เบอร์2นอนคุก
วืดประกันด้วย

เหยื่อร้องผบช.ก.ให้กองปราบฯอายัดทรัพย์สินแก๊งประสิทธิ์นำมาคืนให้ผู้เสียหาย ขณะที่เครือข่ายเหนือโลกตุ๋นพันล้าน ‘กิตติศักดิ์’ เบอร์ 2 รองจาก ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ นอนคุกเรือนจำพิเศษตามลูกพี่ ศาลอาญายกคำร้องขอประกันตัว ชี้คดีมีมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูง เกรงว่าจะหลบหนี และไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

กรณีกองปราบปราม สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปอศ. และ บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการ บุกทลายเครือข่ายเปิดบริษัทหลอกนักลงทุนหลายรูปแบบของนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน หัวหน้าขบวนการ นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ อายุ 55 ปี รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ พ.ท.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข ประธานโครงการ “เที่ยวเพื่อชาติ” น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม น.ส.สิริมาเนาวรัตน์ และนายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ ตามที่เป็นข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบปากคำนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาคนสุดท้ายที่ถูกจับกุมตัวได้ จนแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนก็จะเร่งทำเรื่องประสานไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องฝากขังนายกิตติศักดิ์ ที่ถูกคุมตัวอยู่ห้องควบคุมผู้ต้องหา บก.ป. โดยดำเนินการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไม่ต้องนำตัวออกไปที่ศาล ส่วนความคืบหน้าภาพรวมของสำนวนคดี แม้จะติดตามจับกุม ผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 6 คนแล้ว แต่ก็ยังคงต้องสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบเอกสาร หลักฐานต่างๆ ต่อไป เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่า นอกจากผู้ต้องหากลุ่มนี้แล้ว ยังมี ผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวต่ออีกว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างดำเนินการให้แน่ชัดว่าทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่ใด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากมีความซับซ้อนและรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบอีกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเอกสาร หลักฐานที่ตรวจยึดได้กว่า 4 คันรถ ซึ่งตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ตั้งคณะทำงานระหว่าง บก.ป., บก.ปอศ. และ บก.ปอท.แบ่งหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรียบร้อยแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปอศ. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งทำเรื่องยื่นคำร้องขอฝากขังนายกิตติศักดิ์ ต่อศาลอาญาให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกันนี้ พร้อมกับยื่นร้องค้านการประกันตัว เพราะคดีมีความเสียหายมูลค่าสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งจากการสอบปากคำ เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นกรรมการบริษัทเหนือโลก ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกระเป๋าแบรนด์เนม อันเป็น 1 ใน 5 รูปแบบการหลอกลวงของขบวนการในระยะเวลาที่เกิดเหตุจริง แต่ส่วนอื่นๆ ผู้ต้องหาขอไม่ให้การแต่อย่างใด หลังจากนี้จะทำเรื่องประสานไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลของบริษัทว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินกิจการอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อหาความเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่นๆ นั้น ชุดคลี่คลายคดียังได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ ของกลางบางส่วนที่ตรวจยึดได้จากบริษัทของผู้ต้องหา นำส่งให้กองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เร่งดำเนินการตรวจสอบ เพื่อสืบหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงเตรียมประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเอกสารหนังสือต่างๆ ที่ตรวจยึดได้กว่า 4 คันรถอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการสืบสวนของตำรวจ ที่พบว่านายกิตติศักดิ์นั้นถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการดังกล่าวในลำดับที่สอง รองจากนายประสิทธิ์ ซึ่งพนักงานมักเรียกว่า “ท่านรอง” เพราะมีอำนาจตัดสินใจลงนามเซ็นรับรองเอกสารการเงินต่างๆ ของบริษัทในเครือได้

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือร้องถึงพล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. เพื่อขอให้ติดตามเร่งรัดคดี และออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการที่มีมูลค่าความ เสียหายจากธุรกิจที่มีค่าความเสียหายกว่า 209,132,027.31 บาท โดยมีพล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รองผบช.ก. เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียน

ทนายรณณรงค์กล่าวว่า วันนี้จุดประสงค์ที่เดินทางมาเพื่อติดตามทวงถาม และทวงเงินคืนให้กับกลุ่มผู้เสียหาย โดยขอให้บช.ก.ออกคำสั่งถึงกองปราบปรามให้ติดตามเส้นทางการเงินที่อาจจะถูกโยกย้ายในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ขอให้รวบรวมทรัพย์สินมาที่ส่วนกลางทั้งหมดเพื่ออายัดและแจกจ่ายคืนให้ ผู้เสียหาย ขณะเดียวกันส่วนตัวยังเชื่อว่า การ กระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดแชร์ลูกโซ่ โดยตั้งข้อสังเกตจากพฤติการณ์การประกอบธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ในปี 2563 เชื่อว่าไม่มีธุรกิจใดสามารถดำเนินธุรกิจได้และได้ผลกำไร จึงไม่นำเงินมาปันผลให้กับผู้มาลงทุนอย่างแน่นอน

พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า การยึดอายัดทรัพย์ก็ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบทรัพย์สินตามคำกล่าวอ้างของนายประสิทธิ์ ที่อ้างว่ามีอยู่หลาย 1,000,000,000 ล้าน ส่วนการแจ้งข้อหาอื่นกับนายประสิทธิ์ หากมีหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงก็จะดำเนินการเพิ่มทันที ส่วนผู้ต้องหา ขณะนี้จับกุมได้ครบทั้ง 6 คนแล้ว ส่วนจะมีผู้ต้องหารายอื่นๆ อีกหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานหากพบว่าเชื่อมโยงไปถึงใคร ก็จะดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป

เวลา 17.20 น. ตำรวจกองปราบปรามคุมตัวนายกิตติศักดิ์ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังญาติยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวในชั้นศาลแล้วแต่ถูกยกคำร้อง เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหาย ค่อนข้างสูง เกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ระหว่างการควบคุมตัวออกมานั้นนายกิตติศักดิ์อยู่ในสภาพอิดโรย จากภาวะเครียด เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าว นายกิตติศักดิ์กลับก้มหน้าไม่ขอตอบคำถาม ก่อนจะขึ้นรถออกไปทันที

เหยื่อประสิทธิ์ – ผู้เสียหายที่ถูกนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนทุนแผ่นดิน และพวก หลอกลงทุนเฉพาะกลุ่มนี้รวมกว่า 200 ล้านบาท เข้าร้องบช.ก. ขอให้เร่งรัดคดีและอายัดทรัพย์ผู้ต้องหามาคืนแก่ผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน