‘นนท์-ปทุม-อยุธยา’จอง ป่วยเพิ่ม4,803-ตาย34 คุกติดเชื้อกระฉูด2,702 ปิดตลาดบางใหญ่14วัน กทม.เจออีก4คลัสเตอร์

หลายจังหวัดแห่จองวัคซีน ‘ซิโนฟาร์ม’ ทั้งอยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี-โคราช- นครศรีธรรมราช เผยเทศบาลนครนนท์ เตรียมงบ 300 ล้านไว้ซื้อ จี้นายกฯแก้ระเบียบให้ส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดหาวัคซีนได้ ไทยติดเชื้อเพิ่ม 4,803 คน เสียชีวิตเพิ่ม 34 พบในเรือนจำป่วยพุ่ง 2,702 ราย คุกเชียงใหม่เสียชีวิต 1 ราย นนทบุรีสั่งปิดตลาดบางใหญ่ 14 วัน หลังพบคนในตลาดติดเชื้อ ส่วนกทม.เจอเพิ่ม 4 คลัสเตอร์ใหญ่ สธ.เร่งสอบสาวยะลาเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ญาติติดใจสาเหตุ

เข็มสอง – กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่สอง ของหน่วยบริการ ร.พ.สมุทรสาคร ที่ศูนย์การค้าแลนด์มาร์คมหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

ติดโควิดอีก 4,803-ในคุก 2,702

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า สถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 170.1 ล้านรายเป็นวันแรก ส่วนประเทศไทยขยับขึ้นอันดับ 84 ของโลก ติดเชื้อรายใหม่ 4,803 ราย มาจากในประเทศ 2,050 ราย เรือนจำ 2,702 ราย และเดินทางจากต่างประเทศ 51 ราย รักษาหายเพิ่ม 4,439 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 34 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 149,779 ราย หายป่วยสะสม 102,311 ราย เสียชีวิตสะสม 988 ราย ส่วนระลอกใหม่ ตั้งแต่เม.ย. 64 เป็นต้นมา ติดเชื้อสะสม 120,916 ราย หายป่วยแล้ว 74,885 ราย เสียชีวิตสะสม 894 ราย ยังรักษาอยู่ 46,480 ราย อยู่ในร.พ. 18,720 ราย ร.พ.สนาม 27,760 ราย อาการหนัก 1,221 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 406 ราย ฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 3,504,125 โดส เป็นเข็มแรก 2,415,903 ราย และเข็มสอง 1,088,222 ราย ส่วนวัคซีนทางเลือกของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมี 1 ล้านโดส ให้ทางเอกชนที่มีกำลังซื้อเป็นคนละยี่ห้อกับที่รัฐจัดให้ ก็ดำเนินการได้แล้ว

ตายเพิ่ม 34-กทม.มากสุด

ผู้เสียชีวิต 34 ราย มาจากกทม. 21 ราย ปทุมธานี เชียงราย และสมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี เพชรบูรณ์ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สงขลา และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวคล้ายเดิม เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่คือคนในครอบครัว อาชีพเสี่ยงคือค้าขาย รปภ. แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นชาย 18 ราย หญิง 16 ราย อายุกลาง 66 ปี ต่ำสุด 35 ปี สูงสุด 87 ปี ระยะเวลารักษาตั้งแต่ติดเชื้อจนเสียชีวิตนอนนานสุด 36 วัน เฉลี่ย 11 วัน ผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 51 ราย มาจากซาอุดีอาระเบีย 3 ราย เซอร์เบีย 1 ราย กัมพูชา 47 ราย ซึ่งมาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย ยังมีอยู่ ต้องขอบคุณ 46 รายที่มาทางด่านข้ามแดนถาวรทางบก ซึ่งเราเปิดให้เข้ามา 5 วันทำการ ขอให้มาทางนี้ เราจัดพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ที่สระแก้ว จะดูแลอย่างดี อย่ามาในเชิงลักลอบเข้ามา ซึ่งเมื่อวานตรวจจับได้ 245 ราย พบมาจากพม่า 139 ราย กัมพูชา 32 ราย และลาว 28 ราย นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า 10 จังหวัดที่ติดเชื้อรายวันสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,054 ราย สะสม 39,463 ราย 2.สมุทรปราการ 215 ราย สะสม 6,397 ราย 3.นนทบุรี 186 ราย สะสม 6,576 ราย 4.ชลบุรี 80 ราย สะสม 4,515 ราย 5.ปทุมธานี 65 ราย สะสม 3,338 ราย 6.เพชรบุรี 64 ราย สะสม 4,437 ราย 7.สมุทรสาคร 43 ราย สะสม 2,441 ราย 8.ตรัง 37 ราย สะสม 381 ราย 9.สงขลา 31 ราย สะสม 1,415 ราย และ 10.นครปฐม 26 ราย สะสม 1,255 ราย “การติดเชื้อในเรือนจำ 2,702 ราย ยอดสะสมเรือนจำ 22,398 ราย นอกเรือนจำ 2,050 ราย มาจากกทม.และปริมณฑล 1,589 ราย คิดเป็น 78% และจังหวัดอื่นๆ รวมกัน 461 ราย คิดเป็น 22% กทม.แตะไปที่พันรายอีกรอบ จากเดิมที่ไม่ถึงพันราย ส่วนตัวเลขเรือนจำเฉพาะเลยจะเห็นที่นนทบุรี 2,450 ราย ซึ่งมี 2 เรือนจำ มีการเทเลคอนเฟอเรนซ์กับทางนนทบุรีรายงานเข้ามาว่าอยู่ที่เรือนจำบางขวาง 481 ราย เรือนจำนนทบุรี 1,969 ราย จึงได้จัดพื้นที่ในเรือนจำให้รองรับดูแลรักษาผู้ป่วยหนักในเรือนจำด้วย ก็ยังมีสัญญาณในเชิงบวกว่ายังทำได้ มีการค้นหาเชิงรุกในเรือนจำต่อเนื่อง การเจอเคสจำนวนมากเป็นตามตารางในการตรวจหาเชื้อในการเจอกลุ่มก้อนใหญ่ๆ และแยกออกมาดูแล” นพ.ทวีศิลป์กล่าว นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการติดเชื้อรายวัน จังหวัดสีขาวไม่มีผู้ติดเชื้อลดลงเล็กน้อยเหลือ 28 จังหวัด จากเมื่อวาน 29 จังหวัด ส่วนไม่เกิน 10 รายหรือสีเขียว มี 30 จังหวัด เพราะฉะนั้น 58 จังหวัดค่อนประเทศเป็นสีขาวกับเขียว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ยันตัวเลขลงมาในหลักหน่วยและคงตัวเลขเอาไว้อย่าให้เพิ่มขึ้น จะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน ถ้า 0 ไปสัก 14 วันน่าจะสบายใจขึ้นว่าการติดเชื้อในจังหวัดความเสี่ยงจะน้อยลง ขอให้ยืนระยะเวลา 0 ไปนานๆ ถ้า 0 แล้วยังเจอใหม่แสดงว่ายังมีเชื้ออยู่ในจังหวัด

7 มิ.ย.ฉีดวัคซีนกลุ่มสูงอายุ

โฆษกศบค.กล่าวด้วยว่า การรายงาน โควิด-19 พื้นที่ กทม.ยังอยู่ที่ตลาดบางกะปิ สะสม 453 ราย ชุมชนคลองเตย สะสม 1,603 ราย บางพลัด สวนหลวงพระราม 8 สะสม 54 ราย ปากคลองตลาด เขตพระนคร สะสม 15 ราย ส่วนนนทบุรี คือแคมป์ก่อสร้าง สะสม 697 ราย สมุทรปราการ ยังมาจากโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ สะสม 278 ราย ตาก อยู่ที่วังเจ้า (บ้านผาผึ้ง) สะสม 51 ราย ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ที่โรงงานสับปะรดกระป๋องหัวหิน สะสม 89 ราย ระนองเป็นแรงงาน แพปลา สะสม 606 ราย นราธิวาสคือชุมชนตากใบ สะสม 134 ราย เพชรบุรี คือโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พบเพิ่ม 30 ราย สะสม 3,207 ราย ส่วนคลัสเตอร์ใหม่พบที่มหาสารคาม เป็นมหาวิทยาลัยรัฐ อ.กันทรวิชัย พบ 11 ราย เพชรบุรี โรงงานผลิตรองเท้า อ.เขาย้อย พบ 21 ราย ชลบุรี พบชุมชนบางทราย 32 ราย และ ตรัง ที่อ.กันตัง เป็นโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์พบ 36 ราย “ไทยพบผู้ติดเชื้อแนวโน้มคงตัว ทั้ง กทม. ปริมณฑล ต่างจังหวัด ยังพบในกลุ่มก้อนเดิม ที่พบมากคือโรงงาน แคมป์ก่อสร้าง ชุมชนแออัด เรือนจำ และตลาด ผู้ป่วยหนักคงที่ พบเสียชีวิตสองหลักมาตลอด โดยเฉพาะต้องดูผู้สูงอายุและป่วยเรื้อรัง จึงต้องให้วัคซีน โดยวันที่ 7 มิ.ย. จะให้เป็นวันผู้สูงอายุจะได้รับคิวที่เกิดขึ้นจากการลงทะเบียนในรอบแรกๆ ที่ผ่านมายังรองรับและคงสิทธิ์ผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังได้ก่อนแน่นอน หลายคนไม่สบายใจที่บอกชะลอไว้ก่อน เมื่อวานปลัดสธ.ก็ประชุมกับ 77 จังหวัด ได้เตรียมแล้ว จะกระจายวัคซีนไปยังแต่ละจังหวัด”

กทม.เจอ 4 คลัสเตอร์ใหม่

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตัวเลขเสียชีวิตของกทม.อยู่ที่ 1.1% สูงกว่าภาพรวมของประเทศ ส่วนคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดมี 33 คลัสเตอร์ เฝ้าระวัง 6 คลัสเตอร์ ส่วนที่พบใหม่มี 4 คลัสเตอร์ คือ แคมป์ก่อสร้างในเขตดินแดง วัฒนา และปทุมวัน และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เขตคลองสามวา ภาพการติดเชื้อยังคล้ายเดิม มีการพูดถึงแคมป์คนงาน เพราะมี 409 แคมป์ บางที่อยู่เขตหนึ่ง ส่งไปไซต์งานอีกเขตหนึ่ง ใช้พื้นที่พักที่หนึ่ง การเคลื่อนย้ายทำให้เกิดการกระจายของเชื้อได้ ขณะนี้มีการติดเชื้อในรอบ 14 วันพบถึง 37 คลัสเตอร์ 27 เขต มีการหารือว่าจะตรวจหาเชื้อเป็นกลุ่มจากน้ำลาย จึงต้องขึ้นทะเบียนแล็บที่ได้มาตรฐาน จึงให้กรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนให้ตรวจให้ได้ 15,700 ตัวอย่างต่อวัน นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ตลาดในกทม.มี 486 แห่งใน 50 เขต โดยขอให้ประเมินตนเองผ่าน Thai Stop COVID ของกรมอนามัยและการประเมินของสำนักอนามัย กทม. เพื่อไปทำให้ดียิ่งขึ้น จะได้เปลี่ยนตลาดสดให้มีคุณภาพ ปราศจากการหมักหมมถ่ายเทอากาศไม่ดี ถือว่าโอกาสปิดในการทำความสะอาด ส่วนชุมชนแออัดพบ 2,069 ชุมชน สูงสุดที่กรุงเทพเหนือ 460 ชุมชน โดยเขตจะต้องลงไปเข้มข้นในการควบคุมโรค และแคมป์ก่อสร้าง 409 แห่ง มี 30 แคมป์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกระจายไปในแต่ละกลุ่มเขต ต้องจับตามองเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ จัดการ เจ้าของต้องร่วมมือด้วย สำหรับสถานการณ์เขตบางกะปิ มี 10 คน สะสม 896 คน เสียชีวิต 12 ราย กระจายตัวหลายที่ ซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด คอนโด แฟลต หมู่บ้าน มีคลัสเตอร์ 6 คลัสเตอร์ โดยตลาดบางกะปิ มี 5 ตลาด จำนวน 1,135 แผง มีคนไทย 699 คน ต่างด้าว 947 คน รวม 1,646 คน

สธ.ยัน 7 มิ.ย.มีวัคซีนฉีดทุกจว.

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ผอ.ร.พ.ศูนย์/ร.พ.ทั่วไป เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานจัดบริการวัคซีนโควิด-19 ในเดือนมิ.ย. เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ทุกจังหวัดซักซ้อมระบบและฉีดได้ตามเป้าหมาย ก่อนจะฉีดพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 7 มิ.ย. โดยสธ.จะกระจายวัคซีนไปยัง 76 จังหวัดตามแผนการจัดสรรของศบค. มีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณากลุ่มเป้าหมาย ต่างๆ และให้ทุกจังหวัดรายงานบัญชีการใช้ วัคซีนและจำนวนคงคลังในระบบ MOPH Immunization Center (MOHP IC) เตรียมความพร้อมออกเอกสารรับรองฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ โดยจะมอบอำนาจให้นพ.สสจ. และผอ.ร.พ.ระดับจังหวัด ออกเอกสารตั้งแต่ มิ.ย.เป็นต้นไป “ได้ย้ำให้ทุกจังหวัดเน้นการฉีดวัคซีนกลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา รองรับการเปิดเทอม ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ได้รับวัคซีนในวันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป ส่วนการลงทะเบียนรับวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไปใน 76 จังหวัด ไม่รวม กทม. มีหลากหลายช่องทาง เริ่มลงทะเบียนวันที่ 14 มิ.ย. เป็นต้นไป ได้แก่ ไลน์/แอพพลิเคชั่นหมอพร้อม แอพพลิเคชั่นของจังหวัด ผ่าน อสม. รพ.สต. หรือ ร.พ.ใกล้บ้าน เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล MOHP IC และหมอพร้อม เพื่อติดตามอาการ นัดหมายฉีดครั้งที่ 2 และออกเอกสารการฉีดวัคซีนครบ” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นนท์เร่งฉีดคนในตลาดสด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 2 สวนใหญ่ ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เทศบาลนครนนทบุรีดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ผู้ประกอบการค้าภายในตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี และประชาชนบริเวณโดยรอบตลาด จำนวน 1,000 คน โดยเทศบาลจะดำเนินการฉีดวัคซีน 2 วัน คือในวันที่ 29-30 พ.ค. วันละ 500 คน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยให้แก่ผู้ประกอบการค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของบริเวณตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดต่อไป นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า วันนี้เทศบาลนครนนทบุรีได้รับวัคซีนจากจ.นนทบุรีมาให้ฉีดกับพี่น้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตลาดและรอบตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรีจำนวน 1,000 คน โดยเทศบาลจะดำเนินการฉีดวันละ 500 คน เป็นเวลา 2 วัน ช่วงเช้า 250 คน และช่วงบ่าย 250 คน แต่เทศบาลมีความพร้อมที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ขอฝากไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มพื้นที่สีแดงนนทบุรี สมุทร ปราการ ปทุมธานี ชลบุรี ควรจะได้รับวัคซีนให้มากกว่านี้ เพราะได้จัดวัคซีนมาให้เทศบาลนครนนท์เพียง 1,000 คน โดยเฉพาะในตลาดสดและรอบตลาดมีประชาชนติดเชื้อ โควิดไปแล้ว 400-500 คน ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นจุดเสี่ยง อยากฝากรัฐบาลอยากให้วัคซีนมาอย่างรวดเร็ว นายสมนึกกล่าวต่อว่า ในเขตเทศบาลนครนนทบุรีมีประชาชน 256,000 คน และมีประชากรแฝงอีกประมาณ 200,000 คน ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกต่างหาก รวมแล้วในเขตเทศบาลนครนนทบุรีมีประชากรรวมกว่า 5 แสนคน ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญในจุดนี้โดยเฉพาะเบื้องต้นเราฉีดให้กับคนไทยให้พร้อมทั้งหมดก่อนแล้วต่างด้าวค่อยว่ากันทีหลัง แต่มีวัคซีนมาให้เพียง 2,000 โดส เราฉีดให้กับประชาชนได้เพียง 1,000 คนเท่านั้น อยาก ฝากรัฐบาลว่าการจัดสรรวัคซีนให้กับเทศบาลท้องถิ่นต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนชาวนนทบุรี

เดินหน้าจอง‘ซิโนฟาร์ม’

ส่วนกรณีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สั่งนำเข้าวัคซีนทางเลือกได้แล้ว ทำให้หน่วยงาน ท้องถิ่นเริ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณ สุขปลดล็อกกฎระเบียบให้กับทางหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อใช้งบประมาณจัดซื้อวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้กับประชากรในพื้นที่โดยไม่ต้องรอการจัดสรรวัคซีนจากทางรัฐบาลนั้น ทางเทศบาลนครนนทบุรีซึ่งเป็นเทศบาลนครอันดับ 1 ของประเทศ และเคยเคลื่อนไหวขอดำเนินการจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนก่อนการระบาดในรอบที่ 3 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย แม้จะมีการประชุมสภาเทศบาลนครนนทบุรีเพื่อพิจารณาผ่านงบประมาณในการจัดซื้อวัคซีนไปแล้วก็ตาม นายสมนึกกล่าวว่า เทศบาลนครนนทบุรีเคยร่วมกับเทศบาลอื่นๆ อีกกว่า 20 แห่ง ทำเรื่องไปยังกระทรวงสาธารณสุขและอย.เพื่อทำเรื่องขอจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ก่อนจะมีการระบาดใหญ่ในรอบนี้จำนวน 1,180,000 โดส วงเงิน 500 กว่าล้านบาท ซึ่งทุกเทศบาลอนุมัติวงเงินเหล่านี้เตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว เพียงแต่รอให้ทางรัฐบาลเปิดไฟเขียวให้ทางท้องถิ่นดำเนินการจัดซื้อวัคซีนได้ แต่เรื่องดังกล่าวก็ถูกกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นระงับไว้ ถ้ารัฐบาลปลดล็อกให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ ทางท้องถิ่นเองซึ่งมีศักยภาพอยู่แล้วก็สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ “ประชากรในเขตพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี มีประมาณ 1.5 แสนคน ใช้งบประมาณซื้อวัคซีนในวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท จากเงินสะสมที่เทศบาลนครนนทบุรีมีอยู่ 4 พันล้านบาท สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรีเป็นสีแดงเข้ม เพราะตรวจเจอคลัสเตอร์ใหญ่ๆ หลายจุด ทั้งตลาดสด แคมป์คนงานก่อสร้าง และเรือนจำจังหวัด หากรัฐบาลไฟเขียวปลดล็อกให้ทางท้องถิ่นดำเนินการจัดหาวัคซีนด้วยตนเองได้ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่นนทบุรีซึ่งโซนสีแดงเข้มด้วยการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด อยากให้ทางรัฐบาลมองว่าองค์กรท้องถิ่นเปรียบเสมือนเป็นมือเป็นแขนขาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทางรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้มากกว่า”

‘หมอนิธิ’ยันไม่ค้ากำไร

จากกรณีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงเรื่องจัดหาวัคซีนโควิดทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” โดยทำหน้าที่รับผิดชอบจัดหาวัคซีนทางเลือก กระจายวัคซีนให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจจะจัดซื้อ โดยจะนำเข้า 1 ล้านโดสในเดือนมิ.ย.นั้นนั้น วันเดียวกัน ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเผยอีกครั้งถึงเรื่องราคาของวัคซีนซิโนฟาร์มเพื่อแก้ความเข้าใจผิดในเรื่องการจัดซื้อและกำไร โดยยืนยันว่าจะไม่มีการบวกเพิ่มแม้แต่บาทเดียว แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดหาวัคซีนทางเลือกให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงเท่านั้น โดยระบุว่า “ต้องขอโทษที่แถลงข่าวพูดเร็วเกินไป มีคนคิดเลขไม่ทัน เข้าใจไปว่า #ราชวิทยาลัยฯจะหากำไรจากวัคซีนตัวเลือก…..ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงและสรุปสั้นๆ ดังนี้ครับ ถ้าทุนที่ซื้อวัคซีนมา = X, ค่าขนส่ง = Y, ค่าเก็บรักษา = Z, ค่าประกัน = V ราชวิทยาลัยจะจัดให้องค์ภาครัฐ องค์กรภาคเอกชนที่ต้องการนำไปฉีดให้กับบุคลากรภายในที่มีชื่อตัวตนระบุชัดเจนในราคา X+Y+Z+V เท่านั้น ไม่มีการบวกเพิ่มแม้แต่บาทเดียว และยังมีข้อกำหนดว่า ทุกแห่งจะไปขายให้บุคลากรหรือคนอื่นต่อไม่ได้เป็นอันขาด แต่ท่านจะไปจ้างสถานพยาบาลใดๆ ฉีดให้ สถานพยาบาลนั้นๆ จะไปคิดค่าบริการอื่นใดเป็นข้อตกลงระหว่างสถานพยาบาลและองค์กรที่รับวัคซีนจากราชวิทยาลัยไป ดังนั้น ประชาชนที่องค์กรนั้นๆ จะดูแล จะได้รับบริการฉีดวัคซีน “ฟรี” ครับ….อันนี้เป็นการแบ่งเบาภาระงบประมาณและการ กระจายการฉีดวัคซีนให้ประเทศร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข…..แต่ประชาชนเป็นคนคนอาจจะไม่สามารถรับวัคซีน “ทางเลือก” นี้ได้ อย่างไรก็ดีคิวของท่านในวัคซีน “หลัก” ของประเทศจะได้เร็วขึ้น (ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ) นอกจากนี้ถ้าเป็นบริษัทเอกชนราชวิทยาลัยมีข้อกำหนดว่าท่านต้องซื้อวัคซีนเพิ่มอีกร้อยละสิบเพื่อบริจาคให้รัฐนำไปฉีดให้กับประชาชนที่ด้อยโอกาสและไม่ได้อยู่กับองค์กรใดๆ เช่นผู้ค้าขายอิสระบนทางเท้า หรือในตลาด #ใครทำอะไรได้ก็ช่วยกัน #ฉีดวัคซีนทุกครั้งสังคมไทยได้ประโยชน์ #คิดถึงคนที่ด้อยโอกาสด้วย นิธิ มหานนท์ 29 พค 64”

‘บิ๊กแจ๊ด’เล็งจอง‘ซิโนฟาร์ม’

ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี เปิดเผยถึงกรณีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 ล้านโดสในเดือนมิ.ย.นี้ ว่า จ.ปทุมธานี มีผู้ติดเชื้อมากติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ และเป็นพื้นที่สีแดง “ผมจึงต้องมาฟังการแถลงข่าวเองว่าแนวทางเป็นอย่างไร วัคซีนซิโนฟาร์มเป็นอย่างไรเพื่อประกอบการตัดสินใจเพื่อพี่น้องชาวปทุมธานี จากการรับฟังการประชุมแล้วพบว่าผลดีมาก หากเป็นไปได้เราจะขอจองวัคซีนก่อนเลย ถึงแม้ราคาอาจจะสูง แต่คุ้มค่าต่อชีวิตพี่น้องประชาชน เมื่อทราบราคา และเมื่อเราเปิดสภาประชุม ก็จะบรรจุเรื่องการใช้งบประมาณจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม อย่างน้อยต้องฉีดให้ได้ 500,000 คน หรือ 1 ล้าน โดสหากสภาอนุมัติ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวต่อว่า การจัดซื้อเราจะโอนเงินเข้าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เลย หากติดปัญหาเรื่องระเบียบก็จะทำหนังสือชี้แจงไปยังหน่วยงานนั้นๆ ให้ทราบถึงความจำเป็นและขออนุมัติ จากนั้นวางแนวทางในการฉีดวัคซีน ตนได้คุยเรื่องการหาวัคซีนมาฉีดให้พี่น้องประชาชนไว้บ้างแล้ว เพราะจะช้าไม่ได้ ชีวิตคนปทุมธานีมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นทุกวัน จึงต้องรีบจัดหาวัคซีนมาให้เขา จะเดินตามไวรัสมันไม่ทัน เราต้องรีบป้องกัน ด้านร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวว่า หากอบจ. ปทุมธานีจัดงบประมาณและซื้อยาวัคซีนได้และหากมีการสนับสนุนวัคซีนมา เทศบาลนครรังสิตก็จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกการดำเนินฉีดวัคซีนในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต เราต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อม คิดว่าจะต้องเร่งดำเนินการอย่างแน่นอน หลังจากได้ฟังการแถลงข่าวแล้ว มีความมั่นใจการวางแผนการป้องกัน โควิดของ อบจ.ปทุมธานี หากได้วัคซีน ซีโนฟาร์มตัวนี้เข้ามาเสริมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก็จะเชื่อมั่นเรื่องของสุขภาพมาก ยิ่งขึ้น รวมถึงระบบต่างๆ ของปทุมธานีก็จะได้กลับมาเหมือนเดิม

สาว100ก.ก.เสียชีวิตเซ่นโควิด

เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำร่างผู้เสียชีวิตด้วยโควิดจากโรงพยาบาลพุทธโสธร มาประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดประเวศวัฒนาราม ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี พระ 8 รูปสวดมาติกาบังสุกุล สำหรับผู้เสียชีวิตจากการติดโควิด-19 รายนี้เป็นรายที่ 8 ของฉะเชิงเทรา เป็นหญิงอายุ 49 ปี บ้านอยู่ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ มีน้ำหนักกว่า 100 ก.ก. แพทย์วินิจฉัยโรคว่าติดเชื้อโควิด-19 โดยมีหลานของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมงานศพ เนื่องจากสามีและลูกๆ ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากการสอบถามญาติ ทราบว่าผู้ตายมีอาชีพขายปลาสดอยู่ที่ตลาดบางปูใหม่ จ.สมุทร ปราการ เริ่มมีอาการป่วย จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อ.บางปะกง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.64 แพทย์ตรวจพบเชื้อโควิด และเริ่มมีอาการทรุดหนัก เนื่องจากผู้ตายมีโรคประจำตัว คือโรคเบาหวาน แพทย์ย้ายมารักษาที่ร.พ.พุทธโสธร ก่อนเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 28 พ.ค. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบผู้ใกล้ชิด และให้กักตัวแล้ว

วัคซีนโคราช – ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนที่หน่วยบริการของ ร.พ. มหาราช จุดห้างเซ็นทรัล พลาซา จ.นครราชสีมา ขณะที่ อบจ.นครราชสีมาจัดงบฯ เตรียมซื้อวัคซีน ซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แล้ว เมื่อ 29 พ.ค.

อบจ.โคราชเล็งซื้อ‘ซิโนฟาร์ม’

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมรวงผึ้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราช สีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกอบจ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของแผนจัดสรรงบประมาณองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) สนับสนุนการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตามที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวถึงเพื่อนำไปฉีดให้ประชาชนนั้นว่า เบื้องต้นปรึกษากับรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรณีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สามารถสั่งซื้อวัคซีนได้ จ.นครราชสีมา จะขอประสานอบจ.นครราชสีมาขอใช้เงินท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโดยประสานกระทรวงมหาดไทย ขอให้ปลดล็อกให้อปท.สามารถงบจัดซื้อวัคซีนได้ โดยให้เหตุผลจ.นครราชสีมามีเป้าหมายเปิดพื้นที่ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. จะมีการแข่งขันวอลเลย์บอลสโมสรชายและสโมสรหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2021 โดยมีนักกีฬาจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก รวมทั้งช่วงเดือนธ.ค.เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลก ครั้งที่ 2 ไทยแลนด์เบนเนเล่ 2021 ซึ่งเชิญศิลปินชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก หากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ดีขึ้น จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาที่จ.นครราชสีมาเพิ่มขึ้น ที่สำคัญขณะนี้สถานการณ์วัคซีนยังขาดแคลนไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล “อบจ.นครราชสีมาพร้อมสนับสนุนใช้งบประมาณจัดซื้อวัคซีนที่ผ่านการรับรอง เพื่อชาวโคราชทันที เพราะประชาชนทุกคนรอความหวังอยู่ หากรัฐบาลมีนโยบายและอนุมัติ ให้กระทรวงมหาดไทยปลดล็อกกฎ ระเบียบ เรามีความต้องการอย่างยิ่งให้ประชาชนทุกคนปลอดภัยจากวิกฤตโรคโควิด-19 มีเป้าหมายจัดสรรวัคซีนมากกว่า 2 ล้านโดสขึ้นไป ให้ครอบคลุมจำนวนประชาชนชาวโคราชทั้งหมด”

ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย

สำหรับจ.นครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย อยู่ในพื้นที่อ.เมือง มีผู้ป่วยสะสม 934 ราย รักษาหาย 767 ราย ยังคงรักษาอยู่ 157 ราย และเสียชีวิต 10 ราย นพ.เจษฎ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลมหา ราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 กับร.พ.มหาราชนครราชสีมา ทั้งช่องทาง “หมอพร้อม”, “มหาราชพร้อม” และคอลเซ็นเตอร์ ในวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค. และวันจันท์ที่ 31 พ.ค.นี้ จะยังได้รับวัคซีนตามที่ลงทะเบียนไว้อย่างแน่นอน “ส่วนเรื่องวัคซีนซิโนฟาร์มซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ติดต่อผ่านบริษัทไบโอเจเนเทคนำวัคซีนซิโนฟาร์มเข้าไทยในเดือนมิ.ย.นี้ จำนวน 1 ล้านโดส สำหรับคน 1 ล้านคน ซึ่งซิโนฟาร์มวันนี้ผ่านอย.แล้ว ดังนั้น ถ้าเร็วที่สุดเดือนมิ.ย. 2564 วัคซีนซิโนฟาร์มซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือกน่าจะพร้อมกระจายทั่วประเทศ แต่ไม่รู้ว่าวันไหน และที่สำคัญคือเป็นวัคซีนทางเลือก จึงไม่รู้ว่าราคาต่อโดสจะอยู่ที่เท่าไร คาดว่าอาจจะมีหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลเอกชน กลุ่มสภาอุตสาหกรรม หรือโรงงานต่างๆ ที่มีพนักงานจำนวนมากต้องการจะฉีดวัคซีนตัวนี้ แต่จะต้องดูระเบียบหลักเกณฑ์การจัดซื้อ และมีแผนบริหารจัดการอย่างดี ทั้งเรื่องการจัดเก็บวัคซีน ให้ใครหรือบุคลากรหน่วยงานใดเป็นผู้ฉีดให้ จะต้องคัดกรอง และบันทึกข้อมูลรายบุคคลอย่างชัดเจน ถ้าเป็นภาครัฐนำงบประมาณมาจัดซื้อก็ต้องสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก่อนด้วย”

นครศรีฯจอง‘ซิโนฟาร์ม’1 แสนโดส

นางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจ.นครศรีธรรมราชส่งผลให้เกิดผู้ติดเชื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นพื้นที่สีแดงที่ต้องควบคุม ตนห่วงใยชาวนครศรีฯ อย่างมาก นอกจากอัดฉีดงบประมาณชุดใหญ่ 3.2 ล้านบาทจัดซื้อเครื่องตรวจสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ให้ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช อีก 1.3 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ให้ร.พ.พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อ.ช้างกลาง และ 6.5 แสนบาทปรับปรุงห้องความดันลบให้ร.พ.เฉลิมพระ เกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติไปแล้ว ล่าสุด เตรียมจองวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” ล็อตแรก 100,000 โดสมาให้ชาวนครศรีฯ

อยุธยาเอาด้วยซื้อ‘ซิโนฟาร์ม’

ว่าที่ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ระบาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ให้ครอบคลุมทั่วถึงรวดเร็ว จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ที่สุด หากรัฐบาลอนุญาตให้ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนได้เอง ทางเทศบาลนครพระนคร ศรีอยุธยาพร้อมจะจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำมาฉีดให้ พี่น้องประชาชน ตามทะเบียนบ้านที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ในเขตเทศบาลนครพระนคร ศรีอยุธยา “หากประชาชนได้รับวัคซีนทุกคนก็จะสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการดำเนินชีวิตให้กับประชาชนได้ ตรงนี้ ถือว่าเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลประกาศให้ทางท้องถิ่นสามารถ ดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาพร้อมจะดำเนินการ เรามีความพร้อมจัดเตรียมงบประมาณเพื่อนำใช้ในการจัดซื้อวัคซีน”

สธ.เร่งสอบสาวดับหลังฉีดวัคซีน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ระบุเพื่อนกินยาคุมและฉีดวัคซีนโควิด-19 ซิโนแวค 2 สัปดาห์ เสียชีวิตอ้างมีลิ่มเลือดอุดตันว่า สธ.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ขณะนี้ศูนย์ประสานงาน AEFI ของร.พ.หาดใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา และสสจ.ยะลาร่วมกันตรวจสอบ ข้อเท็จจริง อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ประวัติการรักษา เพื่อเสนอต่อคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลัง ได้รับวัคซีน จ.สงขลา กำหนดประชุมร่วมกันในวันที่ 30 พ.ค.2564 เพื่อสรุปสาเหตุการ เสียชีวิต ทั้งนี้จะต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมตามแนวทางปฏิบัติการการเฝ้าระวัง AEFI กรณีที่มีผู้เสียชีวิต โดยประสานขออนุญาตครอบครัวทำการพิสูจน์ศพหรือการตรวจศพ โดยการเอกซเรย์ และเก็บตัวอย่าง ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งติดตามผู้รับวัคซีนในล็อตเดียวกัน โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์ นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนโรคของทีมสอบสวนควบคุมโรคระบาดวิทยา ร.พ.หาดใหญ่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 32 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ร.พ.หาดใหญ่ หลังฉีดสังเกตอาการ 30 นาทีไม่มีอาการผิดปกติ ไลน์หมอพร้อมติดตามอาการวันที่ 1 มีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 7 หลังฉีด มีอาการปวดศีรษะ เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เช้าวันที่ 27 พ.ค.หมดสติ รถพยาบาลส่งห้องฉุกเฉินที่ร.พ.หาดใหญ่ แพทย์ประเมินอาการแรกรับ มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ได้ช่วยฟื้นคืนชีพ ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์วินิจฉัยมีภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดเฉียบพลัน “การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายแข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการป่วย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน โรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบ สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปหลังการฉีดวัคซีน เช่น เจ็บ บวม มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ส่วนอาการแพ้วัคซีนรุนแรง จะเหมือนคนแพ้อาหารทะเล ไรฝุ่น โปรตีนในนมวัว มีอาการตั้งแต่แพ้ไม่มาก มีผื่น จนถึงความดันตกรุนแรงได้ แน่นหน้าอก หายใจ ไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มักพบหลังการฉีด 15 นาที” นพ.โอภาสกล่าว

หาเชิงรุก – เจ้าหน้าที่ตรวจเชิงรุกหาเชื้อโควิดกลุ่มพนักงานโรงงานผลิตถุงมือยาง ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบผู้ติดเชื้อ 5 คน และผู้สัมผัสใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

สุราษฎร์ปิดรง.ถุงมือยาง

เมื่อเวลา 10.00 น. นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี พร้อมนายประเวศ ไทยประยูร รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เดินทางไปตรวจติดตามการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในโรงงานบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสุราษฎร์ธานี ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตถุงมือยาง และตรวจดูคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ในพนักงาน 500 คนที่บริเวณลานข้างบ้านพักพนักงาน ทั้งนี้ ผู้แทนบริษัทรายงานสถานการณ์ว่า โรงงานมีพนักงานทั้งหมด 1,956 คน ดำเนินการตรวจคัดกรองเพื่อหาเชื้อโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อ 5 คน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 173 คน จึงปิดโรงงานทุกแผนก 3 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.64

‘อนุทิน’ตรวจรพ.สนามชลบุรี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามของจังหวัดชลบุรี โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี ต้อนรับ พาเยี่ยมชมโรงพยาบาลสนาม ที่อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี ซึ่งขณะนี้จ.ชลบุรียังมีผู้ป่วยที่รักษาอยู่อีก 929 ราย วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 80 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 4,517 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 24 ราย รักษาหายแล้ว 3,564 ราย โดยนายอนุทินให้กำลังใจกับผู้ป่วยทั้งหมดที่กำลังรักษาตัวอยู่ ให้กำลังใจและให้ความเชื้อมั่นในทางทีมแพทย์ จากนั้น นายอนุทินและคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีน ที่อาคารศาลาประชาคมของเทศบาลเมืองบ้านสวน ดูการจัดระบบการฉีดวัคซีนที่ได้มาตรฐาน แบ่งโซนต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน จะสามารถให้บริการกับบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยง และในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ จะเริ่มให้บริการกับกลุ่มอายุ 18 ปีถึง 59 ปีที่ลงทะเบียนกับทางจ.ชลบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 970,000 ราย โดยเตรียมจุดบริการฉีดวัคซีนไว้ทั้งหมด 29 จุด และดำเนินการฉีดไปแล้ว 110,528 โดส นายอนุทินเผยว่า วันนี้มาตรวจเขตสุขภาพเขต 6 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้มาดูโรงพยาบาลสนาม จุดตรวจวัคซีน พบว่าชลบุรีมีความพร้อมมาก ทุกฝ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจว่าจังหวัดในภาคตะวันออกน่าจะมีมาตรฐานเดียวกัน เชื่อถือได้ ส่วนวัคซีนมีความมั่นใจที่จะฉีดให้กับประชาชนในเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป เรามีวัคซีนพร้อม จะไม่มีขาดเหมือนที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน จึงมาดูความพร้อมของจ.ชลบุรี ซึ่งจัดได้มาตรฐาน พร้อมที่จะเปิดรับเอกชนที่จะสนับสนุนสถานที่ในการจัดสถานที่ฉีดวัคซีน “ส่วนการกระจายวัคซีนไปตามจังหวัดต่างๆ นั้นก็เป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ให้ทางศบค.เป็นผู้จัด จะเสมอภาคกัน จะไม่มีคำว่าจังหวัดไหนมีอิทธิพล ไม่มีอิทธิพล สามารถอธิบายได้ทุกๆ พื้นที่”

ปิดจองวัคซีน‘หมอพร้อม’

วันเดียวกัน เพจ “หมอพร้อม” ออกประกาศการใช้งานผ่านหมอพร้อม หยุดการจองคิววัคซีนชั่วคราว โดยระบุว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของศบค. และสอดคล้องกับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ระบบหมอพร้อมจะหยุดให้บริการจองคิวฉีดวัคซีนโควิดเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทุกกลุ่มที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ดังนี้ 1.พื้นที่กรุงเทพฯ ให้ใช้ระบบของกรุงเทพมหานคร หรือระบบอื่นที่เปิดบริการ 2.ต่างจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการผ่าน 2.1 อสม./ รพ.สต./ โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน (ไม่จำเป็นต้องมีประวัติ) 2.2 ระบบออนไลน์ (แอพพลิเคชั่น/ เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ) ของจังหวัด 2.3 หมอพร้อม LINE OA/ แอพพลิเคชั่นหมอพร้อม เมื่อเปิดให้บริการอีกครั้ง สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และบุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ที่ทำการนัดหมายไว้แล้ว สามารถไปรับการฉีดวัคซีนได้ตามกำหนดเดิม อนึ่งระบบหมอพร้อม ยังใช้งานได้ตามปกติสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ในการแสดงข้อมูล หลังการฉีดวัคซีน แจ้งนัดหมายในการฉีดเข็มที่ 2 และการเป็นหลักฐานประกอบการขอใบรับรอง การฉีดวัคซีนโควิด สอบถามเพิ่มเติม คอล เซ็นเตอร์ 0-2792-2333

เข็มสอง – กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่สอง ที่ศูนย์ให้บริการวัคซีนโควิดโรงพยาบาลสมุทรสาคร ภายในศูนย์การค้าแลนด์มาร์คมหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

‘มหาชัย’เริ่มฉีดวัคซีนเข็ม 2

เมื่อเวลา 09.00 น. นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.ร.พ.สมุทรสาคร ตรวจเยี่ยมศูนย์ให้บริการวัคซีนโควิด – 19 โรงพยาบาลสมุทรสาคร ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าแลนด์มาร์คมหาชัย ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งผู้ที่มาเข้ารับบริการฉีดวัคซีนในวันนี้กว่าร้อยละ 80 เป็นกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยได้รับวัคซีนเป็นชนิดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 หลังจากฉีดเข็มแรกเมื่อวันที่ 20 มี.ค.64 วันแรกๆ ของการเปิดให้บริการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนผู้ที่มาเข้ารับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 นี้ มีทั้งนายเพิ่ม พลายแก้ว อายุ 90 ปีเศษ, พระภิกษุสงฆ์ และผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรสาคร

นนท์ปิดตลาดบางใหญ่ 14วัน

หลังพบคลัสเตอร์การแพร่ระบาดในหลายอำเภอของจ.นนทบุรี ทำให้ทางจังหวัดต้องเร่งดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกในจุดเสี่ยงต่างๆ ทั้งแคมป์คนงานก่อสร้าง ตลาดสด และที่พักอาศัยต่างๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางอำเภอบางใหญ่สั่งปิดตลาดผักในบางใหญ่ซิตี้เป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 22 พ.ค. ถึง 4 มิ.ย. เป็นเวลา 14 วัน หลังสาธารณสุขอำเภอบางใหญ่ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกแรงงานในตลาดสดแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด 28 ราย ทั้งคนไทยและต่างด้าว เบื้องต้นทางสาธารณสุขอำเภอบางใหญ่นำตัวแรงงานทั้งคนไทยและคนต่างด้าวทั้งหมดที่ตรวจพบเชื้อไปกักตัวแล้ว และเตรียมตรวจคัดกรองเชิงรุกอีกครั้ง ขณะเดียวกัน พบว่ามีแรงงานในแคมป์คนงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ติดเชื้อเพิ่ม 28 ราย

ขายยกโขลง – เพจสวนเสือศรีราชา จ.ชลบุรี โพสต์ประกาศขายยกโขลง ช้างแสนรู้ 11 เชือกที่ใช้ในการแสดง ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ เพศเมียทั้งหมด พร้อมคนเลี้ยงดูแล เนื่องจากได้รับ ผลกระทบจากโควิด ขาดรายได้จนแบกภาระไม่ไหว

ชลบุรีเจออีกคลัสเตอร์ใหม่

สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 80 ราย มียอดสะสม 4,517 ราย กำลังรักษาตัวอยู่อีก 929 ราย หายป่วย 3,564 ราย มี มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมเสียชีวิตทั้งหมด 24 ราย ผู้ติดเชื้อสูงสุดที่อำเภอเมืองชลบุรี 46 ราย ศรีราชา 6 ราย บางละมุง 11 ราย พานทอง 8 ราย ศรีราชา 6 ราย บ้านบึง 3 ราย เกาะจันทร์ 1 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อในวันนี้เป็นคลัสเตอร์ใหม่ ที่พบได้แก่ชุมชนในตำบลบางทรายซึ่งเป็นที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวและชาวไทย หลังจากสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีลงไปตรวจหาเชิงรุกในชมชนดังกล่าว 819 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิด 36 ราย เนื่องจากมีพนักงานบริษัทเซเลอเรสติดเชื้อโควิด 28 รายที่พักอาศัยในชุมชนในตำบลบางทรายแห่งนี้ และพบผู้สัมผัสผู้ป่วยจากโรงงานโอคุมุระ อีก 1 ราย พบสัมผัสผู้ป่วยจากครอบครัวอีก 10 ราย จากที่ทำงาน 5 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 25 ราย ยังค้นหาผู้สัมผัส 215 ราย ค้นหาเชิงรุกเบื้องต้น 1,063 ราย อยู่ระหว่างรอผล การตรวจ

พระราชทานช่วยเนปาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมสิ่งของต่างๆ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเนปาลที่ติดเชื้อและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โปรดเกล้าพระราชทานชุดป้องกันส่วนบุคคล (พีพีอี) โดยเสด็จด้วย เมื่อเวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรีเป็นผู้เชิญเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมสิ่งของต่างๆ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือ และบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มอบให้แก่นายคเณศ ประสาท ธกาล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลประจำประเทศไทย ที่โรงเก็บเครื่องบิน ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ในการนี้ กองทัพอากาศจัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานและเตรียมการจัดเที่ยวบินพิเศษโดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๙ ก (Airbus 340-500) เชิญเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมสิ่งของพระราชทานต่างๆ โดยมีกำหนดเดินทางในวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค. เวลา 08.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน