อานนท์ขอบคุณ ทุกกำลังใจที่ให้ ไมค์ยัน-สู้ต่อไป
ได้ประกันตัวทั้ง 2 สำนวนคดี‘จัสติน’พ้นคุกคนล่าสุด ศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยหลักทรัพย์สำนวนละ 2 แสนบาท วางเงื่อนไขแบบเดียวกันกับผู้ที่ได้ประกันตัวคดี 112 ก่อนหน้านี้ และมาศาลตามนัดโดยเคร่งครัด หากผิดสัญญาให้ปรับ 200,000 บาท ด้าน‘ไมค์-อานนท์’ยืนยันเป็นคนเดิม เดินหน้าสู้ต่อ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ศาลอาญากรุงเทพมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน ผู้ต้องหาที่ 2 ในชั้นพิจารณาคดีหมายเลขดำ อ.841/2564 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ เป็นจำเลยที่ 1 นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน เป็น จำเลยที่ 2 คดีความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ตามป.อาญา มาตรา 112 ภายหลังมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา ทั้งนี้ ศาลตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีลักษณะเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทำลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้อง, ไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และมาศาลตามนัด โดยเคร่งครัด หากผิดสัญญาให้ปรับ 200,000 บาท และแต่งตั้งให้นางชลิตา บัณฑุวงศ์ เป็นผู้กำกับดูแล มีหน้าที่สอดส่องดูแลนายชูเกียรติ จำเลยที่ 2 ให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด หากพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเป็นการผิดเงื่อนไขให้รายงานให้ศาลโดยเร็ว ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายชูเกียรติ หรือจัสติน จำเลยที่ 1 ในชั้นพิจารณา คดีหมายเลขดำ อ.372/2564 ที่คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย ชูเกียรติ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน คดีความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ป.อ.มาตรา 112 หลังมี ผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา ทั้งนี้ ศาลตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามจำเลยที่ 1 กระทำการใดในลักษณะเป็นที่เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมใด การชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด หากผิดสัญญาให้ปรับ 200,000 บาท โดยแต่งตั้งนางชลิตาเป็นผู้กำกับดูแลจำเลยที่ 1 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เผยว่า สำหรับคดีที่ศาลอาญาธนบุรีนี้เป็นคดีที่ปัจจุบันตัวจำเลยอยู่ในอำนาจคุมตัวของศาลยุติธรรมคดีสุดท้ายจาก 3 คดี ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลอาญา เเละศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาให้ประกันไป เท่ากับว่านายชูเกียรติจะได้รับการปล่อยชั่วคราวในวันเดียวกันนี้ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 21.35 น. วันที่ 1 มิ.ย. นายอานนท์ นำภา และ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จากคดีวันที่ 19 กันยา หลังถูกขังระหว่างพิจารณาคดีมา 113 วันและ 86 วันตามลำดับ โดยมีมวลชนไปรอรับ และครอบครัวได้นำดอกกุหลาบไปมอบให้ นายอานนท์กล่าวว่า พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป ภารกิจข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อก็ยังเหมือนเดิม ความเข้มแข็งของการต่อสู้ในช่วงที่อยู่ในคุกและของคนที่อยู่ข้างนอกเป็นแรงผลักดันให้พวกเราได้ตระหนักว่า บ้านเมืองเรามีปัญหาจริงๆ และเราก็จะร่วมกันต่อสู้เพื่อสู่เส้นชัย ให้มันจบที่รุ่นเรา ด้านนายภาณุพงศ์กล่าวว่า ไมค์ยังเป็นไมค์ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ไม่เปลี่ยนได้ อยู่ข้างในข้างนอกยังเป็นนักต่อสู้เหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนเราไปได้ ไม่ได้หงอเหมือนกัน ร่างกายไมค์เป็นปกติ แต่ต้องกักตัวให้ครบ 28 วัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเชื้อมีการหลบซ่อนอีกหรือเปล่า ต้องกักตัวให้ครบตามที่กำหนด การเคลื่อนไหวมีแน่นอน แต่เราต้องขอกลับไปตามข่าวที่เราไม่ได้รับ ขณะที่อยู่ในเรือนจำติดตามการทำงานต่างๆ พยายามจะตามข่าวให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าเราไม่เปลี่ยนไป ไม่สร้างเพดานให้ตัวเอง เราจะรักษาความเป็นไปได้ของข้อเรียกร้องเรา ต่อไป ไม่สร้างอะไรมากั้นพวกเรา อุดมการณ์เดิม เหมือนเดิม นายอานนท์กล่าวด้วยว่า อาหารมื้อแรก ก็คงจะไปกินลาบ ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ของมธ.ที่ดูแลเป็นอย่างดี ขอบคุณคุณหมอที่ราชทัณฑ์ที่ช่วยวินิจฉัยว่าเป็นโควิดและลงปอด รีบส่งมาที่นี่ ติดคุก 4 เดือน ติดโควิด 1 เดือน ก็คุ้มค่า หายขาดแล้ว แต่คงพักฟื้นระยะหนึ่ง เพราะโควิดลงปอดทั้ง 2 ข้าง “ผมได้ติดตามข่าว เวลาผมเห็นภาพ พี่น้องที่ต่อสู้ ทั้งรีเดม ทั้งป้าๆ ทำให้ตื้นตัน เรารู้ว่ามีกล้องวงจรปิดจับอยู่ ก็ต้องไปเข้าห้องน้ำ มันน้ำตาซึม ทำให้คนข้างในมีกำลังใจมากขึ้น อยากให้พี่น้องติดตามเพื่อนเราอีก 2 คนคือจัสติน คือ ได้ประกันตัวคดีแรก เหลืออีก 2 คดี และน้องแซม สาแมท น้องเขาไม่มีสัญชาติไทย เขาตกหล่น ต้องรีบประกันตัวออกมา เพราะก็ติดโควิดเช่นกัน”นายอานนท์กล่าวและว่า คดีของกลุ่มราษฎรก็ใช้กองทุนและประกันตัวออกมา เรายืนยันว่าจะประกันตัวออกมาให้หมด ร่วมต่อสู้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เส้นชัยอยู่ข้างหน้า หลังจากที่ทั้ง 2 คนได้ให้สัมภาษณ์เสร็จ ประชาชนที่มารอรับได้ร่วมกันร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ให้กับทั้ง 2 คน ก่อนจะเข้าไปทักทาย ขอถ่ายภาพด้วย จากนั้นทั้ง 2 คนก็ขึ้นรถออกไป วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และนางกัญญา ธีรวุฒิ มารดาของนายสยาม ธีรวุฒิ สองนักกิจกรรมทางการเมืองที่หายตัวไปขณะลี้ภัยในต่างแดน เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้ากับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อกรณีการหายตัวของ ผู้ลี้ภัยทางการเมือง น.ส.สิตานันกล่าวว่า ที่มาในวันนี้ มาเพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่วันเฉลิมหายไป ซึ่งจะครบ 1 ปี ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ และ ทางรัฐต้องมีคำตอบให้เราว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราก็อยากทราบเหมือนกัน ไม่ใช่ทางรัฐจะทำตัวนิ่งเฉย วันเฉลิมหายไปจากกัมพูชาจริง ทั้งๆ ที่เรามีหลักฐานเต็มมือ จึงอยากฝากให้ดีเอสไอ ช่วยทำคดีนี้อย่างเร่งด่วน แม้จะได้ยินคำอธิบายจากปากของท่านอธิบดี เราก็อยากจะให้เวลาท่านทำงาน และดูในสิ่งที่ท่านพูดจะเป็นจริงตามที่ท่านรับปากหรือไม่ ด้านตัวแทนครอบครัวของนายสยาม ระบุว่า ในวันนี้มายื่นหนังสือในกรณีที่สยาม ธีรวุฒิ หายตัวไป อยากให้ทาง DSI ดำเนินการเรื่องสยาม ธีรวุฒิ แม้จะไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่ก็อยากให้ดีเอสไปช่วยเหลือกรณีสยามด้วย เพราะว่าผ่านมาแล้ว 2 ปีตั้งแต่ปี 2562 ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าที่ชัดเจน และไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกว่านายสยามยังอยู่หรือไม่อยู่แล้ว