ม็อบจุดเทียนประณาม พท.ซัดล้มเหลวทุกด้าน หน่อยชี้ -หนี้ 8.4ล้านล. สุทินค้าน-เลื่อนถกงบ

ครบ 7 ปีคสช.รัฐประหาร ‘ยิ่งลักษณ์’ แต่งดำ โพสต์ถาม ‘บิ๊กตู่’ คืนความสุขให้ประชาชนหรือยังชี้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นเพียงข้ออ้าง ฉะทำประเทศสูญเสียโอกาส ‘หน่อย’ อัด 7 ปี ผลาญงบ 20.8 ล้านล้านบาท เพื่อไทยจวกซ้ำ ล้มเหลวทั้งปฏิรูป-ปรองดอง ม็อบแห่รอบกรุง-จุดเทียนประณาม ‘จตุพร’ จ่อบุกทำเนียบ ยื่นหนังสือจี้ ‘ประยุทธ์’ ลาออก พร้อมปลุกมวลชนอัดคลิปไล่ เล็งตั้งเวทียาว 9 วัน บี้พรรคร่วมถอนตัว ประธานวิปฝ่ายค้านห่วงเลื่อนถกงบประมาณปี 65 ติงรัฐบาลอย่าฉวยโอกาสอ้างโควิดหนีการตรวจสอบ กมธ.ชงอีก ฉีดวัคซีนไม่ครบ 2 เข็มห้ามเข้าสภา

‘ปู’อัดบิ๊กตู่ทำปท.สูญเสียโอกาส

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กรูปภาพตัวเองสวมชุดดำ พร้อมข้อความระบุว่า 7 ปีก่อนรัฐประหารวันนั้น กับ 7 ปีหลังรัฐประหารวันนี้ ประเทศไทยและประชาชนสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง ขอย้อนเวลากลับไปช่วงนี้เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นตนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นนายกฯ ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพียงตำแหน่งเดียว ทั้งที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ป.ป.ช.ได้เร่งชี้มูลความผิดตนในคดีจำนำข้าว ทั้งที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อสรุปคดีดังกล่าวในระดับรัฐมนตรีเลย แต่ทำไปเพื่อส่งเรื่องถอดถอนตนออกจากนายกฯ อีกครั้ง เพียงแค่ให้แน่ใจว่าตนจะพ้นสภาพจริงๆ ทำให้เชื่อได้ว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าจากหลายเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค.2557 น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุด้วย อยากให้ทุกคนช่วยคิดว่า 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง ทั้งศักยภาพในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งแย่ลง เกิดปัญหาการว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ คุณภาพชีวิตแย่ลง ขาดการพัฒนาทักษะของประเทศให้รองรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอน ปิดกั้นความเห็นต่าง จากบุคคลที่อ้างว่าขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ไม่มีใครทำได้ เป็นคนเก่งสุด รู้ดีสุด ต้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเท่านั้น

ทวงถามคำสัญญา-คืนความสุข

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ตลอด 7 ปี ตนเจ็บปวดใจและขมขื่นแทนประชาชน พยายามเฝ้าอดทนด้วยความหวังว่า รัฐบาลจะทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำสัญญาและเหตุผลที่อ้างเพื่อรัฐประหารรัฐบาลของตน จนถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำได้ แม้จะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่นั่นเป็นการสร้างภาพว่า คืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะได้มีการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจ ประชาชนจึงออกมาเรียกร้องขอให้แก้ไข แต่ถูกยื้อ และไม่ให้ความสำคัญ ไม่แปลกเพราะรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ย่อมไม่เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน ไม่เคยเป็นที่พึ่งพิง หรือให้ความอบอุ่นเอื้ออาทร “การบริหารประเทศแบบแนวทหาร ไม่สามารถทำให้ประเทศเศรษฐกิจดีได้ แถมยังซ้ำเติมด้วยการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ล้มเหลวล่าช้า แล้วแบบนี้ประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใครได้ ถึงวันนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่า 7 ปีของรัฐประหาร เป็น 7 ปีที่ประเทศและคนไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนา เป็น 7 ปีที่เสียงของประชาชนไม่มีความหมาย และเป็น 7 ปีที่ประชาชนได้แต่เฝ้ารอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ไม่รู้ว่าจะได้เห็นหรือไม่ สุดท้ายนี้ ดิฉันจึงขอทวงถามพล.อ.ประยุทธ์ แทนพี่น้องประชาชน ว่าคุณได้ทำตามที่สัญญาว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชนแล้วหรือยัง มิเช่นนั้นรัฐประหารเมื่อ 7 ปีก่อน ที่บอกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้งคงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น” น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ

ตั้งโต๊ะไล่ – นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ตัวแทนคณะก้าวหน้า จ.อุตรดิตถ์ อดีตผู้สมัครนายกอบจ.อุตรดิตถ์ ร่วมสมาชิกกลุ่มก้าวหน้า จ.อุตรดิตถ์ แถลงครบรอบ 7 ปี การรัฐประหาร พร้อมชวนลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

ทวิตเตอร์ระอุ-ย้อน 7 ปีคสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชี่ยลมีเดียและ ทวิตเตอร์ ต่างย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งยังมีการติด #7ปีแล้วไอ้สัส เป็นการเลียนแบบวลีเด็ดของน้าค่อม ชวนชื่น ตลกดังผู้ล่วงลับ จนขึ้นอันดับ 1 มีผู้ร่วมทวีตเฉียด 3 แสนราย ในแฮชแท็กดังกล่าว ประชาชนจำนวนมาก ยังย้อนคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร

‘หน่อย’ฉะ 7 ปีใช้งบ 20.8 ล้านล.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 7 ปี ใช้งบแผ่นดินไป 20.8 ล้านล้านบาท กู้เงินทะลุ 4.9 ล้านล้านบาท ทำหนี้สาธารณะไทย ทะยาน ทะลุ 8.47 ล้านล้านบาท หนี้ครัวเรือนคนไทยสูงเป็นประวัติการณ์ 14 ล้านล้านบาท ทะลุ 89.3 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เอาแต่หว่านเงินแบบไร้ยุทธศาสตร์ ยิ่งทำคนไทยยิ่งจน บริหาร ล้มเหลวทุกมิติ ทำประเทศเดินถอยหลัง เสียดายโอกาสของคนไทย

พท.ซัดปฏิรูป-ปรองดองล้มเหลว

เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความครบรอบ 7 ปีรัฐประหารว่า วันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผบ.ทบ. นำกำลังทหารทำการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จุดเริ่มต้นประเทศต้องถอยหลังครั้งสำคัญ พร้อมไล่เรียงเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างปี 56-57 กระทั่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ ต่อมามีการประกาศกฎอัยการศึก โดยคสช. เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง โดยการรัฐประหารครั้งนั้น ส่งผลให้รัฐธรรมนูญ 2550 ถูกฉีก ก่อนที่คสช.ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วเสร็จ ด้วยกลไก ส.ว. 250 คน ที่มาจากการสรรหาโดย คสช. กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยึดครองเก้าอี้นายกฯ อีกครั้ง และเป็นการครองอำนาจต่อเนื่องจนถึงวันนี้ นานกว่า 7 ปี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงการสืบทอดอำนาจ ที่ส่งผลให้ประเทศถอยหลังไปเรื่อยๆ ในหลายมิติ แต่ตลอด 7 ปีภายใต้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เพียงแค่คำสัญญาใช้เวลาอีกไม่นาน จะไม่เคยเกิดขึ้นจริง การปฏิรูปการเมือง การสร้างความปรองดอง หรือการแก้ไขปัญหาการทุจริต ก็เป็นปัญหาสำคัญที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งการบริหารประเทศที่ถูกมองว่าล้มเหลวในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจปากท้อง หรือการแก้ไขวิกฤตการระบาดเชื้อโควิด-19 ที่รัฐบาลล้มเหลวในการจัดการ ตั้งแต่การรับมือ การตรวจรักษาเชิงรุกและความล่าช้าในการจัดหาวัคซีน จนสร้างปัญหาให้กับคนไทยอย่างแสนสาหัส จึงไม่ได้กล่าวเกินความจริงเลยว่าตลอด 7 ปี ภายใต้การบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ กำลังทำให้ประเทศถอยหลังครั้งสำคัญ

ชี้‘บิ๊กตู่’หมดเวลาแล้ว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้า พท. กล่าวว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ครบ 7 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน ก็นานถึง 7 ปีแล้ว ถ้าอยู่ครบวาระจะกลายเป็น 9 ปีเป็นอย่างน้อย รัฐบาลแถลงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนก็ไม่แก้ หากอยู่ครบตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร นายอนุสรณ์กล่าวว่า 7 ปี ใช้งบประมาณแผ่นดิน 20.8 ล้านล้านบาท 7 ปี กู้เงินทะลุ 4.9 ล้านล้านบาท ประกาศวาระแห่งชาติหลายเรื่องทำไม่ได้ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เป็นการกู้เพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต โควิด-19 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนั้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ การปฏิรูปการเมืองไม่ก้าวหน้า มีแต่การปฏิรูปแบบถอยหลัง ฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลังกลับไปหลายสิบปี แม้แต่กลุ่มเป่านกหวีดชัตดาวน์ประเทศที่สร้างเงื่อนไขเปิดทางให้ยึดอำนาจ ยังกลับคำให้การออกมาสามัคคีประเทศไทย ขับไล่ระบอบประยุทธ์เลย “7 ปีที่ผ่านมา นานเกินไปสำหรับการเสียโอกาสของประเทศและประชาชน รัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ หมดเวลาสำหรับพล.อ.ประยุทธ์แล้ว” นายอนุสรณ์กล่าว

จวก 7 ปีประยุทธ์ทำไทยอยู่ไอซียู

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้า พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้พิสูจน์แล้วว่า 7 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานประเทศที่ต่อเนื่องจากการรัฐประหาร โดยใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของพล.อ.ประยุทธ์ แต่แทบไม่มีผลงานใดเลยที่เป็นผลสำเร็จให้จับต้องได้ว่า ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน แต่กลับสร้างกลไกที่บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนให้เกิดขึ้น เพียงเพื่อการรักษาอำนาจของตนและพวกพ้อง เช่น รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาต่อการพัฒนาประชาธิปไตย มีการรวบอำนาจของรัฐมากขึ้นในขณะที่ลดอำนาจของประชาชนให้น้อยลง การเคารพสิทธิพื้นฐานประชาชนหดหายไป การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน เป็นสิ่งเลื่อนลอยและถูกละเลย “คำสัญญาที่ให้ เป็นเพียงคำพร่ำบ่นที่จับต้องไม่ได้ และไม่เคยเป็นจริง ซึ่ง 7 ปีแห่งการยึดครองอำนาจของคนกลุ่มนี้ คือ 7 ปี ที่ประจานความล้มเหลวของผู้ยึดครองอำนาจ ประจานความไร้ศักยภาพและไร้ความสามารถของผู้มีอำนาจ วาระ 7 ปี แห่งการสูญเสียอำนาจของประชาชนและฝ่ายประชาธิปไตย จึงควรเป็นวาระที่สังคมไทยต้องทวงคืนสิ่งที่หายไปกลับคืนมา ประเทศไทยวันนี้กำลังอยู่ในห้อง ผู้ป่วยหนัก นี่คือผลงาน 7 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ และพวก” นายภูมิธรรมระบุ

จตุพรลั่นสัปดาห์หน้ายื่นไล่‘บิ๊กตู่’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเวทีไทยไม่ทน เรื่อง “7 ปี รัฐประหาร” ก่อนเริ่มปราศรัยมีการเปิดเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังรองรับอารมณ์ และการทำงานที่ไม่โปร่งใส ไม่มีประสิทธิภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นเวลา 7 ปีของความหายนะของชาติ ประเทศไทยถูกทดลองถูกพิสูจน์มา 7 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องคิดว่าจะเอาอย่างไร และการเลือกตั้งที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า เราให้ความหวังนักการเมืองไม่ได้ ต้องฝากความหวังกับประชาชน ดังนั้น สัปดาห์นี้เราจะไปยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และยื่นหนังสือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเรียกร้องให้ถอนตัว นอกจากนั้นจะยื่นหนังสือให้ 6 ส.ว. ที่เป็นโดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทสส. ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. และผบ.ตร. เพื่อให้แสดงจุดยืนไปยังรัฐบาล ไม่ใช่ไปขอให้เข้ามายึดอำนาจ แต่จะถามจุดยืนว่าจะยินยอมปล่อยให้ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต่อไปหรือไม่ “โควิดอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ และที่ร้ายกว่าโควิดสายพันธุ์อินเดียคือ สายพันธุ์ประยุทธ์ หากเราไม่ทำอะไรเลย พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในวาระอีก 2 ปี และอยู่อีกในสมัยหน้า ระยะเปลี่ยนผ่านที่ ส.ว.มีโอกาสโหวตอีกครั้งหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ต่อถัดจากนี้อีก 6 ปีเป็นอย่างน้อย เป็นนายกฯ ติดต่อกัน 13 ปี ถือเป็นนายกฯ ที่อยู่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย” นายจตุพรกล่าว

ปลุกมวลชนอัดคลิป-ตั้งเวทีปราศรัย

ประธานนปช.กล่าวอีกว่า หาก พล.อ. ประยุทธ์ ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา สถานการณ์จะไม่เดินมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ในวาระครบรอบ 7 ปีนี้ ตนขอบอกพล.อ.ประยุทธ์ รู้จักคำว่าพอได้แล้ว ทั้งนี้ ขอแรงประชาชนคนไทย พรรคฝ่ายค้าน ให้ออกมาร่วมกัน เพราะถ้าเวทีนี้มีคนจริง พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ไม่ได้ วันนี้ประชาชนอยู่ที่ไหนก็ได้ แล้วอัดคลิปประยุทธ์ออกไปๆ ให้เป็นเสียงเดียวกัน โดยจากนี้ไปรวม 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป จะไปยื่นหนังสือในเพราะช่วงเช้า แล้วช่วงบ่ายจะมาปราศรัยเพื่ออธิบายว่า เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เพราะถ้าเราไม่สู้พล.อ.ประยุทธ์ก็จะอยู่ต่อไป ดังนั้นเพื่อรักษาบ้านเมือง เราต้องสู้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป จากนั้นนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า วันนี้ประชาชนตาสว่างกันได้หรือยัง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.นี้ เราจะเดินสายไปยื่นหนังสือในที่ต่างๆ แล้ววันที่ 25 พ.ค. จะไปยื่นหนังสือให้กับพล.อ.ประยุทธ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ต้องมารับเอง อย่าส่งใคร ลิ่วล้อคนไหนออกมารับ ขอให้กล้าๆ หน่อย และตั้งแต่วันที่ 22-30 พ.ค. ขอให้ติดตามเวทีไทยไม่ทนเราจะเปิดเวทีทุกวัน

อดีตขุนคลังแนะจับตากู้ 7 แสนล.

ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบคสช. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ของขวัญที่ผูกโบสีดำ มอบให้แก่ทุกคน เป็นมรดกหนี้สาธารณะที่คนรุ่นใหม่จะต้องร่วมกันหาเงินมาใช้ ซึ่งมรดกหนี้ครั้งนี้ เกิดจากการที่พล.อ.ประยุทธ์ ผันตัวเองไปเป็นนักการเมืองเต็มรูปแบบ ใช้วิธีบริหารการเมืองแบบเดิมๆ คือประคับประคองให้พรรคร่วมรัฐบาลเกาะกันอย่างเหนียวแน่น โดยมีน้ำเลี้ยงหล่อเลี้ยง ให้มีโครงการที่ทำให้ส.ส. รมต.มีความสุข มีช่องทางทำนั่นทำนี่ แต่ที่น่ากังวลที่สุดคือ ช่องทางตรงนี้กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ในรูปของพ.ร.ก.กู้เงิน 700,000 ล้านบาท ขอให้ทุกคนคอยจับตา และระมัดระวัง เพราะเห็นปัญหาตั้งแต่ฉบับแรกที่กู้ 1 ล้านล้านบาทแล้ว อดีตรมว.คลังกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้ 7 แสนล้าน คงไม่ต่างจากพ.ร.ก.กู้ 1 ล้านล้าน เป็นการตีเช็คเปล่า รอจนสถานการณ์สุกงอมแล้วค่อยแก้ โดยอ้างเหตุฉุกเฉิน การที่พล.อ.ประยุทธ์ และครม.ผ่านพ.ร.ก.กู้ 7 แสนล้านแล้วนั้น ต้องตั้งคำถามว่ามีอำนาจถูกต้องหรือไม่ วันนี้ภาพรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ติดลบหมดแล้ว

‘ครูใหญ่’ชู 3 นิ้วซัด 7 ปีรัฐบาล

ต่อมานายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ กลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพต้องออกไป เพื่อไปสู่ประชาธิปไตย ซึ่ง 7 ปีที่ผ่านมา ถ้าใครมองไม่เห็นว่ารัฐบาลนี้ทุจริตก็ไม่ได้ตาบอดแต่ใจบอด การใช้กฎหมายปิดปาก ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 116, 112 ยังมีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่ไม่เคยมีใครติดโควิด-19 จากการชุมนุม กฎหมายนี้มีไว้เพื่อควบคุมโรค หรือควบคุมใครกันแน่ ถือเป็นความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล นายอรถพลกล่าวว่า ขอฝากพรรคร่วมรัฐบาลว่า ได้ให้สัตย์อะไรไว้กับประชาชน เพราะถ้าเสียสัตย์เมื่อใด ก็กลายเป็นสัตว์เมื่อนั้น และยังเป็น 7 ปีของรัฐบาลทึบแสง ที่องค์กรอิสระตรวจสอบไม่พบความทุจริตใดๆ เป็น 7 ปีแห่งการปิดกั้นสื่อ 7 ปี แห่งคำสัญญา และโกหกจอมปลอมว่าจะใช้เวลาไม่นาน 7 ปีที่ทหารไม่รู้หน้าที่ ควรเข้าไปอยู่กรมกอง ไม่ใช่มาเล่นการเมือง 7 ปีแห่งการกู้แล้วแจก แจกแล้วกู้ อ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแม้แต่เด็กมัธยมยังรู้ แรกๆ เข้ามาก็บอกว่าจะกู้ชาติ อยู่จนถึงปัจจุบันกู้ไปกี่ล้านบาทแล้ว ซึ่งการจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ พล.อ.ประยุทธ์และองคาพยพควรออกไปจากอำนาจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนลงจากเวที นายอรรถพลกล่าวสโลแกนของกลุ่มราษฎรว่า เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ พร้อมชู 3 นิ้ว

ชาวทะลุฟ้าแห่รอบกรุงต้านรปห.

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า และกลุ่ม UNME of Anarchy นำโดยนายชาติชาย ไพรลิน ทำกิจกรรม “แห่ขบวนครบรอบ 7 ปี ที่มีการรัฐประหาร” โดยมีการติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่และสติ๊กเกอร์ใบหน้าพล.อ.ประยุทธ์ รอบคันรถกระบะที่ใช้แห่รอบกรุงเทพ มหานคร ทั้งนี้ หลวงพ่อดาวดิน ปฐวัตโต หรือสมณะดาวดิน ซ้อนรถจักรยานยนต์ร่วมขบวนแห่ดังกล่าว ท่ามกลางเสียงเพลง “เราจะทำตามสัญญา” ขบวนดังกล่าว เริ่มจากหน้าร้านแมค โดนัลด์ มุ่งหน้าไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางซื่อ ได้ปิดการจราจรบริเวณช่องทางคู่ขนาน ด้านหน้าร.พ.ทหารผ่านศึกและเจรจาไม่ยินยอมให้ผ่านมายังด้านหน้า ร.1รอ. ทางกลุ่มจึงจอดรถปราศรัยเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง หลังเสร็จสิ้นการทำกิจกรรม ได้เคลื่อนขบวนมากลับรถบริเวณแยกสุทธิสาร เมื่อผ่าน ร.1 รอ. ได้ชู 3 นิ้วและบีบแตรเชิงสัญลักษณ์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตามเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดเส้นทาง

7 ปีรัฐประหาร – กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ร่วมจุดเทียนประณาม ครบรอบ 7 ปี รัฐประหาร 2557 ที่สกายวอล์ก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

มวลชนร่วมเวทีสกายวอล์กปทุมวัน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สกายวอล์ก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย พร้อมมวลชน ทำกิจกรรมครบรอบ 7 ปีต้านรัฐประหาร โดยเขียนข้อความและจุดเทียนประณามการทำรัฐประหาร พร้อมอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยฉบับ 2540 กลับมาประกาศใช้ ประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้คนไทยได้เลือกอนาคตของพวกเขาเองตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ปทุมวัน และบก.น.6 จำนวน 30 นาย คอยอำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ชุมนุม

ดักคอรัฐเลื่อนถกงบหนีตรวจสอบ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พท. ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงข้อเสนอของนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภา ผู้แทนราษฎร ขอให้เลื่อนประชุมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.นี้ออกไป เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า ฝ่ายค้านขอฟังความเห็นจากศบค.และทีมแพทย์อย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า จะให้เปิดสภา ประชุมร่างพ.ร.บ.งบปี 2565 ได้หรือไม่ ทราบว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภา ก็รอฟัง คำตอบเรื่องนี้จากศบค.อยู่เช่นกัน นายสุทินกล่าวว่า แม้สำนักงานเลขาธิการสภาจะออกมาตรการเฝ้าระวังควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในช่วงเปิดประชุมสภา แต่ต้องรอฟังความชัดเจนจากศบค.อีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ ถ้าจะต้องเลื่อน ต้องมีคำตอบชัดเจน เลื่อนถึงเมื่อใด จะมีวิธีชดเชยเวลาที่เสียไปอย่างไร และจะต้องมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ อย่าฉวยโอกาสอ้างสถานการณ์โควิด-19 เลื่อนเพื่อปัจจัยการเมือง หนีการตรวจสอบต่างๆ หรือไปออกพ.ร.ก.กู้เงินต่างๆ เพิ่มเติมอีก เพื่อนำเงินไปใช้เป็นภารกิจทางการเมือง แอบใช้เงินในทางไม่โปร่งใส

ปชป.เน้นอภิปรายสร้างสรรค์

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบปี 2565 ในวาระแรก วันที่ 31 พ.ค.ถึง 2 มิ.ย.ว่า พรรคได้จัดเตรียมข้อมูลการวิเคราะห์รายละเอียดของงบในแต่ละมาตรา แต่ละกระทรวงเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของ ส.ส. โดยการอภิปรายจะเน้นสะท้อนปัญหาของประชาชนโดยเฉพาะงบเยียวยา ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อให้กมธ.พิจารณาปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับปัญหาของประชาชนมากขึ้นได้ ซึ่งการพิจารณาในวาระแรก เชื่อว่าไม่มีปัญหา และเป็นสิทธิของฝ่ายค้านอภิปรายได้อย่างเต็มที่ตามข้อบังคับอยู่แล้ว รัฐบาลก็ต้องรับฟัง นายราเมศกล่าวต่อว่า บ่ายวันที่ 26 พ.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธานส.ส. ได้นัดประชุมส.ส.เพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายงบ ส่วนรัฐมนตรีของพรรคก็พร้อมชี้แจง เพราะถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อธิบายถึงความสำเร็จในนโยบายต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาและจะทำต่อเนื่องตามรายละเอียดของงบปี 2565

กมธ.ชงฉีดไม่ครบ 2 เข็มห้ามเข้าสภา

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ในฐานะประธานกมธ.กิจการสภา กล่าวว่า ขอเสนอให้เลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบปี 2565 ไปเป็นกลางเดือน มิ.ย. เพราะขณะนี้การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในกทม.รุนแรงมาก เท่าที่ทราบตัวเลขส.ส.ที่ฉีดวัคซีนโควิดที่สภายืนยัน มีเพียง 236 คน จาก 487 คน แต่ไม่ทราบว่ามีส.ส.ไปฉีดวัคซีนเองในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ยังไม่รวมคนติดตาม คนขับรถ เจ้าหน้าที่ในสภาอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งกำลังเร่งระดมฉีดกันอยู่ในช่วง 2-3 วันนี้ เมื่อฉีดแล้วยังไม่เกิดภูมิคุ้มกันทันที ต้องรอฉีดเข็ม 2 ก่อน ใช้เวลาอีกร่วมเดือนจึงจะเกิดภูมิคุ้มกัน ประธานกมธ.กล่าวว่า การเปิดสภาช่วงนี้จึงไม่ปลอดภัย นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จะกล้าเสี่ยงเปิดประชุมสภาหรือไม่ ควรรอไปกลางเดือน มิ.ย. ให้ทุกคนเกิดภูมิคุ้มกันเต็มที่ก่อนดีกว่า ตนได้ทำหนังสือให้ข้อแนะนำไปยังเลขาธิการสำนักงานสภาว่าต้องวางมาตรการเข้มงวด ทั้งส.ส. คนติดตาม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน หากยังได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 เข็ม จะไม่อนุญาตให้เข้าสภาเด็ดขาด ซึ่งวันที่ 24 พ.ค.นี้ สำนักงานเลขาธิการสภา จะสรุปมาตรการควบคุมเฝ้าระวังต่างๆ และแจ้งให้กมธ.กิจการสภา ทราบอีกครั้ง เพราะถ้าเกิดคลัสเตอร์สภาขึ้นมา ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน