ฮูถกรับรองซิโนแวค เลื่อนเป็นเดือนมิย.นี้ ตายทะลุพันรายแล้ว รง.แปรรูปไก่สระบุรี ติดเชื้อพุ่งเกือบ400

วิษณุเผย มท.แก้ระเบียบได้เอง ปลดล็อกอปท.ซื้อวัคซีนได้ ไม่ต้องผ่านครม. หลังหลายอบจ.เตรียมจองซื้อซิโนฟาร์ม โควิดไทยยังหนักยอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,012 ราย ติดรายวัน 4,528 ราย รวมสะสม 154,307 ราย ขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 83 ของโลก คุมเข้ม 4 จว.ใต้ หลังมาเลย์สั่งล็อกดาวน์ประเทศ หวั่นคนไทยแอบลักลอบกลับไม่ผ่านด่านตรวจ WHO เลื่อนพิจารณาซิโนแวคเป็นมิ.ย. สระบุรีผวา คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ติดแล้วเกือบ 400 ราย กรมคุกเผยยอดคลัสเตอร์เรือนจำ บางขวาง 1,350 ราย คลองเปรม 399 ราย กทม. รุกตรวจ 486 ตลาดทั่วกทม. อนุมัติสระแก้วเพิ่มวันเปิดด่านรับคนไทยกลับจากกัมพูชา

ไทยดับทะลุ 1,000 ราย

วันที่ 30 พ.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยขยับขึ้นอันดับ 83 ของโลก ติดเชื้อรายใหม่ 4,528 ราย มาจากในประเทศ 2,599 ราย เรือนจำ 1,902 ราย และเดินทางจากต่างประเทศ 27 ราย รักษาหายเพิ่ม 2,933 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 24 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 154,307 ราย หายป่วยสะสม 105,244 ราย เสียชีวิตสะสม 1,012 ราย ส่วนระลอกใหม่ เม.ย. 64 เป็นต้นมา ติดเชื้อ สะสม 125,444 ราย หายป่วยแล้ว 77,818 ราย เสียชีวิตสะสม 918 ราย ยังรักษาอยู่ 48,051 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 19,008 ราย โรงพยาบาลสนาม 20,043 ราย อาการหนัก 1,209 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 389 ราย “ผู้ป่วยมาก กทม. 754 ราย ปริมณฑล 5 จังหวัด 557 ราย จังหวัดอื่นๆ 71 จังหวัด รวมกันวันนี้สูงถึง 1,288 ราย โดยสูงๆ อยู่ที่เพชรบุรี นนทบุรี ยังเป็นจังหวัดที่เราติดตาม มีการพูดคุยในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก เนื่องจาก กทม.ปริมณฑลมีพื้นที่ติดกัน การควบคุมตัวเลข กทม.ให้ลงให้ได้ ส่งผลให้ตัวเลขปริมณฑ และจังหวัดอื่นๆ เช่น ราชบุรี เพชรบุรี มีความเป็นไปได้ที่จะลดลง เพราะว่าลักษณะเป็นการเดินทางข้ามพื้นที่ของประชาชนหรือผู้ที่ทำงานสถานประกอบการตลาด ชุมชน ดังนั้น ถ้าดึงตัวเลข กทม.ลง สถานการณ์ประเทศน่าจะลดลงตามลำดับ” พญ.อภิสมัยกล่าว

เปิด 10 จว.ยอดติดสูง

สำหรับ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อรายวันสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 754 ราย สะสม 40,217 ราย 2.เพชรบุรี 754 สะสม 5,197 ราย 3.สมุทรปราการ 264 ราย สะสม 6,661 ราย 4.นนทบุรี 139 ราย สะสม 6,715 ราย 5.ชลบุรี 90 ราย สะสม 4,605 ราย 6.ปทุมธานี 73 ราย สะสม 3,411 ราย 7.นราธิวาส 65 ราย สะสม 873 ราย 8.ฉะเชิงเทรา 62 ราย สะสม 849 ราย 9.สมุทรสาคร 58 ราย สะสม 2,499 ราย และ 10.ตรัง 44 ราย สะสม 425 ราย “เพชรบุรีเป็นอันดับ 2 ยังสูงอยู่ 754 ราย สมุทรปราการมีคนเข้ามารับการรักษาใน โรงพยาบาลและการคัดกรองเชิงรุก เมื่อพบการติดเชื้อที่โรงงาน ทีมสอบสวนโรคจะลงไปตรวจสถานที่พัก คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ เจอเคสประปรายตลอด นนทบุรีมีการรายงานแคมป์คนงาน ตลาด และจากเดิมเราเห็นการติดในตลาดใหญ่ค้าส่งข้ามพื้นที่จังหวัด ตอนนี้ ลงไปในตลาดชุมชนขนาดเล็ก เช่น ตลาดปากเกร็ด เป็นต้น” พญ.อภิสมัยกล่าว พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ยอดตัวเลขเรือนจำสะสม 24,300 ราย นอกเรือนจำ 100,412 ราย ตัวเลขยังสูง น่าเป็นห่วงเรื่องการจัดการ การพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำการจะส่งผู้ป่วยออกมารักษาด้านนอก อาจทำไม่ได้ การดูแลรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในเรือนจำจึงมีการจัดระบบเขียวเหลืองแดงในนั้นตัวเลขสูง การใช้เตียง เครื่องช่วยหายใจ และบุคลากร เราเป็นห่วงอยากให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

จับข้ามแดนผิดกม. 139 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต 24 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 13 ราย มาจาก กทม. 14 ราย, นนทบุรี 3 ราย, ชลบุรี 2 ราย, เชียงใหม่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ราย อายุต่ำสุด 48 ปี สูงสุด 86 ปี มีการรายงานเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงอย่างที่รายงานมาสม่ำเสมอ และกลุ่มเสี่ยง ติดเชื้อเป็นการติดเชื้อจากคนในครอบครัว เน้นย้ำครอบครัวที่อาศัยรวมกันหลายวัน ครอบครัวนั้นมีย่ายายเป็นโรคประจำตัวผู้ป่วยติดเตียง ลูกหลานวัยทำงานเดินทางข้ามพื้นที่ทำงาน ปัจจัยสำคัญทำให้ติดเชื้อและเสียชีวิต ขอให้ระมัดระวัง “เราพูดกันว่าตัวเลขไม่ลดลง สถานการณ์น่าเป็นห่วง แม้ตัวเลขที่พบเยอะขึ้น ก็มาจากการคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำ ในชุมชน เช่น ชุมชนแออัด ตลาด แคมป์คนงาน ซึ่งพบความเชื่อมโยงกันเพราะเจอผู้ติดเชื้อในตลาด แคมป์ คนงาน มีพฤติกรรมเดินทางไปในชุมชน จับจ่าย ซื้อของในตลาด ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติเป็นผู้ติดเชื้อไปด้วย จึงต้องระวังมาตรการป้องกันอย่างสูงสุด” พญ.อภิสมัยกล่าว พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อมาจาก ต่างประเทศ 27 ราย มาจากสวิตเวอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ และเนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 1 ราย เข้าสู่สถานกักกันตามระบบ และที่รายงานทุกวันคือกัมพูชาพบติดเชื้อ 24 ราย โดย 23 ราย เดินทางมาอย่างถูกต้อง โดยสระแก้วเปิดด่านทุกวัน มีการเดินทางเข้ามาทุกวัน แต่พบ 1 คนเป็นหญิงไทย 27 ปี ยังเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติผิดกฎหมาย ทำให้ยอดจับคนข้ามแดนผิดกฎหมายรอบ 24 ชั่วโมง เจอรวม 139 ราย เป็นมาเลเซีย 2 ราย

จับตามาเลย์ล็อกดาวน์

พญ.อภิสมัยเผยต่อว่า สถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 170.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 4.9 แสนราย เสียชีวิต 3.54 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.08 หมื่นราย มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตสูง มีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์เต็ม รูปแบบมีผลวันที่ 1-14 มิ.ย.นี้ ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก จึงหารือเรื่องของคนไทยที่อาจพยายามหาทางกลับบ้านข้ามมาทางชายแดน จังหวัดที่เป็นห่วงคือ สงขลา ยะลา นราธิวาส และสตูล ขอความร่วมมือทางมหาดไทย พื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดหารือบูรณาการการเฝ้าระวังกัน “เมื่อประเทศนั้นติดเชื้อรายงานจำนวนมาก เมื่อมีการล็อกดาวน์ ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่อาจไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ จึงมีความพยายามเดินทางกลับ เราไม่ได้ปฏิเสธ แต่ขอให้มาอย่างถูกต้อง เข้าสู่ระบบกักกันเพื่อป้องกันโรค ฝากพี่น้องประชาชนช่วยภาครัฐเป็นหูเป็นตาทุกพื้นที่ ไม่ให้เกิดการข้ามพรมแดน อย่างผิดกฎหมาย” พญ.อภิสมัยกล่าว

ปรับแผนคุมแคมป์ก่อสร้าง

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพิจารณาดำเนินการนำมาตรการด้านการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในแคมป์คนงานก่อสร้างของกรุงเทพฯ อาทิ มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายของแรงงานข้ามเขตภายในจังหวัดที่กำหนด ให้มีการแจ้งล่วงหน้าไปยังปลายทางไม่น้อยกว่า 7 วัน การจัดทำบัญชีหรือทะเบียนแรงงานที่มีการเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวและควบคุมโรค มาพัฒนารายละเอียดเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับ จังหวัดอื่นๆ นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ต่อไป

รุกตรวจ 486 ตลาดทั่วกทม.

พญ.อภิสมัยเผยอีกว่า วันนี้ กทม.ไม่พบคลัสเตอร์ใหม่ ยังคงมีการติดเชื้อใน 28 เขต 47 คลัสเตอร์ ที่สำคัญคือ “ห้วยขวาง” มีผู้ป่วย รายใหม่จากตลาดห้วยขวาง 78 ราย ยอดสะสม 112 ราย ย้ำว่าเขตที่ยังไม่เกิดการติดเชื้อ ต้องลงไปดูตลาดด้วย กทม.รายงานว่าตลาด ที่จดทะเบียนในพื้นที่ กทม.ทุกเขต มี 486 ตลาด ตรวจคัดกรองเชิงรุก 28 ตลาด รายงานผู้ติดเชื้อ 6.6% โดยจะระดมตรวจให้ครบทุกตลาด และจะทำให้เร็วยิ่งขึ้น โดยเก็บตัวอย่างน้ำลาย แผนคือทำให้ได้ 30,300 ราย โดยจะมีการลงระดมตรวจหาเชื้อจากบุคคลในตลาด รวมทั้งตรวจด้านสุขาภิบาล เช่น มาตรการตลาด สิ่งแวดล้อม จุดสัมผัส การเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งมาตรวจ “กรมอนามัยมีเกณฑ์ Thai Stop COVID ขอให้ตลาดศึกษารายละเอียดและประเมินตนเอง อย่ารอให้ภาครัฐตรวจตลาด โดยผู้จัดการตลาด ผู้นำชุมชน เจ้าของตลาดขอให้ไปตรวจสอบประเมินตนเอง เพราะจะมีแบบสอบถามอย่างละเอียด ทั้งการคัดกรอง การลงทะเบียนผู้ค้า เราเคยเห็นว่าผู้ค้าที่เดินทางข้ามพื้นที่ ทำให้แพร่กระจายจากตลาดหนึ่งไปตลาดหนึ่ง เจ้าของตลาดและผู้นำชุมชนเข้าไปดูมาตรการ ประเมินตนเอง ช่วยให้ตลาดปลอดภัย ชุมชนปลอดภัยไปด้วย” พญ.อภิสมัยกล่าว

คุมเข้มแคมป์คนงาน

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ส่วนแคมป์คนงาน กทม.มี 409 แคมป์ บริษัทก่อสร้างที่ลงทะเบียน กับสำนักโยธาธิการมี 134 บริษัท สัปดาห์ ที่ผ่านมามีการลงสำรวจทั้งบริษัท แคมป์ และไซต์ก่อสร้าง พบว่าทุกเขตมีการก่อสร้าง บางเขตมีมากกว่า 20 แคมป์ บางแคมป์มี คนงานเกินพันคน แคมป์ที่มีคนงานหนาแน่น เช่น บางกะปิ บางเขน ลาดพร้าว ห้วยขวาง บางคอแหลม ผอ.เขตลงชี้แจงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ โยธาธิการมีการเรียก 134 บริษัท ที่ขึ้นทะเบียนมาพูดคุยหารือในการดูแลสภาพแวดล้อม สถานที่พัก แคมป์คนงาน และไซต์ก่อสร้าง ให้ดูแลความสะอาด สิ่งแวดล้อม และคนงานมีความเป็นอยู่ปลอดภัย ไม่แพร่กระจายเชื้อ และการเคลื่อนย้ายแรงงานมีการหารือเรื่องมาตรการ Bubble and Seal ถ้าไซต์และแคมป์อยู่ในที่เดียวกัน อนุญาตให้ดำเนินงาน ไม่อนุญาตข้ามพื้นที่ ถ้าต้องเคลื่อนย้ายหรือหมุนเวียนแรงงานจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งต้องขออนุญาตมายังสำนักงานเขต “ส่วนแคมป์และไซต์ก่อสร้างอยู่คนละที่ ต้องข้ามพื้นที่หรือข้ามจังหวัด กรมควบคุมโรค เสนอจัดรถรับส่งคนงานเดินทางไปกลับไซต์งานกับที่พัก อยากให้ทราบว่ามาตรการเหล่านี้ขอความร่วมมือแล้ว บางแคมป์ทำได้ดีมาก ผู้คุมแคมป์ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด บางแคมป์ทำไม่ได้ จำนวนมากต้องปิดไม่ให้เกิดการปฏิบัติงาน และระดมตรวจคัดกรอง” พญ.อภิสมัย กล่าว

โคราชดับรายที่ 11

นพ.วิญญู รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 3 ราย อยู่ในพื้นที่ อ.ขามสะแกแสง 2 ราย และอ.ครบุรี 1 ราย รวมยอดสะสม 937 ราย เสียชีวิต 11 ราย รักษาหาย 770 ราย และยังรักษาอยู่ 156 ราย ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ป่วยลำดับที่ 687 หญิงอายุ 61 ปี ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง ซึ่งเป็นผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 11 ของ จ.นครราชสีมา ไทม์ไลน์ วันที่ 22-29 เม.ย อยู่บ้านเลี้ยงหลาน วันที่ 30 เม.ย รับแจ้งลูกเขยติดเชื้อโควิด-19 (ผู้ป่วยลำดับที่ 594) แต่ผู้ป่วยไม่ได้เดินทางไปไหน วันที่ 1 พ.ค. ผู้ป่วยพร้อมลูกสาวและหลานเดินทางไปตรวจ หาเชื้อที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวและทุกคนสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน ผลครั้งแรกทุกคนไม่พบเชื้อ วันที่ 3 พ.ค. ผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ ทานยาอยู่ที่บ้านพัก วันที่ 5 พ.ค. เวลา 13.00 น. ทั้งหมดได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อซ้ำที่ ร.พ.มทส. เวลา 20.00 น. ผลยืนยันพบเชื้อ วันที่ 11 พ.ค. อาการทรุดลง จึงเคลื่อนย้ายมารักษาที่ ร.พ. มหาราช นครราชสีมา แม้ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อต้านเชื้อไวรัส แต่ยังมีอาการปอดอักเสบจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เบื้องต้นไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังมารับบริการฉีดวัคซีนโดยเร็ว

ตรังเร่งตรวจคลัสเตอร์รง.ถุงมือ

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง กล่าวขณะร่วมกับนายวิศิษฐ์ อนันต์วรปัญญา ปลัดจังหวัดตรัง, นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒน์ปานนท์ สสจ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ทั้งนี้โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 สนามกีฬาทุ่งแจ้ง ว่ากรณีคนงานของโรงงานถุงมือยาง ศรีตรังโกลฟส์ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 39 คน และยังพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยโรงงานดังกล่าวมีคนงานชาวไทยและชาวเมียนมา ประมาณ 1,600 คน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังสว็อบหาเชื้อและซักประวัติ ของผู้ป่วย การติดเชื้อกลุ่มคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยางนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์เริ่มที่จะดีขึ้นตามลำดับ “ทางจังหวัดตรังเร่งควบคุมและจำกัดวงของกลุ่มโรงงานถุงมือยาง อีกทั้งมีคนงานจำนวนมาก จึงต้องมีการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อเตรียมพร้อมในการรับตัวผู้ป่วยหากผลตรวจผู้ป่วยออกมาเป็นบวก ซึ่งสิ่งที่ต้องแก้ไขคือปัญหาแมลงวันที่รบกวน ได้ประสานร่วมกับเทศบาลนครตรังในการแก้ปัญหา ดังกล่าวแล้ว ส่วนอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้นั้นได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว สามารถรองรับผู้ป่วย ชาย-หญิง ได้ 90 เตียง”นายขจรศักดิ์กล่าว

เมืองคอนดับรายที่ 15

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ล่าสุดติดเชื้อเพิ่ม 9 ราย รวมยอดสะสมระลอกเดือนเมษายน 874 ราย รักษาหายแล้ว 696 ราย เสียชีวิต 15 ราย ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนั้นเป็นหญิงอายุ 78 ปี ติดจากหลานชายคลัสเตอร์วงพนันในงานบวช พื้นที่ ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังความเสี่ยงสูง รักษาตัวเมื่อ 3 พ.ค. มีโรคประจำตัวหลายโรค โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตฌาปนกิจแล้วที่เมรุเตาเผาความร้อนสูงที่วัดบุญนารอบ อ.เมือง โดยพระครูปลัดบวร ปวรธัมโม เจ้าอาวาส วัดบุญนารอบคอยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ และนิมนต์พระสงฆ์มาดำเนินการสวดมาติกาบังสุกุลให้ผู้เสียชีวิตขณะเผา ขณะที่ สสจ.นครศรีธรรมราช แจ้งว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยไม่ห่างจากตลาดสดหัวอิฐที่มีผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์แม่ค้าจำนวนมาก พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากตลาดสดหัวอิฐเป็นพื้นที่เสี่ยง ให้เพิ่มความ ระมัดระวังหากมีอาการป่วย และอาการที่เข้าข่าย เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ให้รีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ที่น่าเป็นห่วงคือมีพนักงานจากโรงงานแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดเดินทางเข้ามากว่า 50 คน สสจ.นครศรีธรรมราช ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์นี้อยู่อย่างใกล้ชิดแล้ว

ผู้ว่าฯ แปดริ้วสั่งปิดโรงงาน

นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา ออกคำสั่งปิดสถานที่ บ.ยูเนี่ยนโซติรุชิ จำกัด ในพื้นที่อำเภอบางปะกง ซึ่งพบพนักงานของบริษัทติดเชื้อหลายราย หวั่นเกิดคลัสเตอร์ภายในโรงงาน จึงมีคำสั่งให้ปิดพื้นที่มีความเสี่ยงเป็นการชั่วคราว พร้อมให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจเชิงรุกกับพนักงานของบริษัทอย่างเร่งด่วน ต่อมาเวลา 11.00 น. จนท.สาธารณสุขและอาสากู้ภัยฉะเชิงเทรา นำศพผู้เสียชีวิตจาก โควิด-19 จำนวน 2 ราย เป็นชาย นับเป็นศพที่ 9 และ 10 ของ จ.ฉะเชิงเทรา มาทำพิธีทางศาสนา สำหรับศพที่ 9 นั้นได้ทำพิธีที่วัดเขาดิน อ.บางปะกง และ ศพที่ 10 นำไปเผาที่ เมรุวัดโสธรฯ จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ภาพรวมยอดผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง มียอดสะสมรวม 1,496 ราย แบ่งเป็น สะสมในจังหวัด 873 ราย สะสมในเรือนจำ 623 ราย กำลังรักษา 964 ราย รักษาหาย 522 ราย เสียชีวิต 10 ราย

อนุมัติสระแก้วเพิ่มวันเปิดด่าน

นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผวจ.สระแก้ว เสนอ ศบค. ขออนุมัติให้เพิ่มจำนวนวันเปิดด่านเพื่อนำคนไทยทั้งหมดเข้าประเทศและ รับการรักษาในฝั่งไทยทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ วันละ 100 คน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 31 พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่ง ศบค.ได้เห็นชอบตามที่จังหวัดสระแก้วเสนอ ทำให้สัปดาห์หน้าจะมีคนไทยทั้งที่ป่วยและไม่ป่วยเดินทางข้ามแดนเข้ามา ประมาณ 500 คน ด้านนพ.ประภาส ผูกดวง สสจ.สระแก้ว เปิดเผยถึงข้อมูลผู้ติดเชื้อ COVID-19 ของคนไทยที่ข้ามแดนผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-28 พ.ค. 2564 ว่า มีคนไทยข้ามแดนมาทั้งหมด จำนวน 860 ราย ติดเชื้อ 250 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.07 ซึ่งในผู้ที่เดินทางข้ามแดนมาถ้าไม่มีอาการป่วยก็จะถูกส่งไปศูนย์กักตัวเพื่อสังเกตอาการ (Local Quarantine) ตรวจหาเชื้อเป็นระยะตามห้วงเวลาที่กำหนด ในจำนวนนี้พบติดเชื้อ 160 คน คิดเป็นร้อยละ 18.60 สำหรับกรณีผู้ป่วยคนไทยที่ถูกส่งต่อข้ามแดนเพื่อการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 90 ราย พบว่าติดเชื้อถึงร้อยละ 10.47 นพ.ราเชษฎ เชิงพนม ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอรัญประเทศ เปิดเผยว่า กลุ่ม คนไทยที่ลงทะเบียนแจ้งมาว่าป่วยช่วงนี้จะมาต่อเนื่องทุกวันเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 7-30 คน ก่อนหน้านี้จะถูกกักที่ศูนย์กักกัน ผู้ป่วยคนไทยแล้วทางกัมพูชาจะจัดรถรับ-ส่งคนกลุ่มนี้มายังบริเวณหน้าด่านมาถึงช่วงเย็น ค่ำ หรือบางทีก็ดึก ทำให้ต้องจัดเจ้าหน้าที่ไปรอรับชุดละประมาณ 10 คน ทั้งประสานงาน คัดกรอง ตรวจหาเชื้อ และเจ้าหน้าที่แล็บ จากการตรวจหาเชื้อพบว่ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ จะพบเชื้อต้องเข้ารับเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที แต่หากมีอาการเล็กน้อยก็จะถูกส่งไปโรงพยาบาลชุมชนในระดับรองลงมาและหากอาการดีขึ้นก็จะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา (สน.ปทก.) แจ้งว่ามีคนไทยกำลังป่วยอยู่ในศูนย์กักกันฝั่งกัมพูชาอยู่ห่างจากชายแดน ประมาณ 4 ก.ม. จำนวน 591 คน

เร่งตรวจ – เจ้าหน้าที่เร่งตรวจคัดกรองพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ล่าสุดพบติดเชื้อแล้วเกือบ 400 ราย เมื่อวันที่ 30 พ.ค.

สระบุรีรง.แปรรูปไก่ติดอื้อ

นายแมนรัตน์ รันตนสุคนธ์ ผวจ.สระบุรี แจ้งผลการดำเนินการตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ อ.แก่งคอย มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 5,862 คน ตรวจแล้ว 3,400 คน ทราบผลตรวจ 2,299 คน พบผู้ติดเชื้อ จำนวน 391 คน เป็นชาวกัมพูชา 240 คน ชาวไทย 151 คน อยู่ใน จ.สระบุรี 349 คน (กัมพูชา 240 คน ชาวไทย 109 คน) เดินทางไป-กลับต่างจังหวัด 42 คน (ชาวไทยทั้งหมด) นำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่ และจัดตั้งร.พ.สนามขึ้น ณ ค่ายลูกเสือเจ็ดคต- โปงก้อนเส้า อ.แก่งคอย สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ ได้ประมาณ 160 ราย พร้อมเตรียมตั้งร.พ.สนาม ในพื้นที่ของโรงงาน สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ประมาณ 400 ราย เบื้องต้นบริษัทปิดสายการผลิตชั่วคราว เพื่อทำความสะอาด ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ถึง 3 มิ.ย. ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก CPF โพสต์ชี้แจงกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี ความว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ จ.สระบุรี ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานในระดับสูงสุด และให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจเชิงรุกเพื่อค้นหา ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งได้รับการยืนยันว่า มีพนักงานติดเชื้อจํานวนหนึ่ง โรงงานจึงได้ดำเนินการ ดังนี้ ตรวจคัดกรองพนักงานทั้งหมดทุกคนและส่งตัวผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษา แยกผู้เสี่ยงสูงเข้ากักตัวในสถานที่ ที่สาธารณสุขจัดให้เป็นเวลา 14 วัน พร้อมตรวจยืนยันโรค 2 ครั้ง ส่วนผู้เสี่ยงต่ำให้กักตัวที่บ้านสังเกตอาการตลอดช่วง 14 วันเช่นกัน โดยปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งนี้ พนักงานผู้ติดเชื้อเป็นผู้ปฏิบัติงาน ในส่วนที่ไม่ได้สัมผัสผลิตภัณฑ์อาหารโดยตรง และในขณะปฏิบัติหน้าที่ทุกคนจะสวมชุดฟอร์ม หน้ากากอนามัยและผ้าปิดปากปิดจมูกอย่างมิดชิด ซึ่งช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อลงได้มาก ด้านสถานที่ ได้หยุดการดำเนินงานในพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อปฏิบัติงานทันที เป็นเวลา 5 วันและทําความสะอาด Big Cleaning พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทันที ตามมาตรการของกระทรวง สาธารณสุข

โคราชจองซิโนฟาร์ม 1 แสนโดส

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เผยความคืบหน้าการสั่งจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ล่าสุดได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา โดย นพ.สันติยืนยันได้เร่งรัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) แบ่งเบากระทรวงสาธารณสุข ตนก็ส่งหนังสือหารือและชี้แจงความจำเป็นเร่งด่วนการช่วยจัดหาวัคซีน ซึ่งมี หลายพื้นที่ก็ได้ดำเนินการเช่นกัน โดยยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขและไม่แสวงหากำไร ทั้งนี้ นายก อบจ.นครราชสีมา ก็เตรียมงบไว้หากปลดล็อกสามารถจัดซื้อได้ทันที ซึ่งวัคซีน มีต้นทุนโดสละ 17 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาท โดยสั่งจอง 1 แสนโดส นพ.สันติระบุวัคซีน ซิโนฟาร์มจะได้ประมาณวันที่ 20 มิ.ย.นี้ นพ.นรินทร์รัชต์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรร วัคซีนว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป ชาวโคราช ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าอย่างแน่นอน กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการจัดส่งมาให้เป็นระลอกๆ ตามรายสัปดาห์และหลักการของ ศบค. เน้นความสำคัญของพื้นที่ เช่นความ รุนแรงของโรค แหล่งท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ภาคธุรกิจฯ เป้าหมายของ จ.นครราชสีมา มีประชากรอายุเกิน 18 ปี จำนวนประมาณ 1,800,000 คน ขณะนี้ได้ฉีดไปแล้วประมาณ 1 แสนโดส ซึ่งวัคซีนเข็มแรกจะฉีดครอบคลุมและเสร็จสิ้นประมาณเดือนกันยายนนี้

งดฉีดหญิงกินยาคุม

ด้าน นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ (ความ รับผิดชอบต่อสังคมและสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้มีการไลฟ์สดคุยกับพญ.สิรยา กิติโยดม สุตินารีแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เรื่องกรณีหญิงที่กินยาคุม จะสามารถฉีดวัคซีน ได้หรือไม่ ซึ่งพญ.สิรยาระบุว่า สำหรับหญิงที่กินยาคุม จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันสูงกว่าหญิงที่ไม่กินยาคุม เพราะมีฮอร์โมนบางอย่างที่ไปกระตุ้นการทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนว่าการฉีดวัคซีนจะส่งผลมากน้อยเพียงใดต่อผู้หญิงที่กินยาคุม มีเพียงบางประเทศในแถบยุโรปที่ออกมาเตือนให้ ผู้หญิงที่กินยาคุม งดการฉีดวัคซีนไปก่อนจนกว่ายาคุมจะหมดเวลาออกฤทธิ์ ซึ่งกินระยะ เวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้นในประเทศไทย หากท่านที่กินยาคุมอยู่แล้วรู้สึกไม่สบายใจ ก็ขอให้งดการฉีดวัคซีนไปก่อนได้ หรือหากอยากจะฉีดวัคซีน ก็อาจจะใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นแทนไปก่อน

ฉีดวัคซีน – คุณทวดอำนวย คล้ายอุดม อายุ 100 ปี ให้จนท.ฉีดวัคซีนซิโนแวคป้องกัน โควิด พร้อมกับภรรยา อายุ 90 ปี โดยมีลูกหลานไปให้กำลังใจจำนวนมาก ที่บ้านพักใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 30 พ.ค.

ตาอายุ 100 ปีฉีดซิโนแวค

นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย นายอภิเดช พรหมคุ้ม สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย และทีมแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลเกาะสมุย และ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุย เดินทางไป ที่บ้านของนายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี บนเกาะสมุย เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 เข็มแรกให้กับนายอำนวย คล้ายอุดม อายุ 100 ปี และนางสมศรี คล้ายอุดม อายุ 90 ปี บิดามารดาของรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งการฉีดวัคซีนครั้งนี้เป็นความสมัครใจของนายอำนวยและนางสมศรี ที่ต้องการฉีดวัคซีนซิโนแวคเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานที่มีลูกหลานมาคอยให้กำลังใจ และหลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วคุณตาและคุณยายทั้ง 2 คน ปลอดภัยไม่มีผลกระทบข้างเคียงแต่อย่างใด สำหรับวัคซีนที่ใช้ฉีดครั้งนี้ เป็นวัคซีนซิโนแวค เป็นวัคซีนเพื่อเศรษฐกิจของเกาะสมุย นายสุทธิพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้เกาะสมุยเป็นพื้นที่สีเขียวไม่พบการติดเชื้อมาแล้ว 15 วัน และวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อระดับอำเภอ ได้ออกฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดแขก หัวถนน หรือชุมชนบ้านหัวถนน ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอีกแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย เพื่อให้ ทุกคนเข้าถึงการฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดความรุนแรงการแพร่ระบาด และยังเป็นการ ลดการป่วยและการเสียชีวิต “อีกทั้งเพื่อเป็นการประกาศให้นักท่องเที่ยว ได้รับทราบว่าเมื่อจะเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะสมุย จะมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะฉีดวัคซีนทั้งหมู่บ้านแล้ว อนาคตจะทยอยฉีดวัคซีนเพื่อให้ครอบคลุมในทุก กลุ่มในพื้นที่ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้ง” นายสุทธิพงศ์กล่าว

อบจ.อยุธยาจ่อซิโนฟาร์ม

นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เป็นเมืองท่องเที่ยว มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กว่า 2,000 โรง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา สร้างผล กระทบต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางอบจ. พระนครศรีอยุธยา ได้จัดสรรงบประมาณ ในการป้องกัน และจัดสร้างห้องผู้ป่วยแยกโรค รวมถึงเครื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับ โรงพยาบาลต่างๆ ในการดูแลรักษาผู้ป่วย โควิด-19 มาโดยตลอด ในเรื่องของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมทั่วถึงรวดเร็ว จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ที่สุด หากรัฐบาลอนุญาตให้ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนได้ ทางคณะผู้บริหาร ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมที่จะนำเรื่องเข้าสู้ที่ประชุมสภา อบจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจัดสรรงบประมาณ จัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำมาฉีดให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา หากประชาชนได้รับวัคซีนทุกคน ก็จะสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการ ดำเนินชีวิตให้กับประชาชนได้ สร้างความเชื่อมันให้กับนักลงทุน การท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะฟื้นตัวได้รวดเร็วด้วย

อบจ.ตรังเตรียมจอง 8 หมื่นโดส

นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เปิดเผยว่า ตนเตรียมจองวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ล็อตแรก 80,000 โดส มาให้ชาวตรัง ซึ่งวัคซีนตัวนี้ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ อย.อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นวัคซีนตัวหนึ่งที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และเป็นหนทางที่สามารถช่วยกระจาย วัคซีนให้ชาวตรังได้อย่างทั่วถึงและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ องค์กรพร้อมทำงานบูรณาการร่วมกับทางจังหวัดตรังและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ตนเห็นว่า เรื่องนี้ช้าไม่ได้ หากมหาดไทยปลดล็อกระเบียบต่างๆ อนุญาตให้ท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ได้ ตนพร้อมที่จะทำทันที

อบจ.ชลบุรีทุ่ม 500 ล.ซื้อวัคซีน

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวถึงกรณีการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนว่า อบจ.ชลบุรี มีเงินจ่ายขาดเงินสะสมประมาณ 1,000 ล้านบาท หากจะจัดซื้อวัคซีน 500 ล้านบาท อบจ.ชลบุรี ก็มีความพร้อม อย่างไรก็ตามทางกระทรวงมหาดไทยจะต้องอนุญาต หรือปลดล็อกกฎระเบียบให้มีการซื้อวัคซีนได้ ที่สำคัญกว่าคือ มีของพร้อมให้ซื้อหรือไม่ นายวิทยากล่าวต่อว่า เพราะวัคซีนทางเลือกนี้ ท้องถิ่นหลายที่ก็พร้อมจะซื้อเหมือนกับเรา ทำให้วัคซีนมีความต้องการอย่างมาก จนคาดว่า การนำเข้าวัคซีนจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงยังต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายอีก นายวิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีเมืองพนัสนิคม กล่าวว่า ตนได้มีการประชุมสภาเทศบาลเมืองพนัสนิคมสมัยที่แล้ว และได้อนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อซื้อวัคซีน แต่ปรากฏว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือชี้แจง มาว่าไม่สามารถจัดซื้อได้ นอกจากนี้ กระทรวง มหาดไทยยังได้อ้างว่าหนังสือของผู้ตรวจ การแผ่นดินอีกด้วย ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดซื้อวัคซีนได้

เลื่อนพิจารณาซิโนแวคเป็นมิ.ย.

กรณี เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ขอข้อมูลเพิ่มเติมของวัคซีนซิโนแวค ไบโอเทค จากประเทศจีนทั้งเรื่องความปลอดภัยของการฉีดวัคซีน และขอข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตของซิโนแวค เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ WHO เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า จะอนุญาตให้ฉีดวัคซีนโควิดของจีนชนิดนี้ ข่าวแนะนำ โดยมีการเปิดเผยเอกสารการประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค ว่าสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ที่ระดับ 67% ตามที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบ เอกสารประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัย ของวัคซีนโควิด-19 โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (SAGE) ด้านการฉีดวัคซีน ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ ได้อัพเดตสถานะในส่วนของวันที่จะมีการตัดสินใจอนุมัติ เพื่อใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉินให้ออกไปเป็นต้นเดือนมิ.ย.แล้ว จากกำหนดเดิมที่กำหนดไว้ ภายในเดือนพ.ค.นี้

โควิดคุกบางขวางพุ่ง 1,350 ราย

ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศบค.รท.) เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.00 นาฬิกา) มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,902 ราย รักษาหาย 1,140 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 14,714 ราย จากการตรวจสอบการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขังยืนยันว่าเรือนจำ 116 แห่ง ไม่มีผู้ติดเชื้อ และได้ปรับมาตรการห้องกักกันโรคขึ้น ส่วนเรือนจำที่พบการแพร่ระบาดได้พ้นสภาวะ แล้ว 2 แห่ง คือ เรือนจำกลางเชียงใหม่และเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ส่วนอีก 8 แห่ง ในเขต กรุงเทพฯ และนนทบุรี มีจำนวนผู้หายแล้วเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คงเหลือเพียง 3 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดสงขลา เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา และทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางที่ยังอยู่ในระหว่าง การจัดระบบโรงพยาบาลสนาม สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับการรายงานยอดผู้ติดเชื้อของ ศบค.รท.ที่มีความแตกต่างจากยอดของ ศบค.นั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่าได้มีการประสานกับกรมควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการปรับระบบการจัดเก็บข้อมูล รูปแบบข้อมูล และระยะเวลาในการจัดส่งข้อมูล เพื่อให้รายงานสอดคล้องและเป็นไปในแนวทาง เดียวกับ ศบค.ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้พบผู้ต้องขัง ติดโควิดรายใหม่ 5 เรือนจำ คือเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดจำนวน 1,350 ราย มากสุดในวันนี้ รองลงมาคือเรือนจำกลางคลองเปรม 399 ราย เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา 56 ราย ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ 55 ราย และเรือนจำจังหวัดสงขลา 42 ราย

วิษณุชี้มท.แก้ระเบียบได้เอง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ กรณี อบจ.หลายจังหวัดต้องการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด – 19 โดยใช้งบของตัวเอง เพื่อนำ ไปฉีดให้ประชาชนในจังหวัด แต่ติดที่ระเบียบบางข้อทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ว่า อบจ.ควรไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย ถึงระเบียบ ที่ติดขัด เท่าที่ทราบกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาระเบียบที่ติดขัด คือเรื่องการใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีข้อกำหนดไว้ว่าสามารถนำเงินไปใช้ในการพัฒนาหรือเรื่องอื่นใดได้บ้าง แต่ไม่ได้เขียนเผื่อ ให้นำไปจัดซื้อวัคซีนได้ เนื่องจากยังไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น เพราะรัฐบาลมีหน้าที่จัดซื้อวัคซีนเพื่อป้องกันโรคให้ประชาชน ดังนั้นกระทรวงมหาดไทย ที่มีคณะกรรมการรับผิดชอบ ตรงนี้อยู่แล้ว สามารถพิจารณาและแก้ไขได้เอง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากครม. ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอให้เปิดช่องอปท.ติดต่อซื้อวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตได้โดยตรง นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้องการขายให้หน่วยงานภาครัฐ ทำให้อปท.ยังไม่สามารถติดต่อขอซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง แต่ถ้าต้องการจะจัดซื้อในช่วงนี้ สามารถติดต่อ กับหน่วยงาน เช่น ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้

เพชรบุรีล็อกดาวน์เพิ่ม 4 ตำบล

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในจังหวัดเพชรบุรี วันนี้ (30 พ.ค.64) มียอดผู้ติดเชื้อ จำนวน 754 ราย รวมยอดสะสม 5,191 ราย ยังครองแชมป์เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย ในส่วนของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม จังหวัดเพชรบุรีมีการประกาศล็อกดาวน์ พื้นที่ใกล้เคียงซึ่งพบการแพร่ระบาดคลัสเตอร์ใหม่ เพิ่มอีก 4 ตำบล ในอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย ตำบลเขาย้อย ตำบลหนองชุมพล ตำบลหนองชุมพลเหนือ และตำบลห้วยโรง อีกทั้งยังมีการเพิ่มจุดตรวจจุดสกัดทั้ง 4 ตำบล รวม 14 จุด เพื่อป้องกันการ ขนย้ายกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงเข้า-ออก ในพื้นที่อีกด้วย

แปดริ้วยาต้านไวรัสใกล้หมด

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า จากการที่ได้ร่วมปรึกษา พูดคุยกันกับทาง นพ.มณเทียร คณาสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ฉะเชิงเทรา (สสจ.) พร้อมด้วย ผอ.โรงพยาบาลหลายแห่ง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ในการร่วมมือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับข้อมูลว่า ขณะนี้ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาต้านไวรัสที่นำมาใช้ในการรักษาโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เริ่มมีปริมาณเหลือน้อยลงมากแล้ว เนื่องจากได้รับการจัดสรรมาให้ในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยมาก สวนทางกันกับจำนวนของผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้มีมากกว่า 1 พันรายแล้ว จึงอยากวิงวอนขอให้ทางรัฐบาลได้ช่วยจัดสรรยาฟาวิพิราเวียร์ ส่งมาให้แก่ทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มเติม นอกจากนี้อยากให้ช่วยปรับปรุงแก้ไขข้อกำหนด เพื่อให้ อปท.สามารถจัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์และวัคซีนป้องกันโรคโควิด- 19 ได้เอง ซึ่งตน นั้นยินดีที่จะให้การสนับสนุนในการจัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ จัดซื้อ มาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน