราม อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่นำร่าง พระอาจารย์ ทองสุข กิตติญาโณ อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดกรวด ต.กระแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มรณภาพด้วยโควิด-19 ในช่วงบ่าย เพื่อนำมาประกอบพิธีฌาปนกิจ หลังเข้ารักษาตัวที่ร.พ.กาญจนดิษฐ์ และย้ายมารักษาต่อที่ร.พ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากมีโรคแทรกซ้อนหลายโรค
ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายประเวศ ไทยประยูร รองผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนพ.มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขขังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงกรณีผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อเสียชีวิต 1 ราย เป็นพระภิกษุสงฆ์ ในอ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อบ่ายวันที่ 28 เม.ย.
นพ.มนูกล่าวว่า เป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติธรรม อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดกรวด ต.กระแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดสมอง และโรคเกาต์ เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2564 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ด้วยอาการไอ เจ็บคอ รับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. มีอาการมีน้ำมูก มีเสมหะ ถ่ายเหลว หายใจลำบาก รับการรักษาที่แผนกใน ปริมาณออกซิเจนในเลือด 88 ผลเอกซเรย์มีความผิดปกติในปอดส่วนล่างทั้งซ้ายและขวา ต่อมาหายใจเหนื่อยมากขึ้น ใส่ท่อช่วยหายใจ แพทย์จึงส่งต่อไปยังร.พ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 เม.ย. 2564 ระหว่างนำส่งหายใจเหนื่อยมากขึ้น หัวใจหยุดเต้น ทำการกู้ชีพ 40 นาที หัวใจกลับมาเต้น มีภาวะไตวายร่วมด้วย การรักษา ให้ยาต้านไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยากระตุ้นความดันขนาดสูง และใส่เครื่องช่วยหายใจ ติดตามอาการ ต่อมาความดันต่ำลง ไม่ตอบสนองต่อยา และมรณภาพ เวลา 13.15 น. วันที่ 28 เม.ย. ผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19
นายประเวศกล่าวว่า มีผู้ป่วยใหม่ 46 ราย ล่าสุดมีผู้ป่วยยืนยันรวม 621 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัด 517 ราย จากต่างจังหวัด 62 ราย ผู้ป่วยจากระบบบริการ 540 ราย และจากการตรวจเชิงรุก 81 ราย
โควิดสระบุรีป่วยเพิ่ม 8
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 ราย เข้ารับการรักษาแล้ว 7 ราย รอการรักษา 1 ราย รักษาหายแล้ว 55 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 68 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ วันนี้ 6 รายเป็น ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อก่อนหน้า ส่วนอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
อยุธยาป่วยโควิดอีก 14
นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 14 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 339 ราย รักษาตัวตามโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนามและ Hospitel หรือศูนย์พักฟื้นผู้ป่วย โควิด-19 จำนวน 229 ราย รักษาตัวหายแล้ว 49 ราย จากการสอบสวนโรค พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 ราย ส่งตรวจหาเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ สำหรับผู้ป่วยที่พบ 14 ราย พบว่าเป็นการสัมผัสติดเชื้อกับคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และเดินทางไปร่วมกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง
ผู้ติดเชื้อทั้ง 14 รายมีดังนี้ หญิงไทยอายุ 31 ปี อ.บางปะหัน สัมผัสผู้ป่วยจ.ชลบุรี หญิงไทยอายุ 30 ปี อ.บางปะหัน สัมผัสผู้ป่วย จ.ชลบุรี ชายไทยอายุ 47 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 201,243 เป็นภรรยา และบุตร หญิงไทยอายุ 83 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัส ผู้ป่วยรายที่ 296 เป็นบุตรสาว, ชายไทยอายุ 52 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสผู้ป่วย จ.ปทุมธานี ชายไทยอายุ 36 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสผู้ป่วย จ.อ่างทอง ตรวจพบเชื้อ, ชายไทยอายุ 28 ปี อ.วังน้อย การสอบสวนโรคไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัด เกี่ยวกับกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง, ชายไทยอายุ 54 ปี อ.บางไทร สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 191 เป็นลูกชาย หญิงไทยอายุ 37 ปี อ.มหาราช สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 289 เป็นเพื่อนร่วมงาน, หญิงไทยอายุ 42 ปี อ.ท่าเรือ สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 292 เป็นเพื่อนร่วมงาน, ชายไทยอายุ 27 ปี อ.อุทัย การสอบสวนโรคไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัด เกี่ยวกับกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง ชายไทยอายุ 29 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 248 เป็นภรรยา, หญิงไทยอายุ 16 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 209 เป็นพี่ชาย และชายไทยอายุ 37 ปี อ.บางปะอิน ชายไทยอายุ 37 ปี สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 321 เป็นมารดา
กาญจน์ติดเชื้อพุ่ง 21
วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 21 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 14 ราย อายุต่ำสุด 9 ขวบ สูงสุด 62 ปี รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมห้วงเดือนเม.ย. 109 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 28 ราย รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาล 81 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย ดังนี้ หญิง อายุ 46 ปี ชาวต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี หญิง อายุ 62 ปี ชาวต.ปากแพรก สัมผัสผู้ป่วยชาวกทม.รักษาอยู่ที่ร.พ.พหลพลพยุหเสนา
หญิง อายุ 50 ปี ชาว ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ ติดเชื้อสัมผัสผู้ป่วย จากกทม.รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.หนองปรือ หญิง อายุ 25 ปี ชาวต.บ้านใต้ อ.เมืองกาญจนบุรี สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อชาว กทม.รักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.ด่านมะขามเตี้ย หญิง อายุ 41 ปี ชาวต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง ติดเชื้อมาจาก กทม.รักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.พหลพลพยุหเสนา
หญิง อายุ 36 ปี ชาวต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง สัมผัสผู้ป่วยจากกทม.รายที่ 93 รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.พหลพลพยุหเสนา หญิง อายุ 38 ชาวต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย สัมผัสผู้ป่วยจาก กทม.รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 อ.ท่าม่วง หญิง อายุ 47 ปี ชาว ต.ปากแพรก สัมผัสผู้ป่วยจาก กทม.รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.พหลพลพยุหเสนา ชาย อายุ 9 ปี ชาว ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี สัมผัสผู้ป่วยจาก กทม.รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.พหลพลพยุหเสนา ชาย อายุ 33 ปี ชาวต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี สัมผัส ผู้ป่วย จ.เพชรบุรี รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.พหลพลพยุหเสนา หญิง อายุ 24 ปี ชาว ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา สัมผัสผู้ป่วย จ.นนทบุรี รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.มะการักษ์ อ.ท่ามะกา
หญิง อายุ 51 ปี, ชายอายุ 31 ปี, ชาย อายุ 33 ปี, หญิง อายุ 12 ปี, ชาย อายุ 57 ปี, หญิง อายุ 56 ปี, ชาย อายุ 25 ปี, ชาย อายุ 31 ปี, หญิง อายุ 18 ปี, หญิง อายุ 32 ปี ทั้งหมดเป็นชาวต.หนองปรือ สัมผัสผู้ป่วยจากกทม.รักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.หนองปรือ อ.หนองปรือ
ทั้งนี้ระหว่างช่วงวันหยุดเทศกาลวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อจากกทม.เดินทางฉลองเทศกาลด้วยการรวมกลุ่มกันจัดงานเลี้ยง ซึ่งภายในงานมีการร้องคาราโอเกะด้วย
เชียงใหม่ป่วยเพิ่ม 89
ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อย จำนวน 89 ราย ทั้งนี้ยอดที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการที่ค้างจากรอบดึก เนื่องจากเมื่อวานนี้มีกลุ่มเสี่ยงมาขอรับการตรวจมากขึ้น ทำให้ผลการตรวจหาเชื้อออกมาช้า ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเม.ย. 3,448 ราย เป็นผู้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลรัฐฯ โรงพยาบาลเอกชน และฮอสพิเทล 1,994 ราย รักษาหายแล้ว 1,452 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
สำหรับคลัสเตอร์เรือนจำกลาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด 177 รายนั้น ขณะนี้ทั้งหมดได้รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลสนามของเรือนจำกลางเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ระบบการป้องกันควบคุมโรคแบบบับเบิล แอนด์ ซีล ที่มีการควบคุมโรคและรักษาพยาบาลอยู่ในระบบปิดภายในเรือนจำ
รพ.ตราดวุ่นพบจนท.ติดเชื้อ 3
นายสุพจน์ แพรนิมิตร ผอ.ร.พ.ตราด แถลงว่า เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตราด 3 รายติดเชื้อโควิด โดยรายแรกเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุที่ติดเชื้อมาจากน้องสาวในบ้านเดียวกัน สอบสวนโรคพบว่า มีผู้เสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิด 29 คน จึงสั่งให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน ส่วนอีก 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ 1 ราย เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะกูดช่วงสงกรานต์ และกลับมาจึงพบปรากฏอาการในการตรวจครั้งที่ 2 มีผู้สัมผัสใกล้ชิด 6 ราย และเจ้าหน้าที่ในห้องเเล็บ