กทม.ขยายล็อกจุดเสี่ยง
นนท์สั่งปิด2ตลาดใหญ่
ป่วยเพิ่ม2,044-ตาย 27
‘บางแค’วุ่นเชื้อโควิดลามอีก พบติดเชื้อเพิ่ม 191 ต้นตอจากพนักงานห้างดังป่วย ก่อนลุยตรวจเชิงรุกทั้งในห้าง ชุมชนใกล้เคียงเจออื้อ ยอดคลัสเตอร์บางแคตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.ป่วยแล้ว 855 ส่วนคลองเตยตรวจเชิงรุกแล้วกว่า 8 พัน ติดเชื้อ 219 ผู้ว่าฯกทม.สั่งขยายปิดสถานที่เสี่ยงต่อไปจนถึง 17 พ.ค. ส่วนที่หัวหิน เจอคลัสเตอร์ใหม่ คนงานเมียนมาในโรงงานสับปะรดกระป๋องติดเชื้อ 113 ราย กลุ่มเสี่ยง 260 คน สั่งปิดโรงงาน กักตัวพนักงานกว่า 500 คน ระดมฉีดพ่นยา เผยเชื่อมโยงสถานบันเทิงที่หัวหิน สำนักงานปลัดยุติธรรมวุ่น จนท.ติดเชื้ออีก 6 ศบค.เผยไทยป่วยโควิดอีก 2,044 คน ตายเพิ่ม 27 ราย อาการหนัก 1,170 ต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 367 ราย
ป่วยโควิดอีก2,044-ตายเพิ่ม 27
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 156.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8.46 แสนราย เสียชีวิตสะสม 3.26 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.3 หมื่นราย ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,044 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 2,040 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,820 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 220 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 2,377 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 27 ราย ยอดป่วยสะสม 78,855 ราย หายสะสม 49,172 ราย และยอดเสียชีวิตสะสม 363 ราย
ส่วนระลอกเดือนเม.ย. ติดเชื้อสะสม 49,992 ราย หายป่วยสะสม 21,746 ราย ยังรักษาตัว 29,320 ราย อาการหนัก 1,170 ราย จำนวนนี้ใส่เครื่องช่วยหายใจ 367 ราย และเสียชีวิตสะสม 269 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 27 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 12 ราย มาจากกทม. 18 ราย นนทบุรี และสมุทรปราการจังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ระนอง และระยอง จังหวัดละ 1 ราย มีโรคประจำตัว ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง อ้วน โรคปอดเรื้อรัง โรครูมาตอยด์ โรคหลอดเลือดสมอง ไตเรื้อรัง โรคทางสมอง และยังพบมีสารเสพติด 1 คน โรคทางสมอง 2 คน และพบติดเตียง 5 คน ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 15 คน หญิง 12 คน โดยค่ากลางอายุ 61 ปี (30-90ปี ) ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อยังมาจากการใกล้ชิดสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อ สัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยัน ไปสถานที่เสี่ยง สถานบันเทิง อาศัยในพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น
กทม.ติดเชื้อมากสุด 869
ส่วนผู้ติดเชื้อวันนี้มาจากกทม. 869 ราย ปริมณฑล 503 ราย และจังหวัดอื่นๆ รวมกัน 668 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 4 ราย มาจากแทนซาเนีย 1 ราย และมาเลเซีย 3 ราย โดยลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ จึงยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป 10 จังหวัดที่มีการติดเชื้อใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 869 ราย สะสม 16,917 ราย 2.นนทบุรี 201 ราย สะสม 3,032 ราย 3.สมุทรปราการ 165 ราย สะสม 2,902 ราย 4.ชลบุรี 89 ราย สะสม 3,128 ราย 5.สมุทรสาคร 69 ราย สะสม 1,299 ราย 6.สุราษฎร์ธานี 60 ราย สะสม 1,035 ราย 7.ปทุมธานี 39 ราย สะสม 1,099 ราย 8.เชียงใหม่ 33 ราย สะสม 3,810 ราย 9.พระนครศรีอยุธยา 32 ราย สะสม 607 ราย และ 10.นครปฐมและระนอง จังหวัด 29 ราย สะสม 746 ราย และ 329 รายตามลำดับ
วันนี้จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมี 68 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นสีเขียวคือติดเชื้อ 1-10 ราย มี 42 จังหวัด สีเหลือง 11-50 ราย มี 20 จังหวัด สีขาวไม่มีติดเชื้อมี 9 จังหวัด สีส้ม 51-100 ราย มี 3 จังหวัด และสีแดง มากกว่า 100 รายมี 3 จังหวัด
เผยอาการหนักเพิ่มต่อเนื่อง
ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. กล่าวว่า กทม.และกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อวันที่ 7 พ.ค. ในกทม.และปริมณฑล 1,372 ราย สะสม 25,995 ราย โดยกทม.ตัวเลขสูงเพียงวันเดียว 869 ราย นนทบุรี 201 ราย สมุทรปราการ 165 ราย สมุทรสาคร 69 ราย ปทุมธานี 39 ราย และนครปฐม 29 ราย ซึ่งตัวเลขของกทม.เกินกว่า 500 รายมาตลอด และแนวทางยังพุ่งขึ้นอีก เมื่อแยกตัวเลขผู้ป่วยในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดของกทม.และปริมณฑลวันที่ 7 พ.ค. อย่างกทม.ในพื้นที่จริง 832 ราย นอกพื้นที่ 37 ราย นนทบุรี ในพื้นที่ 185 ราย นอกพื้นที่ 37 ราย เป็นต้น
ส่วนผู้ป่วยอาการหนักวันที่ 1-6 พ.ค. พบรวมทั้งหมด 1,170 ราย เป็นกทม.และปริมณฑล 818 ราย และจังหวัดอื่นๆ อีก 352 ราย โดยกทม.พบถึง 496 รายในวันที่ 6 พ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากวันที่ 5 พ.ค. 466 ราย วันที่ 4 พ.ค. 461 ราย คือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน เช่นเดียวกับนนทบุรี นครปฐม ตัวเลขก็เพิ่มขึ้น นอกนั้นก็ยังมีสมุทรปราการ สมุทรสาคร และปทุมธานี ดังนั้น จำนวนเตียงที่ดูแลผู้ป่วยหนักไม่ใช่ดูแค่ กทม.จังหวัดเดียว แต่ต้องดู 5 จังหวัด ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตตัวเลข กทม.สะสม 122 ราย วันนี้เพิ่มขึ้น 18 ราย เพิ่มจากวันที่ 6 พ.ค. เสียชีวิต 6 ราย วันที่ 5 พ.ค. พบเสียชีวิต 4 ราย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องสถานที่ฌาปนกิจศพ ก็มีประเด็นดราม่าบางที่ ซึ่งกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมแจ้งว่ามีติดขัดอะไรให้แจ้ง 1765 ขออำนวยความสะดวกได้
คลัสเตอร์บางแคติดเชื้อแล้ว 855
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ในการประชุมของศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 โดยที่ประชุมทางศูนย์อนามัยแจ้งข้อมูลว่า วันที่ 6 พ.ค. พบพื้นที่การระบาด กทม.ที่ติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1. คลองเตย พบผู้ป่วย 46 ราย 2.ปทุมวัน 24 ราย 3.บางแค 24 ราย 4.ลาดพร้าว 13 ราย 5.ราชเทวี 10 ราย 6.ป้อมปราบศัตรูพ่าย 9 ราย 7.บึงกุ่ม 9 ราย 8. ภาษีเจริญ 8 ราย 9.บางขุนเทียน 8 ราย และ 10. ดินแดง 8 ราย โดยที่ประชุม ให้ผู้อำนวยการเขตบางแครายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าคลัสเตอร์ในเขตบางแคเกิดตั้งแต่มี.ค. โดยเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เชื่อมโยงสถานบันเทิง ระลอกนั้นพบ 57 ราย จากนั้นช่วงมี.ค.ต่อเม.ย. เกิดการระบาดในตลาดบางแคจำนวน 485 ราย กระทั่งพบคลัสเตอร์ชุมชน ห้างสรรพสินค้า หมู่บ้าน โดยระลอกนี้ 191 ราย ซึ่งกำลังควบคุมอยู่ ซึ่งในการควบคุมโรค เขตบางแคลงไปค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกทั้งในห้างสรรพสินค้า และชุมชน ซอยเพชรเกษม 84
“กรณีคลัสเตอร์เขตบางแคตั้งแต่ 5 มี.ค.-6 พ.ค. มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อ ช่วงต้นมี.ค.กลุ่มก้อนแรกที่ร้านอาหารปีกไม้ เหตุเกิดมาจากเครือข่ายสถานบันเทิง สามารถดำเนินการควบคุมได้แล้ว ช่วง มี.ค.ต่อ เม.ย. เกิดกรณีกลุ่มก้อนตลาด อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และปัจจุบันอยู่ระหว่างควบคุมโรค ใน 4 กลุ่ม คือ ชุมชนบ้านขิง เดอะมอลล์บางแค ชุมชนเพชรเกษม 84 และหมู่บ้านทวีโชติ ยอดผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.-6 พ.ค. พบมี 855 ราย แบ่งเป็นตลาดบางแค 485 คน ชุมชนบ้านขิง 87 คน เดอะมอลล์บางแค 82 คน ร้านปีกไม้ สาย 2 ติดเชื้อ 57 คน ซ.เพชรเกษม 84 ติดเชื้อ 13 คน และบ้านทวีโชติ 9 คน”
พบติดเชื้ออีก 191
ด้านร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุจากกรณีมีข่าวพบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อในห้างสรรพสินค้าดังย่านบางแคจำนวนมาก
ร.ต.อ.พงศกร ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบผู้ติดเชื้อในชุมชน ซ.เพชรเกษม 84 จำนวน 14 ราย เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยสำนักอนามัยศูนย์บริการสาธารณสุขและสำนักงานเขต ลงพื้นที่สอบสวนโรค พบว่าผู้ติดเชื้อเป็นพนักงานห้างเดอะมอลล์บางแค จึงทำการสว็อบ ตรวจหาเชื้อเชิงรุกเพิ่มเติม รวมพบติดเชื้อเพิ่ม 191 ราย มีรายละเอียดดังนี้
1.พนักงานห้างเดอะมอลล์บางแค และคนที่เกี่ยวข้องบางส่วน 3,686 คน พบติดเชื้อ 82 ราย 2.ผู้อยู่อาศัยในชุมชน ซ.เพชรเกษม 84 จำนวน 2,700 ราย พบติดเชื้อ 13 ราย
พร้อมกันนี้ จากการสอบสวนโรคในพื้นที่บางแคเพิ่มเติม พบผู้ติดเชื้อทำงานเป็นพนักงานรถเมล์ 7 ราย พักอาศัยในชุมชนบ้านขิง จึงได้สว็อบหาเชื้อเชิงรุกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มเติมอีก ในวันที่ 30 เม.ย. และวันที่ 3-5 พ.ค. ดังนี้ ประชาชนในชุมชนบ้านขิง 1,500 คน พบผู้ติดเชื้อ 87 ราย ประชาชนที่พักอาศัยในหมู่บ้านทวีโชติ 150 คน พบผู้ติดเชื้อ 9 คน ขณะที่พนักงานรถเมล์ 70 คน รอผลตรวจ
ทั้งนี้คลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อในพื้นที่บางแค ยังอยู่ระหว่างการควบคุมโรค
กทม.เร่งตรวจเชิงรุกชุมชนเสี่ยง
นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.ร่วมกับสถาบันและป้องกันโรคเขตเมือง (สปคม.) กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายจัดทีมลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการสว็อบอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทีมพิเศษเฉพาะกิจลงพื้นที่ดาวกระจายใน 6 กลุ่มเขต ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 พ.ค.64 โดยมีเป้าหมายคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้ได้ 3,000 คนต่อวัน ดังนี้ กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก สวน 70 พรรษามีนบุรี เขตมีนบุรี กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง สนามกีฬาห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ใต้ทางด่วนพระราม 3 เขตยานนาวา กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ เดอะมอลล์บางแค เขตบางแค
“ปัจจุบันอัตราการแพร่ระบาดของ โควิด-19 อยู่ในระดับสูง ส่วนใหญ่พบในชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น เช่นชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย ชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน ชุมชนบ้านขิง และเดอะมอลล์ เขตบางแค ซึ่งกทม.เข้าดำเนินการเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงในชุมชน พร้อมทั้งฉีดวัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงเป็นอัตราลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิต”
ตรวจ 5 ชุมชนคลองเตย 8 พัน
ส่วนสำนักงานเขตคลองเตย ร่วมกับสปคม.ให้บริการสว็อบตรวจหาเชื้อ 3 จุด เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ได้แก่ 1.จุดวัดสะพาน 1,124 ราย 2.จุดโรงเรียนชุมชนพัฒนา 994 ราย 3.จุดตลาดคลองเตย 769 ราย รวมทั้งสิ้น 2,887 ราย และให้บริการฉีดวัคซีน บริเวณโรงเรียนวัดคลองเตย แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 735 ราย วัคซีนแอสตราเซเนกา 157 ราย รวม 892 ราย โดยในวันนี้ สำนักงานเขตคลองเตย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก สว็อบ บริเวณวัดสะพาน และบริเวณโรงเรียนชุมชนพัฒนา และให้บริการฉีดวัคซีน บริเวณโรงเรียนวัดคลองเตย และโลตัสพระราม 4 ด้วย
ด้านสำนักอนามัยสรุปผลการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนเขตคลองเตย ด้วยวิธีสว็อบ ใน 5 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชน 70 ไร่ วัดสะพานคลองเตย โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา และลานจอดรถตลาดคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-6 พ.ค. รวม 8,022 ราย พบติดเชื้อ 219 ราย ไม่ติดเชื้อ 5,614 ราย รอผล 2,189 ราย
ระดมตรวจชุมชนวัดญวน
ด้านนายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อ ด้วยการตรวจหาเชื้อทางโพรงจมูก (สว็อบ) ประชาชนในพื้นที่ที่ตลาดกลางผลไม้สะพานขาว เขตดุสิต บริเวณสี่แยกสะพานขาวว่า สำนักงานเขตดุสิตร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 6 (ศบส.6) และมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดหน่วยตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก หลังจากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่เขตดุสิตจำนวนหนึ่ง เดิมมีแผนจะตรวจเชิงรุกบริเวณดังกล่าวในวันที่ 7-9 พ.ค. แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังคนประกอบกับมีกลุ่มก้อนผู้ติดเชื้อที่สำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ ชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย ชุมชนบ้านขิง เขตบางแค จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวก่อน
ทั้งนี้กทม.ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในพื้นที่เขตดุสิตครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 เม.ย. โดยตรวจเชิงรุกประชาชน 500 ราย พบผู้ติดเชื้อ 39 ราย เป็นประชาชนในชุมชนวัดญวน 22 ราย นำส่งเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งกักกันตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพื่อติดตามเฝ้าระวังอาการเรียบร้อย
ส่วนวันนี้สำนักงานเขตดุสิตเชิญประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชนวัดญวน-คลองลำปัก ชุมชนหลังบ้านมนังคศิลา ชุมชนริมทางรถไฟ ตลอดจนประชาชนที่พักอาศัยบริเวณซอยลูกหลวง 8 และประชาชนบริเวณตลาดสะพานขาวถนนคลองลำปัก ประมาณ 350 คนเข้ารับการตรวจ ซึ่งจะทราบผลการตรวจภายในวันที่ 8 พ.ค.
ขยายปิดสถานที่เสี่ยงถึง17พ.ค.
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบคงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมีจำนวนสูง จึงมีมติเห็นสมควรดำเนินมาตรการควบคุมที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน สำหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดต่อไปอีก เพื่อให้สามารถยุติการระบาดของโรคได้โดยเร็ว จึงมีคำสั่งให้ปิดสถานที่และใช้ บังคับมาตรการที่ระบุไว้ในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 25 เม.ย. 64 และ (ฉบับที่ 26) ลงวันที่ 30 เม.ย.64 จนถึงวันที่ 17 พ.ค. 2564
นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพขยายการให้บริการจุดตรวจโควิด-19 เชิงรุกแก่ผู้ประกันตน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ระหว่างวันที่ 5-31 พ.ค. และเพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมประชาชนได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย กระทรวงแรงงานพร้อมดำเนินการตรวจในกลุ่มพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่ รวมทั้งแรงงานที่อยู่นอกระบบทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการให้ได้วันละ 2,000 คน เพื่อให้เกิดการป้องกันการเกิดโรคที่มีประสิทธิภาพต่อไป
นนท์ปิด 2 ตลาดดัง 7 วัน
น.ส.สุกัญญา สุขการณ์ ปลัดเทศบาลนครนนทบุรี รักษาการนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี มีคำสั่งเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง เทศบาลนครนนทบุรี ขอประกาศปิดตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี และตลาดสมบัติ เพิ่มเติม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-14 พ.ค.64 ทั้งนี้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่ลดลง อาจมีการขยายเวลาปิดต่อไปอีก เนื่องจากจากการตรวจคัดกรองพบพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้อโควิดหลายราย
โดยเทศบาลนครนนทบุรีจะจัดส่งเจ้าหน้าที่สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ออกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยเครื่องพ่น และทำความสะอาดภายในตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี และตลาดสมบัติทั้งหมด
ยธ.ผวา-สนง.ปลัดติดเชื้อ 6
ด้านนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้รับรายงานว่ามีบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ติดเชื้อโควิด 1 ราย และเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ได้รับรายงานว่า พบบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ติดเชื้อโควิดเพิ่มเติม 5 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา ทำให้ขณะนี้สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีบุคลากรเป็นผู้ป่วยโควิดยืนยันสะสม 6 ราย
นายวัลลภกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล และศูนย์บริการสาธารณสุข 53 ทุ่งสองห้อง เพื่อทำความสะอาดเชื้ออย่างเต็มรูปแบบ ทำการตรวจสอบสถานที่และสอบสวนโรคแล้ว โดยกำหนดดำเนินการในวันนี้ พร้อมสั่งการให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อกักตัว ณ ที่พักอาศัย เฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน
คลัสเตอร์รง.หัวหินติดเชื้อ113
นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ พร้อมด้วย น.ส.ชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าฯประจวบ คีรีขันธ์ ร่วมแถลงว่า ล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อกลุ่มก้อนใหม่ คลัสเตอร์โรงงานสับปะรดกระป๋อง แรงงานชาวเมียนมาผลตรวจติดเชื้อแล้ว 113 ราย ที่โรงงานสับปะรดกระป๋อง ในต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำหรับ คลัสเตอร์โรงงานสับปะรดกระป๋องนี้ ล่าสุดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดยืนยันติดเชื้อแล้ว 113 ราย จากจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 260 ราย โดยมีแรงงานในโรงงานดังกล่าวทั้งหมด 593 ราย ขณะนี้ทีมควบคุมโรคเข้าดำเนินการสอบสวนโรค พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในส่วนโรงงาน สำนักงาน โรงอาหาร ห้องพักของแรงงานชาวเมียนมาทั้งแบบรายเดือนและรายวัน รวมทั้งพื้นที่โดยรอบโรงงาน ซึ่งเป็นบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของโรงงานสั่งปิดการผลิตแล้วตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. เพียงแต่ดำเนินการผลิตส่วนของสดที่เหลือค้างให้หมดเท่านั้น ซึ่งตรวจสอบขั้นตอนการผลิตแล้วพบว่ามีความสะอาดปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนสาเหตุที่เกิดการติดเชื้อภายในโรงงานนั้น เกิดจากการดื่มน้ำด้วยแก้วน้ำเดียวกัน และพฤติกรรมการสังสรรค์หลังเลิกงาน เป็นกลุ่มย่อย 2-3 คน
“กรณีนี้พบว่าจุดเริ่มต้นมาจากผู้ป่วยรายที่ 992 ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ป่วยหญิง อายุ 31 ปี ชาวเมียนมา รายที่ 1097 ทำงานอยู่ในโรงงานดังกล่าว แต่ละวันจะพาบุตรชายไปฝากเลี้ยง ก่อนจะรู้ว่าลูกชายติดเชื้อ ได้ทำงานตามปกติ มีทำขนมไปฝากเพื่อนที่ทำงาน และไปตามสามีที่วงสังสรรค์หลังเลิกงาน เมื่อทราบว่าพี่เลี้ยงป่วยติดเชื้อโควิดได้พาลูกชายอายุ 4 ขวบ ไปตรวจที่ร.พ.หัวหิน ผลตรวจติดเชื้อและกลายเป็นผู้ป่วยรายที่ 992 ส่วนตัวเองไม่มีอาการ เมื่อกักตัวอยู่ที่บ้านแล้ว ได้เดินทางมาตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผลตรวจติดเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. สอบสวนโรค พบว่า เป็นกลุ่มก้อนเดียวกับสถานบันเทิงในหัวหินที่มีการแพร่ต่อๆ กันมา กระทั่งเข้าสู่โรงงานสับปะรดกระป๋องดังกล่าว ขณะนี้นำผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่มีอาการไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามโรงเรียนพาณิชยการหัวหินแล้ว และเร่งตั้งโรงพยาบาลสนามภายในโรงงาน 250 เตียง”
และจะตรวจเชิงรุกโรงงานทั่วจังหวัด 300 แห่ง
สำหรับวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 27 ราย ติดเชื้อสะสม 1,167 ราย
โคราชป่วยอีก 16-พ่อเฒ่า85ดับ
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.ร.พ.มหาราชนครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 16 ราย อยู่ในพื้นที่อ.เมือง 6 ราย อ.ปากช่อง 2 ราย อ.บัวใหญ่ 2 ราย อ.พิมาย 2 ราย อ.ด่านขุนทด 1 ราย อ.โนนสูง 1 ราย อ.สีคิ้ว 1 ราย และอ.สูงเนิน 1 ราย และมี ผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นชายวัย 85 ปี ชาว อ.โชคชัย รวมยอดป่วยสะสม 714 ราย รักษาอยู่ 380 ราย และรักษาหายแล้วอีก 33 ราย รวมสะสม 330 ราย เสียชีวิตรวม 4 ราย
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ฌาปนสถานวัดคลองส่งน้ำ บ้านพบสุข หมู่ 5 ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีพิธีฌาปนกิจชายอายุ 85 ปี ราษฎรบ้านปรางค์น้อย หมู่ 9 ต.พลับพลา อ.โชคชัย
จากการสอบสวนโรคพบคลัสเตอร์ครอบครัวเดียวกันติดเชื้อรวม 5 คน ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.โชคชัย ส่วนการค้นหากลุ่มเสี่ยงที่เป็นญาติและเพื่อนบ้านนำมาตรวจหาเชื้อ แต่ไม่พบการติดเชื้อเพิ่ม
โวยร.พ.สนาม‘หมอเหรียญทอง’
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเขตหลักสี่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลัง ประชารัฐ รับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้านที่พักอาศัยในเขตหลักสี่ เรื่องขอคัดค้านและขอให้ตรวจสอบการสร้าง ร.พ.สนาม ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะว่า เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่ เพราะมีการเปิดขอรับบริจาคเงินจากประชาชน จึงต้องการตรวจสอบเรื่องความโปร่งใส อีกทั้งชาวบ้านห่วงเรื่องความปลอดภัยของคนในพื้นที่ จึงอยากทราบว่าการสร้างร.พ.สนาม ตรงจุดนี้ถูกต้องตามกฎหมาย และกระทรวงสาธารณสุขทราบหรือไม่
ด้านนายสิระกล่าว่า ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในกมธ.กฎหมาย เพื่อตรวจสอบตามที่ประชาชนได้ร้องเรียนมา และจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่นกระทรวงสาธารณสุข พล.ต.นพ.เหรียญทอง และสำนักงานเขต เป็นต้น ส่วนการขอรับบริจาค ต้องให้พล.ต.นพ.เหรียญทอง มาชี้แจงว่าเงิน 2 ล้านกว่าบาท จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง เพื่อความโปร่งใส รวมถึงกระแสข่าวว่าหากรับ ผู้ป่วยเข้ามาดูแลในร.พ.สนามจะได้ค่าหัว หัวละ 1,500 บาทต่อวัน ที่สามารถเบิกจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จริงหรือไม่ ตนขอถามไปถึงสปสช.ว่า การเบิกเงินแบบนี้ ร.พ.สนามทำได้ทุกที่ใช่หรือไม่ ถ้าใครจะลุกขึ้นมาทำ ร.พ.สนาม เพื่อเก็บเงินตรงก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ สปสช.ต้องชี้แจง เพราะเงินที่จ่ายคือภาษีประชาชน
ต่อมานายสิระลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่สร้างร.พ.สนาม ซึ่งตั้งอยู่ในซ.แจ้งวัฒนะ 14 ระหว่างลงพื้นนั้น พล.ต.นพ.เหรียญทองโทรศัพท์มาหาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลร.พ.สนาม นายสิระจึงสอบถามว่าร.พ.สนามขออนุญาตฝ่ายใดหรือไม่ และที่บอกว่ารักษาฟรีมีการไปขอเบิกเงินจากสปสช. ตรงไหนที่เรียกว่าทำฟรีเพื่อประชาชน จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น โดยพล.ต.นพ.เหรียญทองต่อว่านายสิระ และบอกว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ ถ้าอยากจะตรวจสอบก็เอาเลย
‘สังฆราช’นำสวดมนต์ไล่โควิด
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ตนจึงมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบกำหนดจัดพิธีดังกล่าว ขึ้นในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และตนเป็นประธานฝ่ายฆราวาส
สำหรับการจัดพิธีในพื้นที่ส่วนกลาง จะจัดขึ้นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม เขตพระนคร ส่วนภูมิภาค กำหนดให้วัดในนามเขตปกครองหนต่างๆ ดังนี้ เขตปกครองหนกลาง ณ วัดพนัญเชิง จ.พระนคร ศรีอยุธยา เขตปกครองหนเหนือ ณ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เขตปกครองหนตะวันออก ณ วัดพระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร และ เขตปกครองหนใต้ ณ วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง ส่วนวัดอื่นทั่วไปและวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสม
พระราชทานช่วยอินเดีย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์ เพื่อพระราชทานสำหรับช่วยเหลือชาวอินเดียที่ติดเชื้อโคิด-19 ที่ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย
โดยกองทัพอากาศจัดเที่ยวบินพิเศษเชิญสิ่งของพระราชทานดังกล่าว โดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19 (A 340 – 500) จำนวน 1 เครื่อง เพื่อนำเครื่องผลิตออกซิเจนและ ถังบรรจุก๊าซออกซิเจน พร้อมอุปกรณ์พระราชทาน ในการช่วยเหลือชาวอินเดียที่ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
กำหนดเดินทางในวันเสาร์ที่ 8 พ.ค. เวลา 07.00 น. เดินทางไปกลับในวันเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้รวบรวมสิ่งของช่วยเหลือชาวอินเดียจากสมาคมอินเดียในประเทศไทย, หอการค้าไทยอินเดียและสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีอินเดียในประเทศไทย โดยสิ่งของที่ลำเลียงไปช่วยเหลือชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด ประกอบด้วยเครื่องผลิตออกซิเจน 70 เครื่อง ถังออกซิเจน 300 ถัง และอุปกรณ์ควบคุมปริมาณออกซิเจน 200 ชุด
โดยในการเดินทางกลับจะนำข้าราชการของสถานเอกอัครราชทูตที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาพยาบาลที่ประเทศไทย และรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขให้คำแนะนำการปฏิบัติและสนับสนุนแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติภารกิจนี้ด้วย

ล็อกดาวน์ – จนท.นำแผงเหล็กกั้นและลวดหนามล็อกดาวน์ชุมชนบือติงตันหยง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ห้ามประชาชนกว่า 200หลังคาเรือน เข้า-ออกหลังพบผู้ติดเชื้อโควิดหลายราย เมื่อวันที่7 พ.ค.