ฝ่ายค้านฉะตีเช็คเปล่า
รัฐบาลมั่นใจผ่านฉลุย

ฝ่ายค้านเล็งรีดไขมันงบฯปี 65 เพื่อไทยพุ่งเป้างบราชการลับ ฉะกลาโหมตั้งไว้ 470 ล้าน แต่มีรายละเอียดแค่บรรทัดเดียว ข้องใจสำนักเลขาธิการนายกฯ ได้ด้วย 60 ล้าน ถามใช้ทำไอโอ หรือใช้ตรวจสอบฝ่ายค้าน จี้กองทัพชะลองบซื้ออาวุธก้าวไกลผลักดัน กมธ.เปลี่ยนรูปแบบพิจารณา เลิกปรับลดเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้ปรับลดเจาะจงโครงการ สองพรรคฝ่ายค้านจัดทัพ ระดม 46 ขุนพล เตรียมชำแหละพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน เปรียบตีเช็คเปล่า ต่อลมหายใจรัฐบาล แถมเปิดช่องโยกงบ แย่ยิ่งกว่าตอนกู้ 1 ล้านล้าน ปชป.แนะถอดบทเรียนพลาดซ้ำจะกู้หนสามเป็นเรื่องยาก

กู้5แสนล. – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ วันที่ 9 มิ.ย.นี้ โดยวางตัวส.ส. 35 คนไว้อภิปรายชำแหละ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.

พท.มอบ15กมธ.ไล่หั่นงบไม่จำเป็น

เวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 แถลงว่า การประชุมของกมธ.ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ถึง 5 ส.ค.มีหน่วยรับงบประมาณเข้ามาชี้แจงต่อกมธ.ทั้งหมด 732 หน่วย แบ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 303 หน่วย ส่วนราชการ 184 หน่วย จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 94 หน่วย

ส่วนการพิจารณา กมธ. จะพิจารณาภาพรวมภาวะเศรษฐกิจและงบประมาณ โดยเริ่มวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 13.00 น. และพิจารณาตามลำดับ ดังนี้ หน่วยรับงบประมาณที่เชิญจะแบ่งตามกลุ่มภารกิจเริ่มตั้งแต่ 1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านสังคม 3.ด้านความมั่นคง 4.ด้านบริหาร 5.หน่วยงานอิสระ 6.หน่วยงานอื่นของรัฐ 7.แผนงานบูรณาการ 11 แผนงาน และกมธ.จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน โดยจะครบเวลาในวันที่ 29 ส.ค.64

การทำงานของกมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยทั้ง 15 คน โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำทีมและให้กรอบไว้คือจะพิจารณาในส่วนที่เป็นงบประมาณที่ไม่จำเป็น สามารถปรับลดได้ ยังไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน เลขาฯ พรรคได้มอบหมายงานให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ.งบฯ รับผิดชอบงบด้านการศึกษา นายไชยา พรหมา รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานกมธ.ติดตามงบ ดูงบประมาณด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นที่กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และตน ดูงบด้านความมั่นคง มหาดไทย ตำรวจและกลาโหม กองทัพ ส่วนนายประเสริฐ ดูภาพรวมของงบทั้งหมด

ฉะงบลับกห.บรรทัดเดียว

แนวทางที่พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปดูในกรณีเรื่องงบราชการลับ ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่วิกฤตงบประมาณ รายได้จาการจัดเก็บภาษี 2.4 แสนล้านบาทไม่เพียงพอ งบประมาณบางอย่างไม่มีรายละเอียดเลย เช่น กระทรวงกลาโหมมีงบราชการลับ กองทัพบก 290 ล้านบาท กองทัพเรือ 62 ล้านบาท กองทัพอากาศ 30 ล้านบาท สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 32 ล้านบาท กองบัญชาการทัพไทย 55 ล้านบาท และหน่วยงานอื่นอีก รวมทั้งสิ้น 470 ล้านบาท ทั้งที่ควรมีรายละเอียดออกมา ไม่ใช่มีรายละเอียดบรรทัดเดียวแล้วได้งบลับไป

และไม่ใช่มีแค่กระทรวงกลาโหมที่มีงบราชการลับ เพราะงบราชการลับอีกประมาณ 558 ล้านบาท ไปตั้งอยู่ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น งบราชการลับสำนักเลขาธิการนายกฯ 60 ล้านบาท อยากถามว่าสำนักเลขาฯ มีหน้าที่อะไรถึงต้องมีงบลับ เอาไว้ทำอะไร เอาไว้ทำไอโอหรือเอาไว้ตรวจสอบนักการเมืองฝ่ายค้าน นอกจากนั้น ยังมีเงินราชการลับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 232 ล้านบาท สภาความมั่นคงแห่งชาติ 50 ล้านบาท แม้กระทั้งกระทรวงการต่างประเทศ 8 ล้านบาท ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ งบราชการลับ 20 ล้านบาท แม้สำนักปลัดกระทรวงแรงงานก็มีงบราชการลับ จะเห็นว่าการตั้งงบไม่เหมาะสม ทำไมเปิดเผยไม่ได้

แค่กลาโหมกับสำนักปลัดสำนักนายกฯ เงินสองก้อนนี้รวมกันก็พันล้านบาทแล้ว เป็นไปได้อย่างไร มีงบลับเยอะขนาดนี้ แต่ปล่อยให้แรงงานเถื่อนเข้ามาจนเกิดโควิดระลอกสอง โควิดสายพันธุ์อินเดียที่มาจากแคมป์คนงานก็มาจากแรงงานต่างด้าว แสดงให้เห็นว่าการใช้งบไม่สัมพันกับสถานการณ์และไม่เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคเพื่อไทย ก็จะเข้าไปตรวจสอบงบราชการลับไม่ได้มีเฉพาะทหาร งบมหาดไทย กระทรวงการคลังก็มี แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย

จี้กองทัพชะลอซื้ออาวุธ

งบที่พรรคเพื่อไทยต้องเข้าไปตรวจสอบคืองบการซื้ออาวุธของกองทัพ อย่างกองทัพบกมีโครงการจัดหายานเกราะล้อยางเพื่อเสริมสร้างการรบรูปแบบใหม่ระยะที่สองปี 63-65 วงเงิน 4,515 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนสามารถชะลอได้ เพราะเพื่อนบ้าน เราไม่ได้มีสงครามแล้ว โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีระยะหนึ่งปี 64 ผูกพันถึงปี 66 วงเงิน 4,226 ล้านบาท โดยเป็นเฮลิคอปเตอร์ AH-6I

กองทัพเรือ มีการซื้อเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ 1 ลำ วงเงิน 6,185 ล้านบาท เป็นเรือจากประเทศจีนซึ่งใหญ่กว่าเรือจักรีนฤเบศร อีก เรือดำน้ำ รุ่น S26-T จากจีนอีก 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท, กองทัพอากาศ มีการซื้อเครื่องบินโจมตีขนาดเบาอีก 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการ SPACE DOMAIN ความทรงพลังเหนือขอบฟ้าของกองทัพอากาศ

ของทั้งหมดเป็นอาวุธราคาแพงจากต่างประเทศทั้งนั้น ตอนนี้ยังไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และขณะเดียวกันโควิดกำลังระบาดหนักเราควรระดมงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากโควิดก่อน

วาง 35 ขุนพลชำแหละพรก.กู้

นายยุทธพงศ์ยังแถลงถึงการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วันที่ 9 มิ.ย.ว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียม 35 ส.ส.ไว้ชำแหละแล้ว เพราะไม่มีรายละเอียดเหมือนตีเช็คเปล่า สภาก็ตรวจสอบไม่ได้ แบบนี้พรรคไม่เห็นชอบพ.ร.ก.ฉบับนี้ และพ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นการเขียนไว้กว้างๆ โดยเอาไปใช้ด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท เยียวยาประชาชน 3 แสนล้านบาท ใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7 แสนล้านบาท แต่ไม่มีรายะเอียดอะไรเลยว่าเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง เป็นการจัดงบที่ไม่เหมาะสม ทำไมไม่จัดงบให้ด้านสาธารณสุขเยอะกว่านี้

1 ล้านล.เอาไปทำอะไร

ขณะเดียวกัน เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลขอเงินกู้ไป 1 ล้านล้านบาท ขอไปใช้ด้านสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้านบาท ของบไปเป็นปีแล้ววัคซีนอยู่ไหน จึงอยากให้เอาสัญญามาดูว่าวัคซีนซื้อราคาเท่าไร ซื้อกับบริษัทอะไรบ้าง ส่งมอบอย่างไร เพราะวันนี้ประชาชนเดือดร้อนไม่มีวัคซีนฉีด คนติดเชื้อ คนตายทุกวัน แสดงให้เห็นว่ากู้เงินไปแต่บริหารจัดการไม่ได้

ที่แปลกคือรัฐบาลมาขอเงินกู้เอาไปใช้ แต่ปรากฏว่าสถานทูตสหรัฐอเมริกาออกมายืนยันว่าไม่ได้บริจาคแค่วัคซีน แต่สนับสนุนรัฐบาลไทยวงเงินกว่าพันล้านบาทแล้ว และจีนบริจาควัคซีนซิโนแวคล็อตที่สอง 5 แสนโดส ส่งถึงไทยแล้ว ตกลงรัฐบาลขอเงินกู้เอาไปทำอะไรบ้าง เพราะไม่มีรายละเอียดอะไรมาบอกสภาเลย ขณะเดียวกันวันนี้วัคซีน ยังไม่มี วันที่ 7 มิ.ย.จะมีวัคซีนเพียงพอ ให้ประชาชนหรือไม่ จะให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไร

ปชป.แนะ 3 ข้อใช้เงินกู้ 5 แสนล.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ตนได้เชิญ ส.ส.พรรคประชุมในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมใน การพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน ในที่ประชุมสภาวันที่ 9 มิ.ย.นี้ เมื่อพิจารณา พ.ร.ก.นี้แล้วพบว่าจะนำเงินกู้ไปใช้จ่ายใน 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.ด้านสาธารณสุข 2.ช่วยเหลือเยียวยา และ 3.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม

การออก พ.ร.ก.เพิ่มเติมครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากที่ออก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท จากการดำเนินการตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมาพบว่ามีทั้งที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ขณะที่หลายโครงการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฉะนั้นการใช้เงินกู้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ พ.ร.ก.นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ รัฐบาลและศบค.ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.นำการใช้เงินกู้ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนว่าอะไรบ้าง ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายอย่างที่ควรจะเป็น และเร่งปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 2. การดำเนินการใดๆ จากการใช้เงินกู้ที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จ เป็นไปตามเป้าหมายก็อาจทำต่อไป แต่ควรมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

จี้ศบค.ใช้จ่ายเพื่อส่วนรวม

3.การใช้เงินกู้ครั้งนี้ไม่ควรมุ่งเน้นแก้ปัญหาระยะสั้น หรือปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย เพราะโควิดอาจอยู่กับเรายาวพอสมควร จึงควรเตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้า และ 4.เป้าหมายสำคัญ ของ พ.ร.ก.นี้ไม่ควรเป็นเพียงการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เท่านั้น แต่ควรสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมั่นใจว่าภาระหนี้ที่เราต้องแบกรับร่วมกันนี้จะทำให้เราสามารถอยู่รอดปลอดภัยจากโควิด ด้วยการบริหารจัดการทางด้านสาธารณสุข การเยียวยา และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม อย่างนักบริหารมืออาชีพ

เชื่อมั่นว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า แก้ปัญหาได้จริง จึงขอฝากนายกฯและ ศบค. ดำเนินการให้การใช้จ่ายตาม พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป

ให้ถอดบทเรียน 1 ล้านล.

นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ต่างจากพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลนำมาใช้ในปีที่ผ่านมา ดังนั้นคำถามสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนจะพิจารณาพ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท คือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมามีปัญหาอะไรบ้างที่ควรป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ได้แก่ การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทล่าช้า ใช้ไม่หมด และส่วนที่ใช้ไปนั้นไม่ได้แก้ปัญหาตามเป้าหมายที่กำหนด คือการป้องกันและแก้ไขการระบาดของโควิด-19 ที่จัดหาวัคซีนล่าช้า มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะรับรองผู้ป่วยล่าช้า การพลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไม่เกิดผลสำเร็จ เพราะโครงการที่นำเสนอไม่ได้ทำให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจัดทำได้ดีกว่าอีก 2 แผนงาน แต่ก็มีปัญหาเรื่องความรวดเร็วและทั่วถึงประชาชนที่เดือดร้อน

ดังนั้นประเด็นที่ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ต้องพิจารณาคือจะสามารถแก้ไขเรื่องความรวดเร็วและทั่วถึงของการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการที่เดือดร้อน การจัดหาวัคซีนจะรวดเร็วและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการตามสถานการณ์การแพร่ระบาดหรือไม่ และสุดท้ายคือการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจะสามารถกำหนดแนวทางและเป้าหมายการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้สำเร็จผ่านโครงการอะไร ในเรื่องอะไร แค่ไหน

พลาดอีก-กู้ครั้ง 3 ยากแล้ว

ปัญหาสำคัญของพ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 1 ล้านล้านบาท และ 5 แสนล้านบาท ไม่ได้อยู่ที่ว่าควรหรือไม่ควรกู้ เพราะทุกคนต่างเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องกู้เพื่อแก้ไขวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ขีดความสามารถทางการบริหารของรัฐบาลว่าจะสามารถใช้เงินกู้นี้ให้ตรงเป้า รวดเร็ว โปร่งใส และเห็นผลสำเร็จ มากน้อยแค่ไหน

พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จึงเป็นโอกาสอีกครั้งที่รัฐบาลจะแก้ไขข้อผิดพลาดของการบริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และโอกาสที่จะกู้ครั้งที่ 3 คงจะยากแล้วเพราะเงินกู้เต็มวงเงิน 60% ของจีดีพีประเทศ ที่กำหนดไว้เป็นกรอบความยั่งยืนทางการคลังแล้ว ดังนั้นจึงขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลประสบความสำเร็จแก้ปัญหาทั้ง 3 เรื่องตามเป้าหมายของ พ.ร.ก.กู้เงินนี้

ก้าวไกลลั่นไม่ตีเช็คเปล่า

เวลา 13.10 น. ที่พรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค แถลงจุดยืนของพรรคในการพิจารณาพ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า การอนุมัติพ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้เป็นเพียงการให้โอกาสต่อลมหายใจให้รัฐบาลชุดนี้ พรรคไม่สามารถตีเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมได้อีกแล้ว หากรัฐบาลนี้ยังคงบริหารต่อไปเชื่อว่าปีงบประมาณหน้าก็จะกลับมายื่นพ.ร.ก.ให้สภาพิจารณากู้เงินให้เป็นภาระประชาชนต่อไป พรรคก้าวไกลจึงมีมติไม่เห็นชอบพ.ร.ก.ฉบับนี้

เตรียม 11 สส.ถล่ม

หลายคนอาจกังวลว่าหากพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านไม่ผ่านจะมีงบเยียวยาประชาชนหรือไม่ เรียนว่าพ.ร.ก. 5 แสนล้าน คือ การหาเงินเข้ามาช่วยการใช้จ่ายของรัฐบาลในช่วงเงินขาดมือ แต่สิ่งที่รัฐบาลเลือกทำคือการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน โดยมีกระดาษมาเสนอสภาเพียง 5 แผ่น ไม่มีแผนงานและเนื้อหารายละเอียด คงจะซ้ำรอยเดิมกับพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา ที่เป็นเพียงแผนกว้างๆ เพราะ พ.ร.ก. 2 ฉบับมีกระบวนการพิจารณาเหมือนกัน แต่ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านแย่กว่าตรงที่ 3 แผนงานเยียวยาฟื้นฟูใช้เงินผสมกันได้หมด เท่ากับตีเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์อีกแล้ว สิ่งที่ควรจะเป็นคือทำเป็น พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี มีเนื้อหารายละเอียดโครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เป้าหมายและตัวชี้วัดต่างๆ ให้ชัดเจน ให้สภาได้รู้ว่าเงิน 5 แสนล้านจะเอาไปใช้อะไร เงื่อนเวลาแบบใด และผลสัมฤทธิ์ที่ คาดหวัง

ส่วนการอภิปราย 9-10 มิ.ย.นี้ พรรคได้เตรียมผู้อภิปรายทั้งสิ้น 11 คน ภายในกรอบเวลา 125 นาที เปิดอภิปรายโดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ปิดท้ายด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค

ลั่นรีดไขมันงบส่วนเกิน

ในส่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 65 จากการอภิปรายที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลออกมาอภิปรายไม่พอใจ แต่สุดท้ายผลการลงมติก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย ยืนยันว่าการจัดงบสะท้อนถึงเจตจำนงนักการเมืองและพรรคการ เมืองว่าให้ความสำคัญหรือจัดลำดับเรื่องอะไรก่อนหลัง สุดท้ายสวัสดิภาพความมั่นคงชีวิตของประชาชนนั้นสำคัญกว่าความมั่นคงทางทหารหรือไม่

การพิจารณาในชั้น กมธ.พรรคก้าวไกลได้สัดส่วนทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม., นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยจะพิจารณางบที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่สอดคล้องสถานการณ์ ซึ่งจะรีดไขมันเหล่านี้ออก และจะพิจารณาถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดว่าได้รับจัดสรรงบไปแล้วในปีที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมายหรือไม่ แม้แต่ราคาที่จัดซื้อจัดจ้างสูงเกินกว่าท้องตลาด พรรคก้าวไกลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

จี้หั่นแบบเจาะจงรายโครงการ

รวมถึงความซ้ำซ้อนของโครงการในแต่ละกระทรวงที่มีโครงการใกล้เคียงกันและทับซ้อนกัน ต้องเรียกหน่วยงานมาชี้แจงความจำเป็นและความเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการเบิกจ่าย เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาแม้หน่วยงานจะได้งบไปเพราะตั้งโครงการมาแล้ว แต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เช่น โครงการซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อบรรเทาสาธารณภัย ผ่านการรับรอง 2 ปีงบประมาณ แต่ไม่มีการนำเงินออกมาใช้จ่าย ก็จะดูรายละเอียดเพื่อรีดไขมันเหล่านี้และนำงบประมาณที่รีดออกมาไปลงตรงจุดที่จะตอบโจทย์ประชาชนและสถานการณ์ต่างๆ

อีกเรื่องหนึ่งคือการตัดงบประมาณที่ผ่านมาเป็นการตัดเป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อตัดแบบนี้หน่วยงานก็ดำเนินการตัดในโครงการต่างๆ โดยคิดเอง และไปไล่ตัดโครงการที่มีผลกระทบต่อประชาชน พรรคจะผลักดันให้ทุกพรรคเห็นตรงกันในชั้นกมธ. คือ จะตัดงบประมาณเป็นรายโครงการ และระบุลงไปว่าจะตัดตรงไหนเท่าไรมากกว่าจะกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ขอย้ำว่างบในโครงการที่ไม่ตอบโจทย์ ต้องถูกตัดทอนเพื่อนำงบประมาณที่ได้มาไปจัดสรรเพื่อสวัสดิการประชาชน

รัฐบาลมั่นใจพรก.กู้ฉลุย

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมสภาวันที่ 9 มิ.ย.นี้ พิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ฝ่ายรัฐบาลเตรียมความพร้อมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เราทำงานด้วยความละเอียด รอบคอบมากที่สุด สำหรับการอภิปรายได้จัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายละ 9 ชั่วโมง พรรคมีผู้อภิปราย 12 คน ส่วนวันลงมติยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะโหวตเวลาใด เนื่องจากฝ่ายค้านยืนยันชัดเจนว่าจะใช้เวลาอภิปรายเต็มที่ 9 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลจะอภิปรายครบ 9 ชั่วโมงหรือไม่ก็ได้ ซึ่งจะพิจารณาส่วนนี้ในวันประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้ เชื่อว่าการโหวตลงมติไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากพ.ร.ก.ดังกล่าวมีความสำคัญ และจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ภท.ร่วมถลก-ไม่เน้นชม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมสภาพิจารณาพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้านบาท ว่า เบื้องต้นภายในพรรคได้พูดคุยกันว่าจะอภิปรายเพื่อแสดงความคิดเห็น แนวทางอภิปรายจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เราคงไม่ได้เน้นว่าจะต้องมาชม สนับสนุนหรืออะไร ส.ส.คนไหนจะภูมิใจไทยหรือไม่ใช่ ถ้าเห็นว่าอยากสนับสนุนก็ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าส.ส.ภูมิใจไทยจะอภิปรายในทางตำหนิหรือให้ข้อเสนอแนะ คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

โดยจะอภิปรายจากประสบการณ์พ.ร.ก.กู้เงินฉบับที่แล้ว เห็นอะไรมา เราคงต้องให้ความเห็นไปยังสภาพัฒน์ว่าพ.ร.ก.กู้เงินคราวที่แล้วได้พิจารณาโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วนตรงโจทย์หรือไม่ เรื่องความเร็วเป็นเรื่องสำคัญมาก 1 ปีที่ผ่านมา การเบิกจ่ายไม่ทันการณ์ การเยียวยาต้องทำให้เร็วทันเวลา แม้แต่เงินกู้ซอฟต์โลนเองก็เพิ่งปล่อยออกไม่มาก และก็หวังว่าเงินกู้นี้ต้องถึงมือประชาชนแน่นอน

ส่วนการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ 65 ส.ส. ภูมิใจไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอภิปรายหนักหน่วงสุดท้ายก็รับร่างนั้น คนละส่วนกัน ระบอบประชาธิปไตยการแสดงความเห็นเป็นอิสระ การให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นการตำหนิหรือการเสนอแนะโดยไม่ได้มีเจตนาอะไรซ่อนเร้นจะนำมาซึ่งประโยชน์ และเป็นเรื่องธรรมดามีกฎหมายหลายฉบับที่ฝ่ายค้านก็อภิปรายเชิงไม่สนับสนุน สุดท้ายก็ให้การสนับสนุน เกิดขึ้นมาแล้วหลายฉบับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน