14โรงพัก-ผวาซุ่มโจมตี
มทภ.4แจงปืนชรบ.หาย

ปัตตานีป่วนอีก คนร้ายบุกเผาทำลายกล้องวงจรปิด ในพื้นที่อ.ทุ่งยางแดง และอ.ยะรัง รวม 12 จุด พร้อมทิ้งใบปลิวเตือนชาวบ้านห้ามให้ใช้พื้นที่ติดตั้งวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่ผู้การปัตตานี สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังขั้นสูงสุด หวั่นคนร้ายใช้โอกาสสร้างสถานการณ์ ส่วนที่นราธิวาส ผู้ว่าฯ-แม่ทัพภาค 4 แถลงกรณีปืนอส.หาย สรุปหายไป 26 กระบอกได้คืนแล้ว 6 อยู่ระหว่างติดตามอีก 20 กระบอก ยันหากพัวพันถึงใครจะดำเนินคดีเด็ดขาด

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 3 มิ.ย. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิด ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.ทุ่งยางแดง และ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รวม 12 ตัว โดยในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง คนร้ายลอบวางเพลิง 6 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านตะโละแมะนา 2 ตัว (เผาทำลาย) จุดที่ 2 ชรบ.ม.4 ต.ตะโละแมะนา 1 ตัว (เผาทำลาย) จุดที่ 3 แยกปลาส้ม ต.ตะโละแมะนา 2 ตัว (เผาทำลาย) จุดที่ 4 หน้าบ้านนายมะไซดี ต.ตะโละแมะนา 1 ตัว (เผาทำลาย) จุดที่ 5 รอยต่อทุ่งยางแดงโสร่ง ต.ตะโละแมะนา 2 ตัว (เผาทำลาย) และจุดที่ 6 แยกปอเนาะปาบอลี ต.น้ำดำ 2 ตัว (สูญหาย 1 ตัว เผาทำลาย 1 ตัว) รวมทั้งสิ้น 10 ตัว นอกจากนี้ยังลอบวางเพลิงในพื้นที่ สภ.โสร่ง อ.ยะรัง ซึ่งเป็นรอยต่อของ อ.ทุ่งยางแดง อีก 2 ตัว รวมทั้งสิ้น 12 ตัว

นอกจากนี้ในบริเวณจุดเกิดเหตุคนร้ายยังโปรยใบปลิวทั่วบริเวณ โดยพบมีข้อความพิมพ์ภาษามลายูอักขระยาวี มีความหมายว่า “หากท่านยังให้ยูนิตแก่เจ้าหน้าที่เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิด ทางเราจะไม่รับรองความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของท่าน”

จากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่าในหลายพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดมาจากหลายหน่วยงานมาก ทั้งของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งของหน่วยงานตำรวจที่ติดตั้งอาศัยไฟและสัญญาญไวไฟจากบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีการติดตั้ง

พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ มีคำสั่งด่วนไปยัง 14 โรงพักของจังหวัดปัตตานี ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการป้องกันฐานที่มั่นอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากคนร้ายมุ่งทำลายกล้องวงจรปิด คาดเพื่อเตรียมก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฐานที่มั่น และจุดตรวจจุดสกัด ที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ เน้นย้ำให้ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจ จุดสกัด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังออกนอกที่ตั้ง ทั้งเส้นทางหลัก และเส้นทางรอง ขึ้นหอสูง เพื่อเฝ้าป้องกันการโจมตี นอกจากนี้เน้นย้ำให้ทาง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมทั้งชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บพยานหลักฐาน ทั้งดีเอ็นเอและพยานหลักฐาน เพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง ที่มีการลอบเผากล้องวงจรปิดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่หลบซ่อนตัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถกระจายกำลังเข้า ก่อเหตุได้ในหลายจุดพร้อมกัน

สำหรับกรณีปืนอส.จ.นราธิวาสหายไปนั้น ที่ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายเจษฎา เจตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมแถลงข่าว กรณีอาวุธปืนเล็กยาว ขนาด 4.56 ม.ม. รุ่นเอเค 102 ของกองร้อย อส.อ.เมืองนราธิวาส 28 กระบอก สูญหายตามที่ปรากฏเป็นข่าว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดตั้งกรรมการสอบโดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผวจ.เป็นประธาน ซึ่งสรุปผลดังนี้ ตรวจสอบพบว่า 2 กระบอกไม่ได้สูญหาย แต่เป็นกรณีหลงผิดทางธุรการ จึงมีปืนที่สูญหายไป 26 กระบอก และได้กลับมาอยู่ในความดูแลของรัฐแล้ว 6 กระบอก ซึ่งได้จากการตรวจค้น จับกุมผู้กระทำความผิด ยังเหลือปืนอีก 20 กระบอกที่ยังสูญหาย ซึ่งจังหวัดกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงของการสูญหายเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ชัดเจน ถูกต้อง

ด้านพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ มทภ.4 กล่าวว่า ในกระบวนการสอบสวน กำชับไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ให้สืบสวนสอบสวนทุกระดับชั้น ที่สงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับปืนหายอย่างตรงตรงไปมา สอบให้ถึงผู้เกี่ยวข้อง ไม่จะเป็น ผู้เบิกจ่ายอาวุธปืน ผู้ดูแล หรือผู้นำอาวุธปืนไปใช้ รวมถึงผู้รับผิดชอบ หากผลสอบตรวจพบเจ้าหน้าที่คนไหนเกี่ยวข้องกับกรณีปืนราชการหาย จะต้องถูกลงโทษ ทั้งทางวินัย และดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้กำชับทุกพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ ปกครอง ให้ตรวจสอบอาวุธปืน และยุทโธปกรณ์ ทางราชการ เข้มงวด ร่วมถึงอาวุธปืนทางราชการ ที่อยู่กับ กำนัน ผู้ใหญ่ และ ชรบ.ทุกแห่ง ให้ตรวจเช็กอย่างเข้มงวด ต้องเคร่งครัดระเบียบวินัย เพื่อป้องกันไม่ให้ปืนหายในลักษณะนี้อีกเด็ดขาด และกำชับกำลังพล ชคต.หรือชุดความปลอดภัยประจำตำบล ที่เป็นจุดปฏิบัติการร่วมในพื้นที่ ทุกตำบลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วางกำลังให้เต็มอัตรา ไม่ประมาทฝ่ายตรงข้ามและพร้อมปฏิบัติ สับเปลี่ยนกำลังดูแลพื้นที่ 24 ช.ม. นอกจากกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่เข้าแผนปฏิบัติการตามมาตรการรักษาความสงบในพื้นที่ และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอยู่แล้ว

เผา12จุด – กลุ่มคนร้ายลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิด 12 จุดในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมทิ้งจดหมายระบุหากใครให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการติดตั้งกล้อง จะไม่รับรองความปลอดภัยในทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน