อสส.สั่งฟ้องวิรัช
คดีสนามฟุตซอล

‘ศักดิ์สยาม’ ยันสัมพันธ์ ‘บิ๊กตู่-พรรคภูมิใจไทย’ ไม่มีปัญหา ซัดคนปูดข่าวปรับ ‘อนุทิน’ พ้นเก้าอี้ รมว.สาธารณ สุข กมธ.งบฯ ประชุมนัดแรก เลือก ‘อาคม’ นั่งประธาน แต่แหกกฎ ไม่สลับให้ฝ่ายค้านเป็นรองประธานคนที่ 2 กลาโหมแจงยิบ 2 ปีถูกหั่นงบ 1 หมื่นล้าน ใช้ซื้ออาวุธ-พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแค่ 1 ใน 3 เพื่อไทยเรียกส.ส.โหวตร่างพ.ร.บ.งบฯ สวนมติพรรค ชี้แจง 8 มิ.ย. อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ‘วิรัช’ กับพวก คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล คาดส่งศาลฎีกานักการเมืองภายในเดือนนี้

ภท.โต้ปรับ‘อนุทิน’พ้นสธ.-ยันหนึบตู่

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ ของพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพรรคภูมิใจไทย ภายหลังส.ส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 อย่างดุเดือด รวมถึงการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่นายกฯรวบอำนาจการแก้ไขปัญหาว่า ยืนยัน ไม่มีปัญหาอะไร ความสัมพันธ์ทุกอย่าง ยังเหมือนเดิม

ในส่วนที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทยอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เป็นการชี้ให้เห็นถึงการทำงาน พรรคอื่นก็พูดกันทุกพรรค ที่ผ่านมาทุกเรื่องส.ส.พรรคภูมิใจไทย มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่างๆ เป็นเรื่องปกติ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เปิดกว้างให้ส.ส.ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาแต่ละเรื่องคืออะไร แต่การโหวตก็เป็นไปตามมติพรรค เห็นได้ว่าไม่มีแตกแถว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายกฯจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) พ้นจากตำแหน่งรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ตนก็ได้ยินมาจากข่าว แต่เรื่องจริงนายกฯ กับพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหาอะไรกันเลย ต้องไปถามคนปล่อยข่าวว่าเขาต้องการอะไร

กมธ.งบเลือก‘อาคม’นั่งประธาน

เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น 4 อาคารส่วนกลาง รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2565 สภาผู้แทนราษฎร นัดแรก มีวาระสำคัญในการเลือกตำแหน่งต่างๆ โดยมีนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งอาวุโสสูงสุดเป็นประธานชั่วคราว

โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะกมธ. เป็นประธานกมธ. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 1

ส่วนตำแหน่งรองประธานคนที่ 2 ที่ประชุมไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจาก ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตำแหน่งรองประธานคนที่ 2 ต้องมาจากพรรคที่มีเสียงมากที่สุด ในสภา คือพรรคเพื่อไทย โดยพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรค แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยินยอม เพราะต้องการให้นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องสลับฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลในตำแหน่งต่างๆ ทำให้ฝ่ายค้านไม่พอใจ จนต้องพักการประชุม 30 นาที เพื่อหารือถึงแนวทางแต่ละฝ่าย ก่อนกลับเข้ามาประชุมอีกครั้ง

ซีกรัฐแหกกฎลำดับรองปธ.

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกกมธ. แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมเลือกนายอาคม เป็นประธาน มีรองประธาน 22 คน จากรัฐมนตรีและพรรคต่างๆ โดยรองประธานคนที่ 2 คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน รองประธานคนที่ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานคนที่ 4 นางนาที รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย รองประธานคนที่ 5 นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานคนที่ 6 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นต้น

ส่วนเลขานุการ 7 คน มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นเลขานุการ กมธ.คนที่ 1 ตำแหน่งโฆษก กมธ. 9 คน นอกจากนาย สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ แล้วยังมีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ พรรคพลังประชารัฐ เป็นโฆษกด้วย ส่วนที่ปรึกษากมธ.มี 10 คน

ที่ประชุมวางกรอบการพิจารณาทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป โดยสำนักงบประมาณได้กำหนดแนวทางพิจารณาออกเป็นแบบที่ 1 เรียงตามมาตรา และแบบที่ 2 ตามกลุ่มภารกิจ 6 กลุ่ม 11 แผนบูรณาการ ซึ่งคาดว่าที่ประชุมจะเลือกแบบที่ 2 เหมือนการพิจารณางบปี 2564

วีแฟร์จี้รื้องบใหม่

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา เครือข่าย We Fair นำโดย นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ แกนนำเข้ายื่นหนังสือต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะกมธ.งบ เพื่อขอให้จัดลำดับความสำคัญในนโยบายสวัสดิการสังคม ได้แก่ สุขภาพ การศึกษา ประกันสังคม ที่อยู่อาศัย เงินอุดหนุนเด็ก บำนาญประชาชน มากกว่านโยบายที่ไม่ใช่ลำดับความสำคัญ เช่น งบจัดซื้ออาวุธ

นายพิธากล่าวว่า ยืนยันว่างบปีนี้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองและไร้สามัญสำนึก มีการจัดงบระหว่างอภิสิทธิ์ชน กับประชาชนในยามที่ประเทศดิ่งเหว เรามีหน้าที่ปกป้องสวัสดิการของประชาชนคือ การ รีดไขมันเพื่อนำงบของอภิสิทธิ์ชนและงบทหารมาเป็นกองกลางให้ได้มากที่สุดเพื่อนำไปซื้อวัคซีนมากกว่าซื้ออาวุธ และกระจายงบคืนกลับหน่วยงานที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาโควิด-19 แต่ต้องถูกตัดงบไป ซึ่งจะไปพูดคุยในกมธ.และรัฐบาลถึงเรื่องรัฐสวัสดิการให้เขาเข้าใจ เพราะเราต้องโอบอุ้มคนเปราะบางให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ และประเทศไทยต้องฟื้นฟูใหม่

เพื่อไทยไล่‘บิ๊กตู่’ลาออก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หวังว่าในการประชุม กมธ.งบจะมองเห็นปัญหาและปรับงบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อเกิดวิกฤตประเทศฝ่ายบริหารต้องตั้งรับให้ทันและคิดให้เป็น อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องเพิ่มเติมเสริมเข้ามาเพื่อแก้ปัญหา เมื่อ ฝ่ายบริหารคิดไม่เป็น ไม่ให้ความสำคัญกับประชาชน การจัดงบจึงออกมาเละเทะ ไม่เข้ากับสถานการณ์ สะท้อนว่าฝ่ายบริหารมองภาพไม่ออก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาประเทศ

7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์บริหารงบแบบไม่มีประสิทธิภาพ และยังไม่ยอมรับความ ผิดพลาดของตัวเอง การออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบแบบไร้จิตสำนึก และมักโยนความผิดให้คนอื่นจนส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ คนไทยเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ไม่สามารถทำมาหากินได้ อีกทั้งหลายครอบครัวมีหนี้สิน บ้านถูกยึด ตกงาน และไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววัน ดังนั้น หากมีความเป็นลูกผู้ชาย ยอมรับผิดและลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางให้คนอื่นเข้ามาบริหาร เชื่อว่าประเทศไทยจะรอดพ้นจากวิกฤตอย่างแน่นอน

ขู่ลอยแพส.ส.โหวตสวนมติพรรค

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการดำเนินการกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 5 คน ลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณสวนมติพรรคว่า ต้องแบ่งเป็น 2 กรณีคือ 1.กรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. นายวันชัย เจริญ นนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี และนายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม จะไม่เรียกเข้ามาชี้แจงแล้ว เพราะเจ้าตัวได้แจ้งให้ทางพรรครับทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่สบาย 2.กรณี นางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี และนายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ที่ไม่มาใช้สิทธิลงมติ และไม่สามารถติดต่อได้นั้น พรรคได้เรียกทั้งคู่เข้ามาชี้แจงในวันที่ 8 มิ.ย.นี้

เมื่อถามถึงโทษในการดำเนินการกับ ส.ส.หากกระทำผิดจริง นายประเสริฐ กล่าวว่า ขั้นแรกคือการไม่ให้ร่วมกิจกรรมกับพรรค ขั้นที่หนักคือ หากใครที่ทำบ่อยๆ พรรคเตือนแล้วก็ยังไม่ฟัง อาจถึงขั้นไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ศรัณย์วุฒิ’ปัดซบพปชร.

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าทาบทามให้เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า คงพูดด้วยความสนิทสนมส่วนตัวที่ มักจะคุยหยอกล้อเล่นกันเท่านั้น ยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ระดับสูงของพรรคพลังประชารัฐหลายคนมาทาบทามอยู่หลายครั้ง แต่ตนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนที่มีคนให้ข่าวว่าที่ตนไม่อภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณครั้งนี้ เพราะถูกพรรคพลังประชารัฐซื้อตัวไปแล้วนั้น เป็นการให้ข่าวไม่แฟร์กับตน ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ตนไม่อภิปรายเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา

กลาโหมสรุป 2 ปีถูกหั่นหมื่นล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความแจงงบปี 2565 ว่า กลาโหมปีนี้ 2.03 แสนล้านบาทนั้น 17% เป็นงบพัฒนากองทัพและงบก่อสร้างปรับปรุงอาคารสถานที่ 9% งบบุคลากร และการปฏิบัติงานของหน่วย 74% ซึ่งมีแผนลดจำนวนกำลังพลลงอีกกว่า 12,000 นาย ภายในปี 2570 ส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้น ไม่เกิน 1 ใน 3 เฉพาะที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ส่วนที่มีอยู่ก็ใช้การซ่อมปรับปรุง และการซ่อมเพื่อดำรงสภาพ

โดยงบของแต่ละเหล่าทัพ ในปี 2564 และ 2565 มีจำนวนลดลงกว่า 1 หมื่นล้านบาท คือสำนักงานปลัดกลาโหม ลดลง 448 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย ลดลง 1,948 ล้านบาท กองทัพบก ลดลง 6,603 ล้านบาท กองทัพเรือ ลดลง 1,129 ล้านบาท กองทัพอากาศ ลดลง 688 ล้านบาท

เพจดังกล่าวยังโพสต์คลิปของ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า งบกลาโหมปี 2565 ในภาพรวม 100% แยกเป็น 74% ที่เป็นงบประจำ ประกอบด้วย 21 % เป็นงบอุปกรณ์สำนักงาน ที่พัก เบี้ยเลี้ยง อีก 53% เป็นงบเงินเดือนของกำลังพลทั้งหมด โดยจ่ายผ่านกรมบัญชีกลางไปสู่บัญชีเงินเดือนของแต่ละบุคคลตรง ทั้ง 74% เป็นส่วนที่มีความชัดเจนแน่นอน บริสุทธิ์ โปร่งใส ส่วนที่เหลืออีก 26% ที่เรียกว่างบพัฒนาประกอบด้วยการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และ การซ่อมบำรุง อาคาร รถยนต์ เป็นต้น

26%ซื้ออาวุธ-มุ่งพึ่งพาตัวเอง

“ใน 26 % นี้ ผมขอเปรียบเทียบว่า เมื่อก่อนเราเคยเช่าบ้านอยู่ เราจ่ายค่าเช่าทุกเดือน จึงมาคิดว่าถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เราก็ไม่มีบ้านของตัวเอง เราเปลี่ยนวิธี โดยกลาโหมไม่ได้ซื้อบ้านหลังเดียวแล้ว แต่ซื้อทีเดียว 2 หลังซึ่งอาจทำให้งบสูงอยู่ แต่ตอนนี้เราซื้อเพื่ออยู่เอง และซื้อเพื่อปล่อยเช่าสร้างรายได้ในอนาคตด้วย ซึ่งนั่นคือการมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นการพึ่งพาตัวเองและนำไปสู่ธุรกิจการค้าในอนาคต”

พ.อ.วันชนะกล่าวว่า เราเริ่มผลิตกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตรที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 ปัจจุบันผลิตเพียงพอต่อความต้องการใช้ของกองทัพบกทั้งปี 30 ล้านนัดซึ่งเกินความต้องการแล้ว ใช้เป็นสต๊อกในอนาคตกระสุนมูลฐานที่ต้องเก็บไว้ รวมถึงกระสุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ เราก็ไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศแล้ว ยางรถยนต์ ทั้งสองชนิด คือที่มีผ้าใบด้านใน 6 ชนิดที่เราผลิตได้ ใช้กับรถฮัมวี่ขนาดเล็ก รถพยาบาล รวมถึงรถยนต์ขนาดใหญ่สองตันครึ่ง หรือ ยีเอ็มซี ส่วนยางเรเดียลซึ่งใช้กับรถเกราะล้อยางซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ทั้งหมด 11 ชนิดที่เราผลิตได้

ด้านการซ่อมบำรุง ปัจจุบันนอกจากทำกันเองในกองทัพ และใช้เอกชนภายนอกมาช่วยซ่อม เราพัฒนาขีดความสามารถให้กองทัพร่วมมือเอกชนเข้ามาดำเนินการ ยุทโธปกรณ์ที่หมดอายุ ไม่ว่าเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ ได้มีการแลกเปลี่ยนกับเครื่องบินชนิดใหม่มาประจำการ ในงบ 26% ทั้งจัดซื้ออาวุธและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดย 26% นี้จะให้น้ำหนักไปที่ผลิตอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และจะลดการจัดซื้อและการนำเข้า จากภายนอกได้ในอนาคต

วุฒิฯ เตรียมถกพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล.

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะโฆษกกมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยว่า ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 7 มิ.ย. ที่ประชุมจะตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.รบ.งบประมาณปี 2565 เพื่อพิจารณาคู่ขนานไปพร้อมกับสภาผู้แทนราษฎร โดยกมธ.จะเป็นผู้แทนจากกมธ.สามัญของวุฒิสภาจำนวน 25 คณะ คณะละ 1 คน รวม 25 คน

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาพ.ร.ก. 2 ฉบับที่สภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องมา คือพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ลดอัตราดอกเบี้ย) และพ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) และตามขั้นตอนเมื่อที่ประชุมให้ความเห็นชอบจะส่งเรื่องให้ครม.ต่อไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ในสัปดาห์หน้าจะประชุมวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งกมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้วคาดว่าจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของวุฒิสภาในวันที่ 14 มิ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะพิจารณาในที่ประชุมสภาวันที่ 9 มิ.ย.

อสส.สั่งฟ้อง‘วิรัช-พวก’คดีฟุตซอล

สำหรับความคืบหน้าคดีทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาต่างๆ ในจ.นครราชสีมา เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีความเห็นสั่งฟ้อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับพวก รวมทั้งสิ้น 84 ราย และได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด(อสส.) พิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีข้อไม่สมบูรณ์ จึงตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีร่วมกันระหว่างอัยการสูงสุด และป.ป.ช. โดยก่อนหน้านี้ อัยการสูงสุดมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายวิรัชแล้ว 1 สำนวนนั้น

นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดกล่าวว่า ได้มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายวิรัชกับพวก ในคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล ในจ.นครราชสีมา ไปแล้วทั้ง 7 สำนวน ส่วนการยื่นฟ้องตอนนี้อยู่ระหว่างอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต รับผิดชอบในร่างคำฟ้องเพื่อยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

คาดนำตัวส่งศาลฎีกามิ.ย.นี้

ด้าน นางสิริญา อินทามระ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างคำฟ้อง โดยนำทั้ง 7 สำนวนรวมเป็นคดีเดียวกัน เพื่อทำให้การบรรยายคำฟ้องครบถ้วนชัดเจนว่าใครทำอะไรที่ไหน มีหน้าที่ทำอะไร เกี่ยวข้องกับคดีในขั้นตอนไหน และเพื่อความเป็นธรรมกับ ผู้ต้องหาด้วย เพราะบางคนก็เกี่ยวข้องกับคดี เพียงแค่สำนวนเดียว เช่น วิศวกร ออกแบบสนามครั้งเดียว แล้วมีการก๊อบปี้แบบไปสร้างต่อๆ กันไปเรื่อยๆ รวมทั้งนายวิรัชก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสนามฟุตซอลในโรงเรียนพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 เพียงสำนวนเดียว

ตอนนี้ร่างคำฟ้องเสร็จสิ้นไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่เข้าข่ายถูกฟ้อง ประกอบด้วยกลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน กลุ่มผู้บริหาร อบต.และเทศบาลต่างๆ โดยยังไม่ทราบจำนวนผู้ถูกฟ้องที่ชัดเจน เพราะยังร่างคำฟ้องไม่เสร็จ คาดว่าคำฟ้องจะเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์และเสนออัยการสูงสุดพิจารณาเซ็นคำสั่งฟ้องได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้

“หากร่างคำฟ้องเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องเสนออัยการสูงสุดพิจารณา ลงนามเซ็นคำสั่งฟ้อง จากนั้นจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตามตัวผู้ต้องหาทุกคนมาให้อัยการพาตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป” นางสิริญากล่าว

‘วิรัช’ไม่หวั่น-เตรียมใจ 2 ปีแล้ว

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เฉยๆ ไม่ได้กังวลอะไร คาดว่ากว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน สำหรับการสู้คดีตนได้ฟ้องร้องคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ไปก่อนหน้านี้ว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง และปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ แต่ศาลยังไม่ได้รับพิจารณา เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 ไม่เช่นนั้นเรื่องดังกล่าวคงเสร็จสิ้นไปแล้ว ตนมั่นใจในความบริสุทธิ์และความยุติธรรมของศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผลออกมาเป็นลบ จะกระทบของการทำงานในฐานะประธานวิปรัฐบาลหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ไม่เป็นไร ไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น หยุดแค่ไหนก็หยุดแค่นั้น คนอื่นเขาไม่ได้เตรียมตัวเลย เขาไปปุบปับก็มี เรื่องนี้เรารู้มาตั้งนานแล้ว และเราเตรียมใจ เตรียมอะไรไว้ตั้งนานมา 2 ปีแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน