เวลส์บู๊ตุรกีที่แพ้ไม่ได้
หมีพิงฝาซดฟินแลนด์
สโลวะเกียดับโปล2-1
กระทิงเซ็ง-เจ๊าสวีเดน
เริ่มเตะนัดสองคืนนี้ ‘อิตาลี’ กำลังคึก ลุ้นชนะ ‘สวิส’ ผ่านเข้ารอบทันที ขณะที่ ‘ฟินแลนด์’ ฟัด ‘รัสเซีย’ เปิดสถิตินักเตะหมีขาวเหนือกว่าเยอะ อีกคู่ ‘ตุรกี’ ที่นัดแรกแพ้ยับ เจอ ‘มังกรแดง-เวลส์’ ทีม ‘แกเร็ธ เบล’ ส่วนผลการแข่งขันคู่ดึก 14 มิ.ย. ‘สโลวะเกีย’ เฉือนชนะ ‘โปแลนด์’ ที่เหลือ 10 คน สกอร์ 2-1 แฟนเซ็ง ‘กระทิงดุ-สเปน’ แชมป์ยูโร 3 สมัย ทำได้แค่เสมอ ‘สวีเดน’ 0-0

กระทิงเจ๊า – โรบิน โอลเซน ผู้รักษาประตูสวีเดน ล้มตัวคว้าบอลก่อนมาร์กอส ยอเรนเต กองกลางสเปนจะเข้าถึง ทัพกระทิงมีโอกาสมากมายแต่ทำได้แค่เสมอ 0-0 ศึกยูโร 2020 กลุ่มอี นัดแรก ที่สนามเอสตาดิโอ เดอ ลา คาร์ตูฆา ประเทศสเปน (ภาพ-เอเอฟพี)
เตะนัดสอง‘ฟินแลนด์-รัสเซีย’
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 หรือยูโร 2020 รอบสุดท้าย แมตช์ประจำวันที่ 16 มิ.ย. เริ่มเตะคู่แรกเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เป็นการแข่งขันในกลุ่มบี นัดที่สอง ฟินแลนด์ พบกับ “หมีขาว” รัสเซีย เตะกันที่สนามเซนต์ ปีเตอร์ สเบิร์ก เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย โดยคู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 4 ครั้ง รัสเซียชนะรวด เกมล่าสุดพบกันในรอบคัดเลือกยูโรครั้งนี้ รัสเซียถล่ม 3-0
โดยนัดแรกฟินแลนด์ชนะเดนมาร์ก 1-0 ส่วนรัสเซียแพ้เบลเยียม 0-3 สำหรับเกมนี้คาดฟินแลนด์จะใช้ระบบการเล่น 5-3-2 เริ่มจาก ผู้รักษาประตู ลูกัส ฮราเดกกี, ยุกกา ไรตาลา, เปาลุส อารายูรี, ยูนา ตอยวิโอ, ดาเนียล โอชอห์เนสซี, เยเร อูโรเนน, โรบิน ลอด, ทิม สปาร์ฟ, เกล็น กามารา : ตีมู ปุกกี และโยเอล โปห์ยานปาโล
ส่วนรัสเซียใช้ระบบการเล่น 3-4-2-1 ผู้รักษาประตู อันตอน ชูนิน, อังเดร เซเมนอฟ, จอร์จี ชิคิยา, เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เวียเชสลาฟ คาราวาเยฟ, โรมัน ซอบนิน, มาโกเมด ออซโดเยฟ, ดาเลอร์ คุซยาเยฟ, อเล็กเซ มิรันชุก, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน และ อาร์เตม ซูบา
‘ตุรกี’แพ้ไม่ได้-เจอ‘เวลส์’
จากนั้นคู่ที่สองแข่งขันเวลา 23.00 น. เป็นเกมกลุ่มเอ นัดที่สองเช่นกัน “ไก่งวง” ตุรกี ปะทะ “มังกรแดง” เวลส์ ที่สนามบากู เนชันแนล กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยคู่นี้เคยเจอกันมา 6 ครั้ง เวลส์เหนือกว่าเล็กน้อย ชนะ 3 ครั้ง ตุรกีชนะ 2 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง
โดยตุรกีนัดแรกแพ้อิตาลี 0-3 ส่วนเวลส์ เสมอสวิส 1-1 สำหรับเกมนี้คาดตุรกีจะใช้ระบบการเล่น 4-1-4-1 เริ่มจากผู้รักษาประตู อูกูร์จาน ชาคีร์, เซกี เชลิก, เมริห์ เดมิรัล, ชากลาร์ โซยุนจู, อูมุต เมราส, โอคาย โยคุสลู, เคนาน คารามาน, โอซาน ตูฟาน, ยูซุฟ ยาซิจี, ฮาคาน ชัลฮาโนกลู และบูรัก ยิลมาซ
ขณะที่เวลส์ใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู แดนนี วอร์ด, คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์, คริส มีแฟม, โจ โรดอน, เบน เดวิส, โจ อัลเลน, อารอน แรมซีย์, โจ มอร์เรลล์,แดเนียล เจมส์, คีฟเฟอร์ มัวร์ และแกเร็ธ เบล
‘อิตาลี’ลุ้นชนะ‘สวิส’เข้ารอบ
ปิดท้ายคู่ดึกเวลา 02.00 น. เป็นเกมกลุ่มเอ นัดที่สอง “อัซซูรี” อิตาลี เจอกับสวิตเซอร์แลนด์ ที่สนามโอลิมปิโก กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยคู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 20 ครั้ง อิตาลีเหนือกว่า ชนะ 9 ครั้ง สวิตเซอร์แลนด์ชนะ 3 ครั้ง และเสมอกัน 8 ครั้ง
สำหรับสถานการณ์ทั้ง 2 ทีม ลงสนาม 1 นัดเท่ากัน อิตาลีชนะตุรกี 3-0 นำจ่าฝูงมี 3 คะแนน ด้านสวิตเซอร์แลนด์เสมอเวลส์ 1-1 อยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม มี 1 คะแนน
ขณะที่ความพร้อมเกมนี้ อิตาลีต้องเช็กความฟิตอเลสซานโดร ฟลอเรนซี และมาร์โก แวร์รัตติ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ โดยอิตาลีจะใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู จานลุยจิ ดอนนารุมมา, โจวานนี ดิ ลอเรนโซ, จอร์โจ คิเอลลินี, เลโอนาร์โด โบนุชชี, เลโอนาร์โด สปินาซโซลา, มานูเอล โลคาเตลลี, จอร์จินโญ, นิโคโล บาเรลลา, โดเมนิโก เบราร์ดี, ชิโร อิมโมบิเล และลอเรนโซ อินซินเญ
ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ใช้ระบบการเล่น 3-4-1-2 ผู้รักษาประตู ยานน์ ซอมเมอร์, นิโก เอลเวดี, มานูเอล อาคานจี, ฟาเบียน ชาร์,เควิน เอ็มบาบู, กรานิต ชากา, เรโม ฟรอยเลอร์, ริคาร์โด โรดริเกซ, แชร์ดาน ชากิรี, บรีล เอ็มโบโล และฮาริส เซเฟโรวิช
‘โปแลนด์’เปิดศึก‘สโลวะเกีย’
สำหรับผลการแข่งขันเมื่อคืนวันที่ 14 มิ.ย. เป็นการเตะในกลุ่มอี โปแลนด์พบกับสโลวะเกีย ที่สนามเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย โดยโปแลนด์มาในระบบการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู วอยเช็ก เชสนี กองหลัง 4 คน คามิล กลิก, ยาน เบดนาเรก, มาเช รีบุส, บาร์ตอส เบเรซินสกี ขณะที่แผงมิดฟิลด์ คาโรล ลิเน็ตตี, เกอร์เซกอร์ซ ครีโคเวียก, มาเตอุส คลิก ส่วน 3 ประสานแดนหน้า คามิล ยอซเวียก, พิโอเตอร์ ซีลินสกี และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี
ส่วนสโลวะเกียมาในระบบ 4-4-2 ผู้รักษาประตู มาร์ติน ดูบราฟกา แผงหลัง 4 คน มิลาน สคริเนียร์, ลูโบมีร์ ซัตกา, ปีเตอร์ เปคาริก, โตมัส ฮูโบชาน กองกลาง 4 คน ยาคุบ ฮโรมาดา, ยูไร คุชกา, ลูคัส ฮาราสลิน, โรเบิร์ต มัก โดยที่มาเร็ก ฮัมซิก ยืนเป็น หน้าต่ำ จับคู่กับอองเดร ดูดา
‘โปล’ใบแดง-สโลวะเกียเฉือน 2-1
เริ่มเกมทั้งสองทีมสู้กันสนุกสูสี นาที 18 โรเบิร์ต มัก รับบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกผู้เล่นโปแลนด์ 2 คนเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนยิงที่เสาแรก บอลชนเสากระดอนไปโดน วอยเช็ก เชสนี ที่พุ่งมาเซฟและทำเข้าประตูตัวเอง สโลวะเกียขึ้นนำ 1-0 หลังเสียประตูโปแลนด์พยายามเปิดเกมบุกมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังยิงไม่เข้ากรอบ จบครึ่งแรกสโลวะเกียนำโปแลนด์ 1-0
ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่ถึง 1 นาทีโปแลนด์ตีเสมออย่างเร็ว จากจังหวะมาเตอุส คลิก แทงบอลทะลุไปให้มาเช รีบุส หลุดไปสุดเส้นหลังแล้วตบกลับเข้ากลางให้คาโรล ลิเน็ตตี แปเล่นทางจังหวะเดียวบอลเข้าประตู สกอร์เท่ากัน 1-1
รูปเกมของโปแลนด์กำลังดีขึ้น แต่กลับต้องมาเสียเปรียบเมื่อเกอร์เซกอร์ซ ครีโคเวียก เข้าสกัดอย่างหนักใส่ยาคุบ ฮโรมาดา โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม เมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่นสโลวะเกียโหมบุกใส่ทันที นาที 69 สโลวะเกียได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา โรเบิร์ต มักเปิดไปกลางประตู มิลาน สคริเนียร์ จับบอลลงหนึ่งจังหวะก่อนยิงด้วยขวาเสียบมุม สโลวะเกียออกนำอีกครั้ง 2-1 ช่วงเวลาที่เหลือโปแลนด์พยายามสู้แต่ก็ได้แค่หวาดเสียว จบเกมสโลวะเกียเฉือนชนะ 2-1 เก็บ 3 แต้มแรก

กระทิงฝืด – เคราร์ด โมเรโน กองหน้าสเปน โหม่งบอลติดเซฟโรบิน โอลเซน ผู้รักษาประตูสวีเดน ศึกฟุตบอลยูโร 2020 นัดแรก กลุ่มอี ที่สนาม เอสตาดิโอ เดอ ลา คาร์ตูฆา ประเทศสเปน ทัพกระทิงมีโอกาสหลายครั้งแต่ทำไม่ได้จบเกมเสมอ 0-0 (ภาพ-รอยเตอร์)
‘สเปน’เปิดบ้านดวล‘สวีเดน’
ต่อมาคู่ดึกเวลา 02.00 น.ตามเวลาประเทศไทย เป็นการเตะในกลุ่มอี “กระทิงดุ-สเปน” แชมป์ยูโร 3 สมัย พบกับ “ไวกิ้ง-สวีเดน” ที่สนามเอสตาดิโอ เดอ ลา คาร์ตูฆา ประเทศสเปน โดยสเปนเจ้าถิ่นใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู อูไน ซิมอน ปราการหลัง 4 คนใช้ เปา ตอร์เรส, อายเมอริก ลาปอร์กต์, จอร์ดี อัลบา, มาร์กอส ยอเรนเต มิดฟิลด์ 3 คน โกเก, โรดรี เอร์นานเดซ, เปดรี กอนซาเลซ ลงทำเกม ส่วน 3 ประสานในแดนหน้า ดานี โอลโม, เฟร์รัน ตอร์เรส และอัลบาโร โมราตา
ด้านสวีเดนมาในระบบ 4-4-2 ผู้รักษาประตู โรบิน โอลเซน แผงหลัง ลุดวิก ออกุสตินส์สัน, มาร์คุส ดาเนียลสัน, วิกตอร์ ลินเดเลิฟ, มิคาเอล ลุสติก กองกลาง 4 คน คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน, อัลบิน เอกดัล, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ส่วนกองหน้า มาร์คุส เบิร์ก จับคู่กับอเล็กซานเดอร์ อิซัก
แฟนเซ็งกระทิงฝืด-แค่เสมอ
เริ่มเกมสเปนเป็นฝ่ายครองบอลบุกแทบจะฝั่งเดียว นาที 16 สเปนเกือบได้ประตูขึ้นนำ โกเกเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ดานี โอลโม โฉบไปโหม่งเต็มหัวแต่โรบิน โอลเซน ผู้รักษาประตูสวีเดนโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้ นาที 29 สเปนพลาดโอกาส ขึ้นนำอีกครั้ง ดานี โอลโมรับบอลทางฝั่งซ้าย จ่ายยัดเข้าไปในกรอบ โกเกวิ่งเข้าไปแปเน้นๆ แต่บอลเหินข้ามคานหวุดหวิด
นาที 38 จอร์ดี อัลบา แบ๊กซ้ายสเปน ตักบอลให้อัลบาโร โมราตา หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูสวีเดน แต่จังหวะสุดท้ายโมราตายิงหลุดกรอบไปเอง ด้านสวีเดนยังคงตั้งรับลึกรอสวนกลับ จนจบ 45 นาทีแรกยังเสมอกัน 0-0
ครึ่งหลังสเปนยังเป็นฝ่ายขึงเกมรุกหาทางเจาะพังประตูสวีเดน แต่สวีเดนยังช่วยเกมรับกันได้ดี พร้อมกับหาโอกาสสวนกลับขึ้นมาเป็นระยะ นาที 61 เอมิล ฟอร์สเบิร์กพาบอลสวนกลับขึ้นมาแล้วส่งให้อเล็กซานเดอร์ อิซัก หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะ ยึกยักหลอกแล้วปาดไปให้มาร์คุส เบิร์ก แปโล่งๆ ที่เสาสองแต่บอลปลิ้นออกหลังอย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือสเปนยังครองบอลบุกอยู่แทบจะฝ่ายเดียว แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ไม่แน่นอน จบเกมเสมอ 0-0 แบ่งไปทีมละแต้ม