ทิ้งคลองที่ตาคลี แค้นไม่ยอมคืนดี

ตร.ยกกำลังบุกล้อมจับระทึก ช่างไฟฆ่าสาวหมกคลองชลประทานตาคลีที่แท้เป็นกิ๊กหนุ่มของผู้ตาย ต้องใช้เวลากว่า 2 ช.ม.ผู้ต้องหาถึงยอมมอบตัว หลังมีญาติมาช่วยเจรจา เจ้าตัวเปิดปากรับสารภาพ ทำไปเพราะแค้นที่ผู้ตายคิดจะตีตัวออกห่าง เพราะไปปันใจชายหนุ่มคนใหม่ ทั้งที่ส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอดก็ไม่น่ามาทำกันแบบนี้ จึงลวงออกมาเจรจาปัญหา เหยื่อยังปากดีขอจบและจากกันด้วยดี ก่อนจะลงมือทำร้ายจนสลบ หลังฟื้นขึ้นมายกมือไหว้ขอโทษและมาขอจบอีก เลยใช้ท่อนไม้ตีจนตายแล้วทิ้งศพไว้เพื่ออำพรางคดี ส่วนสามีของผู้ตายเผยเจ็บปวด เพราะรู้เป็นฝีมือใคร หลังเคยบุกมาทำร้ายเมียจนเจ็บหนัก แต่เจ้าตัวเขาไม่เอาเรื่องเลยทำอะไรไม่ได้ เพราะรักและยอมเขาทุกอย่าง

ฝีมือกิ๊ก – ตร.นครสวรรค์คุมนายสมภพ รักษาเลิศ อายุ 30 ปี (ภาพเล็ก) ไปชี้จุดริมคลองชลประทาน ที่ทิ้งรถจยย.ของ น.ส.มนชญา เศษวารี สาวชาวสวนชมพู่ ที่ถูกฆ่าหมกป่ากก สารภาพเป็นคนลงมือเหตุมาจากความหึงหวง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

กรณีเหตุฆาตกรรมน.ส.มนชญา หรือฝ้าย เศษวารี อายุ 27 ปี ถูกฆ่าหมกศพทิ้งไว้ในป่ากกบริเวณริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก บ้านหนองจิกรี หมู่ 8 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ หลังพบศพเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมการสังหารไว้ที่เรื่องชู้สาวและถูกลวงมาฆ่า พร้อมกับนำตัวนายศุภชัย ทองคำ อายุ 35 ปี สามีของผู้ตายไปตรวจสอบตามร่างกายว่า มีข้อพิรุธอะไรหรือไม่ พร้อมกับยังสอบปากคำมาตลอดทั้งคืน ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 พ.ค. พ.ต.อ.สุทธินันธ์ คงแช่มดี ผกก.สส.ภ.จว.นครสวรรค์ พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งได้ไปปิดล้อมที่บ้านของนายสมภพ หรือกั้ง รักษาเลิศ อายุ 30 ปี อาชีพช่างไฟ ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ หลังมีพยานให้การซัดทอดว่าเป็นผู้ที่ลงมือฆ่าน.ส.มนชญา มีสาเหตุมาจากความหึงหวง ระหว่างการปิดล้อมเจ้าหน้าที่ได้ขอให้ญาติๆ เจรจาเกลี้ยกล่อมให้นายสมภพมอบตัวแต่ยังไม่เป็นผล ผู้ต้องหาเกิดไหวตัวเข้าไปหลบในห้องนอนล็อกประตูเอาไว้ โดยมีอาวุธปืนลูกซองพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีละมุนละม่อมเจรจาเกลี้ยกล่อม เพราะเกรงว่านายสมภพจะเครียดจนก่อเหตุไม่คาดคิด พร้อมให้คนในครอบครัวเข้าช่วยเจรจา นอกจากนี้ยังใช้ยานอนหลับผสมกับน้ำดื่มให้ แต่นายสมภพก็ไม่หลงกล กระทั่งเวลาผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็เตรียมใช้วิธีโยนแก๊สน้ำตาเข้าไปในห้องเพื่อบีบให้นายสมภพออกมา แต่พอดีมีนายธันวา รักษาเลิศ ที่รีบขับรถจากกรุงเทพฯ เพื่อมาช่วยเกลี้ยกล่อมให้หลานชายยอมมอบตัว ก็ปรากฏว่านายสมภพรีบออกมาบอกขอเวลาอาบน้ำก่อนแล้วจะยอมออกมามอบตัวแต่โดยดี โดยเจ้าหน้าที่มีพยานปากสำคัญคือนายอึ่ง (นามสมมติ) เพื่อนสนิทของนายสมภพ ให้การว่า วันเกิดเหตุนายสมภพโทรศัพท์มาขอให้ขับรถยนต์มารับในจุดที่พบศพ พร้อมกำชับว่า ให้คอยระวังอย่าให้ใครตาม ตนก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถาม ก่อนขับรถไปรับเพื่อนตามที่ร้องขอ เมื่อขับออกจากจุดเกิดเหตุมาถึงทางแยก จู่ๆ นายสมภพก็เปิดประตูรถวิ่งหายไปหน้าตาเฉย จนมาทราบอีกทีว่าพบศพน.ส.มนชญาถูกฆ่าตายใกล้กับจุดที่ขับรถไปรับ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ในวันเกิดเหตุเห็นรถของนายอึ่งวิ่งออกมาจากจุดพบศพจริงๆ จึงเชิญตัวมาสอบสวนจนนำไปสู่การคลี่คลายคดีในที่สุด ส่วนนายสมภพก็ยอมรับสารภาพว่า ตนลวงกิ๊กสาวออกมาฆ่าทิ้งจริงๆ จากนั้นก็นำรถของผู้ตายไปทิ้งลงคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ห่างจากจุดทิ้งศพไปประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่จึงประสานให้ทีมหน่วยบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิการกุศลตาคลีมาช่วยงมหารถจนพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 4772 ชัยนาท ถูกทิ้งคลองในสภาพที่มีกุญแจคาอยู่จริงๆ จึงควบคุมตัวนายสมภพไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ด้านนายศุภชัยสามีของผู้ตาย เปิดเผยว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าน่าจะเป็นฝีมือของนายสมภพ จึงให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะก่อนหน้านี้น.ส.มนชญานั้นถูกนายสมภพทำร้ายร่างกายจนหน้าบวมปูด และยังมาพูดจาเหยียดหยาม อีกว่า ส่งเมียคืนให้แล้วอย่าให้มายุ่งกับเขาอีก ไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย กระทั่งมาถูกฆ่าตายจริง ๆ “ผมเจ็บปวดกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะนอกจากจะรู้ว่าภรรยาเป็นชู้กับนายสมภพมานาน ก็ยังมาถูกชายชู้ฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมอีก ก่อนหน้านี้ผมก็แค้นมากนะ เพราะนายสมภพลงมือทำร้ายภรรยาจนเจ็บหนัก แต่กลายเป็นว่า ภรรยาไม่เอาเรื่อง จึงทำให้ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะผมรักภรรยาของผม ถึงแม้เขาจะมีใคร แต่ถ้าเขาสั่งว่าไม่ ผมก็ไม่กล้าทำ เพราะผมรักและยอมเขาทุกอย่าง” นายศุภชัยกล่าว พร้อมกับเปิดเผยต่อว่า ตนอยู่กินกับน.ส. มนชญามานานจนมีบุตรด้วยกัน 2 คน ซึ่งก่อนที่น.ส.มนชญาจะเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน ก็เพิ่งจัดงานเผาศพบุตรสาวคนเล็กวัยสองขวบที่ประสบอุบัติเหตุเดินตกท่อระบายน้ำทิ้งหน้าบ้าน จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานนับปี กระทั่งมาเสียชีวิตก่อนแม่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ต่อมาเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ทาง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของ ผู้ตายที่กู้ขึ้นมาจากคลองชลประทาน พบว่าภายในช่องเก็บของใต้เบาะรถมีกระเป๋าสะพายของผู้ตาย ภายในมีอุปกรณ์เสพยาเสพติดอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งหลอดดูดยาบ้า กระดาษฟอยล์ ไฟแช็ก รวมถึงเข็มฉีดยาด้วย ต่อมานายสมภพก็เปิดปากยอมรับสารภาพว่า ตนรู้สึกหึงหวงและแค้นที่ผู้ตายได้ปันใจให้กับชายหนุ่มอีกคน ก่อนหน้านี้เคยลวง ผู้ตายมาลงมือทำร้ายร่างกายด้วยความแค้น พร้อมกับไล่ให้ออกจากชีวิตไม่ต้องมายุ่งกันอีก แต่สุดท้ายตนยังคงตัดใจไม่ได้ จึงติดต่อขอปรับความเข้าใจ แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมจนทำให้เกิดความแค้นปะทุเดือดอีกครั้ง จึงตัดสินใจติดต่อไปหาผู้ตายอีกครั้งโดยขอให้ขี่รถออกมาหายังจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่าระหว่างพูดคุยเคลียร์ปัญหา น.ส.มนชญาก็ขอยุติความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง ตนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ก็เข้าไปทำร้ายจนล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น เมื่อฟื้นสติขึ้นมาอีกรอบฝ่ายหญิงถึงกับยกมือไหว้ขอโทษและขอให้จากกันแต่โดยดี แต่หลังจากสิ้นคำขอสุดท้าย ตนยิ่งทำใจไม่ได้และแค้นที่เคยส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีสุดท้ายยังมาถูกตีจาก จึงไปคว้าท่อนไม้ที่ตกอยู่ข้างทางเอามาตีใส่ใบหน้าอย่างรุนแรงไป 2-3 ครั้งจนสิ้นใจตายคาที่ จากนั้นตนก็ใช้ผ้าขนหนูเอามามัดคอลากศพเอาไปทิ้งหมกภายในป่ากก แล้วเอากระเป๋าของผู้ตายยัดใส่ใต้เบาะขับขี่เอารถไปทิ้งลงคลองอีกจุดเพื่ออำพรางคดี หวังให้ตำรวจพุ่งประเด็นไปทางฆ่าชิงทรัพย์ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายสมภพไปส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ คดีครอบครองอาวุธปืนของผู้ต้องหาก่อน เพื่อขออายัดตัวไว้ดำเนินคดีเหตุฆาตกรรม เนื่องจากต้องรอสอบปากคำทั้งนายสมภพและพยานราย อื่นๆ อีกหลายปาก รวมทั้งยังต้องหาวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่นายสมภพให้การว่า เอาไปโยนทิ้งน้ำในจุดเดียวกับที่ทิ้งรถจักรยานยนต์ ซึ่งโทรศัพท์มือถือของผู้ตายนั้นเป็นหลักฐานสำคัญแสดงข้อมูลการติดต่อพูดคุยระหว่าง ผู้ต้องหากับผู้ตาย เพื่อให้หลักฐานประกอบคดีแน่นหนาอีกด้วย ล่าสุดทีมนักประดาน้ำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงพื้นที่ค้นหาวัตถุพยานเพิ่มเติม ก็พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายในสภาพถูกไฟเผาเหลือแต่ซาก จึงนำส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมเป็นหลักฐานต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน