ทุบสถิติ -วันเดียว ดับ21ศพ กทม.ติดเชื้อทุกเขต

2 พ.ค. 2564 - 06:59 น.

ป่วยหนัก829คน
สธ.ห่วงติดกันเอง
คนในครอบครัว
อยุธยาเจออีก20
ลูกพาอัฐิน้าค่อม
กลับไปเก็บบ้าน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ยอดดับทุบสถิติพุ่ง 21 ศพ ไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 1,891 ราย กทม.อันดับหนึ่ง 739 คน อินเดียทำสถิตินิวไฮติดใหม่ 4 แสน พบ 2 รายเดินทางมาจากแดนภารตะป่วยโควิด รองโฆษกสำนักนายกฯยันในกทม.มีเตียงสนามรองรับ ข้าราชการศธ.ร่วมอาลัยโควิดคร่าชีวิตผอ.กลุ่มงานกองทุนฯ สช. ขณะที่สาวใหญ่อสม.เมืองคอนดับหลังรักษาในร.พ.ทุ่งสงแค่ 2 วัน หนองคายเจอคลัสเตอร์ใหม่กลุ่มฟิตเนส เร่งสกัดเชื้อลาม

ตัวเลขป่วยสะสม 67,044ราย

วันที่ 1 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 ประจำวัน ว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 152 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.71 แสนราย เสียชีวิตเพิ่ม 14,266 ราย สะสม 3.19 ล้านราย โดยอินเดียติดเชื้อใหม่ 402,110 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงสุดที่ผ่านมา

ส่วนไทยขยับขึ้นอันดับ 103 ของโลก ติดเชื้อใหม่ 1,891 ราย มาจากระบบเฝ้าระวัง 1,799 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 85 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย หายเพิ่ม 1,821 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 21 ราย ซึ่งเป็นตัวเลข เสียชีวิตสูงสุด ยอดสะสม 67,044 ราย หายสะสม 38,075 ราย คิดเป็น 56.79% เสียชีวิตสะสม 224 ราย คิดเป็น 0.33% กำลังรักษา 28,745 ราย อยู่ใน ร.พ. 20,775 ราย ร.พ.สนาม 7,970 ราย อาการหนัก 829 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย ซึ่งขอบคุณบุคลากรสาธารณสุขที่ทำงานอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษา ส่วนระลอกใหม่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นมา ติดเชื้อ 38,181 ราย เสียชีวิตสะสม 130 ราย

ศบค.ชี้เชื้ออยู่ในบ้าน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต 21 ราย มาจาก กทม. 10 ราย ชลบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย ปทุมธานี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 6 ราย อายุตั้งแต่ 39-90 ปี ค่าเฉลี่ย 73 ปี โรคประจำตัวที่พบ คือ ความดันโลหิตสูง 10 ราย เบาหวาน 9 ราย โรคหัวใจ 4 ราย ไขมันในเลือดสูง 3 ราย โรคหลอดเลือดสมอง 3 ราย มะเร็ง 2 ราย อ้วน 2 ราย โรคปอดเรื้อรัง 2 ราย ไตเรื้อรัง 4 ราย ผู้ป่วยติดเตียง 4 ราย ปฏิเสธโรคประจำตัว 4 ราย

ปัจจัยเสี่ยงที่พบ คือ สัมผัสใกล้ชิดสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อ 11 ราย สัมผัสใกล้ชิดกับเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน 4 ราย สัมผัสผู้ติดเชื้อในสถานบันเทิง 1 ราย ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ติดเชื้อ 1 ราย สัมผัสผู้ใกล้ชิดติดเชื้อในตลาด 1 ราย และ ไม่ทราบประวัติ 3 ราย ตอนนี้เชื้อไม่ได้อยู่นอกบ้าน แต่เชื้ออยู่ในบ้าน สิ่งที่กังวลใจคือคนติดเชื้อ จึงอยากให้แยกจากครอบครัว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศติดเชื้อ 7 ราย มาจากอินเดีย 2 ราย ซึ่งเดินทางมาถึงวันที่ 24 เม.ย. เราบังคับใช้ชะลอการเดินทางวันที่ 1 พ.ค. 2 คนนี้ได้อนุมัติให้เดินทางมาก่อน แต่ได้รับการกักตัวในสถานกักกันก็มีความมั่นใจ ส่วนสิงคโปร์ กาตาร์ เดนมาร์ก ปากีสถาน และอิตาลี ประเทศละ 1 ราย

จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับ คือ 1. กทม. 739 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อนทำให้ไม่สบายใจนักกับตัวเลข สะสม 12,744 ราย 2.สมุทรปราการ 142 ราย สะสม 1,861 ราย 3.ชลบุรี 126 ราย สะสม 2,520 ราย 4.ปทุมธานี 64 ราย สะสม 841 ราย 5.เชียงใหม่ 61 ราย สะสม 3,563 ราย 6.สุราษฎร์ธานี 52 ราย สะสม 705 ราย 7.สมุทรสาคร 46 ราย สะสม 962 ราย 8.นครศรีธรรมราช 46 ราย สะสม 341 ราย 9.นนทบุรี 44 ราย สะสม 1,588 ราย และ 10.ระนอง 33 ราย สะสม 192 ราย

ขณะที่ทั่วโลก ยอดติดเชื้อ 151,999,193 ติดเชื้อใหม่ 872,895 ยอดเสียชีวิต 3,193,209 เสียชีวิตใหม่ 14,285 ป่วยวิกฤติ 111,355 รักษาหาย 129,866,236

ไทยส่งเวชภัณฑ์ให้อินเดีย

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเกี่ยวกับเที่ยวบินพิเศษเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่อินเดีย และนำคนไทยและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี กลับไทยในวันที่ 1 พ.ค. ดังนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่อินเดีย กระทรวงการต่างประเทศ โดยความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ จึงได้หารือกันเมื่อวันที่ 29 เม.ย. และเห็นพ้องในการจัดเที่ยวบินพิเศษ ในวันที่ 1 พ.ค. เพื่อนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อินเดีย และให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินเดียที่มีความรุนแรงมาก และผู้ป่วยไม่สามารถหาร.พ.และยารักษาโรคได้เพียงพอ

เที่ยวบินพิเศษดังกล่าว นำอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้ผ่านสภากาชาดอินเดีย ประกอบด้วยเครื่องผลิตออกซิเจน เตียงกระดาษจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) และเวชภัณฑ์มอบให้กับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ประกอบด้วยยาแก้ไอ ยาฟ้าทะลายโจรสารสกัดฟ้าทะลายโจร และยา favipiravir

รับ 3 ขรก.ไทยติดโควิดกลับไทย

วันเดียวกัน พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เผยว่า ตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอรับการสนับสนุนอากาศยานเดินทางไปประเทศอินเดีย ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้จัดอากาศยานแบบแอร์บัส 320 สนับสนุนภารกิจการลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปมอบให้สภากาชาดอินเดีย และอพยพคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ รวมทั้งภารกิจการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศสายแพทย์ โดยจัดทีมแพทย์จากกองทัพอากาศและเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค สธ. เดินทางไปรับข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย โดยออกเดินทางจากประเทศไทยไปกรุงนิวเดลี เช้าวันที่ 1 พ.ค. เวลา 07.05 น. และกลับถึงไทยเวลา 18.10 น.

พล.อ.ท.ฐานัตถ์กล่าวว่า เที่ยวบินขากลับ ทางสถานทูตได้ประสานเครือข่ายคนไทยในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงแล้ว พบว่าไม่มีคนไทยในอินเดียรวมทั้งข้าราชการและครอบครัวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ประสงค์จะอพยพเดินทางกลับประเทศหรือกลับมารักษาตัว เนื่องจากมีครอบครัวอยู่ที่นั่น จึงมีเพียงข้าราชการสถานทูต รวม 4 คน ประกอบด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อโควิด 3 คน และผู้มีความเสี่ยงสูง 1 คน ที่มาพร้อมเที่ยวบินนี้เท่านั้น

“กองทัพอากาศมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการอพยพคนไทยในต่างประเทศ รวมถึงการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ เราพร้อมปฏิบัติทันที เมื่อได้รับการร้องขอ” โฆษกกองทัพอากาศกล่าว

เก็บอัฐิ – ‘ไอซ์’ ณพัชรินทร์ ลูกสาวค่อม ชวนชื่น ทำพิธีเก็บอัฐิพ่อศิลปินตลกชื่อดัง เบื้องต้นนำไปเก็บไว้ที่บ้านก่อน เนื่องจากภรรยาของน้าค่อมยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เพราะติดโควิดเช่นกัน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ชะลอพิธีทำบุญ”น้าค่อม”

เวลา 08.30 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระสงฆ์ 1 รูปได้ทำพิธีสวดบังสุกุล จากนั้น ไอซ์ ณพัชรินทร์ ลูกสาวและครอบครัวของนายอาคม ปรีดากุล หรือ น้าค่อม ชวนชื่น ได้ทำพิธีเก็บอัฐิและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับตลกชื่อดัง ตามพิธีทางศาสนา พิธีเป็นไปอย่างเรียบง่าย เบื้องต้นครอบครัวนำอัฐิไปเก็บไว้ที่บ้านก่อน เพื่อรอภรรยาของน้าค่อมที่ยังคงรักษาตัวในร.พ.จากโควิด-19 และรอให้ครอบครัวพร้อมทั้งหมดก่อนจะมีพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับตลกชื่อดังอีกครั้ง คาดว่าอาจจะต้องรอให้การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ลดลงก่อน

ยันร.พ.สนามในกทม.มีเตียง

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้รายงานสถานการณ์ โควิด-19 พบว่าจังหวัดส่วนใหญ่ควบคุมการแพร่ระบาดได้มากขึ้นแล้ว แต่ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในกทม. และปริมณฑลระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย. 16,045 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.2 ของการติดเชื้อทั้งประเทศที่มีจำนวน 36,290 ราย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เน้นให้ขยายการตรวจเชิงรุกเพื่อเร่งแยกผู้ป่วยออกจากประชากรทั่วไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง

ที่ผ่านมา ในชุมชนพื้นที่กทม.ตั้งแต่วันที่ 5-30 เม.ย. ได้ให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานได้ให้บริการตรวจเชิงรุกแก่ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 ช่วงวันที่ 17-30 ในกทม. และวันที่ 24-30 เม.ย. ในปทุมธานี ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ตรวจไปแล้วรวม 4.5 หมื่นราย ซึ่งจะส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อทุกคนไปรักษาที่ร.พ. ร.พ.สนาม หรือ Hospitel ทันทีตามอาการ

ตั้งแต่วันนี้-15 พ.ค.นี้ สธ.เปิดตรวจ คัดกรองโควิด-19 โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน สำหรับประชาชนกลุ่มสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันโควิด 19 และผู้ไปในสถานที่เสี่ยง ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ พร้อมรับ walk in วันละ 1,000 คน แจกบัตรคิวหน้างานช่วงเช้ารอบเดียวจนกว่าจะหมด ขณะที่กระทรวงแรงงานจะให้บริการตรวจโควิด-19 เชิงรุก ในพื้นที่สมุทรปราการ ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานวันนี้ถึง- 7 พ.ค. และกรุงเทพมหานครและปทุมธานี อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 5-11 พ.ค ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย -ญี่ปุ่น) และวิทยาลัยอาชีวศึกษาจ.ปทุมธานี พร้อมประเมินเพื่อปรับการบริการให้สอดคล้องสถานการณ์ด้วย

ปัจจุบันร.พ.สนาม ในสังกัดกทม. ข้อมูล ณ 28 เม.ย. มีเตียงรองรับผู้ป่วย 1,700 เตียง ประกอบด้วย ร.พ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 1,000 เตียง ครองเตียง 451 เตียง ยังว่างอยู่ 549 เตียง ร.พ.ราชพิพัฒน์ 200 เตียง ครองเตียง 230 เตียง (เสริม 30 เตียง) ร.พ.เอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน) 100 เตียง ครองเตียง 38 เตียง ยังว่างอยู่ 62 เตียง และร.พ.เอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) 400 เตียง ครองเตียง 287 ยังว่างอยู่ 113 เตียง และเข้า Hospitel 60 เตียง รวมครองเตียง 1,066 เตียง เตียงคงเหลือ 724 เตียง ซึ่งกทม.จะเร่งนำ ผู้ป่วยติดเชี้อ เข้าสู่สถานพยาบาล /ร.พ. สนาม/ hospitel ตามอาการ โดยศูนย์เอราวัณ 1669 ตั้งเป้าต้องไม่มีผู้ป่วยตกค้างในระบบ สามารถส่งตัวแบบวันต่อวันได้

พร้อมช่วย – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ตรวจดูความเรียบร้อยการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 (ศูนย์ผ่านฟ้า บช.น.) ในการประสานงานระหว่างศูนย์ 1668 รับเรื่องช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19 เมื่อ 1 พ.ค.

คนแห่โทรแจ้ง 1668-191

วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังไปตรวจดูความพร้อมการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 (ศูนย์ผ่านฟ้า บช.น.) ว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ไปตรวจดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าปฏิบัติได้ดีแค่ไหน มีปัญหาอุปสรรคใดๆ หรือไม่อย่างไร

“การประสานงานระหว่างศูนย์ 1668 และ 191 ผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง GBDi (Goverment Big Data Institute) สามารถใช้งานได้ดี มีประชาชนโทร.เข้ามาตั้งแต่วันแรกที่เปิดศูนย์ ณ ขณะนี้กว่า 271 สาย ทั่วประเทศ ผู้ที่โทร.เข้ามาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยโควิด 19 ต้องการเตียงหรือรถพยาบาล กับอีกกลุ่มคือโทร.เข้ามาปรึกษาหรือสอบถามข้อมูล

กรณีผู้ป่วยโควิด 19 “ต้องการเตียงหรือรถพยาบาล” ส่งต่อข้อมูลไปยังศูนย์ 1668 แต่หากอาการรุนแรงจะใช้วิทยุสื่อสารแจ้งไปยังศูนย์เอราวัณ 1669 หรือหากเป็นในต่างจังหวัด จะใช้การประสานไปยัง สสจ. หรือสสอ. โดยตรง เพื่อให้จัดส่งรถฉุกเฉินมารับตัวไปส่งร.พ.ทันที นับตั้งแต่ 28 เม.ย.64 ถึงปัจจุบัน มีแจ้งขอเตียงมาแล้ว 85 ราย และส่งตัวไปยังร.พ.แล้ว 62 ติดต่อแล้วรอการส่งตัว 23 ราย

นอกจากนั้นแล้ว ผู้ป่วยที่หลีกเลี่ยงไม่ยอมเข้ารับการรักษาหรือกักตัว และหลบเลี่ยงการติดต่อจากแพทย์ ร้องขอให้ตำรวจช่วยติดตามตัวให้ ขณะนี้มี 3 ราย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชิญตัวไปเข้ารับการรักษาแล้ว 2 ราย และสั่งให้กักตัว 1 ราย

ผู้บริหารสช.โควิดคร่าชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของ น.ส.วราภรณ์ สุวรรณศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 เม.ย. หลังติดเชื้อโควิด-19 และ เข้ารับการรักษาที่ร.พ. เมื่อวันที่ 19 เม.ย. โดยมีข้าราชการในศธ. มาร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก สำหรับศธ.มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ติดโควิดแล้ว 23 คน และ มีการกักตัวข้าราชการที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นจำนวนมาก

สธ.เผยป่วยหนัก1ใน3อยู่ในกทม.

ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ โควิด-19 และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 30 เม.ย. ฉีดแล้ว 1,477,078 โดส แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 1,095,230 ราย ส่วนผู้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ซึ่งครบตามเกณฑ์จำนวน 381,848 ราย วันนี้พบเสียชีวิต 21 ราย เป็นสถิติสูงสุดของการ เสียชีวิต ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ในจำนวนผู้ป่วยที่กำลังรักษาทั้งหมด 28,745 ราย พบผู้ป่วยอาการหนัก 829 ราย โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย ประมาณ 1 ใน 3 อยู่กทม. รองลงมาเป็นสุมทรปราการ นนทบุรี และ ชลบุรี สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ปอดอักเสบจนใส่ท่อช่วยหายใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสัดส่วนการเสียชีวิตมีตัวเลขสูงขึ้น

นพ.จักรรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลประเภทผู้ป่วยระลอกเดือนเม.ย. รายสัปดาห์ สัปดาห์ที่ 14-17 ของปี ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค. รายงานจากระบบบริการ/เฝ้าระวัง รวม 31,850 ราย คิดเป็น 83.90% ซึ่งเปอร์เซ็นต์การสัมผัสกับผู้ติดเชื้อที่เป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานมีตัวเลขสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น แม้แต่การอยู่ในครอบครัวก็ต้องระวัง เพราะอาจไม่มีอาการแต่ติดเชื้อแล้ว ซึ่งใน กทม.กระจายทุกเขตแล้ว

“ครั้งนี้มีการตรวจจำนวนมาก จึงต้องแนะนำว่า ครั้งแรกเมื่อตรวจแล้วต้องอย่าไปไหน ให้กักตัวอยู่บ้าน และสังเกตอาการ ทั้งมีไข้ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น ฯลฯ หากมีอาการต้องรีบประสานจุดส่งต่อ ร.พ.สนาม หรือฮอสปิเทล หรือร.พ. แต่หากตรวจครั้งแรกเป็นลบ แต่ตัวเองเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องกักตัว 14 วัน และไม่ต้องกังวลยังไม่ได้ตรวจครั้งที่ 2 สิ่งสำคัญคือต้องกักตัวก่อน” นพ.จักรรัฐกล่าว


อสม.เมืองคอนติดเชื้อดับ

จ.นครศรีธรรมราชยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต มีการสั่งปิด 3 หมู่บ้าน ที่ ต.ควนพัง และ ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ โดยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจ.นครศรีธรรมราช สั่งปิดพื้นที่ห้ามเข้าออกเพื่อปูพรมค้นหาเชื้อจากลุ่มเสี่ยงทั้งหมู่บ้าน ล่าสุดมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 18 ราย รวมยอดสะสม 361 ราย รักษาหาย 32 ราย และเสียชีวิตรวม 2 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นผู้หญิงอายุ 54 ปี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 287 พบไทม์ไลน์ที่มีความเชื่อมโยงกับญาติที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์วงพนันใน อ.ร่อนพิบูลย์ ได้เข้ารักษาตัวยังวอร์ดโควิด ร.พ.ทุ่งสง ได้เพียง 2 วัน และอาการทรุดหนักจากภาวะโรคเบาหวานเสียชีวิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ของการระบาดในเดือนเม.ย. และเมื่อคืนที่ผ่านมาทางครอบครัวและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมการระบาดได้เคลื่อนย้ายศพไปฌาปนกิจที่วัดบางบูชา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิต

ขณะที่นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครศรีธรรมราช แจ้งว่า การแพร่ระบาดมีความเปลี่ยนแปลงอย่างในห้วง 3 วันที่ผ่านมา จากเดิมมีการระบาดในครอบครัวเครือญาติที่มีการรับเชื้อจากการเดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง ซึ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มนี้ได้แล้ว แต่กลับปรากฏว่าการระบาดใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคลัสเตอร์จากวงลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์

“แนวโน้มของการระบาด คาดว่าหลังจากมีการปิดพื้นที่แล้วเจ้าหน้าที่ประมาณการว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่า 200 คน ขณะนี้เร่งตรวจเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง มีตัวอย่างที่เก็บแล้วเกือบ 800 ตัวอย่าง ผลตรวจออกมาได้ประมาณ 150 ตัวอย่าง กำลังเร่งตรวจหาเชื้อเพื่อการควบคุมโรคให้ทัน ส่วนการเชื่อมโยงของผู้ติดเชื้อพบว่าวงเริ่มต้นจากอ.ร่อนพิบูลย์ กระจายไปอยู่ในพื้นที่ อ.ปากพนัง และอ.เฉลิมพระเกียรติ” นพ.จรัสพงศ์กล่าว

นำร่างเหยื่อโควิดเผาทันที

ที่เมรุวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช (วัดชะเมา) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ มูลนิธิไต้เต๊กเซี่ยงตึ๊งนครศรีธรรมราช เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อายุ 84 ปี เป็นชาว อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิตเมื่อช่วงสายของ วันเดียวนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการขั้นตอนเอกสารกับทางญาติแล้ว ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตบรรจุลงหีบห่อป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิไต้เต๊กเซี่ยงตึ๊ง ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจอยู่ในชุดป้องกันเชื้ออย่างรัดกุม ปฏิบัติการตามขั้นตอนการควบคุมเชื้ออย่างเข้มงวด ได้เคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิต ลงจากรถแล้วนำเข้าเตาฌาปนกิจทันที โดยมีญาติพี่น้องและครอบครัวยืนประกอบพิธีส่งวิญญาณของผู้ตายแบบเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่นพ.จรัสพงษ์ แจ้งเตือนให้ป้องกัน ผู้สูงอายุที่บ้าน ด้วยการเว้นระยะห่างอย่าสัมผัสใกล้ชิด สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการ ติดเชื้อ ซึ่งหากผู้ป่วยที่สูงอายุติดเชื้อโอกาส เสียชีวิตมีสูงเนื่องจากโรคแทรกซ้อนและความไม่แข็งแรงของปอด โรคนี้จะติดต่อกับกลุ่มคนที่รักกันเท่านั้น เนื่องจากจะมีการสัมผัสใกล้ชิดกัน ส่วนคนที่เกลียดกันจะห่างกัน ไม่พูดกันอยู่แล้วความเสี่ยงจึงมีน้อย

อุตรดิตถ์เร่งสร้างร.พ.สนามเพิ่ม

ที่จ.อุตรดิตถ์ รศ.ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์(มรอ.) กล่าวว่า ยังคงพบผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ร.พ.สนามยังมีความจำเป็น จากมติที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจและเตรียมความพร้อมการจัดตั้งศูนย์กักกันจ.อุตรดิตถ์ (Local Quarantine) และร.พ.สนามเพิ่มเติม แห่งที่ 2 โดยเสนอให้ใช้อาคารบริหารจัดการพื้นที่ทุ่งกะโล่ของมรอ. เป็นร.พ.สนามแห่งที่ 2 ขณะนี้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ถึง 100 เตียง และคาดว่าจะเปิดให้จังหวัดได้เข้ามาเตรียมความพร้อมจัดการพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. เป็นต้นไป ปัจจุบันมีร.พ.สนามที่จัดตั้งโดยมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) สามารถรองรับผู้ป่วยได้กว่าหมื่นเตียง โดยมรภ.ทั่วประเทศเตรียมการรองรับไว้กว่า 6,000 เตียง ซึ่งได้ทยอยเปิดใช้ร.พ.สนามแล้ว เช่น มรภ.กำแพงเพชร มรภ.ราชนครินทร์ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.อุตรดิตถ์ยังมีการจัดตั้งร.พ.สนามกองทัพบก มทบ.35 อีกหนึ่งแห่งเพื่อรองรับ จำนวน 100 เตียง ทั้งนี้สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จ.อุตรดิตถ์ ระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นมา ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 61 ราย รักษาในร.พ. 52 ราย รักษาหายแล้ว 9 ราย ซึ่งจาก 9 อำเภอ มีพื้นที่สีเขียวคือไม่พบผู้ติดเชื้อ 2 อำเภอคือ อ.บ้านโคกและ อ.น้ำปาด

แห่ตรวจ – ชาวโคราชจำนวนมากพากันแห่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 หลังตกเป็น กลุ่มเสี่ยงจากการไปติดต่อราชการ แล้ว พบปลัดอำเภอเมืองป่วยติดเชื้อ จนต้องประกาศปิดที่ทำการ 14 วัน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

อ.เมืองโคราชปิด 14 วัน

ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวตรวจหาเชื้อโควิด-19 กับรถชีวนิรภัยพระราชทาน หลังทราบข่าวว่าปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ วันที่ 29 เม.ย.ผ่านมา โดยทางจังหวัดได้ประกาศให้ประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการที่สำนักทะเบียนอ.เมืองนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 19-29 เม.ย. ให้ไปตรวจหาเชื้อ เนื่องจากถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงมีประชาชนจำนวนมากมารอต่อคิวตรวจตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งสามารถให้บริการตรวจหาเชื้อโควิดได้วันละ 1,500 คน แต่วันนี้เป็นวันหยุดแรงงาน ประกอบกับมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเร่งตรวจหาเชื้อ จึงทำให้เดินทางมาตรวจหาเชื้อกันอย่างคึกคัก

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศหากวันนี้ไม่สามารถตรวจหาเชื้อได้ครบทุกคน ให้มาตรวจหาเชื้อใหม่ในวันที่ 2 พ.ค. ในขณะที่ อ.เมืองนครราชสีมาได้ออกประกาศปิดสำนักทะเบียนอ.เมืองนครราชสีมา เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-14 พ.ค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค หลังปลัดอ.เมืองนครราชสีมาติดเชื้อโควิด-19

ลงโทษผู้บริหารร.ร.จัดประชุม

ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายชาญชัย บุญอยู่ รองนพ.สสจ.นครราชสีมา และคณะกรรมการโรคติดต่อจ.นครราชสีมา แถลงถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจ.นครราชสีมา ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 27 ราย โดยพบในอ.เมืองนครราชสีมา 20 ราย, อ.สีคิ้ว 2 ราย, อ.เสิงสาง 2 ราย, อ.ครบุรี 1 ราย, อ.โนนสูง 1 ราย และ อ.ปากช่อง 1 ราย ซึ่งในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 27 รายนี้ เกิดจากการสัมผัสผู้ป่วย 25 ราย กับเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือที่แออัด 2 ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสมขณะนี้ 597 ราย ซึ่งรักษาหาย 190 ราย ยังรักษา 406ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นการพบการระบาดในพื้นที่ 27 อำเภอจาก 32 อ.ของจ.นครราชสีมา

สำหรับข้อมูลผลการตรวจกับรถชีวนิรภัยพระราชทาน มีการตรวจหาเชื้อรายใหม่ 1,612 ราย รวมยอดสะสมผู้เข้ารับการตรวจ 9,925 ราย ไม่พบเชื้อ 9,904 ราย รอผล 1 ราย และพบผู้ติดเชื้อแล้ว 20 ราย ส่วนข้อมูลร.พ.สนามชาติชายฮอลล์ มีผู้ป่วย 38 ราย คงเหลือเตียงว่างในร.พ.สนาม 62 เตียง

ทั้งนี้ กรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจ.นครราชสีมา จัดการประชุมผู้บริหารภายในมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ที่ห้ามรวมตัวชุมนุมหรือประชุมกันเกิน 20 คน ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะได้พิจารณาโทษตามระเบียบต่อไป

อยุธยายอดผู้ป่วยเพิ่มอีก 20 ราย

นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนครศรี อยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 385 ราย รักษาตัวตามร.พ. ร.พ.สนาม และHospitel หรือศูนย์พักฟื้นผู้ป่วยโควิด19 จำนวน 243 ราย รักษาตัวหายแล้ว 81 ราย จากการสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 80 ราย ส่งตรวจหาเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ผู้ป่วยที่พบ 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดกับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน มี ผู้ป่วยอยู่ 6 ราย ที่การสอบสวนโรคไม่แน่ชัดว่าติดรับเชื้อมาจากที่ไหน

นพ.พีระกล่าวอีกว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจ.พระนครศรีอยุธยา พิจารณาการ เตรียมการจัดตั้งสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด Local Quarantine : LQ โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่จากวัดศาลาปูน ใช้อาคารเรียนหลังเก่าของโรงเรียนเทศบาลวัดศาลาปูน อ.พระนครศรีอยุธยา 2 อาคาร เพื่อปรับปรุงใช้สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เป็นการเฝ้าระวังและควบคุมบุคคลกลุ่มเสี่ยง เป็นเวลา 14 วัน

คลัสเตอร์ใหม่“กลุ่มฟิตเนส”

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่ จ.หนองคาย มีการตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมขณะนี้ 61 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 10 ราย โดย ผู้ป่วยที่พบรายใหม่นี้เป็นผู้ป่วยที่พบจากการเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า ใช้เครื่องมือออกกำลังกายร่วมกัน เทรนฟิตเนสคนเดียวกัน โดยพบผู้ป่วยจากคลัสเตอร์ฟิตเนสแล้ว 4 ราย ทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 25-32 ปี

ขณะที่นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจ.หนองคาย ออกคำสั่งจ.หนองคาย ขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในเขตจังหวัดหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคหรือพื้นที่เฝ้าระวังโรค ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถานหรือที่พำนัก ภายหลังเวลา 23.00 จนถึงเวลา 04.00 น. ของวันถัดไป เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในส่วนของข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดที่มีประวัติการเดินทางเข้าไปและกลับจากพื้นที่ที่จัดให้เป็นพื้นที่เสี่ยงและมีการระบาดของโรคให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้ โดยคำสั่งนี้จะเริ่มบังคับใช้ 1 พ.ค.นี้ เพื่อหวังลดจำนวนผู้ติดเชื้อจากการเดินทางให้มากที่สุด และที่สำคัญขอความร่วมมือ งดออกจากบ้าน สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง

ตร.สันกำแพงแพร่เชื้อสู่พ่อ-แม่

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อฯ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 1 พ.ค. พบมีผู้ติดเชื้อแล้ว 39 ราย กระจายใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปาย 16 ราย, อ.แม่สะเรียง 9 ราย, อ.ปางมะผ้า 5 ราย, อ.สบเมย 5 ราย, อ.ขุนยวม 3 ราย และ อ.เมือง 1 ราย และในวันนี้มีการตรวจหาเชื้อทั้งจังหวัด 106 ราย พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย และ มีผู้ติดเชื้ออีก 1 ราย ที่ได้รับการตรวจที่กรุงเทพมหานคร และทราบผลติดเชื้อภายหลังเมื่อเดินทางถึงแม่ฮ่องสอน

ผู้ติดเชื้อรายที่ 38 เพศหญิง อายุ 68 ปี อ.แม่สะเรียง เป็นภรรยาของผู้ป่วยรายที่ 37 ที่ตรวจพบก่อนหน้า ไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกพื้นที่ แต่เมื่อช่วง 8-16 เม.ย. บุตรชายเป็นตำรวจ สภ.สันกำแพง เชียงใหม่ มาเยี่ยม และเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ร.พ.สนามเชียงใหม่ ตั้งแต่ 20 เม.ย. แต่ไม่ได้แจ้งให้ทางบ้านทราบ ต่อมาสามี (ผู้ติดเชื้อรายที่ 37 ) มีอาการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้ป่วยรายที่ 38 เป็นผู้ใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูง ได้รับการตรวจหาเชื้อและพบว่าติดเชื้อ

รายที่ 39 ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาใน อ.ปางมะผ้า ประกอบอาชีพที่ต้องเดินทางไปที่ทำงานในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเป็นประจำ ก่อนกลับจาก กทม.ผู้ป่วยได้รับการสุ่มตรวจหาเชื้อโรค โควิด 19 ในกลุ่มผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ จากนั้นกลับโดยรถยนต์ส่วนตัวถึง อ.ปาย ในช่วงดึกคืนวันที่ 30 เม.ย. และเมื่อถึงปายได้รับแจ้งผลการตรวจว่าติดเชื้อ โควิด 19 จึงได้ไปขอรักษาตัวที่ร.พ.ปาย

นายเอกชัย คำลือ นพ.สสจ.แม่ฮ่องสอน เผยว่า ผู้ป่วยทั้ง 39 ราย มีผู้ที่ได้รับการรักษา ครบ 14 วัน และอาการดีขึ้น แพทย์ให้กลับไปเฝ้าระวังสังเกตอาการที่บ้าน 28 ราย ยังเหลือผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 11 ราย

สำหรับแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีการบังคับใช้กฎหมาย ให้สวมหน้ากากอนามัยขณะออกนอกบ้าน หากฝ่าฝืนมีความผิดและปรับสูงสุดถึง 20,000 บาท

ผลตรวจเป็นลบให้เด็กกลับบ้าน

ด้านนางสุริศรี สารพฦกษ์ ปลัดเทศบาลตำบลแม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กล่าวถึง สถานการณ์เด็กและครอบครัวที่ติดเชื้อ โควิด 19 ที่ร.พ.สนามเทศบาลแม่คือ โดยรวมมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ 27 ราย เด็กและผู้ปกครองสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี สุขภาพจิตดี ตอนนี้รักษาและกักตัว จะครบในวันที่ 3 พ.ค. นี้ คาดว่าจะให้กลับบ้านวันที่ 4 พค. แต่ก่อนที่เด็กๆ จะกลับบ้าน ได้เตรียมความพร้อม โดยการตรวจครอบครัวของเด็กทุกคน ซึ่งผลการตรวจเชื้อโควิด19 ผลออกมาเป็นลบไม่มีการติดเชื้อไวรัส และยังตรวจเด็กที่เรียนด้วยกัน ตรวจเป็นครั้งที่ 2 ผลออกเป็นลบไม่พบเชื้อทั้ง 2 ครั้ง ทำให้มั่นใจว่าเด็กๆ จะกลับสู่ครอบครัวและสังคมได้แล้ว

ตรังอ่วมรับคุมไม่อยู่

ที่ศูนย์แถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดตรัง นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง กล่าวว่า วันนี้จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 35 ราย ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ทั้งหมด จำนวน 170 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขติดเชื้อกว่า 50 ราย ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต้องถูกกักกันโรคในสถานพยาบาล (คลัสเตอร์โรงพยาบาลรัษฎา) ส่วนรายละเอียดของผู้ป่วยทั้ง 35 รายของวันนี้ แยกเป็น 3 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย คลัสเตอร์บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลรัษฎา 16 ราย, คลัสเตอร์ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง 16 ราย และอำเภอเมืองตรัง 3 ราย

ทั้งนี้ พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ทั้งในครอบครัวและสถานที่ทำงาน โดยในขณะนี้ยอมรับว่าเรายังไม่สามารถจำกัดวงของผู้ติดเชื้อไว้ได้ แต่ทางทีมแพทย์และสาธารณสุขได้ทำงานอยู่กันอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะสามารถควบคุมโรคไว้ให้ได้อย่างเร็วที่สุด ถือว่าเป็นการระบาดรุนแรงภายในจังหวัดแล้ว ฉะนั้นจึงไม่ต้องจำเป็นที่จะต้องสนใจไทม์ไลน์ เพียงแค่ประชาชนต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

พยาบาลจุดคัดกรองติดเชื้อ

นพ.พัลลภ ยอดศิรจินดา นพ.สสจ.ชัยนาท เผยว่า จ.ชัยนาท พบผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันเพิ่ม 2 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 47 ราย ยังรักษาตัวในร.พ. 31 ราย รักษาหายแล้ว 16 ราย รอผลการตรวจ 82 ราย สำหรับผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย เป็นผู้ป่วยรายที่ 46 และ รายที่ 47 ข้อมูล เบื้องต้น ผู้ป่วยรายที่ 46 หญิง อายุ 80 ปี เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ป่วยรายที่ 31 ชายวัย 86 ปี เป็นญาติกัน และอยู่บ้านติดกันกับผู้ป่วย รายที่ 31 ต.ตลุก อ.สรรพยา ผู้ป่วยรายที่ 47 หญิง อายุ 22 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ร.พ.ชัยนาท ซึ่งทำหน้าที่อยู่จุดคัดกรองผู้มาฉีดวัคซีน ในวันที่ 26 เม.ย. ไม่มีอาการป่วย ทางทีมอ.สรรพยา ร.พ.ชัยนาท และทีมอ.หันคาดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว

สำนักงานสสจ.กาญจนบุรี รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 1 พ.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อ ระลอกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 20 ราย เป็น หญิง 15 ราย ชาย 5 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 149 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 7 ราย รวมสะสม 53 ราย รักษาตัวอยู่ร.พ. 96 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทุบสถิติ -วันเดียว ดับ21ศพ กทม.ติดเชื้อทุกเขต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง