เตรียมฉีดให้ 6แสนครู
โยก8.5หมื่นล.เยียวยา

‘บิ๊กตู่’ ดันวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ไทยศูนย์ผลิตแอสตร้าฯ อาเซียนทำคลิปชวนคนฉีดวัคซีน ร่วมเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศ ด้านอนุกก.วัคซีน ปรับแผนฉีดเชิงรุกกทม.-ปริมณฑล แหล่งระบาดหนัก ลุยฉีดทั้งใน-นอกร.พ. และชุมชน และกลุ่มติดเตียง เปิดสถานีรถไฟกลางบางซื่อเป็นจุดฉีดเพิ่ม ศบค.ชุดเล็กอนุมัติฉีดครู 6 แสนคนทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจรับเปิดเทอมมิ.ย. ครม.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินเราชนะ 6.7 หมื่นล้าน ให้ผู้รับสิทธิ์อีกสัปดาห์ละ 2 พัน ตั้งแต่ 20 พ.ค. ส่วนม33เรารักกัน เพิ่ม 1.17 หมื่นล้าน โอนให้คนละ 2 พัน ตั้งแต่ 24 พ.ค. โยกงบฯ 8.5 หมื่นล้านหมวดฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมมายียวยาโควิดแทน ย้ำร.พ.เอกชนรักษาโควิดฟรี

ประชุมครม. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานประชุมครม.ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปยังกระทรวงต่างๆ ตามมาตรการป้องกันการระบาดโควิด ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 11 พ.ค.

‘บิ๊กตู่’มอบเงินช่วยจนท.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปยังกระทรวงต่างๆ โดยเปลี่ยนสถานที่จากเดิมใช้ตึกภักดีบดินทร์ เพื่อลดจำนวนคนที่เข้าร่วมประชุมให้เฉพาะเท่าที่จำเป็นตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากพบบุคลากรที่ปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาลหลายรายติดเชื้อโควิด-19

ก่อนเริ่มการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผล กระทบจากการปฏิบัตหน้าที่ป้องกันและ แก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 จำนวน 24 รายด้วย

ขอบคุณบุคลากรสธ.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า จะให้การดูแลบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องการให้ใครต้องติดเชื้อทั้งสิ้น พร้อมขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ

สำหรับการมอบเงินช่วยเหลือดังกล่าว สืบเนื่องจากนายกฯ มีข้อสั่งการในคราว ประชุมครม. เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2563 ให้สปน. จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโควิด-19 โดยมียอดเงินบริจาค ณ วันที่ 7 พ.ค.2564 จำนวน 28,327,896.82 บาท ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคฯ ได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือ เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อโควิด-19 แล้ว รวม 102 ราย เป็นเงิน 3,800,000 บาท

สำหรับการระบาดระลอกปัจจุบัน รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับ ผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ เพิ่มเติม 24 ราย รวมเป็นเงิน 730,000 บาท ประกอบด้วย 1. บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 21 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 30,000 บาท รวม 630,000 บาท 2.เจ้าหน้าที่สนับสนุนทั้งด้านสาธารณสุข สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ราย เป็นเงิน 100,000 บาท ประกอบด้วย 1 กรณีบาดเจ็บ (ผู้ป่วยใน) จำนวน 2 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 30,000 บาท และ 2 กรณีบาดเจ็บสาหัส 1 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 40,000 บาท

ย้ำร.พ.เอกชนรักษาฟรี

ต่อมาเวลา 11.55 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ยุทธวิธีสำคัญในการเอาชนะศึกคือการระดมตรวจเชิงรุกให้ได้มากที่สุดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการตรวจไปแล้วมากกว่า 70,000 ราย ในชุมชนที่มีความเสี่ยง หรือ 7,000 รายต่อวัน และคัดแยกผู้ติดเชื้อไปได้อย่างทันการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตรวจเชิงรุกแบบ ปูพรม ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในช่วงนี้มีขึ้นลงอยู่บ้าง

แต่ทางทีมแพทย์เชื่อมั่นว่าวิธีนี้จะทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่ช้า ยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่จะค่อยๆ ลดลง โดยล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯเริ่มทรงตัว และ เป็นแนวโน้มที่ดี แต่ยังคงนอนใจไม่ได้จะต้องดำเนินการตรวจเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงให้มากและเร็วที่สุด จะต้องมีการฉีดวัคซีน ระดมฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด

โดยขณะนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว ในพื้นที่คลองเตยมากถึง 13,000 คน หรือ ร้อยละ 30 ของเป้าหมายจาก 50,000 คน ส่วนในพื้นที่เขตปทุมวันได้มีการฉีดวัคซีน ไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ของเป้าหมาย จาก 14,000 คน โดยสรุปแล้วเฉลี่ยการฉีดวัคซีนในพื้นที่ 2 เขตได้ถึง 2,000 คน ผลการดำเนินการจากคลัสเตอร์คลองเตย จะเป็นแนวทางในการจัดการการแพร่ระบาดในพื้นที่อื่นๆ ของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลและพื้นที่ต่างจังหวัด

ส่วนการรักษาพยาบาลของผู้ติดเชื้อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลค่ารักษาพยาบาลออกค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ตามสิทธิ์ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงการรับวัคซีนการชดเชยกรณีได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนและการรักษาพยาบาล ในกรณีร.พ.เอกชน รัฐอุดหนุนค่าใช้จ่ายไปที่ร.พ.เอกชนเพิ่มร้อยละ 25 ทุกรายการ หากมีประกันส่วนบุคคลให้ร.พ.เรียกเก็บประกันส่วนบุคคลก่อน ที่เหลือให้เรียกเก็บกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสปสช. โดยห้ามร.พ.เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่เกิดความเสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะบาดเจ็บเจ็บป่วยต่อเนื่อง เสียอวัยวะพิการ ทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิต ยื่นขอรับเงินเยียวยา ได้จากสปสช.

ไทยศูนย์แอสตร้าฯอาเซียน

นอกจากนี้ยังมีเงินประกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้เสียสละเสี่ยงภัย ทำงานอย่างหนักในขณะนี้ โดยในวันนี้ ตนได้พบ กับนายกสมาคมประกันภัย ได้มีการทํากรมธรรม์ประกันภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด กับผู้ติดเชื้อจำนวน 270,000 ราย วงเงินความคุ้มครองมากกว่า 270,000 ล้านบาท ในกรณีเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาทแล้วแต่กรณี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่จะเป็นศูนย์กลางในการผลิตวัคซีนโควิด -19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งมีมาตรฐานสูง ผ่านการรับรองคุณภาพจากทั่วโลกและจะสร้างความมั่นคงยั่งยืนในการต่อสู้โควิด-19 ในระยะยาว และสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจการแข่งขันให้กับประเทศชาติในอนาคต

วัคซีนวาระแห่งชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในที่ประชุมครม. ตนได้เสนอให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องดำเนินการอย่างครบวงจร ทั้งการจัดหา การกระจาย ไปจนถึงการฉีดด้วย เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศไทยของเรา สิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้น จะเป็นจริง ไปไม่ได้เลย หากประชาชนในประเทศไทย ไม่มาเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19

ชี้ฉีดดีกว่าไม่ฉีด

“ผมจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนมาเข้ารับการฉีดวัคซีนกันให้มากที่สุด ประเทศ ไทยจึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ผมขอยืนยันว่า วัคซีนที่รัฐบาลนำเข้าทุกชนิด มีการตรวจสอบคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัยโดยได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ปัจจุบันมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีคนฉีดไปแล้วหลายสิบล้านคน รวมทั้งผู้นำประเทศทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างยืนยันว่า วัคซีนโควิดทุกชนิด สามารถป้องกันการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ และป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 100%

ส่วนโอกาสเกิดผลข้างเคียงนั้น มีน้อยมากหากเปรียบเทียบกันแล้ว กับโอกาสในการติดโควิด และเสียชีวิตจาก โควิดนั้นมีสูงกว่าการฉีดแล้วเกิดผลข้างเคียงหลายพันเท่า ฉีดดีกว่าไม่ฉีด และในการ ฉีดแต่ละครั้ง จำเป็นจะต้องมีแพทย์ผู้ทำการประเมินความเหมาะสม และคอยเฝ้าดูอาการหลังฉีดอีกด้วย ซึ่งผมเองรวมทั้งคณะรัฐมนตรี ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านต่างก็มีผู้ฉีดวัคซีนโควิดกันไปแล้วโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ในขณะนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง มีผู้ลงทะเบียนแล้ว กว่า 1.6 ล้านคน สูงสุด คือ กทม. มากกว่า 5 แสนคน ตามมาด้วยลำปาง ซึ่งมียอด มากกว่า 2 แสนคน ต้องขอขอบคุณ ก็ด้วยด้วยการลงพื้นที่ อย่างต่อเนื่องของบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ต้องขอชื่นชมจ.ลำปาง และขอให้ทุกจังหวัดได้เร่งในเรื่องดังกล่าว

อนุมัติเพิ่มเงินเราชนะ-ม33

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจที่ครม.ได้พิจารณา มีหลายประเด็นที่สำคัญ เช่น โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน 45,000 ล้านบาท

‘ตู่’ทำคลิปชวนฉีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแถลงข่าวการประชุมครม. เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 48 วินาที ช่วงต้นเป็นภาพประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน จากนั้น เป็นนายกฯกล่าวเชิญชวนคนไทยฉีดวัคซีน โควิด-19 และจบด้วยข้อความ#ฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ# ประเทศไทยต้องชนะ

โยกงบฯ8.5หมื่นล้านเยียวยา

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. อนุมัติให้โยกเงินส่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 8.5 หมื่นล้านบาท มาใช้ในหมวดการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ซึ่งเป็นการโยกวงเงินข้ามหมวดครั้งที่ 3 ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพ.ร.ก.1 ล้านล้านบาท รวมทั้งให้หน่วยงานชะลอการนำเสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมออกไป ยกเว้นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและฐานราก ที่ ครม.เมื่อ 23 พ.ย.2563 ที่กรอบวงเงินนี้ไว้ 45,000 ล้านบาท ให้เดินหน้าต่อ

20พ.ค.รับเพิ่มเราชนะ

ส่วนโครงการเราชนะ และ ม33 เรารักกัน ที่ครม.สัปดาห์ก่อนเห็นชอบในหลักการ ในการประชุมครม.ครั้งนี้ได้เห็นชอบ โดยโครงการเราชนะ เพิ่มวงเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ จากไม่เกิน 213,242 ล้านบาท เป็นกรอบวงเงินไม่เกิน 280,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 67,000 ล้านบาท และโครงการ ม33 เรารักกัน จากกรอบวงเงินเดิมที่ 37,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 11,741 ล้านบาท เป็น 48,841 ล้านบาท โดยโครงการการ เราชนะจะได้รับเงินเพิ่มจำนวน 2,000 บาท ต่อคน แบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์

โดยประชาชนกลุ่ม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท รอบแรกวันที่ 21 พ.ค. และรับเงินโอนจำนวน 1,000 บาท อีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค. และสำหรับประชาชนกลุ่ม ที่มีแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท รอบแรกในวันที่ 20 พ.ค. และอีก 1,000 บาท ในวันที่ 27 พ.ค.2564 ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่ามีผู้ได้ รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 205,028 ล้านบาท

24พ.ค.-ม33ก็รับอีก

สำหรับโครงการ ม33 เรารักกัน จะได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทต่อคน โดยจะได้รับเงิน 1,000 บาท ครั้งแรกในวันที่ 24 พ.ค. และอีก 1,000 บาทในวันที่ 31 พ.ค.2564 ส่วนโครงการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กระทรวงการคลังจะเสนอเพื่อให้ครม.พิจารณาในระยะต่อไป

หั่นงบฯททท.พันล.

นายอนุชากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้ ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยปรับลดกรอบวงเงินของโครงการกำลังใจจาก 2,400 ล้านบาท เป็น 1,370 ล้านบาท หรือลดลง 1,030 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงและผลการดำเนินโครงการ

ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวถึงกรณีการบังคับใช้มาตรการโดยเฉพาะร้านอาหารที่จะครบกำหนดวันที่ 14 พ.ค. จะมีการผ่อนคลายหรือไม่ว่า ประเด็นร้านอาหาร สธ.ดูมาตรการว่าจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนหรือไม่ ถ้าสร้างได้ก็จะผ่อนคลายได้เร็ว ส่วนที่สมาคมภัตตาคารไทยขอว่า จังหวัดใหญ่ๆ ที่มีกำลังซื้อเยอะ และคนขายอยากขายสบายใจ ขอวัคซีนได้หรือไม่ จึงได้บอกกับทาง ศบค.มท. ให้ไปดูแต่ละจังหวัดว่าเหมาะหรือไม่ที่จะแบ่งส่วนหนึ่งของวัคซีนที่จะได้รับโควตาไปให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารด้วย เพื่อความปลอดภัย

ยังไม่รู้ฉีดแอสตร้าฯเมื่อไหร่

กรณีแอสตร้าเซนเนก้ารับรองคุณภาพวัคซีนที่ผลิตของสยามไบโอไซเอนซ์ จะมีการส่งมอบและฉีดทันตามกำหนดหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า แนวโน้มที่รับฟังมา การผลิตเป็นไปตามแผน การตรวจสอบคุณภาพ เป็นไปตามแผนด้วยดี แต่วันที่จะฉีดจะเร็วหรือช้ากว่าแผน ไม่อาจมีข้อสรุปได้

แจงต่อประกันบุคลากรสธ.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงกรณีการมอบกรมธรรม์ ประกันภัยโควิดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ว่า ปี 2563 เคยทำประกันภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน โควิด แต่ขณะนี้หมดอายุลง นายกรัฐมนตรี มอบให้พล.อ.ณัฐพล เลขาธิการสมช. ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกัน ชีวิตไทย สรุปมี 3 รูปแบบ คือ

1.คุ้มครองผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด -19 จำนวน 1 ล้านบาท 2. อาการโคม่าจากการดูแลผู้ป่วยโควิด -19 อีก 1 ล้านบาท และ 3.หากพบว่าติดเชื้อจากการทำงานได้อีก 1 หมื่นบาทต่อราย รวมถึงคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้เงินคุ้มครองอีก 1 หมื่นบาทต่อราย ค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมดมูลค่ากว่า 38 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ 270,000 ราย รวมวงเงินคุ้มครอง 275,410 ล้านบาท” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ยอดฉีดแล้ว1.8ล้านคน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบเพิ่มประชากรวัยแรงงานระบบประกันสังคม รวม 16 ล้านคน เป็นกลุ่ม เป้าหมายรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยมี สํานักงานประกันสังคม (สปส.) และจังหวัดเป็นผู้รวบรวมจำนวนและรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนโควิด-19 เพื่อส่งให้สธ. และเร่งฉีดวัคซีนโควิดให้กลุ่มเสี่ยง ผู้สัมผัสเสี่ยงและประชาชนทุกคนให้มากที่สุด โดยข้อมูลล่าสุดได้มีการฉีดสะสมแล้ว 1,809,894 โดส ในพื้นที่กทม.ฉีดแล้ว 315,504 โดส

อภ.โต้เก็บหัวคิวรพ.เอกชน

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการอ้างว่า อภ.คิดค่าบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก เพิ่มเติมอีกร้อยละ 10 ว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เมื่อเจรจาได้ และทราบจำนวนที่สั่งซื้อได้แล้ว ร.พ.เอกชนนั้นๆ จะต้องนำจำนวนวัคซีนที่ได้ไปบวกเพิ่มค่าจัดส่ง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) อีกประมาณร้อยละ 3-5 และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) อีก ร้อยละ 7 จากนั้นนำงบประมาณตามจำนวนนี้ มาให้ อภ. เป็นผู้ทำการซื้อวัคซีนต่อไป ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่าจัดส่ง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าแวต ซึ่งร.พ.เอกชนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เหมือนกับที่ อภ.ซื้อวัคซีนให้กับ คร. ต้องคิดค่าจัดส่ง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าแวต ในอัตราเดียวกันนี้ เช่นกัน ยืนยันว่าไม่มีมาฟันค่าหัวคิวหัวแบะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นความจริง อภ.เพียงเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตวัคซีนกับรพ.เอกชน เท่านั้น และสั่งซื้อตามจำนวน ตามความต้องการของเอกชนทั้งหมด

ลุยฉีดกทม.-ปริมณฑล

ต่อมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 ว่า สถานการณ์การระบาดในขณะนี้ยังอยู่ใน กทม.และปริมณฑลเป็นหลัก ดังนั้น คณะอนุกรรมการจึงมีมติเห็นชอบการปรับแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 ด้วยกลยุทธ์ “ฉีดปูพรม” ในพื้นที่ระบาด ไม่ต้องรอดีเดย์ พร้อมแล้ว ฉีดเลย และล่าสุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จะสนับสนุนพื้นที่สถานีรถไฟกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ กว้างขวาง มีระบบระบายอากาศดี มีที่จอดรถ และการคมนาคมสะดวก ให้เป็นสถานที่ฉีดด้วย

ด้านนพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสธ. และประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในเดือนมิ.ย.จะมีวัคซีนโควิดเข้ามา 10 ล้านโดส ดังนั้น จะต้องมีการฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึงและหลายรูปแบบ คือ 1.ในสถานพยาบาล 2.สถานที่อื่นๆ เช่น ศูนย์การค้า สนามกีฬา 3.รถให้บริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ รุกเข้าไปในพื้นที่ เช่น ตลาด ชุมชน ผู้ป่วยติดเตียง และ 4.ให้แต่ละองค์กรดำเนินการเอง เช่น ทหาร ตำรวจ ที่มี ร.พ. หรือโรงงานที่มีร.พ.ประกันสังคม

นพ.โสภณกล่าวว่า กลยุทธ์การปูพรมฉีดวัคซีนใน กทม.และปริมณฑล จะมีทั้งวัคซีนของซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า เนื่องจากในเดือนพ.ค.จะมีวัคซีนซิโนแวคเข้ามาอีก 2.5 ล้านโดส และวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่คาดว่าจะส่งมอบช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้อีก 1.7 ล้านโดส โดยในส่วนของ กทม.ตั้งเป้าจะฉีดให้ได้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร คือ 5 ล้านคน จาก 7.5 ล้านคน ภายใน 2 เดือน โดยฉีดให้แก่ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ไม่มี ข้อห้ามทางการแพทย์ เร่งรัดการฉีดวัคซีน ในพื้นที่ระบาดโดยเพิ่มจุดบริการนอก โรงพยาบาล เช่น สนามกีฬา มหาวิทยาลัย ศูนย์การประชุม หรือศูนย์การค้า เป้าหมายฉีดให้ได้ 1 แสนโดสต่อวัน

อนุมัติฉีดครู 6แสนคน

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ศธ. เสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดเล็กพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนวันที่ 1 มิ.ย.2564 ซึ่งเท่าที่ดูตัวเลขศธ.มีครูในสังกัดทั้งรัฐและเอกชนรวมกว่า 6 แสนราย ยังไม่รวมบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือไวต์โซน ก่อนเปิดเทอม โดยทางศบค.ชุดเล็กเห็นด้วยในหลักการคาดว่าจะรวบรวมรายชื่อเสร็จ ทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน