‘สุทธิ’ทีม‘มท.2’
โร่แจ้งจับป้ายสี
ฝากเด็กเข้ารร.

‘วิษณุ’ ยัน ‘บิ๊กตู่’ ไม่เคยพูดเรื่องยุบสภา ‘อนุทิน’ ลั่นฟ้าใส ไร้คลื่นลม เพจทีมงานนายกฯ จัดโชว์ผลงานรัฐบาลสุดปัง เรียง ตามตัวอักษร‘ก-ฮ’ ‘บิ๊กป้อม’ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี ระบุประชุมใหญ่พปชร. 18 มิ.ย. ไม่มีปรับเลขาฯพรรค ‘วิรัช’ เผยประชุมรัฐสภา 22-23 มิ.ย. ลุยถกแก้รัฐธรรมนูญ ยืนยันฉบับพปชร. ไม่แตะอำนาจส.ว.โหวตนายกฯ 3 พรรครัฐบาล ภท.-ปชป.-ชทพ.ผนึกยื่น 7 ร่าง ลุยปลดล็อกมาตรา 256 ปิดสวิตช์ส.ว. เพื่อไทยสะเด็ดน้ำ 5 ร่าง ที่ปรึกษารมช.มหาดไทย แจ้งความโดนปลอมหนังสือฝากเด็กเข้าโรงเรียนดัง กองทัพเรือแจง จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ

โชว์ผลงานรัฐบาลสุดปัง

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี-PMOC เผยแพร่ผลงานรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยเรียงตามตัวอักษรพยัญชนะไทย พร้อมภาพประกอบอักษร ก. ถึง ฮ. ในหัวข้อ “ส่องผลงานสุดปัง! ของรัฐบาล” และติดแฮชแท็ก #ทีมประเทศไทย

สำหรับผลงานรัฐบาล อาทิ ก-กลางบางซื่อ สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน, ข-ข้าวค้างสต๊อก ระบายข้าว 16.8 ล้านตัน ช่วยชาวนา ค-คลองลาดพร้าว พัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว คลองโอ่งอ่าง ได้รางวัลระดับโลก คลอง ร.1 จ.สงขลา แก้ปัญหาน้ำท่วมและการชลประทาน คนละครึ่ง มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19

ง-งาน จ้างงานเด็กจบใหม่ โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุนเงินเดือนค่าจ้างให้เด็กจบใหม่ร้อยละ 50%, จ-เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (UCEP) จัดระเบียบปรับภูมิทัศน์ย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ, ฉ-โฉนด รัฐบาลมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย, ช-เชื่อมฟ้า พัฒนาสนามบินทั่วประเทศ, ฮ-ไฮสปีดเทรน โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทย ที่จ.นครราชสีมา

‘วิษณุ’ยัน‘บิ๊กตู่’ไม่เคยพูดยุบสภา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวยุบสภาว่า ไม่เคยได้ยิน และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ยืนยันไม่มี แต่ถ้ามี เขาก็ไม่พูด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวยุบสภาว่า ไม่มี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กับสื่อแล้วว่าไม่มี ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันยังเป็นไปด้วยดี

‘อนุทิน’ลั่นทำงานถวายหัว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดอะไรกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตราบใดที่นายกฯ ยังสั่งงานตนทางไลน์ วันหนึ่งประมาณ 20 ครั้ง ก็ถือว่าอาการตนดีอยู่ คนเราถ้าไม่อยากจะทำงานคงไม่สั่งหรอก นายกฯ สั่งงานตนหัวฟูหมดแล้ว

ต่อข้อถามว่า การสั่งงานมากขนาดนั้น ดูแล้วนายกฯ มีความกังวลเรื่องอะไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เพียงแต่หายใจเข้าหายใจออกเป็นงาน บางครั้งตนบอกนายกฯ พักได้แล้ว เพราะ 3-4 ทุ่มยังสั่งงาน เป็นห่วงท่าน และนี่เป็นเหตุที่พวกเราทำงานถวายหัว เพราะผู้นำยังทำงานให้กับประชาชน ไม่ได้ทำให้ตัวเอง มันแยกแยะออก หากใครทำเพื่อประโยชน์ตัวเองเมื่อไหร่ประโยชน์ก็ไม่เกิด และไม่ต้องมีใครมาเสี้ยมพรรคร่วมรัฐบาล เพราะหากนายกฯ และหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหนักแน่นเพียงพอ

ยันฟ้าใส-แต่มีกลุ่มไลน์เม้าธ์

“เรามีไลน์กลุ่มหนุงหนิงกัน เช็กอาการจากไลน์ได้ บางทีให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีอะไรต้องการความร่วมมือก็คุยกัน มีตั้งหลายกลุ่ม กลุ่มซุบซิบนินทานายก็มีที่ไม่มีนายกฯ มีกลุ่ม PM กลุ่มโควิด เยอะแยะไปหมด แต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ แบ่งแยกกันได้อะไรงานบริหาร อะไรงานนิติบัญญัติ อะไรเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะแต่ละคนมีสถานะ เวลาอยู่ในบทบาทไหน ต้องแยกภารกิจของเราให้ถูก” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกฝ่ายต่างพูดว่าไม่มีการยุบสภา แต่ทำไมกระแสข่าวนี้ออกมาตลอด มีความไม่พอใจอะไรในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ถ้ามีก็ในระดับพวกที่ไม่อยากให้เกิดความสงบ แต่สำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องนี้ การทำงานเป็นไปอย่างปกติ

ส่วนความคิดเห็นของลูกพรรคที่มีความแตกต่างกันบ้างนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน เวลาเขาทำหน้าที่ ส.ส.ถือเป็นอภิสิทธิ์ และส่วนตัวตนยังมั่นใจในการทำงานของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐนาวาลำนี้ ยังโอเค คลื่นลมไม่มี ฟ้าใส

‘บิ๊กป้อม’ย้ำจะอยู่ครบเทอม

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีวันที่ 18 มิ.ย.ที่จ.ขอนแก่นว่า ไม่มี ประชุมตามข้อมูลที่ออกมาประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากเรื่องธุรการแล้วจะมีเรื่องการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “คุณไปถามเรื่องเลขาธิการพรรค แล้วคุณไปเกี่ยวอะไรด้วย ไม่มีอะไร”

ต่อข้อถามว่าจะเปลี่ยนเลขาธิการพรรคเพื่อรองรับการเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า เรื่องอะไรเนี่ย ถามอะไรเนี่ย บอกแล้วว่าจะอยู่ครบ 4 ปี จะไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องการเลือกตั้ง รัฐบาลยังทำงานอยู่เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนกก.บห.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องเลย ต้องอยู่ที่สมาชิกพรรค จะเสนออะไรก็ว่าไป ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค การประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องการเงินที่จะต้องรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะเราเลื่อนมาตลอด จนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว และกกต.ก็เร่งมา เมื่อถามว่าสมัยหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆ ว่า “เออ” พร้อมกับขึ้นรถยนต์ทันที

‘สมศักดิ์’ไม่รู้ปรับเลขาฯ พปชร.

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายสมศักดิ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีระหว่างเดินขึ้นตึกว่า มาร่วมบันทึกเทปเรื่องยาเสพติด ไม่ใช่ข่าวการประชุมพรรค

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับเปลี่ยนกก.บห.พรรคพลังประชารัฐว่า ข่าวการปรับกก.บห.มีออกมาเรื่อยๆ แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด จึงไม่กล้าคิดอะไร ส่วนตนจะไปร่วมประชุมด้วยหรือไม่นั้น ขอดูก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคยังต้องอยู่กับกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่ทุกคนต้องเข้าใจ ต้องคุยกัน ต่อข้อถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์กล่าวว่า คนที่จะตอบเรื่องนี้ หากไม่ถามเลขาธิการพรรคก็ต้องถามหัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายสมศักดิ์เคยพูดทีเล่นทีจริงว่าหากมีการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคจะเข้าไปเป็นเอง นายสมศักดิ์กล่าวว่า เวลาข้ามมาหลายเดือนแล้วจากตอนนั้นที่พูด ตอนนี้ไม่คิด ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดข่าวการปรับเปลี่ยนกก.บห.จึงออกมาหนาหูในช่วงนี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า มองว่ามีคนพยายามทำให้เกิดข่าว ส่วนจะเป็นคนในพรรคหรือไม่นั้น ไม่ทราบ

‘อนุชา’บอกแล้วแต่หน.พรรค

ด้านนายอนุชาให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้ยินเรื่องการปรับเปลี่ยนกก.บห.พรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวอย่างนั้นอย่างนี้ถือเป็นข่าวที่ถูก นำเสนอไปข้างนอก การประชุมพรรควันที่ 18 มิ.ย.มีวาระใดบ้างขึ้นอยู่กับพล.อ.ประวิตร ทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวที่เป็นคนสั่งการทุกอย่าง ซึ่งคงเรียบร้อย ตนไปร่วมประชุมพรรคที่จ.ขอนแก่นแน่นอน ซึ่งตามกำหนดการประชุมเพื่อรับรองงบประมาณของพรรคเป็นไปตามระเบียบพรรค

ต่อข้อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีเสียงสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการพรรคต่อไป นายอนุชากล่าวว่า ต้องขอบคุณ ส่วนใครจะสนับสนุนใครอย่างไร ใครจะเลือกที่รักมักที่ชังอย่างไรขอให้คิดถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก ตนคิดว่าหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายเหนืออื่นใด ฉะนั้น ต้องเคารพการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค

‘วิรัช’เผยประชุมรัฐสภา22-23มิ.ย.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป รัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า เบื้องต้นได้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างส.ส.และส.ว.ว่าจะเปิดประชุมในวันที่ 22-23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

ขณะนี้มีแค่ญัตติของพรรคพลังประชารัฐ เพียงญัตติเดียวโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอเข้ามา ส่วนญัตติแก้รายมาตราของพรรคอื่นๆ ยังไม่มีเสนอเข้ามา แต่ทราบว่า สัปดาห์หน้า พรรคเพื่อไทย (พท.) จะยื่นญัตติแก้รายมาตราเข้ามา ก็จะบรรจุในวาระไปพร้อมกัน รวมถึงพรรคอื่นๆ ถ้ายื่นญัตติเข้ามา จะนำมาพิจารณาในคราวเดียวกัน

ถกแก้รธน.-ฟุ้งส.ค.โหวตวาระ3

นายวิรัชกล่าวว่า ญัตติแก้รายมาตราของนายไพบูลย์ มีหลักการสำคัญคือ การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ แต่ไม่มีเรื่องการตัด อำนาจส.ว.โหวตนายกฯ ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หากจะยื่นแก้รายมาตรา ที่ต้องใช้เสียงส.ส.สนับสนุน 1 ใน 5 หรือ 98 คน ถ้ามีเสียงไม่ครบ พรรคพลังประชารัฐยินดีช่วยเติมชื่อให้ครบ แต่เนื้อหาที่แก้ไขต้องอยู่ในหลักการหรือประเด็นเดียวกับของพรรคพลังประชารัฐ

ถ้าไปลดหรือตัดอำนาจส.ว.โหวตเลือก นายกฯ จะไม่ร่วมลงชื่อให้ เพราะมองว่า อำนาจส.ว.ไม่ควรเข้าไปยุ่ง จะได้สะดวกไม่ยุ่งยากในการแก้ไข ถ้าไปตัดแขนขาส.ว. ใครจะ มาโหวตให้ เพราะการรับหลักการวาะแรก ต้องใช้เสียงส.ว. 1 ใน 3 หรือ 83 เสียง เห็นชอบด้วย

“หากญัตติแก้รายมาตราของพรรคพลังประชารัฐ ได้รับความเห็นชอบวาระรับหลักการจากรัฐสภา จะเข้าสู่ขั้นตอนตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาวาระสอง คาดว่าใช้เวลาประชุม 4-5 ครั้งน่าจะได้ข้อสรุป เพราะแก้แค่รายมาตรา คาดว่า 1 เดือนก็พิจารณาเสร็จ และนำเข้าสู่การโหวตวาระสามได้ในเดือนส.ค. อาจพิจารณาเสร็จก่อนร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ด้วยซ้ำ” นายวิรัชกล่าว

3พรรครัฐบาลเสนอ7ร่าง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรม ราช และประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ว่า ได้คุยกันแล้ว และพิจารณาร่วมกันว่าจะยื่นทั้งหมด 7 ร่าง จากเดิม 6 ร่าง ซึ่งร่างที่ 7 พรรคภูมิใจไทยขอเพิ่ม โดยแต่ละพรรคได้พิจารณาในรายละอียด จากนั้นจะหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย. และให้ส.ส.แต่ละพรรคร่วมลงชื่อ เพื่อเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 17 มิ.ย. คาดว่าน่าจะทันพิจารณาในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้

สำหรับสาระสำคัญ 7 ร่าง ประกอบด้วย ร่างที่ 1 ประเด็นแก้ไขมาตราที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ซึ่งว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิที่ดินทำกิน สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน

ร่างที่ 2 ประเด็นเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งจะยึดตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ทั้งการให้มีส.ส.เขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงการเลือกตั้งที่ให้มีบัตรลงคะแนน 2 ใบ

ปลดล็อกม.256-ปิดสวิตช์ส.ว.

ร่างที่ 3 เกี่ยวกับการเลือกนายกฯ จะเสนอแก้ไขมาตรา 88 ที่ว่าด้วยให้พรรคการเมือง แจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 รายชื่อ โดยจะตัดวรรคสองที่ระบุ ว่า “พรรคจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าวก็ได้” ออกไป, มาตรา 159 เพิ่มเนื้อหาให้บุคคลที่เสนอชื่อให้สภา ลงมติเลือกเป็นนายกฯ ต้องเป็น ส.ส. และตัดมาตรา 272 ที่ให้อำนาจส.ว. ร่วมเลือกนายกฯ

ร่างที่ 4 แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะใช้เนื้อหาที่รัฐสภาผ่านวาระสอง ที่กำหนดให้ใช้เสียงรับหลักการ ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 และ ตัดส่วนของเสียง ส.ว. จำนวน 1 ใน 3 ออก

ร่างที่ 5 การตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของคณะกรรมการป้งกัยนและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเสนอแก้ไขมาตรา 236 และมาตรา 237 ปรับบทบาทของประธานรัฐสภาให้ไม่ต้องมีหน้าที่พิจารณา แต่เป็นเพียงคนกลางที่ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา

ร่างที่ 6 มาตราที่ว่าด้วยการกระจายอำนาจ ขอให้เพิ่ม 2 มาตรา และปรับแก้ไขมาตรา 249-254 มีสาระสำคัญเพื่อให้ความสำคัญกับการปกครองส่วนท้องถิ่น การกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน เพื่อคืนอำนาจให้กับท้องถิ่น

ร่างที่ 7 เรื่องอำนาจสิทธิของประชาชนในการรับบริการของรัฐและการคุ้มครอง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของพรรคภูมิใจไทย

ฝ่ายค้านนัดสรุป 14 มิ.ย.

เวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ในวันที่ 15 หรือ 16 มิ.ย. ขณะนี้ร่างของพรรคเพื่อไทยเสร็จแล้ว แต่ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พบว่ายังมีประเด็นแตกต่างกันอยู่บ้าง ดังนั้น จะหารือในระดับพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 14 มิ.ย. เพื่อสรุปประเด็นต่างๆ ว่ามีความคิดเห็นตรงกันและไม่ตรงกันอย่างไรบ้าง ส่วนประเด็นที่ตรงกัน ก็จะมาร่วมกัน ประเด็นที่ไม่ตรงกัน จะหารือว่าจะช่วยกันได้อย่างไร

“ตัวร่างของพรรคเพื่อไทย สะเด็ดน้ำแล้วและยืนยันว่า 5 ร่างของเรา จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในภาพรวม ยกเว้นในหมวด 1 และหมวด 2 และแก้รายมาตราอีก 4 ร่าง ตอนนี้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลงรายชื่อครบแล้ว 100 กว่าคนและพร้อมยื่นแล้ว แต่เพื่อความรอบคอบและการอยู่ร่วมกัน จึงอยากฟังความคิดเห็นของพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เพราะถือว่าเราเดินทางร่วมกันมานาน จึงต้องเคารพกัน” นายประเสริฐกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาแล้ว จะใช้เวลานานเท่าไรในการแก้เสร็จ นายประเสริฐ กล่าวว่า หากเป็นร่างแก้ไขรายมาตรา จะใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือนเพราะไม่ต้องทำประชามติ หากมีการนำร่างแก้ไขเข้าที่ประชุมสภาวันที่ 22 มิ.ย.จริง น่าจะเสร็จก่อนสิ้นปี

จี้รัฐบาลจริงใจอย่าชิงยุบสภา

ต่อข้อถามว่าเกรงมีการชิงยุบสภาก่อน หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลจริงใจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จำเป็นต้องแก้ไข อยากให้เรื่องสำคัญอย่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ผ่านไปก่อน งบจะผ่านได้ก็เดือนก.ย. เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ค่อยว่ากันไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ระบุถึง ไทม์ไลน์การทำงานใน 1 ปี อาจมีการยุบสภาในช่วงกลางปีหน้าหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า คิดว่ายังไม่แน่นอน อาจจะเป็นอารมณ์ในช่วงนั้นๆ นายกฯ จึงพูดเช่นนั้น ยกตัวอย่างเก่าๆ เช่น เรื่องเลือกตั้งหากย้อนตั้งแต่ช่วงปฏิวัติในปี 2557 บอกจะมีการเลือกตั้งในปีนั้นๆ ก็เลื่อนมาตลอด รวมถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ทำไม่ได้สักที คิดว่าการให้สัมภาษณ์ เป็นเรื่องอารมณ์นายกฯ แต่ก็รับฟังไว้

ส่วนการเลือกตั้ง ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมและมั่นใจมาก โดยจะส่งผู้สมัครให้ครบทั้ง 350 เขต แต่เลือกตั้งที่ผ่านมาส่ง 250 เขตเท่านั้น แต่หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน ยืนยันจะส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขตและมั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้งแน่นอน รวมทั้งมั่นใจว่าส.ส.ของพรรคทุกคนยังอยู่กับเราครบ เพราะพรรค เพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่มีความมั่นคง

ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหา สารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้ามีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้ง ต่อให้ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญและมีระบบเลือกตั้งเหมือนเดิม ก็มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.ทั้ง 2 ระบบมากกว่าเดิม

จับตาเร่งทำคลอด-รับเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา 5 ร่าง 1.แก้มาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร.ไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 2.ร่างเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพต่างๆ 3.ระบบการเลือกตั้ง 4.ที่มาของนายกฯ และ 5.ร่างที่เกี่ยวกับการยกเลิกอำนาจ คสช.ทั้งหมด คาดว่าจะยื่นได้ภายในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้ง 5 ร่างที่จะเสนอ สอดคล้องกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นพ. ชลน่านกล่าวว่า ส่วนใหญ่สอดคล้อง แต่อาจมีสาระที่ต่างกัน อย่างรัฐบาลเสนอระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เราเสนอแก้ไขโดยคล้ายกับรัฐธรรมนูญปี 2540 วันนี้ต้องดูว่าฝ่ายรัฐบาล จะปรับร่างของเขาหรือไม่ เพราะร่างของเขาอยู่ในสภา

“ขอให้ประชาชนช่วยกันติดตาม เพราะขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยปกติ มีสัญญาณว่าอีก 1 ปีจะยุบสภา ข้อสันนิษฐานนี้ไปสอดคล้องกับกรณีเขาเร่งรัดจะเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 22 มิ.ย. หากแก้รัฐธรรมนูญเสร็จได้ จะเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้งของเขา โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวต” นพ.ชลน่านกล่าว

ก.ก.ผลักดันกม.ประชามติก่อน

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดเผยว่า พรรคจะประชุม ส.ส วันที่ 15 มิ.ย. แต่ทิศทางที่พรรคให้ความสำคัญที่สุด คือ 1.การทำประชามติ เพราะต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ต้องการทำให้รัฐธรรมนูญ 2560 ดูดีมากขึ้น 2.อำนาจส.ว.เลือกนายกฯ ซึ่งตอนนี้ร่างพ.ร.บ.ประชามติ ยังค้างอยู่ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เราจะผลักดันให้ผ่านและเสนอทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ส่วนปัญหาเฉพาะหน้าที่เราให้ความสำคัญและเป็นเรื่องที่นำเสนอมาตลอด คือ การปิดสวิตช์ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ซึ่งการเสนอแก้รายมาตราโดยเฉพาะร่างของพรรคพลังประชารัฐ มองว่าเป็นการเบี่ยงประเด็นสำคัญเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้พูดทั้งการปิดสวิตช์ส.ว. ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่สุด และไม่ได้มุ่งสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 พรรคพลังประชารัฐพยายามเสนอแก้หลายมาตราที่เหมือนดูดี ไม่ว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่เรามองว่าเป็นเพียงการเบี่ยงประเด็นสำคัญเท่านั้น

พท.ดันตั้งกมธ.ตรวจสอบใช้เงินกู้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา เสียงข้างมากอนุมัติพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ขณะที่ฝ่ายค้านไม่อนุมัติ เพราะเห็นว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ต้องเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ ครม.ยังเสนอเข้ามา สรุปแล้วเงินกู้เหล่านี้จะเป็นภาระให้ลูกหลานต่อไป เพราะหนี้สาธารณะเราอยู่ที่ 8.5 ล้านล้านบาท บวกหนี้ส่วนนี้จะเกิน 9 ล้านล้าน คาดว่าต้องใช้หนี้กันเป็น 100 ปี

หลังจากนี้ต้องรอร่างผ่านการพิจารณาจาก ส.ว. เมื่อร่างผ่านเราจะเสนอให้ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงิน แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยยังเสนอให้ตั้ง โดยจะไม่ใช้กมธ.ชุดเดิมเพราะเห็นว่าไม่สามารถตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าควรใช้กมธ.คณะเดิมคือกมธ.ติดตามพ.ร.ก. 3 ฉบับ ชุดที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน พิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพราะมีประสบ การณ์ มีความคล่องตัว อีกทั้งหากมีการตรวจสอบและเชิญสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเข้าชี้แจง จะชี้แจงเพียงคณะเดียว ไม่ต้องวิ่งชี้แจง 2 กมธ. ตนจะเสนอให้ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์พิจารณา เพราะพรรคมีนโยบายและแนวคิดตั้งกมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ด้วย

เอกสารหลุด-ฝากเด็กเข้าเรียน

วันเดียวกัน เฟซบุ๊กแฟนเพจ นักเรียนเลว ได้โพสต์ภาพเอกสารฉบับหนึ่งที่อ้างว่า “เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี” ฝากนักเรียนสังกัดพรรคตัวเองเข้าเรียนต่อในโรงเรียนชื่อดังต่างๆ ซึ่งข้อความในเอกสารบางส่วน ระบุว่า “หากท่านมีเรื่องใดให้กระผมช่วยเหลือ ท่านสามารถแจ้งมายังกระผมโดยตรง ซึ่งผมกำลังได้รับการพิจารณาเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในคราวปรับคณะรัฐมนตรีคราวต่อไปแทน ซึ่งครบวาระตามข้อตกลงของพรรค … (ภายใน) และชราภาพมากแล้ว พร้อมทั้งไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์”

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าว ระบุถึงผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อขอความอนุเคราะห์รับนักเรียนซึ่งอยู่ในความดูแลของพรรคการเมืองแห่งหนึ่ง ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2564

ที่ปรึกษามท.2แจ้งความ

ต่อมานายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ อดีตส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษารมช.มหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี) ให้สัมภาษณ์ว่า ขอปฏิเสธว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวอ้างชื่อของตน การที่กลุ่มนักเรียนเลวเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลตลอดเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้ใช้การยกเมฆ สร้างข่าวเท็จในสื่อสังคมออนไลน์จนตนได้รับความเสียหาย โดยการใช้เอกสารเท็จในเรื่องการฝากเด็กนักเรียนเข้าโรงเรียนต่างๆ หลายแห่งในพื้นที่กทม.

ตนจึงประสานขอเอกสารดังกล่าวจากโรงเรียน เพื่อใช้เป็นหลักฐาน พร้อมมอบอำนาจให้นายทวีโชค อ๊อกกังวาล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากตนให้ไปร้องทุกข์ กล่าวโทษ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประสงค์ร้ายที่ปั้นเรื่องและปลอมแปลงเอกสารดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สน.บางซื่อ เพราะทำให้ตนได้รับความเสียหายทั้งส่วนตัวและพรรคที่ตนสังกัด เพราะไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องฝากเด็กดังกล่าว และขอให้ตำรวจสืบสวนผู้กระทำความผิดในเรื่องนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากตนทราบเรื่องว่ามีการปลอมแปลงเอกสารอ้างชื่อตน ฝากเด็กนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ นั้น ตนได้ประสานไปยังผู้บริหาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยยืนยันว่า เป็นเอกสารปลอมและขอแจ้งให้ผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งไปยังสถานศึกษาทุกแห่งด้วยว่าเป็นเอกสารปลอม

ข้อหาปลอมหนังสือ

นายสุทธิกล่าวว่า ตนได้เข้าแจ้งความต่อร.ต.ท.คชภพ ปานจำรูญ รองสว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ปลอมเอกสาร ในใบแจ้งความระบุว่า นายสุทธิได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ จากนายจิณณภัทร พิบูลวิทิตธำรง ซึ่งเป็นผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ว่า นายสุทธิได้มีหนังสือมาเพื่อฝากเด็กเข้าเรียนโรงเรียนหรือไม่ นายสุทธิจึงขอให้ส่งหนังสือดังกล่าวให้ดู

เมื่อเห็นและได้อ่านข้อความในหนังสือแล้ว ปรากฏว่า หนังสือดังกล่าว นายสุทธิไม่ได้เป็นผู้ทำและไม่เคยเห็นหนังสือในลักษณเช่นนี้มาก่อน ซึ่งเป็นการทำหนังสือในลักษณะที่ทำให้ นายสุทธิ ได้รับความเสียหายและเกิดความขัดแย้งภายในพรรค ซึ่งเป็นการปลอมเอกสารทั้งฉบับโดยทำดวงตราพรรค รูปภาพ ลายเซ็น และรายละเอียดในหนังสือ กระทำการดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ไม่หวังดี และทราบภายหลังว่ามีการส่งหนังสือในลักษณะนี้ไปยังหลายโรงเรียน ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ตามขั้นตอนของกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ทร.แจงจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เพจเรือดำน้ำไทย Thai Submarines ของกองทัพเรือ(ทร.) ได้เผยแพร่สารคดีกองทัพเรือ พร้อมคลิปวิดีโอ ซึ่งมีตอนหนึ่งชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นการมี เรือดำน้ำ

พล.ร.ต.นเรศ วงศ์ตระกูล ผอ.สำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ภารกิจหลักกองทัพเรือต้องเตรียมพร้อมปกป้อง รักษา อธิปไตยของชาติและความมั่นคงทางทะเลตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย จำเป็นต้องมีเครื่องมือปฏิบัติการในลักษณะผสมผสานร่วมกัน ทั้งบนอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ ซึ่งเรือดำน้ำของกองทัพเรือถูกปลดประจำการไปแล้ว และไม่ได้รับการจัดหาอีกเลย ทำให้เราขาดการปฏิบัติการมิติใต้น้ำตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา และกองทัพเรือพยายามปรับลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยการใช้เครื่องมืออื่นๆ แต่ก็ยังเกิดความเสี่ยงที่สูงอยู่

ด้านพล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า สำหรับการสร้างการรับรู้เรื่องกำลังรบอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติทางทะเล อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวในภาวการณ์เช่นนี้ แต่อยากให้เข้าใจว่าจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ร่วมกัน เพียงแต่อยากบอกถึงการทำหน้าที่ของเรา โดยตระหนักถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน อย่าให้การทำหน้าที่ของเรากลายเป็นจำเลยอีกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน การเผยแพร่คลิปดังกล่าว คาดว่าเพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน เพราะช่วงนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2565 กำลังพิจารณาในขั้นแปรญัตติ และในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ วาระแรก ถูกพรรคฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำ

แซนด์บ็อกซ์ – นายนิพนธ์ เอกวานิช ประธานบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง ร่วมพูดคุยผ่านโปรแกรมซูม กับน.ส.ชนก จันทาทอง, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม และนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ทีมนโยบายพรรคเพื่อไทย ในการเสวนา ‘ภูเก็ต sandbox ปลดล็อกการท่องเที่ยวไทย?’ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน