41คนโดนข้อหา
112-กม.ฉุกเฉิน

แอมเนสตี้ฯ ตั้ง 41 หุ่นจำลองสีขาว แสดงสัญลักษณ์มีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องคดีการเมือง จี้รัฐไทยหยุดปิดกั้นเสรีภาพ-นำคนกลุ่มนี้ออกจากกระบวนการทางอาญาทันที ส่วนที่เพชรบูรณ์มาแปลก อ้างเป็นขรก.กรมการปกครองอ้างปกป้องสถาบัน บุกบ้านน.ศ.สาว ขู่ดำเนินคดีมาตรา 112 พร้อมให้ลบโพสต์และกราบ ขอขมาพระบรมฉายาลักษณ์ แกนนำคณะเพชรบูรณ์ปลดแอก เตรียมยื่นหนังสือผู้ว่าฯตรวจสอบด่วน

จี้ยุติคดี – แอมเนสตี้ฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ตั้ง 41 หุ่นจำลอง เรียกร้องรัฐบาลหยุดดำเนินคดีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 41 คน ซึ่งร่วมชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง ที่ริมถนนราชดำเนิน กทม. เมื่อวันที่ 20 พ.ค.

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดสอบคำให้การในคดีหมายเลขดำ อ. 920/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 45 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่โดยฯ,เป็นซ่องโจร,ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมฯ, กระทำการซึ่งเป็นการก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะฯ, ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ, หลบหนีไปจากการถูกคุมขังฯ

หลังการพิจารณาคดี นายปิยรัฐกล่าวว่า เบื้องต้นมีการทราบคำฟ้องเป็นที่เรียบร้อย โดยศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานใน วันที่ 12 ก.ค.

ส่วนกรณีที่สมาชิกทั้ง 45 คนได้สวมใส่ชุดพีพีอีไปภายในศาลนั้น นายปิยรัฐระบุว่า ทางกลุ่มมองว่าหากสมาชิกมากันเยอะและมาจากหลายสถานที่ควรมีการป้องกันทั้งตนเองและส่วนรวม จึงมีการสวมใส่ชุดพีพีอี ซึ่งศาลก็มีกระบวนการที่เข้มงวดมากขึ้นโดยการแยกสมาชิกเป็นกลุ่มละ 10 คน จากนั้นให้ตรวจสอบทะเบียนของแต่ละคนว่าข้อมูลต่างๆ ถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบอาวุธ และเข้าไปภายในห้องเวรชี้ ซึ่งสมาชิกทุกคนได้นั่งเป็นแถว โดยมีการเว้นระยะห่าง เมื่อศาลได้อ่านคำฟ้องและเสร็จสิ้นกระบวนการนัดพร้อม ท้ายที่สุดมีการเซ็นรายงาน และให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับโดยออกมาด้านนอกครั้งละ 10 คนเหมือนเดิม

สำหรับคดีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกกลุ่มวีโว่ 45 คน ถูกพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 64 ในความผิดฐานอั้งยี่-ซ่องโจร และข้อหาอื่นๆ จากเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุมกลุ่มวีโว่ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64 บริเวณอาคารจอดรถห้างเมเจอร์ฯ สาขารัชโยธิน ซึ่งในวัน ดังกล่าวเป็นช่วงเดียวกับที่มีเหตุนัดชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

ที่บริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรม “การใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการ ชุมนุมโดยสงบของเด็กและเยาวชนไม่ใช่อาชญากรรม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงาน มีการนำหุ่นสีขาว จำนวน 41 ตัว เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้ง 41 คน ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง มาตั้งเรียงหน้ากระดาน 4 แถว โดยหุ่นแต่ละตัวมีความสูง แตกต่างกัน พร้อมห้อยป้ายข้อความสีเหลือง-ดำ ระบุจำนวนคดี และอายุของเยาวชนแต่ละราย

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนเยาวชนและครอบครัวเยาวชนมาร่วมยืนถือป้ายข้อความ อาทิ “เด็กมีสิทธิ ออกมาชุมนุม โดยสันติ Child in Protest” “Freedom of Expression is a Humanrigth” “ยุติการดำเนินคดีทางการเมือง ต่อเด็กและเยาวชนอย่างไม่มีเงื่อนไข” “เสรีภาพในการแสดงออกของเด็ก = สิทธิมนุษยชน” โดยบางรายสวมเสื้อผ้า สกรีนใบหน้าแกนนำราษฎรและประชาชนที่ถูก คุมขังจากการแสดงออกทางการเมือง อีกด้วย

ต่อมา นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย อ่านแถลงการณ์ ความว่าข้อมูลจากการบันทึกและสังเกตสถานการณ์การใช้ #สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมและการเเสดงออก แสดงให้เห็นว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการชุมนุมและแสดงออกมากถึง 41 คน ใน 39 คดี ในจำนวนนี้ มี 5 คนใน 6 คดี ที่อายุต่ำสุดเพียง 14 ปี ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนถูกดำเนินคดีด้วยความผิดฐานหมิ่นสถาบันฯ และความผิดร้ายแรงอื่น รวมทั้งความผิดอันมุ่งจำกัดสิทธิในการเข้าร่วมชุมนุมโดยตรง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการดำเนินคดีกับเด็กในที่ชุมนุม ภายใต้การบังคับใช้มาตรา 112

เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ที่ถูกดำเนินคดีจากที่ชุมนุม มักถูกจับกุมโดยไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่รัฐมีเเนวโน้มใช้กำลังควบคุมตัวในที่ชุมนุมและควบคุมตัวในที่มิได้กำหนดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เด็กและเยาวชนจึงถูกปฏิเสธสิทธิการพบผู้ปกครองเเละทนายความรวมถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ไทยในฐานะ รัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง เเละอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ต้องยุติการดำเนินคดีทางการเมืองต่อเด็กเเละเยาวชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพการเเสดงออกเเละการชุมนุมโดยสงบ #childrenrights #childrenHRD ทางการไทยต้องลดทอนความเป็นอาชญากรรมและนำเด็กตลอดทั้งเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ไทยในฐานะรัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง เเละอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ต้องยุติการใช้ความรุนเเรงต่อเด็ก-เยาวชนในที่ชุมนุมและหลังการชุมนุม ต้องประกันว่าการจับกุมเเละควบคุมตัวเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติ กระทำการเท่าที่จำเป็นเเละได้สัดส่วน เด็กหรือเยาวชนซึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำอันไม่สอดคล้องต่อหลักการนั้น ต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

ไทยในฐานะรัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง เเละอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ต้องเร่งดำเนินนโยบายคุ้มครองเด็ก-เยาวชนซึ่งออกมาเเสดงความคิดเห็นหรือเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบ ต้องอบรมเจ้าหน้าที่ให้ตระหนักถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง สิทธิที่จะได้รับการรับฟัง เเละสิทธิที่จะเข้าร่วมชุมนุมโดยสงบของเด็ก ตรวจสอบเเละทบทวนเเนวปฏิบัติในการควบคุมการชุมนุมให้สอดคล้องกับหลักการสากลอย่างเเท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก คณะเพชรบูรณ์ปลดแอก ได้โพสต์ข้อความว่า “ทางเราได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีน้อง ผู้หญิงเป็นนักศึกษาปวช. ถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างว่ามีหน้าที่ปกป้องความมั่นคงและกรมการปกครองจังหวัด บุกไปถึงบ้านพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “มาตรา 112” ปกติ ตามกระบวนการคุณต้องแสดงหมายว่าผู้ต้องหาผิดในข้อหาอะไร แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมาย แต่นี่คุณเล่นขนคนมาเยอะแยะมาขู่มากดดันและถ่ายคลิปวิดีโอให้น้องขอโทษ แบบนี้กฎหมายข้อไหนบัญญัติให้ทำแบบนี้ได้? คุณกำลังใช้อำนาจบีบบังคับให้น้องเขากลัว แบบนี้คือการละเมิดสิทธิในการแสดงออกส่วนบุคคล การถ่ายคลิปให้น้องขอโทษ มันไม่ใช่วิธีหรือกระบวนการตามกฎหมายหรือเพราะนายสั่งมาแค่นี้หรือยังไง? เป็นข้าราชการที่ต้องบังคับใช้กฎหมายก็ทำให้มันถูกกฎหมายหน่อย ไม่ใช่ทำตามใจทำตัวลอยเหนือกฎหมาย

ป.ล.ได้ติดต่อสอบถามข้อมูลกับน้องผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อย น้องบอกว่าไม่มีตำรวจ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานปราบปรามคุกคามอะไรสักอย่าง พร้อมกับคนของกรมการปกครอง 2-3 คน ดูแล้วคล้ายๆ กับเหตุการณ์ มีกลุ่มที่อ้างว่าปกป้องสถาบันมาบังคับให้คนกราบขอโทษต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์”

นายเอ (นามสมมติ) หนึ่งในสมาชิกคณะเพชรบูรณ์ปลดแอก เปิดเผยว่าหลังจากทราบเรื่องทีมงานของคณะเพชรบูรณ์ปลดแอก ได้ไปพบกับน้องคนดังกล่าว และจากการสอบถามน้องผู้หญิงคนดังกล่าวเล่าให้ฟัง ว่าช่วงสายของวันก่อนมีกลุ่มบุคคลกว่า 10 คน มายืนอออยู่หน้าบ้านและสังเกตว่าโดยมีชาย 2 คนในกลุ่มใส่เสื้อกั๊กและหมวกของกรมการปกครอง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จึงได้เดินออกมาดู จากนั้นได้มีหญิงสาวเดินเข้ามาหาพร้อมทั้งยื่นกระดาษ 1 แผ่น ให้ดูพร้อมทั้งสอบถามว่าใช่ตนหรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบว่าใช่ จากนั้น หญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้แจ้งว่าตนเองได้โพสต์ภาพและคลิปที่ไม่เหมาะสมในโซเชี่ยล และกำลังจะถูกแจ้งความตามมาตรา 112 แต่กลุ่มดังกล่าวซึ่งอ้างว่าเป็นหน่วยงานหนึ่งได้แจ้งว่าขอให้ตนเองลบภาพและคลิปดังกล่าวออก พร้อมทั้งให้กราบขอโทษต่อพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมทั้งได้ถ่ายคลิปไว้ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีเพื่อนบ้านถ่ายภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ได้

นายเอ (นามสมมติ) เปิดเผยอีกว่าหลังจากนั้นทีมงานได้พาน้องไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยในครั้งแรกจะแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวในข้อหาคุกคาม แต่น้องผู้หญิงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งหากดำเนินคดีก็อาจจะต้องใช้เวลานานและเสียเวลาเรียนจึงแจ้งเพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ทั้งนี้ตนและคณะเพชรบูรณ์ปลดแอกเตรียมที่จะร่างหนังสือ ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้ตรวจสอบว่าชายทั้ง 2 คนที่สวมเสื้อของกรมการปกครองอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ รวมทั้งได้ปรึกษากับทนายความเพื่อหารือและดำเนินการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวต่อไป

ขู่คดี 112 – กลุ่มบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บุกบ้านนักศึกษาหญิงคนหนึ่งใน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ขู่ดำเนินคดีมาตรา 112 พร้อมบังคับให้กราบขอโทษ ต่อมาคณะเพชรบูรณ์ปลดแอกพานักศึกษาเข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขู่คุกคาม

วีโว่ขึ้นศาล – 45 ผู้ชุมนุมกลุ่มวีโว่ นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สวมชุดพีพีอีป้องกันเชื้อโควิดเดินทางมาศาลอาญา ตามที่ศาลนัดตรวจพยานและสอบคำให้การคดีร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร เมื่อวันที่ 20 พ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน