ยอดผู้เสียชีวิต
ทะลุ 200คนแล้ว
เกินพัน-ยังหนัก

สลดพ่อ-ลูกชายคนโตเสียชีวิตคาบ้านย่านปากน้ำ หลังติด โควิดยกครัว 4 ราย ส่วนแม่ พร้อมลูกคนเล็กป่วย เผยลูกคนเล็กทำงานผับย่านทองหล่อ ก่อนพบติดเชื้อ ศบค.ไทยป่วยโควิดอีก 1,583 ตายเพิ่ม 15 ยอดสะสมเสียชีวิต 203 ขณะที่อาการหนักเกิน 1 พันแล้ว ที่คลองเตยตรวจเชิงรุกป่วยแล้ว 67 ตรังสั่งปิดร.พ.รัษฎาหลังพบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 28 นครศรีฯปิด 3 หมู่บ้าน ที่ร่อนพิบูลย์ ส่วนแม่สายก็ปิดโรงพยาบาลเช่นกัน หลังบุคลากรแพทย์เสี่ยงติดเชื้อต้องกักตัว 14 วัน ปลัดอำเภอเมืองโคราชติดเชื้อ เร่งสอบสวนโรค เชียงใหม่ป่วยอีก 59 ทอ.ส่งเครื่องแอร์บัสไปรับคนไทยที่อินเดียวันนี้

ติดโควิดอีก 1,583-ดับเพิ่ม 15

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิดประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,583 ราย มาจากระบบเฝ้าระวัง 1,366 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 213 ราย และเดินทางมาจาก ต่างประเทศ 4 ราย รักษาหายเพิ่ม 860 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 15 ราย ยอดป่วยสะสม 65,153 ราย หายสะสม 36,254 ราย เสียชีวิตสะสม 203 ราย กำลังรักษา 28,696 ราย อยู่ในร.พ. 21,407 ราย ร.พ.สนาม 7,209 ราย อาการหนัก 871 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 250 ราย ส่วนระลอกใหม่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นมา ติดเชื้อ 36,290 ราย เสียชีวิตสะสม 109 ราย

พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิต 15 ราย มาจากกทม. 9 ราย ชลบุรี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครปฐม ราชบุรี และประจวบ คีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 6 ราย อายุตั้งแต่ 29-93 ปี ค่าเฉลี่ย 75 ปี โรคประจำตัวที่พบ คือความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมอง และอ้วน จะเสียชีวิตจาก โควิด-19 ได้ง่าย ยังมีโรคปอดเรื้อรัง ไตเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียง ทำให้เสี่ยงเสียชีวิตจากโควิด ปัจจัยเสี่ยงที่พบคือมาจากการสัมผัสใกล้ชิดสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อ สัมผัสใกล้ชิดกับเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน สัมผัสผู้ติดเชื้อในสถานบันเทิง ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ติดเชื้อ โดยผู้ป่วยที่พบจากระบบเฝ้าระวังในร.พ.เริ่มมี แนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมการติดเชื้อวันนี้ กทม.ติดเชื้อ 417 ราย ปริมณฑล 305 ราย และจังหวัด อื่นๆ 857 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ติดเชื้อ 4 ราย มาจากปากีสถาน ญี่ปุ่น อินเดีย และซูดานใต้ ประเทศละ 1 ราย

เชื้อกระจาย 70 จว.

“ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้กระจาย 70 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสะสมระลอกนี้สูงสุด คือ กทม. เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ และนนทบุรี ส่วนวันนี้ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับ คือ 1. กทม. 417 ราย สะสม 12,005 ราย 2.สมุทรปราการ 138 ราย สะสม 1,719 ราย 3.ชลบุรี 131 ราย สะสม 2,394 ราย 4.เชียงใหม่ 66 ราย สะสม 3,502 ราย 5.นนทบุรี 50 ราย สะสม 1,544 ราย 6.สมุทรสาคร 48 ราย สะสม 916 ราย 7.ระนอง 36 ราย สะสม 159 ราย 8.ปทุมธานี 35 ราย สะสม 777 ราย 9.สุราษฎร์ธานี 34 ราย สะสม 653 ราย และ 10.นครปฐม 34 ราย สะสม 522 ราย” พญ.พรรณประภากล่าว

พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า ความคืบหน้าการฉีดวัคซีน ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-29 เม.ย.2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด 1,411,614 โดส เฉพาะวันที่ 29 เม.ย. มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 16,035 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 50,933 ราย

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก ยืนยันสะสมกว่า 151 ล้านราย ติดเชื้อใหม่กว่า 8 แสนราย เสียชีวิตกว่า 15,000 คน รวมสะสมเสียชีวิต 3.17 ล้านราย โดยสหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล ฝรั่งเศส และรัสเซียมีผู้ติดเชื้อสะสมตามลำดับ ส่วนฝั่งเอเชีย พบว่าประเทศอินเดียมีผู้ป่วยยืนยันสะสมสูงต่อเนื่องอยู่ที่กว่า 3 แสนรายต่อวัน และต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่ประเทศมาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และลาวที่พบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่อง

คลองเตยป่วยแล้ว 67

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค.แถลงว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อกทม.ที่ลดลงเหลือ 417 รายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ต้องมาดูว่าลดลงจริงหรือไม่ เพราะถ้าดูจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ เสียชีวิต รวมถึงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงยังคงเพิ่มอยู่ นี่คือวิกฤต ดังนั้นจำเป็นต้องลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลง และถ้าไปดูการแพร่ระบาดของโควิดที่มีประวัติเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงในรอบเดือนเม.ย. พบว่ามีทั้งสิ้น 7,755 ราย อยู่ในกทม.ถึง 6,828 ราย อยู่ต่างจังหวัด 831 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 68 ราย จำนวนคนที่มีภูมิลำเนา 831 รายนี้ หรือไม่ที่ไปแพร่เชื้อในช่วงสงกรานต์

ทั้งนี้ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข มีการรายงานตัวเลขการค้นหาเชิงรุกใน กทม. ตั้งแต่วันที่ระหว่าง 5-29 เม.ย. มีการค้นหา ทั้งในสถานประกอบการ สถานบันเทิง ประชาชนเดินเข้ามา ตลาด ชุมชน รวม 28,022 ราย พบเชื้อ 1,273 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.54 และการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกเฉพาะชุมชนต่างๆ ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. ตรวจไปแล้ว 5,300 ราย เฉพาะชุมชนคลองเตยตรวจไปแล้ว 1,000 ราย พบติดเชื้อแล้วถึง 67 ราย

เชียงใหม่ป่วยโควิดอีก 59

วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 59 ราย รวมป่วยสะสม 3,575 รายของการระบาดรอบใหม่ รักษาหายออกจากโรงพยาบาลแล้ว 1,766 ราย และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,809 ราย

สำหรับผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม 1,250 ราย โรงพยาบาลรัฐ 286 ราย โรงพยาบาล เอกชน 112 ราย ฮอสพิเทล 49 ราย โรงพยาบาลต่างจังหวัด และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 110 ราย และผู้ป่วยในเรือนจำกลางเชียงใหม่ 191 ราย

ระยองติดเชื้ออีก 15

ด้านนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง แถลงว่า จ.ระยองพบผู้ป่วยติดเชื้ออีก 15 คน รวมยอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 513 คน รักษาหาแล้ว 153 คน โดยมีการกักตัวกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังทั้งหมด 2,021 คน จากการตรวจเชิงรุกไปแล้ว 17,527 คน

ขณะที่ศูนย์โควิด-19 ระยองประกาศ ขอความร่วมมือ ใครที่ไป 6 จุดเสี่ยงบนเกาะเสม็ด ประกอบด้วย 1.ร้านโจ๊ยน้ำแข็งหลอด (เกาะเสม็ด) ตั้งแต่วันที่ 10-26 เม.ย. 2.ร้านขายของชำ ข้างเซเว่น (ศาลเจ้าปู่ดำ เกาะเสม็ด) ตั้งแต่ 12-26 เม.ย. 3.แคมป์คนงานซีคิงส์ เกาะเสม็ด ตั้งแต่ 10-24 เม.ย. 4.แคมป์ บานสนามฟุตบอล เกาะเสม็ด ตั้งแต่ 10-24 เม.ย. 5.บ่อขยะ เกาะเสม็ด ตั้งแต่ 10-24 เม.ย. 6.ร้านอาหารคลิปฟู้ด หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด ตั้งแต่วันที่ 10-24 เม.ย. ขอให้รีบไปตรวจหาเชื้อโควิดตามสถานที่สาธารณสุขกำหนด หรือสถานสาธารณสุขใกล้บ้าน เพราะมีผู้ติดเชื้อเดินทางไปยังสถานที่ทั้ง 6 แห่งดังกล่าว

ทีมแพทย์ป่วยเพิ่ม 28 ตรังปิดร.พ.

เวลา 15.15 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง พร้อมด้วย นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒน์ปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ตรัง แถลงข่าวพบ ผู้ป่วยโควิด-19 ระลอกใหม่

นพ.บรรเจิดกล่าวว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 34 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของร.พ.รัษฎา อ.รัษฎา จ.ตรัง เพิ่มอีก 28 ราย รวมบุคลากรทางการแพทย์ของร.พ.รัษฎา ติดเชื้อทั้งหมด 34 ราย รอผลอีก 13 ราย พบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่แสดงอาการ ทำให้มีการ สั่งปิดร.พ.รัษฎา จากเดิม 3 วันคือเมื่อวันที่ 27-30 เม.ย. ต่อไปอีก 14 วัน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ โดยย้ายผู้ป่วยทั้งหมด ไปอยู่โรงพยาบาลใกล้เคียง งดให้บริการ ในทุกแผนก พร้อมเรียกประชาชนผู้ไปใช้บริการตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ไปตรวจหาเชื้อโควิด 19

ขณะเดียวกันได้ปรับร.พ.รัษฎา เป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อรักษาบุคลากรที่ติดเชื้อ ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้อยู่ในอ.เมืองตรัง 1 ราย อ.นาโยง 1 ราย และ อ.สิเกา 3 ราย

พ่อลูกดับโควิดคาบ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจากมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมอุปกรณ์และน้ำยาฆ่าเชื้อและชุดป้องกันโควิดเดินทางมาที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.เทพา รักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าไปเก็บและบรรจุร่างของชายวัย 42 ปี ที่ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตอยู่ในบ้านพัก

เมื่อไปถึง พบมารดาวัย 60-65 ปีซึ่งติด โควิดเช่นกันนั่งเฝ้าศพบุตรชายอยู่ไม่ห่าง โดยคุณยายรายนี้ป่วยสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายร่างของลูกชายวัย 42 ปีออกมาจากบ้านพักนำส่งไปชันสูตรที่ร.พ.รามาธิบดีสมุทรปราการ ท่ามกลางความเศร้าสลด ของเพื่อนบ้านที่พบเห็นผู้ป่วยโควิดนอนตายคาบ้านพัก โดยไม่ได้รับการรักษา

เพื่อนบ้านเล่าว่า ก่อนหน้านี้บุตรชาย คนเล็กซึ่งเป็นพนักงานในผับย่านทองหล่อ เดินทางไปกลับบ้านพักหลังนี้บ่อยครั้ง แล้วติด เชื้อโควิดทำให้แพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัว บ้านหลังนี้พักอาศัยทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย บิดา-มารดา-บุตรชายคนโต ซึ่งคือผู้เสียชีวิตล่าสุด และบุตรชายคนเล็ก หลังจากบุตรชายคนเล็กได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อ ทำให้ทุกคนในบ้านได้รับเชื้อโควิดด้วย แต่บุตรชายคนเล็ก โรงพยาบาลเอกชนใน กทม.มารับตัวไปรักษาแล้ว เหลือเพียง 3 คน ซึ่งทุกคนติดเชื้อและกักตัวรอเข้ารับการรักษาในร.พ.โดยไม่ได้ออกมาจากบ้านพัก

กระทั่งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา บิดาวัย 70 ปีซึ่งป่วยติดเตียงอยู่แล้วและติดโควิดซ้ำเสียชีวิต และล่าสุดบุตรชายคนโตวัย 42 ปี เสียชีวิต คาบ้านพักอีกราย

ส่วนมารดาจากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่าอาการป่วยโควิดหนักพอกัน แต่ยังไม่มี หน่วยงานใดมารับตัวไปรักษา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบมารับไปรักษาด่วน

ป่วยทั้งบ้าน – จนท.รับตัวหญิงชราที่อยู่ตามลำพังในบ้านย่านเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ นำส่งโรงพยาบาล หลังลูกชายคนเล็กทำงานผับทองหล่อพาเชื้อโควิดมาติดคนทั้งบ้าน ทำให้สามีและลูกชายคนโตเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30 เม.ย.

นำแม่ส่งร.พ.-ตรวจเชื้อ

ต่อมาเวลา 11.00 น.นายสุทนธ์ วงส์ศิริ ผอ.รพ.สต.เทพารักษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อนำแม่ของผู้เสียชีวิตซึ่งมีอาการไอตลอดเวลาไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ. สมุทรปราการ

นายสุทนธ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จากข้อมูลพบว่าลูกชายซึ่งทำงานอยู่ย่านทองหล่อ เดินทาง ไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.กล้วยน้ำไท ก่อนเดินทาง มากักตัวอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพื่อรอผล ต่อมา วันที่ 27 เม.ย. พ่อซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เสียชีวิตลง โดยไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากโควิดหรือไม่ ทางครอบครัวจึงนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหนามแดง กระทั่งวันที่ 28 เม.ย. ทางร.พ.กล้วยน้ำไทโทร.มาแจ้งผลลูกชายคนเล็กว่าติดเชื้อโควิด โรงพยาบาลมารับตัวไปรักษาในวันเดียวกัน

หลังจากรพ.สต.เทพารักษ์ได้รับแจ้งว่ามี ผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ และคนในบ้านอยู่ในกลุ่มเสี่ยง จึงให้กักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อรอดูอาการก่อน ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อกับผู้เป็นแม่และลูกชายคนโต กระทั่งเช้าวันนี้ได้รับแจ้งว่า ลูกชาย คนโตซึ่งมีประวัติเป็นโรคหอบเสียชีวิตเพิ่ม แต่ยังไม่ยืนยันว่ามาจาการติดเชื้อโควิดหรือไม่ จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมกับนำตัว ผู้เป็นแม่ไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.สมุทรปราการ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ นายวันชัย คงเกษมา ผวจ.สมุทรปราการ กล่าวถึงข่าวผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ยกบ้าน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 2 รายนั้นว่า สำหรับครอบครัวดังกล่าวมี 4 คน ประกอบด้วย พ่อ อายุ 82 ปี ผู้ป่วยติดเตียงจากเส้นเลือดสมองตีบ แม่ อายุ 70 ปี ภรรยา ลูกชายคนโตอายุ 41 ปี และลูกชาย อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากทำงานที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ และทราบว่าจะเดินทางไปมาที่บ้านหลังนี้บ่อยครั้ง ต่อมาวันที่ 27 เม.ย. พ่อเสียชีวิตที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าติดเชื้อโควิด หรือไม่ ก่อนที่ทางครอบครัวจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหนามแดง

จากนั้นวันที่ 28 เม.ย.โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทโทร.แจ้งผลว่า ลูกชายคนเล็ก ติดเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่นำรถมารับตัวไปรักษาที่ร.พ.สนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ พร้อมประสานให้แม่และลูกคนโตที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมาตรวจหาเชื้อ แต่ทั้งสองคนยังไม่สะดวก กระทั่งเช้ามืดวันที่ 30 เม.ย. แม่โทร.มาขอความช่วยเหลือที่ศูนย์กู้ชีพสมุทรปราการว่า ลูกชายคนโตป่วยไม่รู้สึกตัว และเจ้าหน้าที่สอบถามเพิ่มเติมพบว่าผู้ป่วย มีประวัติมีโรคประจำตัวคือโรคหอบ และ น้องชายเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่ จึงเตรียมบุคลากรเครื่องมือ ออกไปรับผู้ป่วยเมื่อถึงบ้าน พบว่าลูกชายคนโตเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งแม่ผู้เสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ รพ.สต.เทพารักษ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู ตำรวจสภ.สำโรงเหนือจึงร่วมชันสูตรผู้เสียชีวิต พร้อมส่งตัวแม่ไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.สมุทร ปราการ ส่วนร่างของพี่ชายคนโตส่งศพไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ขณะนี้ยังรอผลตรวจ

ปลัดอำเภอเมืองโคราชติดโควิด

นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 31 ราย ในพื้นที่อ.คง 3 ราย, อ.โชคชัย 4 ราย, อ.โนนสูง 1 ราย, อ.บ้านเหลื่อม 1 ราย, อ.ปากช่อง 7 ราย, อ.เมืองนครราชสีมา 12 ราย, อ.สีคิ้ว 2 ราย และอ.ห้วยแถลง 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 570 ราย รักษาหาย 164 ราย ยังรักษาอยู่ 405 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังคงพบการระบาดในพื้นที่ 27 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ

สำหรับร.พ.สนาม มีผู้ป่วย 39 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 20 ราย คงเหลือเตียงว่างในร.พ.สนาม 61 เตียง ส่วนการตรวจรถ ชีวนิรภัยพระราชทาน มีผู้มาตรวจหาเชื้อ รายใหม่ 1,359 ราย รวมยอดเข้ารับการตรวจสะสม 8,313 ราย ตรวจพบเชื้อ 17 ราย ไม่พบเชื้อ 8,295 ราย รอผล 1 ราย

นายกรกตกล่าวด้วยว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิดในกลุ่มคลัสเตอร์เดิมสามารถ ควบคุมได้ทุกพื้นที่แล้ว แต่การติดเชื้อที่ตรวจพบเกิดจากกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ มีปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมาติดเชื้อโควิดด้วย จึงต้องปิดสำนักทะเบียนอำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค สำหรับปลัดอำเภอเมืองรายนี้ ไปตรวจหาเชื้อโควิดเมื่อเช้าวันที่ 29 เม.ย. ทราบผลว่าติดเชื้อในช่วงเย็นวันเดียวกัน และเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ. ส่วนไทม์ไลน์จะเร่งสอบสวนโดยด่วน และขอให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่สำนักทะเบียนอำเภอเมืองนครราชสีมา และสัมผัสใกล้ชิดกับปลัด อำเภอเมืองรายนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. ไปตรวจหาเชื้อ ได้ที่รถชีวนิรภัยพระราชทาน บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด, ร.พ.มหาราชนครราชสีมา หรือร.พ.เทพรัตน์นครราชสีมา

อยุธยาป่วยโควิดอีก 11 ราย

นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จ.พระนคร ศรีอยุธยาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย ยอดป่วยสะสมเพิ่มขึ้น 365 ราย รักษาตัวตามโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และศูนย์ พักฟื้นผู้ป่วยโควิด 235 ราย รักษาตัวหายแล้ว 69 ราย จากการสอบสวนโรค พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 59 ราย ส่งตรวจหาเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ

สำหรับผู้ป่วยที่พบ 11 รายนั้น มีผู้ป่วย รายหนึ่งซึ่งเป็นชายชาวอินเดีย อายุ 45 ปี เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกรุงเทพมหานคร ผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดกับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน มีผู้ป่วย 3 รายที่การสอบสวนโรคไม่แน่ชัดว่าติดรับเชื้อ มาจากที่ไหน

สำหรับผู้ป่วยทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย ชายชาวอินเดียอายุ 45 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วย จ.ปทุมธานี, หญิงไทยอายุ 24 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วย จ.ปทุมธานี หญิงไทยอายุ 52 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 95,105 หญิงไทยอายุ 18 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัส ผู้ป่วยรายที่ 346

หญิงไทยอายุ 50 ปี อ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 346

หญิงไทยอายุ 15 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 182,183 เด็กชายไทยอายุ 13 ปี อ.อุทัย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 342 หญิงไทยอายุ 25 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยในที่ทำงาน

หญิงไทยอายุ 28 ปี ชายไทยอายุ 45 ปี และชายไทยอายุ 19 ปี ทั้งหมดอยู่ที่ อ.วังน้อย การสอบสวนโรคไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัด เกี่ยวกับ กิจกรรมในพื้นที่เสี่ยง

นพ.พีระกล่าวอีกว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสำนักงานจังหวัด เตรียมเปิดโครงการการตรวจคัดกรองโควิดด้วยวิธีไดรฟ์ ทรู โดยการเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการสัมผัส และลดความแออัด ตลอดจนทำให้การตรวจค้นหาเชิงรุกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เสี่ยงติดเชื้อ-ปิดรพ.แม่สาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประกาศงดให้บริการทั้งหมดในโรงพยาบาลแม่สาย ยกเว้นผู้ป่วยที่ภาวะฉุกเฉินเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1-16 พ.ค.นี้ ส่วนผู้ป่วยที่มีนัดให้เลื่อนออกไปก่อนหรือติดต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) หรือสายด่วน 0-5373-4304 งดเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณี และผู้ป่วยในที่พักรักษาตัว อยู่ในโรงพยาบาลก็ให้สังเกตอาการ 14 วัน

สาเหตุที่ต้องปิดโรงพยาบาลเพราะมีบุคลากร และผู้ป่วยกลายเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงจากโรคโควิด จึงต้องกักตัว 14 วัน ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ หมุนเวียนทดแทนกันได้อย่างเพียงพอ อย่างไร ก็ตามยังไม่มีบุคลากรของโรงพยาบาลติดเชื้อ

ขสมก.ป่วนหนักติดโควิดอีก 4

คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือขสมก.แจ้งว่า ตรวจพบพนักงานติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 4 คน ประกอบด้วยพนักงานเก็บค่าโดยสารรถธรรมดา สาย 47 เพศหญิง อายุ 54 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถธรรมดา สาย 4 เพศหญิง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถโดยสารรถธรรมดา สาย 4 เพศหญิง อายุ 56 ปี และพนักงานขับรถโดยสารปรับอากาศ สาย 137 เพศชาย อายุ 59 ปี

โดยผู้ป่วยรายแรก ตรวจหาเชื้อในรถพระราชทานตรวจเชิงรุกเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ในเขตพื้นที่คลองเตย ได้รับแจ้งวันที่ 28 เม.ย. ว่าติดเชื้อ และเข้าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ วันที่ 29 เม.ย. รายที่ 2 เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ร.พ.บางพลี จ.สมุทรปราการ วันที่ 28 เม.ย. ได้รับแจ้งว่าติดเชื้อ และส่งไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ รายที่ 3 ตรวจหาเชื้อที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ศูนย์แจ้งว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อ จึงให้อยู่ที่บ้านเพื่อรอรถพยาบาลมารับไปรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันที่ 29 เม.ย. และรายที่ 4 ตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก เมื่อ 27 เม.ย. ต่อมาวันที่ 28 เม.ย. พนักงานเดินทางไปรับทราบผลการตรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกแจ้งว่าติดเชื้อ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ประจวบฯตาย 1-ชายอังกฤษ 92

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า พบมีผู้ติดเชื้อ รายใหม่อีก 11 ราย ตัวเลขผู้ป่วยสะสม 1,075 ราย รักษาหายแล้ว 658 ราย อยู่ระหว่างรักษา 414 ราย พบมีอาการรุนแรง 16 ราย ทั้งนี้ มีประชาชนสัมผัสเสี่ยงสูงและค้นหาเชิงรุก ตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว 12,572 ราย

“วันนี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยรายที่ 1,086 ชาย สัญชาติอังกฤษ อายุ 92 ปี ที่อยู่อ.หัวหิน มีโรคประจำตัว เป็นโรคหัวใจรักษาต่อเนื่อง ตรวจพบประวัติ สัมผัสญาติในครอบครัว ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยง วันที่ 24 เม.ย. ผู้ป่วยหายใจเหนื่อย รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ 26 เม.ย. หนาวสั่น หายใจเหนื่อย อ่อนเพลียเพิ่มขึ้น 15.32 น. มาถึงหน้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยหมดสติ ประเมินไม่พบชีพจร เข้ารับการช่วยพื้นคืนชีพในโรงพยาบาล ใส่ท่อช่วยหายใจ เอกซเรย์พบปอดอักเสบ เสียชีวิต เวลา 17.17 น. ต่อมาวันที่ 29 เม.ย. รายงานพบเชื้อโควิด-19 ในตัวผู้เสียชีวิต”

ปิด 3 หมู่บ้านร่อนพิบูลย์

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจ.นครศรี ธรรมราชมีมติเห็นชอบให้อ.ร่อนพิบูลย์สั่งปิดชั่วคราว 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 4 ต.เสาธง, หมู่ 4 และหมู่ 5 ต.ควนพัง ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ถึงวันที่ 6 พ.ค. พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดออกนอกเคหสถานช่วงเวลา 21.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-6 พ.ค.เช่นกัน เพื่อความสะดวก ในการควบคุมและคัดกรองการแพร่ระบาดของโรคโควิดในพื้นที่ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นายไกรศรกล่าวต่อว่า สาเหตุการสั่งปิดหมู่บ้านเนื่องจากในพื้นที่อ.ร่อนพิบูลย์มีการแพร่ระบาดของโควิดเป็นวงกว้าง ซึ่งมีหมู่บ้าน ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นและมีผู้สัมผัสโรคไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนครัวเรือน ตามคำสั่งจ.นครศรีธรรมราชที่ 1409/2564 ลงวันที่ 28 เม.ย.64 ซึ่งนายอำเภอสามารถสั่งปิดหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 7 วัน ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจ.นครศรีธรรมราช และผู้เข้าออกหมู่บ้าน ต้องลงทะเบียนด้วย

ทำเนียบติดเชื้อเพิ่ม 2

หลังตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล 3 รายติดเชื้อโควิด ประกอบด้วยพนักงาน ขับรถของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ หัวหน้าแม่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกก.4 บก.ส.3 นั้น

ล่าสุด รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในทำเนียบรัฐบาลอีก 2 ราย ประกอบด้วยแม่บ้านตึกบัญชาการ 1 ชั้น 2 ซึ่งเข้ารับการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางแค โดยผลเลือดออกมาเป็นบวก และทางโรงพยาบาลแจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้รอรถพยาบาลเพื่อเข้ารับตัวไปรักษาตัวที่สถานพยาบาล

ขณะที่ไทม์ไลน์ที่น่าเป็นห่วงพบว่าเมื่อวันที่ 25 เม.ย.เข้าทำความสะอาดที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ด้วย วันที่ 26 เม.ย.บริษัทสั่งหยุดเนื่องจากหัวหน้าแม่บ้านทำเนียบติดเชื้อโควิด แต่วันที่ 27 เม.ย.ยังมาทำงานปกติที่ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 2 และเริ่มมีอาการไข้เจ็บคอ หัวหน้างานจึงบอกให้กลับบ้านเมื่อเวลา 09.30 น. จากนั้นวันที่ 28 เม.ย.พบแพทย์และผลเอกซเรย์พบว่าปอดอักเสบ วันที่ 29 เม.ย.เข้าตรวจหาเชื้อโควิดอีกครั้ง วันที่ 30 เม.ย.ทางโรงพยาบาลจึงแจ้งผลดังกล่าว

ส่วนอีก 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการชำนาญงานศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ศทส.) ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่ามีผลเลือดเป็นบวก ติดเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดินทางกลับบ้านที่จ.สุโขทัยและกลับมาบ้านพักที่จ.นนทบุรีเมื่อวันที่ 14 เม.ย. จากนั้นวันที่ 16 เม.ย.เดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยสัมผัสใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารสำนักเลขาธิการนายกฯ รายหนึ่งด้วย

ล่าสุดสั่งให้ผู้ที่ใกล้ชิดทั้ง 2 รายกักตัวและแจ้งให้ผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้องสำรวจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ใครมีความเสี่ยงสูง ให้แจ้งและกรอกแบบฟอร์มรายงานมาเพื่อประเมินในการเข้าตรวจหาเชื้อ

ทั้งนี้ ที่ตึกบัญชาการ 1 เป็นสถานที่ทำงานของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้ง ยังมีห้องประชุมใหญ่สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย

ส่งแอร์บัสรับคนไทยในอินเดีย

ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ค. กระทรวงการต่างประเทศกำหนดจัดเที่ยวบินพิเศษจากกรุงเทพฯ- กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ด้วยเครื่องบิน แอร์บัส-เอ 320 ของกองทัพอากาศ ออกจากประเทศไทยเวลา 07.00 น. เพื่อนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมอบจากหน่วยงาน ภาครัฐและภาคเอกชนไทย ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาดเล็ก 25 ชุด เตียงกระดาษจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด 200 เตียง ไปให้ความช่วยเหลือแก่อินเดียผ่านสภากาชาดอินเดีย เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 และนำคนไทยที่ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามารักษาต่อในไทย ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยอาศัยที่อินเดีย 2,100 คน ประกอบด้วย นักเรียน 140 คน คนทำงาน 1,160 คน มีครอบครัว 750 คน พระสงฆ์และแม่ชี 50 รูป

เที่ยวบินดังกล่าวจะเดินทางกลับในเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน พร้อมนำชาวไทยและข้าราชการสถานทูตไทยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียง กลับมายังประเทศด้วย ประกอบด้วยผู้ติดเชื้อโควิด 3 ราย และผู้มีความเสี่ยงสูง 1 ราย ผู้ที่มีอาการหนักที่สุดมีอาการติดเชื้อในปอดทั้งสองข้าง มีไข้สูง ซึ่งแพทย์เห็นว่าควรได้รับการรักษาเป็นการเร่งด่วนเพื่อติดตามอาการและค่าออกซิเจนในเลือดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงพยาบาลท้องถิ่นไม่สามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มได้และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ

นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งว่ามีคนไทยติดเชื้อ 3 คน อาศัยอยู่ในกรุงนิวเดลี 2 คนและเมืองลัคเนาว์ 1 คน ทั้ง 3 คนไม่ประสงค์จะเดินทาง กลับไปรักษาที่ประเทศไทย เนื่องจากส่วนหนึ่ง มีครอบครัวอยู่ที่อินเดียและไม่สามารถทิ้งครอบครัวไปได้ และบางส่วนไม่ประสงค์ ที่จะเดินทางกลับไปรักษาที่ประเทศไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน