ลัมปีฯลามหนัก
หลายจว.วิกฤต

ส.ส.อุดรฯ ยื่นกระทู้ ถาม รมว.เกษตรฯ กลางสภา จี้แผนเยียวยาเกษตรกรหลังโรคลัมปีสกินระบาดหนัก วัวควายล้มป่วย-ตายอื้อ รมช.ประภัตรแจง เร่งช่วยเหลือ ปรับเงินเยียวยาใหม่ ขอผุดอาสาสมัครช่วยเกษตรกรแบบอสม. หมื่นอัตรา นำร่องจังหวัดระบาดหนัก และให้มหาดไทยเปิดอัตราแบบเดียวกันในทุกเทศบาลและตำบล ด้านกมธ.สาธารณสุข สภาผู้แทนฯ เรียกปศุสัตว์แจงช่วยพื้นที่ระบาด ขณะที่เจ้าของ ฟาร์มวัว ทับสะแก ประจวบฯ ระบุ เจ้าของโคเนื้อและเจ้าของฟาร์มใหญ่ในหลายอำเภอ รอวัคซีนฟรีจากรัฐไม่ไหว ซื้อวัคซีนจากประเทศ เพื่อนบ้านในราคา 2.2 พันบาทต่อ 25 โดส มาฉีดรักษาชีวิตวัวควายเอง เพราะหากสัตว์ล้มตายลงเงินเยียวยาที่ได้รับนั้นไม่คุ้มค่า

ไม่รอรัฐบาล – เกษตรกรบ้านโคกตาหอม ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รอวัคซีนโรคลัมปีสกินที่รัฐบาลจัดซื้อไม่ไหว ตัดสินใจควักเงินส่วนตัวซื้อวัคซีนมาฉีดเองให้วัวที่เลี้ยงไว้ก่อนจะล้มตาย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ยื่นถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ กรณีปัญหาการแพร่ระบาด ของโรคลัมปีสกินในโคและกระบือ ที่กำลังระบาดหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ดังนั้นขอถามรัฐมนตรีถึงวิธีดูแลรักษาและการป้องกันเบื้องต้น และกรณีที่เกษตรกรกลัวว่าวัวและโคกระบือจะตายจึงไปซื้อยามารักษาเอง หากรักษาหายแล้ว จะเยียวยาอย่างไร แต่ถ้าตายจะขอค่าเยียวยาเพิ่มจากกรอบเดิมได้หรือไม่ รวมทั้งการจ้างอาสาปศุสัตว์เพิ่มขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้หรือไม่

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ปัจจุบันวัวมีราคาแพง ส่วนค่าชดเชยที่กำหนดนั้นตนไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แต่ยินดีรับเรื่องเพื่อนำเข้าคณะกรรมการพิจารณาชดเชย ก่อนส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกรมบัญชีกลางเป็นแม่งานว่ายินยอมหรือไม่ โดยเห็นด้วยที่จะชดเชยตาม ที่เกษตรกรเสนอ

“ขอรับรองว่ามีการปรับปรุงแน่นอน ผมเห็นด้วยว่าเจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์มีจำนวนน้อยมาก เรามีอาสาสมัครปศุสัตว์ทั่วประเทศ 6 หมื่นคน แต่ไม่ได้รับการดูแลหรือช่วยเหลือใดๆ ผมขอนำเสนอว่าเราจะนำเรื่องนี้ไปขอเงินส่วนหนึ่งเพื่อทำเหมือนอสม. เบื้องต้นกำหนดว่าขอจังหวัดที่ประสบภัย ประมาณ 1 หมื่นอัตรา ระยะเวลา 6-12 เดือน และเสนอขอให้ส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดอัตราทุกตำบลและเทศบาลเพื่อรับเจ้าหน้าที่เพิ่ม” นายประภัตรกล่าว

ต่อมาเวลา นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ

นายวิวัฒน์กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้ประสาน การช่วยเหลือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครอง ท้องถิ่น นอกจากนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือสำทับไปที่ผวจ.อีกในกรณีที่มีสัตว์เลี้ยงล้มตาย โดยตัวเลขที่มีอยู่ไม่ถึง 5% ของฝูงและจำนวนสัตว์ตายจากสัตว์ป่วย 0.2-0.3% ขณะที่กระทรวงการคลังได้ออกระเบียบใหม่ โดยชดเชยสัตว์ให้เลี้ยงที่ตายไม่เกิน รายละ 2 ตัว โคตัวละ 6,000-20,000 บาท ส่วนกระบือ ตัวละ 8,000-22,000 บาท

ด้านนายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จ.ประจวบฯ มียอดสะสมโคเนื้อและโคนม ที่ป่วยติดเชื้อโรคลัมปีสกิน จำนวน 1,106 ตัว เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 353 ราย พบการระบาดในพื้นที่ 7 อำเภอ 26 ตำบล ได้แก่ อ.สามร้อยยอด 383 ตัว อ.ปราณบุรี 350 ตัว อ.หัวหิน 130 ตัว อ.เมือง 116 ตัว อ.กุยบุรี 100 ตัว อ.ทับสะแก 19 ตัว และอ.บางสะพานน้อย 8 ตัว มีโคหายป่วยแล้ว 132 ตัว ตาย 17 ตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกร โดยกำลังรอการจัดสรรวัคซีนมาฉีดให้

นายกิตติเดชา สวียานนท์ เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ที่บ้านโคกตาหอม ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าของโคเนื้อส่วนใหญ่ในพื้นที่อ.ทับสะแก และเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่ในหลายอำเภอ ไม่รอวัคซีนฟรี จากทางราชการ โดยซื้อวัคซีนกันเอง 25 โดส ราคา 2,200 บาท นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านฉีดให้โค เพื่อบรรเทาปัญหา หากมีโคล้มตายหรือเจ็บป่วย ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการรับเงินเยียวยา เนื่องจากทราบว่ากระบวนการ จัดสรรวัคซีนยังล่าช้า ในภาคอีสานที่มีการระบาดอย่างหนักยังไม่ได้รับวัคซีน 6 หมื่นโดสที่นำเข้าล็อตแรก

ด้านนายรังสรรค์ ชูช่วย อายุ 43 ปี ชาวหมู่ 4 บ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เกษตรกรผู้เลี้ยงโค เปิดเผยว่า ได้ซื้อโคมาเลี้ยงจำนวน 5 ตัว นานหลายปี จนคลอดลูกเพิ่มอีก 1 ตัว ไม่เคยพบเจอโรคชนิดนี้มาก่อน พอวัวติดเชื้อนี้จะมีตุ่มขึ้นทั้งตัว โดยเฉพาะแม่วัวตัวเมีย น้ำตาจะไหล และถ่ายเป็นเลือด แต่กินหญ้าได้ตามปกติ หลังวัวติดเชื้อได้ประสานให้สัตวแพทย์มาฉีดยาให้เสียเงินไปตัวละ 400 บาท รวมประมาณ 3,000 บาท ส่วนการดูแลแก้ปัญหาในเบื้องต้นจะใช้ยาฉีดพ่น ป้องกันแมลง ยาฆ่าเชื้อตามตัว ตามคอกวัว พร้อมกับสุมไฟไล่แมลง โดยใช้มูลวัวผสมกับหญ้าแล้วเผาไฟให้เกิดควัน ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ กว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม และรับเวชภัณฑ์

นายชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ จำนวน 12,463 ราย โดยมี โคเนื้อ 234,480 ตัว โคนม 34,570ตัว และกระบือ 39,081 ตัว โดยพบการระบาดของโรคลัมปีสกินครั้งแรกในโคเนื้อจำนวน 4 ตัว เมื่อ วันที่ 2 เม.ย.ที่ อ.บ้านฝาง จากนั้นการระบาดมีแนวโน้มระบาดเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้นในหลายอำเภอ จังหวัดจึงได้ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. และเร่งควบคุมโรค โดยพบการระบาดในพื้นที่ 25 อำเภอ จำนวนสัตว์ป่วยรวม 2,073 ตัว ได้แก่ โคเนื้อ จำนวน 2,032 ตัว โคนม 31 ตัว และกระบือ 10 ตัว มีสัตว์ตาย 95 ตัว ยกเว้นอ.หนองนาคำ ยังไม่มีรายงานการพบโรค

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้นำเข้าวัคซีนชุดแรกจำนวน 60,000 โดส และเร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยพบสัตว์ป่วยแล้ว 50,000 ตัว ตาย 500 กว่าตัว โดยอัตราการเกิดโรคนั้นอยู่ที่ 30% ส่วนอัตราการตายไม่เกิน 10% แต่จากการประเมินสถานการณ์พบว่าอัตราการตายนั้น มีน้อยเพียง 1-2%

“วัคซีนเถื่อนนั้น ทางกรมปศุสัตว์ไม่แนะนำ ให้เกษตรกรหาซื้อมาใช้เอง ขอให้ทางเกษตรกร ใช้วัคซีนที่มาจากการนำเข้าของกรมปศุสัตว์จะดีที่สุด และเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคใหม่วัคซีนต้องสั่งจากต่างประเทศ แต่วิธีการการกำจัดโรคนั้นประเทศไทยมีประสบการณ์จากโรคระบาดอื่นๆ มาก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทย มีการวิจัยและผลิตวัคซีนขึ้นเอง เพื่อให้เกิด ค่าใช้จ่ายต้นทุนได้ถูกลง” นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน