กู้5แสนล.ฉลุยตามคาด
เพื่อไทยจวก‘ตู่’ข่มขู่สส.

สภาโหวตฉลุยพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน 270 ต่อ 196 เพื่อไทยถล่ม ‘หมอประยุทธ์’ ไร้ภาวะผู้นำรักษาโรคโควิดทำคนตาย-พิการ ยุประชาชนฟ้องคดีอาญาแผ่นดิน ‘สุทิน’ อัดนายกฯ ข่มขู่ส.ส. ‘บิ๊กป้อม’ ชี้ ‘มาดามเดียร์’ จวกงบฯสาธารณสุข เป็นเรื่องส่วนตัว ‘อนุทิน’ ซัดข้อมูลตัดแปะ แต่ยันผู้ใหญ่ 2 พรรคหวานแหวว ‘ประวิตร’ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี กระแสยุบสภา ซัดสื่อเขียนกันไปเอง พลังประชารัฐดีเดย์ประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น 18 มิ.ย. เพื่อไทยจ่อยื่นญัตติแก้รธน. ‘ชวน’ เล็งวันพิจารณา 22 มิ.ย. หรือ 29 มิ.ย.

พท.ซัด‘หมอตู่’ส่งท้ายพ.ร.ก.กู้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เป็นวันที่ 2

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายสรุปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสภาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ในฐานะประชาชน ตนหดหู่มาก ผู้นำประเทศนี้ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร กลับใช้เวทีแห่งนี้ในลักษณะท่าทีขึ้นเสียง ถกเถียง ก่นด่า กับการวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกที่เป็นตัวแทนประชาชน และการพูดก็ต้องพูดกับประธาน การขึ้นเสียงอย่างนี้ ถ้าเป็นตน ไม่ยอมแล้วจะบอกด้วยว่าท่านมีมารยาทหน่อย นี่คือสภาของประชาชน

ในการอภิปรายเงินกู้ครั้งที่แล้ว นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยเปรียบเทียบชัดเจนว่าเหมือนเราอนุญาตให้หมอที่ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรักษาคนป่วยที่เริ่มป่วยตั้งแต่เดือน ม.ค.2563 จากการติดเชื้อโควิด และมีโรคแทรกซ้อนคือภาวะเศรษฐกิจล้มเหลว

จากนั้นหมอคนนั้นก็มาขอรักษาผู้ป่วยโดยขอเงินไป 1 ล้านล้านบาท เราก็อนุญาตไปแล้ว ด้วยเหตุผลว่าจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่การมาขอครั้งนี้จำเป็นเร่งด่วนมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นจริงหรือไม่ หมอคนนี้รักษาคนไข้ด้วยความประมาทเลินเล่อ ปล่อยให้ติดเชื้อซ้ำครั้งที่สอง หมอคนนี้ไม่สำนึก สำเหนียกว่าเชื้อมีอยู่รอบด้าน และเกิดการติดเชื้อครั้งที่สาม ด้วยการตัดสินใจผิดพลาด ที่ไม่ใช้ยาแรง เขินอายจากการใช้ยาครั้งที่หนึ่ง จนปล่อยให้แพร่กระจายไปทั้งประเทศ

การบริหารวัคซีน ที่บอกว่าเป็นวาระแห่งชาติ แต่บริหารให้เป็นภาระแห่งชาติ เมื่อรู้อยู่แล้วว่าวัคซีนเป็นทางออก แต่ทำไมบริหารอย่างนี้ มันสายเสียแล้ว สิ่งที่สะท้อนอย่างเจ็บปวดคือ สิ่งที่รมว.สาธารณสุข ไปทำลายระบบสาธารณสุขอย่างชัดเจน ตนไม่เคารพความสามารถท่าน และมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 1.ผลประโยชน์ทางการเมือง 2.เม็ดเงิน ซึ่งจะต้องไปขุดคุ้ยแล้วเอามาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ได้

ยุปชช.ฟ้องปมโควิด-จี้ลาออก

“สภาแห่งนี้เราจะยกเลิกใบอนุญาตไม่ให้เขาเป็นหมอต่อไปหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่าประกอบวิชาชีพต่อไป ความสูญเสียจะเกิดขึ้น ท่านทำให้มีคนตายโดยไม่ถึงวัยอันควร จากการประมาท ท่านทำให้เขาตาย พิการ เจ็บป่วย ย่อมมีคดีเป็นอาญาแผ่นดิน ขอยุให้ประชาชนฟ้องเป็นตัวอย่าง หมอประยุทธ์ต้องถูกถอนใบอนุญาต ใบประกอบวิชาชีพ เพราะถ้าปล่อยไว้ ความบิดเบี้ยวของบุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ การตัดสินใจทำให้คนตายเสียหายได้” นพ.ชลน่านกล่าว

ฝ่ายค้านทั้งหมดไม่เห็นชอบที่จะอนุมัติพ.ร.ก.ฉบับนี้ หลายคนบอกชัดเจนกระดาษ 5 หน้าไม่เห็นหัว ไม่เห็นค่าประชาชน ฉีกทิ้งเลย เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สมาชิกกล้าหาญที่จะทำแบบนี้เพื่อบอกว่ามันไร้ค่า ไม่เห็นหัวประชาชน คนที่ส่งเข้ามาจะได้มีจิตสำนึก

“หากท่านลาออก ประชาชนจะยกย่องเป็นวีรบุรุษ ดังนั้น ขอให้ท่านลาออกเพื่อบ้านเมือง แต่หากดื้อต่อไป จะเป็นคนที่ประชาชนเกลียดชัง และขนานนามว่าเป็นทรราช เพราะท่านทำร้ายและเข่นฆ่าประชาชน ดังนั้น ขอให้ออกเพื่อบ้านเพื่อเมือง” นพ.ชลน่านกล่าว

คลังยันใช้รอบคอบ-ก้อนแรกฟื้นศก.

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ชี้แจงว่า ในปี 2563 ช่วงการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลมีมาตรการต่างๆ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เพื่อให้การบริโภคภายในประเทศไม่หยุดชะงัก ซึ่งจุดประสงค์ในการใช้เงินก้อนนี้ เพื่อออกมาตรการต่างๆ ให้ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยจะรับข้อสังเกตของสมาชิกไปดำเนินการและปรับปรุงทุกความเห็น และข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าทุกเม็ดเงินจะทำด้วยความรอบคอบ จะติดตามสถานการณ์ตลาดเงิน ตลาดทุน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้การบริหารหนี้สาธารณะมีความเหมาะสมและดีที่สุดสำหรับประเทศ

ขณะที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่เคยออกไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลนำไปใช้เยียวยาฟื้นฟู ซึ่งขณะนั้นธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจของไทยช่วงเดือนมิ.ย.2563 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเราจะติดลบ 8.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเราจะติดลบ 7.7 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อผ่านพ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ทำให้ไทยติดลบ 1.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดีกว่าที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้ แสดงให้เห็นว่าการผ่าน พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาทในตอนนั้นเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยจริงๆ

โหวตฉลุย 270:196 คะแนน

นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนของหนี้สาธารณะ ตัวเลขปัจจุบัน 8.5 ล้านล้าน หรือประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราคาดการณ์รวมไปถึงการกู้ขาดดุล หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ในสิ้นปีงบประมาณนี้ หนี้สาธารณะก็ยังไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เราคาดการณ์ไว้ 58-59 เปอร์เซ็นต์ และมีคณะกรรมการการเงิน การคลัง ภาครัฐ ทำหน้าที่พิจารณากรอบ 60 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต

หนี้สาธารณะจะเป็นหนี้ที่รัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบตรงๆ เพราะมีแหล่งเงินมาคืนที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยในสัดส่วนของกองทุนฟื้นฟูที่เป็นหนี้มาตั้งแต่ปี 2540 วันนี้เหลือเงินต้น 7 แสนล้านบาท แหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้หนี้ คือเงินที่เราไปเก็บจากเงินฝากที่สถาบันการเงินให้มา เก็บได้มาทุกปีก็เอาไปชำระหนี้ส่วนนี้ โดยไม่ได้เอางบประมาณมาชำระหนี้เงินกู้ 7 แสนล้านบาท อีกส่วนคือหนี้รัฐวิสาหกิจบางประเภท ที่มีความสามารถชำระคืนได้เองอยู่แล้ว ประมาณ 3 แสนล้าน ดังนั้น หนี้ตรงนี้ 1 ล้านล้านบาท จึงไม่ได้เป็นภาระเพิ่มเติมกับงบประมาณ

จากนั้นเวลา 10.35 น. ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 270 ต่อ 196 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง จากจำนวนส.ส.ผู้ร่วมลงมติทั้งสิ้น 469 คน

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ ซึ่งวุฒิสภาได้นัดประชุมวันที่ 14 มิ.ย. หากวุฒิสภาผ่านความเห็นชอบจะส่งกลับให้ ครม.ต่อไป

4 งูเห่าก้าวไกล-7 เพื่อไทยสวนมติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบผลการลงคะเเนน พบว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลงมติไม่เห็นด้วยเกือบทั้งพรรค ยกเว้น นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเอกภพ เพียรพิเศษ และนายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย ได้ลงมติเห็นด้วย โดยทั้ง 4 คนนี้เเสดงตัวชัดเจน ไปนั่งร่วมกับ ส.ส.ฝั่งพรรคภูมิใจไทย ตลอดการอภิปราย แต่ที่น่าจับตาคือ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. ที่ไม่เคยปรากฏข่าวว่าเป็นงูเห่า หรือจะย้ายพรรค ปรากฏผลคะเเนนเป็น-หรือ ยัติภังค์ ที่หมายถึงผู้ไม่ลงมติ/ผู้ลาประชุม/ผู้ขาดประชุม

ส่วนพรรคเพื่อไทยลงมติไม่เห็นด้วยเกือบทั้งพรรค ยกเว้น นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี นายไตรรงค์ ติธรรม ส.ส.บึงกาฬ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ และนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร ซึ่งทั้ง 7 คนนี้ปรากฏผลคะเเนนเป็นยัติภังค์

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มี ส.ส.หลายคน ลุกขึ้นอภิปรายท้วงติง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 เเสนล้านบาทอย่างดุเดือด แต่ลงมติเห็นด้วยยกพรรค เเม้เเต่นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม ในฐานะรองประธานสภา คนที่ 2 ที่สลับทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ยังลงมติเห็นด้วย

‘สุทิน’ฉะ‘บิ๊กตู่’ขู่ส.ส.

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจการทำงานสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ชี้ให้เห็นข้อที่น่าจะเป็นปัญหาของประเทศ แต่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อารมณ์มาก จึงบดบังเรื่องสาระ ทั้งยังมีท่าทีและคำพูดที่ตีความได้ว่าข่มขู่สมาชิก ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องระวังให้มาก เพราะการทำงานของส.ส.เป็นเอกสิทธิ์ หากผู้นำประเทศใช้กิริยาเช่นนี้ เป็นการคุกคามสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ตนขอตำหนิกิริยาท่าทีเมื่อคืนนี้ ในอดีตไม่เคยมีนายกฯคนใดใช้ท่วงทำนองข่มขู่สมาชิก

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ลงมติ 7 คนว่า บางคนเราได้รับใบลาอย่างเป็นทางการ เช่น นายสมบัติ ที่ลาไปหาหมอ มีใบนัดชัดเจน นายสมคิด ลาไปงานศพอาที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก อันนี้เข้าใจได้ ส่วนคนอื่นๆ ประกอบด้วย นายไตรรงค์ นายศรัณย์วุฒิ นายอนุรักษ์ และน.ส.พรพิมล กำลังประสานขอทราบเหตุผล คาดว่าจะสรุปได้ภายในเย็น วันที่ 10 มิ.ย.เพราะเป็นกรณีเร่งด่วน ยืนยันว่าหากคนใดไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ พรรคจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาด

นอกจากนี้ กรณีลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 และ ร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะถูกนำเข้าคณะกรรมการจริยธรรมของพรรคในสัปดาห์หน้า

ด้านนายศรัณย์วุฒิ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการไม่ร่วมลงมติพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า พื้นที่ของตนติดปัญหาเรื่องโควิด-19 จึงมาช่วยที่อ.พิชัย เมื่อถามว่าหลายฝ่ายจับตาเพราะมีข่าวจะย้ายค่าย นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังขับรถใช้ความเร็วพอสมควร เดินทางเข้ากทม. ช่วงเย็นจะติดต่อกลับอีกครั้งหนึ่ง

ภท.ชงตั้งกมธ.ตรวจสอบใช้เงิน

เวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรค พร้อมส.ส.พรรคภูมิใจไทย แถลงถึงการโหวตเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย เห็นความจำเป็นของการกู้เงินดังกล่าว เนื่องจากในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ที่รับหลักการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่พบโครงการที่เกี่ยวกับการเยียวยา ฟื้นฟู และการจัดซื้อวัคซีนในการแก้ปัญหาโควิด-19 จึงเห็นว่าการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท มีความจำเป็นเพราะเอาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว แต่เป็นห่วงการใช้เงิน จึงเตรียมเสนอญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เหมือนเช่น พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ตั้งกมธ.ตรวจสอบการใช้เงินในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อถามว่ากมธ.ชุดนี้จะทำงานแตกต่างจาก กมธ.ตรวจสอบการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทอย่างไร เพราะไม่มีผลการตรวจสอบที่เป็นรูปธรรมในเรื่องประสิทธิภาพการใช้เงิน นายภราดรกล่าวว่า ครั้งนี้จะเสนอญัตติให้มีการตรวจสอบที่ชัดเจนและเข้มข้นขึ้นกว่าชุดแรกอย่างแน่นอน และมีประสิทธิภาพตรวจสอบสูงสุด หากสภาเห็นด้วยที่จะตั้งกมธ.

‘ป้อม’โยนสื่อคิดเองยุบสภา-ดูดส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ตามปกติโดยไม่มีวาระงานอย่างเป็นทางการ

เวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวส่งสัญญาณลูกพรรค ให้เตรียมความพร้อมอาจมีการยุบสภาในเวลาอันใกล้นี้ว่า ครบปีครบเทอมแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ไม่มีอะไรเลย สื่อว่ากันและเขียนกันไปเองทั้งนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ครบเทอมมันกี่ปี ยืนยันว่ากระแสข่าวที่ออกมาไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงเลย สื่อเขียนข่าวกันเองทั้งนั้น ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ ถ้าครบเทอมเวลามันก็คือ 4 ปี สถานการณ์ข้างหน้า ตนคิดคนเดียวไม่ได้ ต้องคิดกันหลายๆ พรรค หลายๆ คน ว่ามีความเหมาะสมขนาดไหนและสถานการณ์เป็นอย่างไร และในพรรคพลังประชารัฐ ทุกคนก็เห็นแล้วว่ามีความเข้มแข็งหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการไปดูดใครเข้ามาอยู่กับพรรค สื่อคิดกันไปเองทั้งนั้น

ชี้‘เดียร์’ถล่มสธ.เรื่องส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับส.ส.บ้างหรือยัง หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด 4 ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งมีส.ส.พรรคพลังประชารัฐด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งว่ากันไป เมื่อถามว่ากังวลต่อสถานการณ์การเมืองขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า “ไม่มี เห็นหน้าผมแล้วเป็นอย่างไร มีความกังวลหรือไม่”

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนที่สภาให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หลังจากนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล จะต้องดูแลแต่ละกระทรวงต้องใช้จ่ายอย่างโปร่งใส เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนที่มาดามเดียร์-น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มดาวฤกษ์ อภิปรายงบสาธารณสุขไม่เหมาะสม อาจเกิดการระหองระแหงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งก็ไม่รู้ ต้องถามเจ้าตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุได้โทรศัพท์พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร เป็นการเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า ไม่มี พูดคุยเรื่องอื่น ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว

‘อนุทิน’ยันผู้ใหญ่หวานแหวว

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลที่น.ส.วทันยาอภิปรายการใช้งบของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เป็นข้อมูลตัดแปะ ไม่มีความจริง โดยรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ชี้แจงแล้ว ดังนั้น ใครอภิปรายจะต้องทำการบ้านก่อน ไม่ใช่เห็นไมค์แล้ววิ่งเข้าใส่ ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยยังไม่จบ เพราะพุ่งเป้าที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจบมาตลอด เมื่อมีคนไข้เข้ามาก็รักษาจนหาย เคสบายเคส ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เพราะไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน

“ไม่มีอะไร ผู้ใหญ่เขาหวานแหววกันจะตาย เมื่อวานพล.อ.ประวิตรโทรศัพท์มาผิด มิสคอล แล้วผมโทร.กลับไป ท่านก็บอกว่าโทร.ผิด สงสัยคงคิดถึง ส่วนการกระทบกระทั่งกันระหว่างส.ส.นั้น เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนลิ้นกับฟัน” นายอนุทินกล่าว

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ส.ส.พูดให้คำแนะนำรัฐบาล อย่ามองว่าพูดโจมตี เมื่อถามว่าส.ส.ดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ พ้นโทษแบน 3 เดือน พอใจหรือยัง นาย ศักดิ์สยามกล่าวว่า คนละเรื่องกัน

ฝ่ายค้านจ่อยื่นแก้รธน.

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสาร คาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 แบบรายมาตราว่า พรรคเพื่อไทยมี 5 ร่างตามเดิม เช่น การแก้มาตรา 256 กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้ง อำนาจ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของส.ส. โดยมีทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อ คาดว่าวันที่ 10 มิ.ย. จะลงชื่อครบตามกรอบกฎหมาย และพร้อมยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้ โดยหารือกันว่าจะยื่นวันที่ 11 มิ.ย.หรือวันที่ 14 มิ.ย.

ต่อมามีรายงานว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญในวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ว่า การประชุมร่วมรัฐสภาต้องรีบกำหนด เพราะเวลานี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น ผู้เสนอค้างไว้อยู่ ฉะนั้นจะบรรจุวันใดต้องมีการหารือกับฝ่ายค้านว่าจะยื่นเมื่อไหร่ เพื่อบรรจุวาระพร้อมกันไป

‘ชวน’เล็งวันถก-พปชร.ประชุมใหญ่

“สมมติถ้ายื่นเร็วจะสามารถกำหนดวันประชุมได้พร้อมกัน เพราะวันที่กำหนดไว้คร่าวๆ คือ 22 มิ.ย. หรือไม่ก็วันที่ 29 มิ.ย. หรือทั้งสองวัน เนื่องจากมีกฎหมายอื่นที่ค้างการพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หรือร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ สิ่งสำคัญคือมาตรการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากการประชุมจะมีคนจำนวนมาก จึงต้องมีการหารือกับประธานวุฒิสภาว่า ต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่มีการลงคะแนนบ่อยๆ อาจจะมีปัญหาพอสมควร เช่น กฎหมายประชามติ ที่ต้องลงคะแนนเกือบทุกมาตรา ย้ำว่าจะต้องเข้มงวดและป้องกันอย่างดีที่สุด” นายชวนกล่าว

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐมีมติจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 18 มิ.ย. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น อนุญาตภายใต้มาตรการป้องกันโรคและควบคุมโรคติดต่อโควิด-19

‘บิ๊กป้อม’เรียก‘สิระ’แจงปมลุงพล

จากกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำนายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ มายื่นหนังสือที่รัฐสภาพร้อมแถลงข่าวสู้คดี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ตำหนิกลางสภา ระหว่างการอภิปรายพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงไปแล้วว่าไม่สมควรอย่างไร และเรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องเรียกนายสิระ มาพูดคุย ส่วนขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ นั้น ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรและจะมาชี้แจงอะไรกับตนบ้าง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องความเหมาะสมหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล สภาเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนเข้ามาได้ แต่จะเกี่ยวกับสภาหรือไม่ ต้องดูว่าภารกิจอะไรที่สภาทำได้ โดยทั่วไปคนที่มีปัญหาก็มาพึ่งสภา เนื่องจากมีกมธ.แต่ละชุดทำหน้าที่อยู่

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คดีลุงพล อย่าซ้ำรอย คดีบอส” ผมแนะให้ถอดบทเรียนคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ที่ใช้กมธ.กฎหมายฯ ยุคสนช.เป็นเครื่องมือ เปลี่ยนรูปคดี จนนำไปสู่ข้อกล่าวหาสมคบคิดเปลี่ยนสำนวน สะเทือนทั้งวงการนิติบัญญัติและกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นมาแล้ว ดังนั้น อย่าให้ซ้ำรอยอีกเลย เพราะกมธ.ของสภา ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางคดีให้กับใครทั้งสิ้น รวมทั้งไม่มีอำนาจชี้ผิด ชี้ถูกให้กับใครในคดีที่อยู่ในอำนาจสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะแทรกแซง ไม่ได้ ถ้าใครปล่อยให้ใช้ กมธ.แบบนี้ คนนั้นก็มีความผิดตามมาตรา 157 เช่นกัน

รับข้อหา – ‘รุ้ง’ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และเบนจา อะปัญ แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาสน.บางโพ เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค กรณีจัดชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

‘รุ้ง’รับข้อหาชุมนุมหน้ารัฐสภา

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 10 มิ.ย. 2564 ที่สน.บางโพ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และน.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมทนายความ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 การชุมนุมฯ และตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6),51 จากกรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้นัดหมายจัดกิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา ที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย

น.ส.ปนัสยากล่าวว่า เบื้องต้นยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนการเคลื่อนไหวยังคงยึดหลัก 3 ข้อเรียกร้องเหมือนเดิม สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ จะต้องมานั่งพูดคุยเรื่องกิจกรรมที่จะจัดว่าต้องไม่ขัดต่อเงื่อนไขศาล ที่ตั้งไว้ สำหรับประเด็นที่ศาลอาญาเรียกผู้กำกับดูแลของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ไปสอบถามกรณีที่โพสต์ข้อความลงโซเชี่ยล กรณีมีผู้ร้องว่าขัดต่อเงื่อนไขการประกันหรือไม่นั้น ทำให้ตนและแกนนำคนอื่นทราบว่า หลังจากนี้ก็ยังสามารถโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นได้เช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับช่วงเช้าที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดในวันเดียวกัน คือนายทวีชัย มีมุ่งธรรม นายซูกริฟฟี ลาเตะ น.ส.ฉัตรพี อาจสมบูรณ์ นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนแล้ว

ส่วนนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ แกนนำกลุ่มราษฎร นายนันทพงศ์ ปานมาศ และนายศุภณัฐ ขอเลื่อนการเข้าพบเจ้าหน้าที่ออกไปก่อน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการกักตัว ไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน