ฉุนถูกไล่เหมือนหมูหมา
โยนบิ๊กติ๊กแจงข้อหาเอง
ชงปปช.ยกคำร้องปู-ครม.
ไม่ผิดคดีเยียวยาทุกม็อบ

‘บิ๊กตู่’ เดือดกลางสภา ถกพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน ฉุนโดนไล่เหมือนหมูหมา ลั่นไม่โง่กู้หนี้ชนเพดาน ฝ่ายค้านซัดเป็นพ.ร.ก.ลับๆ ล่อๆ ให้ผ่านไม่ได้ ไล่ให้กลับไปทำใหม่เป็นพ.ร.บ.งบกลางปี ส.ส.ภูมิใจไทยอภิปรายเหน็บ กู้เงินไม่ด่วนเท่ากู้หน้านายกฯ เด็กปชป.ขย่มซ้ำ ใช้วัคซีนสร้างฐานการเมือง ‘ชวน’ รอป.ป.ช.ส่งมติเชือด 4 ส.ส.พปชร.-ภท. ปมเสียบบัตรแทนกัน ไพบูลย์ป้องส.ส.พปชร.ไม่ผิด นายกฯโยน‘บิ๊กติ๊ก’น้องชายตอบเอง ถูกแจ้งข้อกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ องค์คณะไต่สวนจ่อชงป.ป.ช.ลงมติ ‘ยิ่งลักษณ์-อดีตครม.’ ไม่ผิดคดีเยียวยาม็อบ เหตุไม่มีเจตนาโกง

‘ชวน’รอปปช.ส่งข้อมูลฟันสส.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และน.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีฝากบัตรให้ผู้อื่นเสียบแทนระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10 ซึ่งมีความผิดอาญาและผิดจริยธรรมร้ายแรง และมีส.ส. 2 คนคือ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และน.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พปชร. ไม่ผิดทั้งอาญาและไม่ผิดจริยธรรม แต่ผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภา ต้องส่งเรื่องกลับมาที่สภา สอบจริยธรรมว่า กรณีวินิจฉัยว่าผิด 4 คน เป็นขั้นตอนของ ป.ป.ช.ที่จะส่งเรื่องไปยังอัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอง ส่วนอีก 2 คนจะต้องส่งให้สภาตรวจสอบจริยธรรม แต่ทั้งหมดต้องรอดูรายละเอียดของคำวินิจฉัยอีกครั้ง ซึ่งเรื่องยังส่งมาไม่ถึงสภา

พปชร.ยันหลักฐานไม่ชัดเจน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า พปชร.ด้านกฎหมาย กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดน.ส.ธนิกานต์ กรณีเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งการฟ้องผิดจริยธรรมนั้น ป.ป.ช.ไม่ควรชี้ขาดด้วยตนเอง แต่ควรส่งให้หน่วยงานต้นสังกัด คือสภา ตรวจสอบขั้นต้นก่อนจะนำรายละเอียดของการตรวจสอบของหน่วยงาน ประกอบการพิจารณาและตัดสินของป.ป.ช.

นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า ส่วนคดีอาญา ตนมองว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือพยานที่ชี้ให้เห็นว่า น.ส.ธนิกานต์ เป็นผู้มอบหมายบุคคลให้ลงคะแนนแทน อีกทั้งมีข้อมูลเพียงระหว่างลงคะแนน น.ส.ธนิกานต์ร่วมเวทีเสวนาภายนอก แต่กลับพบการลงคะแนนของน.ส.ธนิกานต์เท่านั้น หากจะดำเนินคดีได้ ต้องหาหลักฐานให้ได้ว่าบุคคลใดลงคะแนนแทน หรือ น.ส.ธนิกานต์มอบให้ใครลงคะแนนแทน

ก้าวไกลชี้สัญญาณยุบสภาแค่คำขู่

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมระบุจำเป็นต้องเร่งรัดหลายกิจกรรมในช่วง 1 ปีที่ยังเหลืออยู่ในรัฐบาล และเตรียมพร้อมส่ง ต่อให้รัฐบาลต่อไป ถือเป็นสัญญาณการยุบสภาหรือไม่ว่า ภายใต้การบริหารที่ไม่มีประสิทธิ ภาพและไม่มีวิสัยทัศน์ ตนคิดว่า 1 ปี ถือว่านานไป ความนิยมของรัฐบาลลดลงเสถียร ภาพของรัฐบาลก็มีปัญหากระทบกระทั่งกัน ต่อให้ไม่มีคำพูดของพล.อ. ประยุทธ์ ก็เห็นอาการว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน ตนคิดว่าอย่าหลงไปกับคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะ คำพูดและสัญญาเปลี่ยนไปมาได้ตลอด อาจจะเป็นแค่คำพูดกดดันพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือเตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อเห็นอาการของรัฐบาลที่น่าจะอยู่ไม่นาน ทุกพรรคคงต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ตั้งแต่ปลายปี 63 พรรคก้าวไกลเริ่มจัดทำนโยบายที่จะใช้เป็นข้อเสนอแก้ไขปัญหาประเทศในอนาคต ซึ่งจะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย

ขุนคลังร่ายยาวแจงขอกู้เงิน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธาน เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท

โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะตัวแทนครม. ชี้แจงถึงความจำเป็นของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มีต่อเนื่อง ขณะที่การจัดเก็บรายได้ปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หากจะรอแหล่งเงินจากงบปี 65 จะไม่ทันต่อการแก้ปัญหา ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด ซึ่งงบดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีจำเป็นเร่งด่วน เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้

การันตีไม่เกินเพดานหนี้สากล

“การตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลัง ความคุ้มค่า การใช้จ่ายโปร่งใส รัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี 2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท ตัวเลขหนี้ของไทย สิ้นเดือนเม.ย.64 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง” นายอาคมกล่าว

ยุทธพงศ์จี้เปลี่ยนออกพรบ.แทน

จากนั้นนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พท. อภิปรายว่า การที่รัฐบาลมาขอให้สภาพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้กับนายกฯ ไปใช้โดยไม่มีรายละเอียด เพราะปีที่แล้วตอนเกิดการระบาดของโควิด รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และใช้ใน 3 แผนงานหลัก แต่กลับล้มเหลวทั้งหมด ซึ่งเกิดจากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี

“ผมขอให้รัฐบาลเปลี่ยนจากพ.ร.ก. ไปเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาทแทน เพื่อให้สภาสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ และเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับการกู้เงินที่ต้องเสียดอกเบี้ย ผมเห็นว่า พ.ร.ก.นี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และการติดเชื้อโควิด-19 ที่ระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ไม่มีทางยุติลงภายในปีนี้ และเชื่อด้วยว่ารัฐบาลจะใช้เงินกู้ไม่ทันปีงบประมาณ ใช้ได้อีกไม่เกิน 1 แสนล้านบาท เพราะใช้ไม่ทัน” นายยุทธพงศ์กล่าว

ภท.เหน็บ-กู้หน้านายกฯสำคัญกว่า

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า หากฟัง รมว.คลังชี้แจง จะเห็นว่ามีความจำเป็นและสำคัญหลายอย่าง เพราะมีงบบางอย่างไม่ถูกบรรจุไว้ในงบปี 2565 ดังนั้น พ.ร.ก.นี้จะทำให้ประเทศเดินหน้า เราคาดหวังว่าจะไม่ซ้ำรอยเดิมกับการ กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และรัฐบาลต้องทำ 3 เรื่อง ได้แก่ จริงจังแก้ปัญหาสาธารณสุข อย่านำมาเป็นข้ออ้างกู้เงิน รวมถึงต้องไม่เยียวยาแบบเดิม ภท.ขอเสนอให้มองการสร้างงาน อาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านมากกว่าการแจกเงิน ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจและประเทศในอนาคต

นายกรวีร์กล่าวว่า ขอย้ำว่าการกู้เงิน นาทีนี้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ต้องกู้หน้านายกฯ และรัฐบาล รวมถึงต้องกู้ความเชื่อมั่น หากกู้ความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ต่อให้กู้เงินอีกกี่ล้านล้าน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ หากจำเป็นต้องตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามการใช้จ่ายเงิน เราก็ยินดีดำเนินการ และขอให้การกู้เงินครั้งนี้ไม่ซ้ำรอยเดิม

ก้าวไกลลั่นไม่ไว้ใจ‘บิ๊กตู่’

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พวกตนไม่ได้ตั้งใจคัดค้านการกู้เงิน เพราะในภาวะวิกฤตเป็นเรื่องจำเป็น แต่เราต้องคัดค้านพ.ร.ก.กู้เงิน เพราะหมดความไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมากู้ 1 ล้านล้านบาท มาแจกผ่านโครงการต่างๆ มีแต่ปัญหา คนด่าทั้งประเทศ

นายณัฐชากล่าวว่า วันนี้มาขออีก 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้มือ บอกจะไปเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน พอเปิดไปดู พ.ร.ก.หน้า 4 มีรายละเอียดแผ่นเดียวว่าเยียวยา 3 แสนล้านบาท เหมือนเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน หากจริงใจบอกมาเลยว่ากู้แล้วประชาชนจะได้อะไร จะกลับคืนสู่สภาวะปกติในกี่เดือน กี่ปี จะฉีดวัคซีนเสร็จในกี่ปี มีวัคซีนให้เลือก กี่ยี่ห้อ

ฉีกทิ้งร่างพรก.กลางสภา

“พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็น พ.ร.ก.ฉบับลับๆ ล่อๆ ประชุม ครม.ที่ผ่านมาก็ลับๆ วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ก็ไม่มาพูดด้วยตัวเอง เลยไม่เหลือความไว้วางใจ ท่านไม่เคยคิด วิเคราะห์ แยกแยะอะไรเลย ที่ผมพูด ผมมีทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ 2 เรื่อง คือ 1.เอา พ.ร.ก.เฮงซวยนี้ กลับไปแก้มาใหม่เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.งบกลางปี เขียนรายละเอียดโครงการมา หรือ 2.ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนคนโดยให้ท่านลาออก หรือยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ให้ ไวที่สุด ให้ประชาชนตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้งว่าใครควรมาบริหารเงินในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดและเศรษฐกิจด้วย พวกผมไม่อาจปล่อยผ่าน พ.ร.ก.ฉบับนี้ที่ไม่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนของประชาชน” นายณัฐชากล่าว

จากนั้น นายณัฐชาได้ฉีกร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวทิ้งกลางสภา

สาทิตย์ซัดเอาวัคซีนทำฐานเสียง

ต่อมานายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า เงินจากพ.ร.ก.นี้ ไม่ควรเอาไปทำโครงการไร้ประสิทธิภาพอย่างอื่นเลย เพราะนี่คือหนี้ก้อนสุดท้ายก่อนชนเพดาน ขอให้รัฐทุ่มเทเอาไปซื้อวัคซีนตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 แทนการแจกเยียวยา จัดการกระจายให้ดี และอย่าเอาการเมืองมา บริหารวัคซีน อย่าเอาการเมืองนำการแพทย์ ต้องเอาการแพทย์นำการเมือง ต้องไม่มีโควตาพรรค เอาคนไปฉีดวัคซีน

“ต้องไม่มีเรื่องโควตาวัคซีน ต้องไม่มีการซื้อขายคิวฉีดวัคซีน ตอนนี้มีข่าวหนาหูว่า บางพรรคซึ่งไม่ใช่แค่พรรคเดียว ได้โควตาฉีดวัคซีน เอาวีไอพีไปฉีดก่อนชาวบ้าน คนยากจน แต่ยืนยันว่าปชป.ไม่มีเรื่องนี้ ผมขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องวัคซีนมาเป็นฐานการเมือง การฉีดวัคซีนต้องไม่มีโค้ดรุ่งเรือง และไม่ควรมีวัคซีนทางเลือก เพราะจะสร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างชนชั้น” นายสาทิตย์กล่าว

เตือน‘บิ๊กตู่’ระวังชาวบ้านตบ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ พท. อภิปรายว่า เสียงเล็กๆ จากประชาชนปรามาสรัฐบาลชุดนี้ว่า โครงการไทยชนะที่ดำเนินการนั้นไม่ใช่ไทยชนะ แต่เป็นไทยมรณะ การให้นักรบมาบริหารบ้านเมืองทำให้เศรษฐกิจพังยับเยิน และการแก้ปัญหาตอนนี้ยังไม่ตรงจุด และแก้ที่ปลายเหตุ นำเงินกู้ไปแจก ทำให้ไม่เกิดการกระตุ้น

“7 ปีที่ผ่านมา นายกฯมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่สามารถบริหารจัดการประเทศได้ เพราะขนาดสภาวะปกติ ยังไปไม่ได้ เมื่อมาเจอสงครามโควิดยิ่งไปกันใหญ่ วันนี้ก็ไม่มาสภา เพราะไม่สามารถสู้หน้าตรงนี้ได้ ระวังตอนออกไปเยี่ยม เยียนประชาชน ตั้งการ์ดสูงๆ ดูแลความ ปลอดภัยนายกฯด้วย ไม่อยากให้เป็นแบบประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน แล้วถูกตบ” นายคมเดชกล่าว

หวิดวุ่น-พท.ขอนับองค์ประชุม

ต่อมาเวลา 15.50 น. หลังรัฐบาลและฝ่ายค้านสลับกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง แต่มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พท. ลุกขึ้นเสนอให้นับองค์ประชุม ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม รีบไกล่เกลี่ยว่าเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงโควิด โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ก็พยายามทักท้วง ที่สุดนายศุภชัย ตัดสินใจให้พักประชุม 10 นาที เพื่อให้วิป 2 ฝ่ายไปพูดคุยทำความเข้าใจกัน เมื่อกลับมาประชุมกันอีกครั้ง นายอรรถกรชี้แจงว่า วิป 2 ฝ่ายทำความเข้าใจกันด้วยดี นายพิเชษฐ์ก็ไม่ติดใจให้นับองค์ประชุมแล้ว จากนั้นนายศุภชัย ให้นายพิเชษฐ์ถอนการนับองค์ประชุม ทำให้การประชุมเดินต่อไปได้

ก้าวไกลยื่นคำขาด‘ตู่’ต้องมาฟัง

เวลา 16.15 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เมื่อสักครู่มีการขอนับองค์ประชุมเพราะพล.อ.ประยุทธ์ หากให้เกียรติสภามาฟังอภิปราย คงไม่มีใครนับองค์ประชุม เงินกู้สูง 5 แสนล้านบาท ทบจาก 1 ล้านล้านบาท แต่นายกฯไม่มาพบกับตัวแทนประชาชน เรียนตรงๆว่า มันหยามน้ำใจประชาชนเกินไป เมื่อสักครู่มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งตนว่ามีการประสานให้นายกฯ มา ถ้านายกฯตั้งใจจะมาจริงๆ ภายในเวลา 18.00 น. หากจะมาต้องมาได้ และถ้าไม่มา พรรคก้าวไกลจะขอนับองค์ประชุมเอง หลัง 18.00 น.ไปแล้ว

นายวิโรจน์กล่าวว่า การกู้ 1 ล้านล้านบาทรอบแรก สิ่งที่รัฐบาลทำคือฉีดยาชา วางยาสลบ แต่ไม่ผ่าตัดอะไรเลย แค่ทาทิงเจอร์ พอยาชาหมดฤทธิ์ก็กลับมาเจ็บปวดเหมือนเดิม การกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ หวังผลอะไรไม่ได้เลย และการขอกู้เงินเพิ่ม 5 แสนล้านบาท เหมือนวางยาสลบอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นค่ารักษาที่ต้องจ่ายแน่ แต่ควรเปลี่ยนไปรักษา โรงพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่ร.พ.จันทร์โอชา

“เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความจำเป็น แต่จะปล่อยให้รัฐบาลนี้กู้ไปถลุงต่อไปไม่ไหว จะปล่อยให้ลุงกู้ไปผลาญแล้วให้ลูกหลานตามใช้หนี้แบบนี้ไม่ได้ และนายกฯที่จะกู้ ต้องไม่ใช่คนที่ชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์” นายวิโรจน์กล่าว

นายกฯรีบเข้าสภา-โยนบิ๊กติ๊กตอบเอง

ต่อมาเวลา 17.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้ามาที่รัฐสภา โดยปฏิเสธตอบคำถาม ถึงการอภิปรายพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เมื่อถามถึงป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสนช. ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ให้เขาชี้แจงไป”

ทั้งนี้ น่าสังเกตว่า ตลอดทั้งวัน นายกฯติดตามการอภิปรายอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล กระทั่งนายวิโรจน์ขู่จะนับองค์ประชุม ทำให้นายกฯเดินทางเข้าสภาทันที

เดินออก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนฯ ด้วยอาการไม่พอใจ ภายหลังชี้แจงพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท และการบริหารจัดการวัคซีนโควิด เมื่อค่ำวันที่ 9 มิ.ย.

บิ๊กตู่ถูกบี้อีก-ยอมเข้าห้องประชุม

เวลา 18.30 น. นายวิโรจน์ลุกขึ้นสอบถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงสภา เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ประชาชนต้องการฟังคำชี้แจงจากนายกฯ แต่ถ้าจะหลบอยู่ข้างหลังแบบนี้ ตนจะขอนับองค์ประชุม ทำให้นายศุภชัยชี้แจงว่านายกฯ จะมาชี้แจงแน่ ขอให้ใจเย็น

นายวิโรจน์จึงกล่าวว่า หากพล.อ.ประยุทธ์เข้ามาในห้องประชุม ตนถึงจะถอน ทำให้พล.อ.ประยุทธ์เดินเข้ามานั่งฟังในห้องประชุมทันที ขณะที่นายวิโรจน์จะขอชี้แจงต่อ แต่นายศุภชัยขอให้นั่งลงเพราะนายกฯ เข้ามาแล้ว จากนั้นเข้าสู่การอภิปรายตามปกติ

มิ่งขวัญจี้นายกฯขอโทษกลางสภา

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายเรียกร้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับและขอโทษกลางสภาที่ทำให้เกิดปัญหาการนำเข้าวัคซีนที่ไม่พร้อม และตกขบวนโคแวกซ์ หากรัฐบาลกู้เงินและจัดสรรแบบเดิม จะทำให้มีปัญหาเพิ่มขึ้น

ประยุทธ์ขู่พูดข้างนอกระวังตัว

ต่อมาเวลา 19.06 น. พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตนติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้า แต่มีภารกิจต้องตัดสินใจหลายเรื่อง ตนให้ความสำคัญกับรัฐสภา ตนให้เกียรติท่านเสมอ ทุกคนต้องให้เกียรติกัน ตนฟังเมื่อเช้าก็สะท้อนใจ การใช้คำพูดวาจาต่างๆ ขอบ่น มันควรจะเกิดขึ้นในสภาหรือไม่เรื่องการฉีกพ.ร.ก. แบบนี้มันไม่สมควร วันนี้ก็กลับมาตอบคำถามเดิมๆ ฟังข้อมูลเก่าๆ ไม่ว่าจะพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ข้อมูลเดิมๆ ชี้แจงไปแล้วก็ไม่ฟัง ส.ส.บางคนพูดแล้ว เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ตนคิดว่าอย่าดูถูกประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การแพร่ระบาด จะจบเมื่อไร ไม่มีใครตอบได้ แต่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อม การบริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ถ้าใครเป็นรัฐบาล จะรู้ว่ามันยากง่ายแค่ไหนในการเบิกจ่าย เราก็เร่งเต็มที่ ไม่ใช่อนุมัติเข้าครม.แล้ววันรุ่งขึ้นเบิก จ่าย คงเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลไม่ได้ทำแบบไม่ละเอียดรอบคอบ พอประชุมทบทวน ท่านก็ว่าช้า ไม่ทบทวนก็ว่าทุจริต ก็ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม โชคดีที่ในสภามีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าพูดข้างนอกก็มีปัญหาเหมือนกัน ไอ้พวกชอบพูดข้างนอก ระวังไว้ด้วยก็แล้วกัน ตนเอาข้อเท็จจริงมาสู้ ไม่ได้เอาเรื่องโกหกบิดเบือนมาสู้

ลั่นไม่โง่กู้ชนเพดาน 60 เปอร์เซ็นต์

พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงต่อว่า เรื่องจีดีพีหดตัว ประเทศไหนไม่หดบ้าง เรากำลังสร้างเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมาเพื่อมีรายได้ในอนาคต รัฐบาลที่ผ่านมาเคยทำบ้างหรือไม่ ทุกอย่างทำมา 5 ปีบวก 2 ปี ตนจำได้ว่าตอนเข้ามาเจออะไรบ้าง รู้แน่แก่ใจกันทั้งหมด

“ผมถามว่าเงินกู้ 5 แสนล้านกู้ทีเดียวหรือ ก็ทยอยกู้ ดอกเบี้ยก็ขึ้นตามนั้น วงเงินขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ใช่หรือไม่ มีกฎหมายทุกตัว ผมไม่โง่กู้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์โดยที่ผิดกฎหมาย ส่วนงบสาธารณสุขยืนยันว่าไม่ต้องกลัว ค่าวัคซีนให้ได้เสมอ ผมจำเป็นต้องพูดบ้าง ฟังท่านถล่มมาตั้งแต่เช้า แต่ท่านไม่เคยฟังผม กล่าวหาย้อนแย้งไปหมด ถ้าท่านทำได้ เข้าเป็นรัฐบาลได้ ทำได้ก็ทำไป และโควิด-19 ก็เจอกันทั่วโลก ผมเห็นผู้นำทั่วประเทศโดนหมด แต่ผมไม่เคยเห็นใครชิงชังรังเกียจเท่าประเทศไทยเลย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ฉุนถูกด่าเหมือนหมูเหมือนหมา

ทำให้นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พท. ลุกขึ้นประท้วงว่า นายกฯ ผิดข้อบังคับสภา ข้อที่ 69 ไม่ได้ตอบชี้แจงและกิริยาวาจาของท่าน ตอบคำถามไม่ให้เกียรติผู้อภิปราย ขอให้ประธานตักเตือนนายกฯ ให้เปลี่ยนกิริยาในการตอบคำถามให้ถูกตามข้อบังคับของสภาด้วย ที่นี่คือสภา ไม่ใช่ครม.ของท่าน

นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ที่สำคัญตนฟังสมาชิกอภิปรายถึงนายกฯ หนักกว่านี้อีกหลายเท่า แต่ประธานก็ปล่อยให้พูดกันเต็มที่ วันนี้นายกฯ ชี้แจง ตนก็ยังไม่เห็นว่าผิดข้อบังคับ

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เมื่อเช้าท่านไล่ตนเหมือหมูเหมือนหมา การจะให้คนให้เกียรติ ควรรู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง เรื่องวัคซีนจะยี่ห้ออะไรไม่สำคัญ ถ้าอย.รับรองและดูมาตรฐานจากต่างประเทศ วันนี้วัคซีนที่เป็นทางเลือก ต่างประเทศก็จะไม่เอาแล้ว ขอให้ไปดูอเมริกาที่บอกว่าฉีดให้ดี ถามว่าเขาดูแลการฉีดหรือไม่ ดูอาการหรือเปล่า ฉีดส่งๆ ไปแล้วอเมริกาตายไปเท่าไร วันนี้ยอดคนติดเชื้อในประเทศเพิ่ม แต่ถ้าตนปิดประเทศ ก็โดนด่า เรียกร้องให้เปิดประเทศ พอเปิดก็โดนด่าอยู่ดี ปัญหาเกิดก็ต้องแก้ จะย้อนไปให้ได้อะไรขึ้นมา ทุกคนต้องช่วยกัน ช่วยหาวัคซีนให้ตน ติดต่อบริษัทใดได้บ้าง นายหน้าทั้งนั้นแต่ไม่มีหลักฐานสักอย่าง ซึ่งตนต้องเชื่อข้อมูลสาธารณสุข วันนี้ไม่ใช่เวลามาเอาหน้าตากัน ยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าวางอนาคตหลายอย่าง ทุกอย่างวัดผลได้ ตรวจสอบได้

ว้ากลั่นอย่าเอาวัคซีนเป็นการเมือง

“วันนี้ทำการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ อย่าเอาวัคซีนเป็นเรื่องการเมือง การทำงานของผมไม่เคยมองการเมือง ผมให้เกียรติการเมือง นี่คือทางออกประชาธิปไตยที่ทุกคนยอมรับ ผมให้เกียรติท่าน แต่บางครั้งการทำการเมืองอย่างเดียวมากๆ มันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนช่องทางโคแวกซ์ที่ยังไม่มีการแจกจ่ายวัคซีนเพราะยังตกลงกันไม่ได้ ต้องเอาเงินไปมัดจำ ราคากำหนดเองก็ไม่ได้ เพราะคาดหวังว่าจะได้ช่องทางต่อจากนี้มา และตอนนี้ก็มาแล้ว ใครบอกว่ามิ.ย.ไม่มา ใครที่พูดว่าจะลาออก พอมาแล้วทำไมไม่ออก ยืนยันว่าเตรียมวัคซีนไว้หลายยี่ห้อ จะถ่วงไว้ทำไม จะได้คะแนนเสียงตรงไหน การเก็บวัคซีนไว้ ตนไม่เคยเอาชีวิตคนมาเป็นของเล่น เรื่องหนี้สาธารณะอย่าทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ตนใช้ระมัดระวังอย่างที่สุด ตนไม่ใช่คนกู้มา ตนทำเพิ่มขึ้นมา 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่เม็ดงานเพิ่มขึ้นมาเท่าไรขอให้มองตรงนี้ ให้เอาผลงานของท่านมาเปรียบเทียบกันเลย

ย้ำต้องรู้จักให้เกียรติกัน

“ขอให้เข้าใจว่าผมก็มีชีวิตจิตใจ ถึงจะเป็นนายกฯ ผมทนอย่างถึงที่สุด ทุกคนรู้นิสัยว่าผมเคารพให้เกียรติท่าน แต่ท่านต้องรู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง เมื่อเช้าที่อยู่ในห้องนี้ก็มีด่านายกฯ ไล่ให้ลาออกไป ซึ่งมันใช่เวทีหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ ประธานดูแลไม่ไหว ทุกคนต้องช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ ใช้น้ำเสียงดุดัน หงุดหงิดอารมณ์เสีย โดยใช้เวลาพูดยาวนานเกือบ 60 นาที

จากนั้นส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสลับกันอภิปราย กระทั่งเวลา 24.00 น. ประธานที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม และนัดพิจารณาต่อ ก่อนลงมติพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทในเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.

‘ปู-อดีตรมต.’ไม่ผิดเยียวยาเสื้อแดง

รายงานข่าวจากป.ป.ช. แจ้งว่า ที่ประชุมองค์คณะไต่สวน ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนเป็นองค์คณะไต่สวน ในช่วงบ่ายวันที่ 9 มิ.ย. ได้พิจารณากรณีแจ้งข้อกล่าวหาแก่คณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวม 34 ราย ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติไม่ให้เป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของประเทศ จำนวน 1,921,061,629 บาท กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 โดยไม่มีอำนาจ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ และช่วยเหลือพวกพ้องของตนเองนั้น

องค์คณะไต่สวน มีความเห็นสรุปว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอจะชี้มูลความผิดเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวก ตามข้อกล่าวหา และยังเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเจตนาจะคดโกงนำเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง รวมถึงพบว่าการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ได้เยียวยาให้กับทุกกลุ่ม ทุกสี ไม่ได้เยียวยาเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตเพียงประเด็นเดียวคือ เมื่อครม.มีมติให้จ่ายเงินเยียวยาแล้ว หลักการในการจ่ายเงินจะต้องมีระเบียบราชการรองรับ ซึ่งในจุดนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เป็นเพียงจุดเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้องค์คณะไต่สวนจะนำข้อสรุปนี้เสนอต่อที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้พิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน