ป้อม-วิษณุ-พปชร.
รุมป้องธรรมนัส
‘บิ๊กป้อม’ ชี้กรณี ‘ธรรมนัส’ ไม่หลุดเก้าอี้ส.ส.-รัฐมนตรี เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ‘วิษณุ’ แจงไม่ขาดคุณสมบัติ เพราะพ้นโทษมาเกิน 5 ปี แต่อาจมีมลทินติดตัว พปชร. ก็อ้างคดีเกิดก่อนเป็นสมาชิกพรรค ไม่เข้าข่ายสอบจริยธรรมตามข้อบังคับพรรค กมธ.ป.ป.ช. บี้ต่อปมปกปิดข้อมูล พร้อมจ่อยื่นป.ป.ช. ฟันจริยธรรมรมช.เกษตรฯ พ่วงนายกฯที่เป็นคนแต่งตั้ง ‘เสรีพิศุทธ์’ เตรียมบุกค่ายทหาร ดูสภาพบ้านพักบิ๊กตู่ รอกองทัพบกไฟเขียว ‘ชวน’ เดินหน้าประชุมสภา 22 พ.ค. ย้ำสมาชิก ต้องป้องกันตัวเอง อยู่ร่วมกับโควิดให้ได้
‘บิ๊กป้อม’ชี้คดี‘ธรรมนัส’ไม่เกี่ยวรบ.
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่กรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ 160(6) มาตรา 98 (10) และมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(10) หลังเคยต้องคำ พิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือออสเตรเลีย ความผิดคดียาเสพติด เมื่อปี 2536 เหตุไม่เคยต้องคำพิพากษาศาลไทย จึงไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาลพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) จะไปยื่นสอบจริยธรรมต่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล เมื่อถามว่ากรณีนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่เกี่ยว กับรัฐบาล
‘วิษณุ’แจงเหตุรอด-แต่อาจมีมลทิน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า เคยมีความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำสั่งว่าหากถูกพิพากษาจำคุกในหรือต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 5 ปี ถือว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. แต่กรณีร.อ.ธรรมนัส ถูกตัดสินลงโทษจำคุกคดียาเสพติด ตั้งแต่ปี 2536 และพ้นโทษปี 2540 ถือว่าพ้นโทษมาแล้วเกิน 5 ปี จึงถือว่าไม่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย ดังนั้นในข้อกฎหมาย ถือว่าสิ้นสุดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องชี้แจงหรือพูดอะไรเพิ่มเติมเพราะได้วินิจฉัยจบแล้ว ส่วนผลทางวิชาการ ทางการเมือง แล้วแต่จะวิจารณ์กันไป
ขณะเดียวกันคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะไม่เคยมีคำวินิจฉัยมาก่อน และใช้ได้กับความผิดทุกกรณี ไม่เฉพาะแต่ความผิดคดี ยาเสพติด แต่ไม่ใช่การล้างมลทิน เพราะเป็นเรื่องคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ซึ่งอาจมีมลทินก็ได้
ส่วนที่มีหลายคนระบุจะไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวกับ มาตรฐานจริยธรรม นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบจะไปร้องข้อหาอะไร ต้องไปถามคนร้อง แต่เรื่องมาตรฐานจริยธรรม ถ้าเป็นข้าราชการการเมืองต้องร้องต่อนายกฯ ถ้าเป็นส.ส.ต้องร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่การจะไป ร้องป.ป.ช.ได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
พปชร.ปัดสอบจริยธรรม
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยออกมา ก็ถือเป็นที่สุดแล้ว ส่วนประเด็นเรียกร้อง ให้สอบเรื่องจริยธรรม เหตุดังกล่าวจะมีการพิจารณาเกิดขึ้นได้คือในขณะที่เป็นสมาชิกพรรค หากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรม หรือข้อบังคับพรรคหรือไม่ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2561 หากคน ที่เป็นสมาชิกอยู่ในขณะนั้นกระทำผิดข้อบังคับ พรรคในระหว่างที่เป็นสมาชิก ก็ต้องมีการตรวจสอบแต่กรณีร.อ.ธรรมนัส เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลาย 10 ปีก่อนที่จะเป็นสมาชิกพรรค จึงไม่ได้อยู่ในกรอบจริยธรรมตามข้อบังคับของพรรค
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส กับนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม ที่ส่งคนใกล้ชิดไปสอบ ภาษาอังกฤษแทน และถูกเสนอให้ถอด ออกจากทุกตำแหน่ง นายไพบูลย์กล่าวว่า การพิจารณาว่าขัดจริยธรรมหรือไม่ จะดูจากการกระทำในขณะที่เป็นสมาชิกพรรค
‘นิพิฏฐ์’แนะช่องยื่นสอบที่ศาลรธน.
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า การที่ร.อ.ธรรมนัสรอดจากคดีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ร้องไม่ได้ยื่นประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมเข้าไปด้วย ทั้งที่เรื่องจริยธรรม อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) และไม่ได้หยิบยกกฎหมายบางฉบับที่ระบุความผิดบางเรื่องถ้าเป็นการกระทำผิดในต่างประเทศ และกฎหมายของไทยกำหนดให้การกระทำนั้นเป็นความผิดในประเทศเราด้วย บุคคลนั้นจึงต้องกลับมารับโทษในไทยด้วย ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญและเป็นสิ่งที่ศาลต้องรับฟังอยู่แล้ว
ประเทศไทยมี พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 ระบุว่า ผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้กระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทยด้วย และยังมีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 10 ที่ระบุว่าศาลไทยต้องผูกพันตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ
ส่วนการที่จะมีผู้ไปยื่นให้สอบเรื่องจริยธรรม นั้น สามารถยื่นตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย ถ้ามีคนไปยื่นเรื่องจริง คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน เพราะไม่มีการไต่สวนพยานบุคคล เป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย
กมธ.บี้ต่อ-ปมปกปิดข้อมูล
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กมธ.ได้หารือและตั้งข้อสังเกตตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) ที่ระบุว่า คุณสมบัติรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้นำมาวินิจฉัย
กมธ.จึงมีมติให้ตรวจสอบร.อ.ธรรมนัสเพิ่มเติมกรณีคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) โดยจะไปตรวจสอบ 4 ประเด็นคือ 1.กรณีการรับรองสถานะตนเองก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีการปกปิดข้อมูลการต้องคำพิพากษาถูกศาลออสเตรเลียสั่งจำคุกให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) รับทราบหรือไม่ 2.การลงสมัครส.ส. มีการปกปิดข้อมูลเรื่องการต้องคำพิพากษาหรือไม่ 3.การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องมีการรับรอง ตัวเองเคยต้องคำพิพากษาหรือไม่ 4.กรณีที่ร.อ.ธรรมนัสเคยทำหนังสือแจ้งข้อมูลต่อกมธ. ป.ป.ช. เมื่อ 12 ธ.ค.2562 มีข้อมูลใดคลาดเคลื่อน จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
เตรียมบุกดูบ้านพักนายกฯด้วย
นายธีรัจชัยกล่าวว่า กมธ.ยังมีมติตรวจสอบ ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีการอยู่บ้านพักรับรอง ในค่ายทหารของพล.อ.ประยุทธ์ ตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นให้กมธ.ตรวจสอบ ตามความผิดฝ่าฝืนพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 128 ที่รับผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท
โดยมีมติจะลงพื้นที่ไปดูบ้านพักรับรองหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่อาศัยในค่ายทหารว่ามีสภาพบ้านเป็นอย่างไร ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. จะลง พื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง โดยจะทำหนังสือ ถึงกองทัพบกเพื่อขออนุญาตให้กมธ.ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาแม้ กมธ.จะพยายามขอข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูล จึงต้องลงพื้นที่ไปเห็นด้วยตาตนเองว่าบ้านพักดังกล่าวใหญ่แค่ไหน สภาพเป็นเช่นไร นอกจากนี้ จะทำหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอข้อมูลคำวินิจฉัย คำร้อง คำชี้แจงของฝ่ายต่างๆ ที่ให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีบ้านพักนายกฯ นำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของกมธ.ด้วย
เร่งยื่นป.ป.ช.ฟัน‘ธรรมนัส-บิ๊กตู่’
ด้านนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค จะดำเนินการในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่อง ต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดด้านจริยธรรมกับ ร.อ.ธรรมนัส รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส ในตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากมีลักษณะ ต้องห้ามการดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด กรณีรับโทษตามคำพิพากษา คดียาเสพติดของศาลในประเทศออสเตรเลีย ทราบว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
“สิ่งที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันตั้งโจทย์ไว้ว่าเป็น ฉบับปราบโกง และคัดคนไม่ดีออกจากวงการการเมืองไทย ทำให้ผมไม่แน่ใจว่า คนไม่ดีของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นหมายถึงอะไร หมายถึง คนไม่ดีที่เป็นพรรคคู่ต่อสู้ หรือคนไม่ดีที่ย้ายมาอยู่พรรคของตัวเอง จะกลายเป็นคนดี ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ อย่าทำให้รัฐธรรมนูญที่ตั้งโจทย์เป็นฉบับปราบโกง เป็นสิ่ง ที่โกหกและเป็นไปไม่ได้” นายวิรัตน์กล่าว
‘สุทิน’ลั่นขัดเจตนารมณ์รธน.
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า หากดูเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญในการคัดสรรคนเข้าสู่ระบบการเมือง จะมีมาตรฐานจริยธรรม ระบุชัดเจนว่า คนที่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก แม้ในข้อกฎหมายอาจถอดถอน ไม่ได้ แต่ความบกพร่องเรื่องจริยธรรม น่าจะอยู่ในขอบข่ายที่ดำเนินการได้ตามกระบวนการ ทั้งป.ป.ช. และสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น หากพรรคก้าวไกลจะยื่นเอาผิดด้านจริยธรรม สามารถทำได้ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามยื่นเอาผิดด้านจริยธรรม
“คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา อาจทำให้เกิดความสับสนเรื่องบรรทัดฐาน พอสมควร เพราะในอดีตเคยมีคล้ายคลึง กรณีนี้ และในอนาคตก็อาจมีอีก แต่ที่จะมีปัญหา ที่สุดคือ การขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ต้องการคัดคนเข้าสู่การเมือง โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าขัดจริยธรรมก็ไม่สมควรเป็นนักการเมือง” นายสุทินกล่าว
‘ชวน’เดินหน้าประชุมสภา
เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 22 พ.ค.ว่า ยืนยันว่าจำเป็นต้องประชุมสภาเพื่อพิจารณาพ.ร.ก. 2 ฉบับ และยังมีร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่รอการพิจารณาอยู่ แต่ได้หารือกับผอ.สำนัก งบประมาณแล้วว่า ไม่สามารถนำร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2565 บรรจุในวันที่ 26-27 พ.ค. ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณได้
ก่อนมีการประชุม จะนัดประธานวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและตัวแทนรัฐบาล มาประชุมร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมและวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เชื่อว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็ยังคง มีอยู่ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการป้องกันตัวเอง ให้มากที่สุด จึงขอให้ ส.ส.ทยอยเข้ารับวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้ทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่าประกาศของศบค. ห้ามรวม กลุ่มเกิน 20 คน จะเป็นอุปสรรคต่อการประชุมสภาหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ การประชุมสภาไม่ใช่การรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรม เรื่องของงานในสภาไม่ใช่การรวมตัวกัน เพื่อทำกิจกรรมแต่เป็นการทำหน้าที่ของสมาชิก
เมื่อถามว่าสมาชิกเสนอให้เลื่อนการประชุม ออกไปก่อน นายชวนกล่าวว่า นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.กิจการสภา ไม่ได้พูดเช่นนั้น ซึ่งตนยังไม่ได้เจอนายอนันต์ ถึงอย่างไร การเปิดสมัยประชุมก็ต้องเปิดตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากมีเหตุผลพิเศษก็ทำได้ เช่นครั้งที่แล้วในกรณีเป็นมติที่ประชุมว่าขอให้หยุด 1-2 สัปดาห์ก็ทำได้ แต่ครั้งนี้ยังไม่มีการหารือ และทุกคนรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการประชุม ก็ต้องเตรียมตัวรับภารกิจที่จะเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของส.ส.ต้องทำงาน ขอย้ำว่าเราต้อง ทำงานร่วมกับโควิด-19 โดยการป้องกัน
‘นิพนธ์’นั่งรองหัวหน้าปชป.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ลาออกจากรองหัวหน้าพรรค ที่รับผิดชอบภาคใต้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้เสนอชื่อ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ตามภารกิจ ปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้เห็นชอบตามที่นายจุรินทร์ เสนอ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งนายนิพนธ์จะเข้ามาทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว เพื่อรอให้มีการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อไป
นายจุรินทร์กล่าวว่า ยืนยันว่าพื้นที่ภาคใต้ยังเข้มแข็ง ตอนนี้เรามีส.ส.ในภาคใต้ 22 คน ขณะที่ภาพรวมทั่วประเทศ พรรคได้เตรียมวางตัวผู้สมัครส.ส.ไว้เกือบหมดแล้ว โดยเป็นส.ส.ปัจจุบันและอดีตส.ส.เช่นเดิม รวมถึงพิจารณาบุคคลอื่นวางตัวผู้สมัครเหลือเพียง 4-5 เขตที่ยังไม่สรุปตัวบุคคล
ต่อข้อถามถึงการพิจารณาตัวบุคคลลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม. นายจุรินทร์กล่าวว่า คณะผู้บริหารคัดลือกไว้แล้วอย่างน้อย 2 คน เมื่อถึงเวลาจะเลือกเพียงหนึ่งเดียว และเปิดตัวต่อไป พร้อมเตรียมบุคคลที่จะลงสมัคร ส.ก.และส.ส.กทม. ไว้เกือบแล้ว มีทั้งอดีตส.ส. อดีต ผู้สมัครและคนหน้าใหม่ รวมถึงคนที่เคยอยู่กับพรรคแล้วออกไปก็จะกลับเข้ามาอยู่กับเราด้วย