ทั้งที่เดิม-เป็น‘แอสตราฯ’
ถกไฟเซอร์นำเข้า20ล.โดส
‘ตู่’เร่งตุนวัคซีนอีก200ล.
ลดค่าปรับไม่สวม‘แมสก์’

‘อนุทิน’ แจงเปลี่ยนให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนซิโนแวคได้ อ้างผลการศึกษาที่จีนฉีดแล้วกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยดี นั่งถก ไฟเซอร์ได้อีก 10-20 ล้านโดส ส่งถึงไทยไตรมาส 3-4 สธ. ผนึกจุฬาฯ เปิด 3 จุดฉีดให้คนย่านปทุมวัน-สาทร หลัง 15 พ.ค. ตั้งเป้าวันละ 1.5 พันคน ลดค่าปรับไม่สวมแมสก์ครั้งแรกพันบาท จากเดิม 6 พัน ผู้ว่าฯกทม.จัดฉีดให้ 5 แสนกลุ่มเสี่ยง ครู คนขับสาธารณะ แท็กซี่ วินจยย. จนท.สนามบินดอนเมือง พนง.กวาด 50 เขต ‘บิ๊กตู่’ แจงโอนอำนาจให้นายกฯ คุมแก้โควิด เพื่อให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เร่งหาตุน 150-200 ล้านโดส หวั่นกลายพันธุ์ จับตาถึงปีหน้า เล็งแผนฉีดเข็ม 3

‘ตู่’แจงโอนอำนาจสู้โควิด

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 7 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่านเพจ เฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงการเดินหน้าแก้ปัญหา โควิด-19 ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในการโอนอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับมาที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ตนสามารถออกคำสั่ง อนุญาต อนุมัติ สั่งการ แก้ไขสถานการณ์ โควิดได้โดยตรง เพื่อให้การจัดการและแก้ไขสถานการณ์เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทั้งนี้ต้องคำนึงถึงกฎหมายหลักและรองของหน่วยงานที่มีอยู่ด้วย และต้องใช้กฎหมายเหล่านั้นให้ ถูกต้อง

หาตุนอีก 200 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนสั่งการไปแล้วว่าประเทศไทยควรหาวัคซีนเพิ่มเติมให้เรามีถึง 150 ล้านโดสให้ได้ หรือมากกว่านั้น แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้เราในปีหน้าก็ตาม ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมการรับความเสี่ยงเรื่องวัคซีนต่อไป ปัจจุบันเราได้ตั้งเป้าไว้เดิมจัดซื้อวัคซีน 100 ร้อยล้านโดส เพื่อให้เพียงพอสำหรับฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน โดยหวังว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศได้ แต่คิดว่ายังไม่พอ เพราะทุกวันนี้ถ้าเราฟังจากสถานการณ์ทั่วโลกก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากไวรัสตัวนี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตนก็ยังมีความกังวลในเรื่องนี้ ระยะต่อไปคงต้องมีแผนสำรองตลอดเวลา เรามีประชากรผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน เท่ากับว่าต้องมีวัคซีนอย่างน้อย 120 ล้านโดส และต้องคำนึงถึง แรงงานอื่นๆ ด้วยที่อยู่ในภาคธุรกิจของเรา อาจต้องถึง 150-200 ล้านโดสในระยะต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานของวัคซีนและสถานการณ์ในปีหน้าด้วย

“คำถามที่ถามว่าเมื่อฉีดวัคซีนว่าครบโดส แล้วประสิทธิภาพของวัคซีนจะคงอยู่ได้นานเท่าไหร่ และเราจำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 3 อีกหรือไม่ เรื่องนี้ต้องติดตามและเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยติดตามจากข้อมูลหลายประเทศที่กำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ ซึ่งยังไม่นับในเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสที่สร้างความวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เรายังโชคดีที่ยังมีการผลิตวัคซีน แอสตราเซเนกาในประเทศไทย จึงควรต้อง เตรียมการเผื่อไว้สำหรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ามีให้เกินไว้ดีกว่าขาด มีแผนหลัก แผนรอง แผนเผชิญเหตุตามสถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

จี้เร่งเจรจารายใหม่เพิ่ม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนของเรามีความคืบหน้าที่เร็วกว่านี้ ให้มีการเจรจากับผู้ผลิตหลายรายเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้วัคซีนเพิ่มขึ้นเราได้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนถึง 7 ราย และจะมีการเจรจาเพิ่มเติมอีกรวมถึงวัคซีนใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายใหม่ด้วยโดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่จะต้องพิจารณาให้รวดเร็วขึ้นในขณะที่ทั้งโลกพยายามแย่งซื้อวัคซีนให้กับประเทศของตัวเองแต่มันก็ไม่ง่ายนักเพราะมันขึ้นอยู่กับสิทธิบัตรของผู้ผลิตขีดความสามารถและรัฐบาลของเขาที่จะอนุมัติให้ส่งออกทำให้การจัดหาและจัดซื้อวัคซีนเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรแต่เราก็ต้องพยายามหาทางทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ฉีดพื้นที่-กิจกรรมเสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับการยืนยันว่าเราจะได้วัคซีนเพิ่ม 3.5 ล้านโดส และจะมีการส่งมอบให้กับประเทศไทยในเดือนพ.ค.นี้ ตรงนี้ถือเป็นจำนวนที่เพิ่มเติมขึ้นจากยอดเดิมที่เราได้ดำเนินการไว้เพื่อใช้ในเดือนพ.ค. ซึ่งทางการแพทย์มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าหลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เพียงเข็มแรกก็จะช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อลดความรุนแรงของอาการและลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก ถึงแม้จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้างก็จะดำเนินการแก้ไขต่อไป ดังนั้นควรต้องร่วมมือกัน ช่วยกัน เร่งเครื่อง เดินหน้าให้เร็ว ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้จำนวนมากที่สุดให้กับประชาชน โดยประมาณเดือนก.ค.นี้ คาดการณ์ว่าเราควรจะมีประชากรผู้ใหญ่จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว และได้รับการปกป้องจากอันตรายของโควิด-19 ในระดับที่มากพอสมควร ดังนั้นต้องเร่งรัดในเรื่องวัคซีนซึ่งได้จัดหามาทั้งในส่วนพิเศษ และของเดิม ให้เพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ และทุกกลุ่มกิจกรรม ตามลำดับความเสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ใช้ในการรักษาว่า แม้จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นได้สำรองไว้อย่างเพียงพอโดยยังมีเหลือในสต๊อกที่ 1.5 ล้านเม็ด โดยได้กระจายไปยังทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศและยังได้รับเพิ่มเติมอีก 3 ล้านเม็ดในเดือนพ.ค. ส่วนยาอื่นๆ นั้นได้ให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้พิจารณาถึงประสิทธิภาพความปลอดภัยความจำเป็นและประโยชน์ในการใช้งานอยู่ด้วย

ถกไฟเซอร์ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ประชุมร่วมผู้แทนบริษัทไฟเซอร์ เพื่อนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิดจำนวน 20 ล้านโดส โดยผู้แทนไฟเซอร์รับปากจะรีบขึ้น ทะเบียนกับอย. ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 7 พ.ค.

ก.ค.-ธ.ค.ได้ไฟเซอร์ 20 ล.โดส

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังหารือกับผู้จัดการใหญ่ บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่า จากการเจรจา ไฟเซอร์ระบุส่งวัคซีนมาถึงเมืองไทยได้ในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ จำนวน 10-20 ล้านโดส จึงขอให้เร่งยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนกับอย. ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นเมื่อได้ลงนามบันทึกข้อตกลงฉบับแรกร่วมกัน โดย ไฟเซอร์ยืนยันจะทำสัญญากับภาครัฐเท่านั้น ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์เป็นตัวเดียวที่ครอบคลุมเยาวชนตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป

เมื่อถามถึงกรณี ร.พ.วิภาวดี ยกเลิกการจองวัคซีนโมเดอร์นา นายอนุทินกล่าวว่า วัคซีนที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ไม่สามารถมาโฆษณาได้ การยกเลิกเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว

อิงจีน-ฉีดซิโนแวคให้สูงวัย

ต่อมา นายอนุทินแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า ขณะนี้ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส ภายในเดือนพ.ค.จะมีวัคซีนเข้ามาจำนวนมาก 2.5 ล้านโดส ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติ 3 เรื่อง คือ 1.สธ.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน จะมาร่วมฉีดวัคซีนวัยแรงงานในระบบประกันสังคมรวมกว่า 16 ล้านคน ซึ่งเป็นการเพิ่มจากระบบบริการที่เตรียมไว้ โดยเพิ่มจุดฉีดวัคซีน 382 แห่ง คือ กทม. 82 แห่ง และต่างจังหวัด 300 แห่ง โดยสถานที่ฉีดต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนด และอนาคตอาจฉีดผ่านรถโมบาย

เริ่มปรับแค่พันไม่สวมแมสก์

2.เห็นชอบแนวทางให้วัคซีนซิโนแวค ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของประเทศจีนที่ทำในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพดี พบว่ามีความปลอดภัยและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี จากนี้จะส่งเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ต่อไป จึงฉีดได้ และ 3.เห็นชอบออก อนุบัญญัติ ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 คือ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเวลาออกนอกเคหสถาน โดยจะอนุโลม ยกเว้น หรือการลดค่าปรับตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคตามกฎหมายเพิ่มเติม คือ ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ และข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทางสธ.เคยแถลงว่าจะฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปกับ 7 กลุ่มเสี่ยง โดยจะเริ่มฉีดให้ในเดือนมิ.ย.นี้

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) สธ. กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในวัยแรงงานเป็นการทำคู่ขนานกับกลุ่มสูงอายุและ 7 โรคเรื้อรัง คาดว่าจะเริ่มได้ช่วงเดือนมิ.ย.นี้ โดยมีสํานักงานประกันสังคม (สปส.) และจังหวัดรวบรวมจำนวนและ รายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร จัดแผนการฉีดต่อไป สำหรับค่าปรับมีการหารือการคร่าวๆ จะแบ่งเป็นการกระทำผิดครั้งแรกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากมีการกระทำผิดซ้ำจะปรับตั้งแต่ 1,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท และถ้ายังมีการ กระทำผิดอีกก็จะปรับในหลักหมื่นแต่ไม่เกิน 20,000 บาท โดยในรายละเอียดต้องหารือเพื่อวางโครงร่างที่ชัดเจนอีกครั้ง

แจงไม่รับรอง‘สปุตนิกวี’

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า เมื่อ 19 เม.ย. บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้เข้าหารือเพื่อขอยื่นเอกสารแบบ ต่อเนื่อง หรือ rolling submission และได้ยื่นเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี กับ อย. ซึ่งทางบริษัทจัดส่งเอกสารให้ อย. พิจารณาบางส่วน เช่น ข้อมูลการผลิตวัคซีนบางหัวข้อ ข้อมูลการทดลองในสัตว์ทดลอง และการทดลองวัคซีนในคน แต่ยังคงขาดข้อมูลสำคัญได้แก่ กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของวัคซีน ความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีน แผนการจัดการความเสี่ยงของวัคซีน หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัคซีน (จีเอ็มพี) ซึ่งอย. โดย ผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มประเมินข้อมูลที่ยื่นมาแล้ว แต่ประเมินได้เพียงบางประเด็นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทาง อย. จึงได้ทำหนังสือแจ้งทางบริษัท คินเจนฯ เพื่อขอให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทแจ้งว่าจะส่งข้อมูลที่ขาดให้ครบถ้วนภายในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งอย. มีความพร้อมในการพิจารณาอนุมัติวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้มีวัคซีนใช้โดยเร็ว และได้จัดให้มีช่องทางพิเศษเพื่อรองรับการพิจารณาตามมาตรฐานสากล

เอกชนหาได้-ไม่ซ้ำรัฐ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทำงานว่า

นายอนุชากล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะทำงาน ยังได้สรุปการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐ ประกอบด้วย ไฟเซอร์, สปุตนิก วี และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานมีความเห็นว่า ควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น โมเดอร์นา และซิโนฟาร์ม หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต โดยขอให้มีการควบคุมราคาการให้บริการในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกให้กับประชาชนในสถานพยาบาลเอกชนให้สมเหตุสมผล และมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งได้มอบหมายให้อย. ช่วยผลักดันให้มีบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายวัคซีนเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น

จุฬาฯ ตั้ง 3 จุดฉีดวัคซีน

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวภายหลังเข้าประชุมร่วมกับ นายอนุทิน รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ.ว่า จุฬาฯ จะเข้ามาตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนให้กับคนย่านปทุมวัน-สาทร เพื่อช่วยให้วัคซีนที่มีอยู่เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเอาวัคซีนไปหาประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนวิ่งเข้าหา โดยตั้ง 3 จุดคือ อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น 4 ชั้น 5 และศูนย์บริการสุขภาพ อาคารจามจุรี 9 โดยแต่ละจุดให้บริการฉีดได้วันละ 1.5 พันคน มีบุคลากรจากศูนย์สุขภาพมาร่วมให้บริการ คาดว่าหลังวันที่ 15 พ.ค.นี้จะดำเนินการได้ และวันที่ 1 มิ.ย. จะเปิดเทอม ครู อาจารย์ ก็น่าจะมีภูมิคุ้มกันด้วย จะช่วยลด และบล็อกการแพร่เชื้อสู่นักเรียนได้ รวมถึงกลุ่มที่อยู่ในมหาวิทยาลัย บุคลากรของมหาวิทยาลัย ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษา และบุคลากรในครอบครัวสายตรง

ลงทะเบียนที่‘เป็ดไทยสู้ภัย’

ศ.ดร.บัณฑิตกล่าวต่อว่า ข้อมูลนั้นเบื้องต้นเราลงทะเบียนผ่านระบบ “เป็ดไทยสู้ภัย” ซึ่งเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบหมอพร้อมของสธ. ซึ่งเป็นฐานหลักอยู่แล้ว นอกจากนี้ เครือข่ายมหาวิทยาลัยหารือกันแล้ว เมื่อจุฬาฯ พร้อมในด้านต่างๆ แล้วจะขยายการฉีดวัคซีนไปยังมหาวิทยาลัยพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชนในกทม. ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงวัคซีนแก่ประชาชนมากขึ้น

ด้านนายอนุทินกล่าวว่า สธ.มีหน้าที่ส่งวัคซีนไปให้ตามรายชื่อ เป็นการลดภาระงานของสธ. คณะแพทย์ คณะเภสัชกรรม ช่วงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้องค์กรต่างๆ ที่มีพนักงาน 3 พันคน 5 พันคน เพื่อแบ่งเป็นวงๆ ให้มีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ

ฉีดครู-แท็กซี่-วินจยย.-กวาดขยะ

ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้บริการจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มอาชีพเสี่ยงเพิ่มเติม อาทิ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ คนขับรถสาธารณะ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานดอนเมือง การไฟฟ้านครหลวง รวมทั้ง เจ้าหน้าที่พนักงานกวาดประจำ 50 สำนักงานเขต ซึ่งคาดว่าจะมีกว่า 500,000 คน และหากได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้เร่งฉีดทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน