เวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม คณะกรรมการ ญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดงานรำลึกครบรอบ 29 ปีเหตุการณ์พ.ค.2535 มีผู้มาร่วมงาน อาทิ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนฯ และแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด หรือเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตปี 2553 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มธ. นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร นายเมธา มาสขาว เลขาฯคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย นายนันทพงศ์ ปานมาศ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย

พ.ค.ทมิฬ – นายโคทม อารียา ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมญาติวีรชน ร่วมรำลึก 29 ปี เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ กองทัพใช้กำลังล้อมปราบประชาชน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก ในปี 2535 ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม เมื่อวันที่ 17 พ.ค.
นายโคทมกล่าวปาฐกถาว่า แม้เรายังพบอุปสรรคและวิกฤตต่างๆ แต่ความกล้าหาญของ ผู้สละชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยยังอยู่ในความทรงจำ และได้ฝากร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ไทย อยากให้คนรุ่นต่อๆ ไป คนที่กำลังต่อสู้อยู่ขณะนี้มีจิตใจที่กล้าหาญและเสียสละ เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมายาวนาน แต่หนทางยังจะต้องเดินต่อไป เป็นประชาธิปไตย ที่กินได้
“อยากจะให้เป็นประชาธิปไตยที่คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ก่อนอื่นเราต้องมีเสรีภาพ ไม่อย่างนั้นคนมีอำนาจก็จะใส่ข่าวปลอมกรอกหูเราทุกวัน เมื่อมีเสรีภาพแล้วจะได้คุยกันว่าประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ทั้งเศรษฐกิจและสังคม ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่คือลดความเหลื่อมล้ำนั้น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเรามีเสรีภาพและความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาธิปไตยก่อประโยชน์จริงจัง” นายโคทมกล่าว
ขณะเดียวกัน ในโซเชี่ยล คนรุ่นใหม่ต่างโพสต์รำลึกเหตุการณ์นี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มราษฎร ที่เรียกร้องว่า ถึงเวลาแล้วที่จะรื้อถอนวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดให้หมดไปในรุ่นเรา รวมทั้งกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มลูกพ่อขุนฯโค่นล้มเผด็จการ
ณัฐวุฒิชวน‘#11ปี19พฤษภา’
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้โพสต์เชิญชวนประชาชนร่วมรำลึก วันครบรอบวันที่ 19 พ.ค. 2564 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 11 ปี เหตุสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แยกราชประสงค์ว่าตั้งใจจะจัดกิจกรรม มีเวทีพูดคุยรำลึกถึงสถานการณ์สดุดีประชาชนผู้สูญเสีย แต่โควิด-19 ที่ขยายตัวในคลัสเตอร์ต่างๆ อย่างรวดเร็วท่ามกลางความวิตกกังวลของผู้คน ไม่เอื้อให้ดำเนินการ ถึงกระนั้นเราก็จะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบหาย “ประชาชนถูกฆ่าตาย ประชาชนถูกยิงในเขตอภัยทาน” คดีไม่ถึงศาล ไม่มีความยุติธรรมคือความจริงที่ฝากรอยแผลลึกบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย และยังส่งแรงกระเพื่อมไหวถึงปัจจุบัน
นายณัฐวุฒิระบุต่อว่า ขอเชิญชวนผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ หรือทุกคนที่รับรู้เรื่องราวนี้ไม่ว่าจะโดยช่องทางใด ร่วมรำลึก 11 ปี 19 พฤษภา ตามประสบการณ์ ทัศนะ และความรู้สึก ในรูปแบบคลิปวิดีโอ บทความ ภาพถ่าย ฯลฯ แล้วโพสต์ลงช่องทางออนไลน์ของตัวเอง พร้อมติดแฮชแท็ก #11ปี19พฤษภา ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนของวันที่ 19 พ.ค.