รีดเงิน93ล้าน
ย่านทองหล่อ
ป.จับ3ล่าอีก5
ชุด‘หนุมาน’กองปราบปราม บุกจับ 2 อดีตทหารนาวิกโยธินสหรัฐ และคนไทยอีก 1 คน ร่วม กับพวกอุ้มเรียกค่าไถ่นักธุรกิจไต้หวันในไทยเผยชนวนมาจากผู้ว่าจ้างชาวสหรัฐเกิดกรณีพิพาททางธุรกิจกับบริษัทแม่ของชาวไต้หวันเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท จึงจ้างบริษัทรับทวงหนี้ชาวอิสราเอลในไทยจัดการอุ้มหวังรีดเงินคืน ก่อนลงมือในร้านอาหารย่านทองหล่อ แล้วติดต่อให้จ่ายเงิน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่บริษัทและญาติเหยื่อไม่ยอมประสานสถานทูตให้ช่วยเหลือ คนร้ายเห็นท่าไม่ดี ติดต่ออดีตตำรวจไทยช่วยไกล่เกลี่ย แล้วปล่อยตัวออกมา นักธุรกิจไต้หวันแจ้งความ กระทั่งเรื่องมาถึงกองปราบฯ ออกหมายจับรวม 8 คน ทั้งชาวต่างชาติและไทย ก่อนรวบชุดแรกได้ 3 คน

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. ร่วมแถลงจับกุมนายเจเรมี่ แมนเชสเตอร์, นายลูอิส ซิสกิน ทั้งสองสัญชาติอเมริกัน และ นายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ ชาวไทย ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา ร่วมกันเรียกค่าไถ่,พยายามฆ่า, อั้งยี่, ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายฯ ,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
สืบเนื่องจากช่วงปลายปี 2563 นายลูอิส เป็นตัวแทนบริษัทติดต่อขอซื้อถุงมือไนไตร์ท กับบริษัท แพดดี้เดอะรูมฯ แต่เกิดความ ขัดแย้งกันและทำให้กลุ่มนายลูอิส เสียหายเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าบริษัทคู่กรณีมีสาขาในประเทศไทย โดยมีนายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวัน เป็น ผู้บริหาร จึงว่าจ้างให้ นายไมเคิล ชาวอิสราเอล ซึ่งมาเปิดบริษัทนักสืบเอกชน และรับทวงหนี้ในประเทศไทย ให้ช่วยติดตามทรัพย์สินคืนจากคู่กรณี
ต่อมานายไมเคิลทำทีเป็นติดต่อขอซื้อถุงมือจากนายเวน ยู ชุง และนัดเจรจาธุรกิจกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเจอเหยื่อจึงหลอกล่อและอุ้มขึ้นรถไปยังห้องพักรายวันแห่งหนึ่งภายในซ.สุขุมวิท 36 อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร โดยภายในห้องพักดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกกลุ่มหนึ่งรออยู่ในห้องพักด้วย พร้อมข่มขู่และติดต่อไปทางสำนักงานใหญ่ขอค่าไถ่จำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดต่อญาติขอเงินอีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินไทยเกือบ 100 ล้านบาท แต่บริษัทและญาติตัดสินใจขอความช่วยเหลือผ่านสถานทูตกระทั่งเรื่องมาถึงตำรวจกองปราบปราม
เมื่อคนร้ายเห็นว่าเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงิน ค่าไถ่ จึงติดต่อนายลูอิสและพาเหยื่อไปที่ร้านอาหารอีกแห่งซึ่งมีชายไทยอีกคนอ้างตัวเป็นอดีตตำรวจไทยอยู่ด้วย โดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายเวน ยู ชุง ไม่เอาความ จากนั้นยอมปล่อยตัวออกมา นายเวน ยู ชุง จึงเข้าแจ้งความที่สน.ทองหล่อ ก่อนเข้ารักษาตัวในร.พ.เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย
เมื่อคดีมาถึงกองปราบปราม จึงจัดชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายและพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องรวม 8 คน ต่อมาชุดหนุมาน กองปราบปราม ได้เบาะแสผู้ต้องหา 3 คนแรกจึงจู่โจมเข้าจับกุม ผู้ต้องหาชาวสหรัฐสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากเป็นคำสั่งของนายไมเคิล โดยผู้ต้องหาเป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน สหรัฐ เคยผ่านสงครามอ่าวเปอร์เซียมาก่อน มีความชำนาญทักษะการต่อสู้ แต่เนื่องจากรายได้ไม่เป็นไปตามต้องการ จึง ลาออกมาเป็นทหารรับจ้าง ทำงานให้กับบริษัทรับจ้างทวงหนี้ของนายไมเคิล
ด้านพล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่าการกระทำ ดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำเป็นขบวนการของกลุ่มอาชญากรต่างชาติ ตำรวจกองปราบปรามจึงดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวม 8 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 3 คน และเตรียมประสานเข้ามอบตัวอีก 1 คน ส่วนที่เหลือกำลังติดตามจับกุม